Se connecterบางครั้งความรักก็ไม่ได้สวยงามเสมอไป ทุกสิ่งที่วาดไว้กลับพังทลายลง การกลับมารักตัวเอง ในขณะที่มีแรงกำลัง ใช้ชีวิต และใช้เงินที่มีซื้อความสุขให้ตัวเองดีกว่ามานั่งรักใครอย่างจริงจังดีกว่า... ความผิดหวังทำให้เธอแข็งแกร่งขึ้น จนความสุขกลายเป็นการซื้อขาย แต่แล้วเขาก็เข้ามา แต่ทว่าจิตใจที่ปิดด้วยประตูเหล็กหนากลับเหมือนถูกไฟที่ร้อนรุ่มแผดเผาจนรุ่มร้อน เธอจะรักษาปณิธานที่ตัวเองตั้งไว้ได้หรือไม่.. ติดตาม...
Voir plusเสียงดนตรีในสถานบันเทิงเเห่งหนึ่ง ดังอึกทึกไปพร้อมกับการโยกตัวไปมาอย่างสนุกสนาน ความมึนตึงจากการดื่มทำให้หัวใจเคลิบเคลิ้มไปกับความสนุกในยามค่ำคืนภายใต้ที่อโคจรในยามราตรี
รมย์นลิน หญิงสาวผู้เฉิดฉายในทุกค่ำคืน แห่งห้วงทิวาราตรี เธอเป็นที่รู้จักของนักเที่ยวมากมาย ความสนุกทำให้เธอต้องมาปลดปล่อยอารมณ์ในสถานที่แห่งนี้ ในทุกค่ำคืน หญิงสาวนั่งลงอย่างหอบเหนื่อย พร้อมกับยกเครื่องดื่มขึ้นเพื่อจะบรรเทาอาการดับกระหาย หลังจากที่ออกไปปล่อยอารมณ์กลางฟลอร์ตรงนั้น อยู่ๆแก้วที่กำลังจับขึ้นมากลับถูกชนด้วยแก้วอีกใบ เป๊ง!~~ รมย์นลินหยุดและมองหน้าชายหนุ่มคนนั้น ด้วยแววตาสงสัย "ยินดีที่รู้จักครับ คุณ .." ชายหนุ่มถามขึ้นด้วยแววตาอ้อร้อ ทำให้รมย์นลินยกยิ้มขึ้นมาอย่างพอใจ "รมย์นลินค่ะ เรียกว่า ลิน ก็ได้ค่ะ " ใบหน้าหวานตอบออกมาพร้อมรอยยิ้มที่ตราตรึงไปด้วยเสน่ห์ ดวงตาเฉี่ยวคมกลมโต มองมายังเขาพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจ "ถ้าไม่รังเกียจ ผมขอนั่งข้างๆได้มั้ยครับ?" คำพูดที่ดูสุภาพออกจากปากของเขา แต่ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะตอบรับ เขากลับนั่งลงข้างๆพร้อมกับเบียดเสียดกับเธอในที่นั่งตรงนี้ที่อาจจะเป็นมุมอับผู้คนไม่ค่อยมองมา หญิงสาวมองเขาตาไม่กระพริบพร้อมสายตาเย้ายวนเชิญชวนมองเขาอย่างไม่ยับยั้งชั่งใจ ความมึนตึงทำให้เธอกำลังจะทำในสิ่งที่ไม่ยั้งคิด มือของชายหนุ่มค่อยเลื่อนขึ้นมาจับที่ต้นขาของเธออย่างช้าๆและค่อยๆบีบนวดลูบไล้ จนตัวของเธอเริ่มสั่นไหว เธอหลับตาพริ้มเพราะรู้สึกถึงอารมณ์ความใคร่ในจิตใจขึ้นมา เสียงกระซิบข้างๆหูทำให้เธออมยิ้ม "ผมชื่อ ภูผา หรือเรียกผมสั้นๆว่าภูก็ได้ครับ" คำพูดที่รื่นหูทำให้รมย์นลินหลับตาพริ้ม พร้อมกับมือใหญ่ลูบไล้ชอนไชเข้าไปใต้ขอบกางเกงในจีสตริงตัวบาง นิ้วมือค่อยๆซอกซอนเล่นวนเวียนกับเจ้าจุดสงวนที่ตอนนี้มันทำให้เธอรัญจวนและเคลิบเคลิ้มไปมาอย่างลืมตัว จนเริ่มมีน้ำเหนียวหนืดติดตามนิ้วยาวเรียวของภูผา เขายกมันขึ้นมา พร้อมรอยยิ้มพอใจ รมย์นลินยิ้มออกมาพร้อมกับสีหน้าที่เต็มไปด้วยอารมย์เร่าร้อน เรื่องพวกนี้เธออาจจะผ่านมาเยอะ แต่ครั้งนี้ ผู้ชายคนนี้รับอารมณ์เธอได้ไวกว่าทุกคน มันรู้สึกถึงความอิ่มเอมกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น รมย์นลินยิ้มตอบรับในสิ่งที่ภูผากระทำ ตอนนี้เธอไม่มีสิ่งใดต้องอาย ในเมื่อเขาก็ต้องการเช่นเดียวกับเธอ เธอก็ย่อมตอบสนองอย่างถึงที่สุด รมย์นลินหลุบตาต่ำลงพร้อมยื่นมือบางลงไปยังเป้ากางเกงของภูผาสายตายังคงจดจ้องกันด้วยความปราถนาที่แรงกล้า นิ้วเรียวยาวค่อยๆรูดซิปกางเกงลงอย่างช้า จากนั้นมือบางก็ค่อยๆสอดแทรกเข้าไปจับเจ้าส่วนสงวนที่ตอนนี้มันชักจะสู้มือเธอ เสียงกระเส่าทุ้มลึกที่เต็มไปด้วยอารมณ์ดังขึ้นไปพร้อมกับมือของอีกฝั่งที่มุดซอกซอนเข้าไปขยี้จุดอ่อนที่สุดในร่างกายของเธอ ต่างคนต่างมองหน้าที่เต็มไปด้วยอารมณ์ของกันและกัน จนสุดท้ายก็ต้านแรงแห่งความต้องการนั้นไม่ไหว รมย์นลินดึงเจ้าส่วนแข็งขืนขึ้นมาภายใต้มุมอับที่มืดสลัวในส่วนของที่นั่งตรงนั้น เธอค่อยๆลุกขึ้น และเบี่ยงจีสตริงตัวเล็กไปมุมข้างขา จากนั้นเธอไม่รอช้า ลุกขึ้นนั่งคร่อมเจ้าส่วนแข็งขืนนั้นของภูผา และค่อยๆดันมันเข้าไปในร่องรักที่เปียกชื้นของตัวเอง เมื่อพร้อมแล้วร่างบางเริ่มโยกตัวช้าๆและบิดไปมาพร้อมกับภูผาที่สองมือกุมบั้นท้ายงอนงามด้วยความเสียวซ่านเกินที่ตัวเองจะต้านไหว "ฉันชอบ..อ๊ะส์ !! แบบนี้" เสียงกระเส่าปนเสียงพูดดังขึ้นข้างๆหูของภูผา "ถ้าชอบ ..ก็กระแทกแรงๆเลยครับ อ๊ะส์!" ภูผาพูดขึ้น พร้อมก้มลงดูดเลียสองเต้าที่มันแต่งตึงชูช่อให้เขาต้องจัดการ จากนั้นริมฝีปากของทั้งคู่ก็บดจูบกันอย่างเร่าร้อนและรุนเเรง โดยไม่สนใจเลยว่าจะมีคนเห็นหรือไม่ นาทีนี้ ความต้องการมันสุดโต่งแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ในมุมมืดมุมอัพของสถานบันเทิงแห่งนี้เต็มไปด้วยดนตรี และความรื่นเริงของคนมากหน้าหลายตา แต่ทว่ากลับมีชายหญิงกำลังร่วมรักกันอยู่ตรงนั้นอย่างถึงพริกถึงขิง แต่กระนั้นกลับไม่มีใครสังเกตุ เมื่อสุขสม ทั้งคู่ก็ลุกขึ้น เพราะความต้องการนั้นยังคงไม่อิ่มเอม และจับมือกันไปยังโรงแรมหรูเพื่อทำสิ่งที่ต้องการให้เสร็จสิ้น อีกครั้ง จบตอนที่1ร่างบางถูกซุกไซร้ไปทั่วด้วยริมฝีปากหนานุ่มของชายหนุ่มที่ดูเหมือนหื่นกระหาย รมย์นลินไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าเธอจะรักและคิดถึงภูผามากมายขนาดนี้ อาจจะจริงอยู่เธอผ่านเรื่องเลวร้ายมามากมาย แต่ความรู้สึกที่ภูผามอบให้มันแตกต่างอย่างสิ้นเชิง หน้าอกถูกกลืนกินด้วยริมฝีปากหนา เขาทั้งดอมดมและดูดกลืนอย่างมิรู้อิ่ม เธอได้แต่ร้องครวญครางเพราะความเสียวสะท้าน เป็นเวลานานแล้วเหมือนกัน ที่เธอแหละเขาไม่ได้ใช้ช่วงเวลาแบบนี้ด้วยกันเลย เพราะเรื่องราวที่ผ่านมา เสื้อผ้าถูกปลดเปลื้องออกทั้งหมดอย่างไม่ทันได้รู้ตัว ส่วนแข็งขืน ถูกสอดประสานเข้ามาทางร่างกายของเธอ จากนั้นมันก็รุกล้ำขยับขึ้นลงอย่างเป็นจังหวะจะโคน มีเพียงแค่เสียงครวญที่มาจากความเสียวสะท้านออกจากปากของหญิงสาว ริมฝีปากพัวพันรัดรึงกันอย่างหิวกระหาย ร่างบางพลิกขึ้นมานั่งคร่อมบนร่างของชายหนุ่ม และใช้โอกาสนี้ ทำรักกับเขาด้วยความคิดถึงและความรักอย่างลึกซึ้ง ความเสียวกระสันต์ซาบซึ้งเข้ามาในความรู้สึก เสียงร้องระงมลั่นไปทั่วทั้งห้องของเธอ บั้นท้ายงอนงามขย่มเร่งเร้าบนร่างของชายหนุ่มอย่างไม่กลัวเกรง เหมือนมีพลังขับเคลื่อนให้เธอขยับและส่ายไปมาจนฝ่ายชายรู้สึกเส
ในตอนเย็น รมย์นลินนั่งมองจอคอมพิวเตอร์ ในห้องพักของเธอ งานตอนนี้มันสุมรุมเร้าเธอมากมาย เธอต้องมาเสียหลักเพราะเรื่องเจ้านายบ้าบอนั่น ทำให้เธอเกือบจะต้องตกข้างทางไป อยู่ๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ก๊อกๆๆ ก๊อกๆๆๆ "มาแล้วๆ " เธอพูดพร้อมลุกขึ้นไปเปิดประตู เพราะคิดว่าเป็นแมงปอผู้ช่วยเธอ เพราะพึ่งนัดให้เอาเอกสารมาให้ เธอจะจึงไม่ได้ส่องดูแต่เมื่อประตูเปิดขึ้นรมย์นลินกลับเบิกตากว้าง เมื่อดอกกุหลาบช่อใหญ่ถูกยื่นมาต่อหน้า และคนที่อยู่ด้านหลังดอกกุหลาบนั้นก็เป็นใครเสียไม่ได้ คุณภูผา "เจ้านาย" รมย์นลินพูดขึ้น และจะปิดประตู แต่มือหนานุ่มของเขากลับจับประตูไว้ไม่ให้มันปิดลงไป เขาจะไม่มีวันเสียเธอไปอีก "กลับไปเถอะค่ะ ฉันคิดว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วอีกอย่างคุณหญิงรุจิราแม่ของคุณก็มาหาฉันถึงที่นี่" เธอกล่าวขึ้นด้วยเสียงเรียบๆ ทำให้คนที่รับฟังอย่างภูผารู้สึกหน้าชาขึ้นมาในทันที หัวใจของเขาสั่นสะท้านคุณแม่ของเขาก็คงไม่ยอมแล้ววันนั้นคุณแม่ทำไมพูดเหมือนให้เขามีกำลังใจ "ผมไปไหนไม่ได้ ถ้าไม่มีคุณ ลินเรากลับมาเป็นเหมือนเดิมเถอะ คุณก็รู้แล้วไม่ใช่หรือยังไงว่าผมกับชุตินินันท์ เราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว
เมื่อทุกอย่างถูกคลี่คลายไปแล้ว ภูผารู้สึกสบายใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก แม้ชุตินันท์จะน่าสงสาร แต่ตอนนี้เขาก็มีคุณหมออีวานที่เข้ามาดูแล เหลือแค่ตัวเขาต้องตามหัวใจของรมย์นลินกลับมาให้ได้ เขาเดินกลับไปขึ้นรถพร้อมกับมารดา ในรถเงียบสนิท ไม่มีใครพูดอะไร แต่แล้วคุณหญิงรุจิราก็พูดขึ้น "พายัยเลขาสาวสวยของแก ไปพบแม่ด้วยนะ" คุณหญิงรุจิราพูดขึ้นพร้อมกับใบหน้าเรียบนิ่ง "ผมจะพาเขาไปได้ยังไงล่ะครับคุณแม่ ในเมื่อเขาปฏิเสธผมไปแล้ว" ภูผาตอบแม่ออกไป "ผู้หญิงอะไร จะมีแฟนรวยทั้งทีไม่รู้จะผูกมัดไว้ โง่หรือบ้ากันแน่" คุณหญิงรุจิราพูดขึ้น แต่ภายในใจเธอกลับรู้สึกดี ผู้หญิงคนนี้ถึงจะแต่งตัวเปรี้ยวปรี๊ด ดูเหมือนหญิงยามราตรี แต่ถ้าเป็นผู้หญิงพวกนั้นจริงๆ คงจะเป็นปลิงเกาะลูกชายไม่รู้จะปล่อยมือ แต่นี่กลับถอยห่างไม่สนใจอะไรเลย ยึดหลักความถูกต้องจนเกินไป คุณหญิงรุจิราคิด "ถ้าครั้งนี้แกโง่อีก แกก็ไปกินหญ้าหน้าบ้านก็แล้วกันนะ" คุณหญิงรุจิราพูดขึ้น ทำเอาภูผาก้มหน้าลงและอมยิ้ม "หมายความว่าคุณแม่จะยอม..." "ใครว่าฉันยอมยะ.." บทสนทนาจบลงมีเพียงเสียงหัวเราะที่ดังขึ้นมาจากภูผา คุณแม่ก็เป็นคนแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรสินะ ตอน
"ชุ ผมอยากจะคุยเรื่องของเรา" ภูผาพูดขึ้น ชุตินันท์เงยหน้าขึ้นมองภูผานิ่ง ในสายตาของเขาตอนนี้ไม่มีเธออยู่แล้วจริงๆ ที่เขาทำดีกับเธอทุกวันนี้ ก็อาจจะเป็นเพราะถูกแม่ของเขาบังคับ และแค่เพียงสงสารเธอ ในใจเธอรู้ดีตลอดว่าภูผาจะพูดอะไรกับเธอ เพียงแค่ตอนนี้เธอยังไม่อยากรับฟัง "โอ้ยยย!" ชุตินันท์ร้องขึ้นมาอย่างเจ็บปวด และทรุดลงไปนั่งกับพื้น "ชุ คุณเป็นอะไร" ภูผาร้องเรียกและรีบเดินเข้าไปประคองชุตินันท์ในทันที "เจ็บมากเลยค่ะ " เธอได้แค่เพียงพูดออกมา "เดี๋ยวผมจะรีบเรียกรถพยาบาล" ภูผาพูดขึ้นดูท่าทางจะเป็นห่วง ... ในห้องพิเศษของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ภูผานั่งมองชุตินันท์ที่นอนหลับยังไม่รู้ว่าเธอจะลืมตาขึ้นมาเมื่อไหร่ เสียงประตูเปิดขึ้น คุณหญิงรุจิราเปิดประตูเข้ามา ภูผาได้แต่ยกมือบอกให้แม่ของตัวเองอย่าเสียงดัง เธอรีบเข้ามานั่งข้างๆภูผา "หนูชุเป็นยังไงบ้าง" คุณหญิงรุจิราถามลูกชายขึ้น "คุณหมอบอกว่าต้องเช็คอาการอย่างละเอียด " ภูผาตอบมารดาของตัวเองออกไปทางสายตามองไปยังคนที่นอนอยู่บนเตียง คุณหญิงรุจิราได้แต่ถอนหายใจและมองลูกชาย ที่เคยดื้อรั้นตอนนี้กลับดูเศร้าหมอง "ลูกรู้เหตุผลไหม ทำไมชุถึงทำแบบนั้น"





