LOGINห้องเสื้อLEETHING
เย็นของวันนี้ขณะที่ลี่ถิงกำลังง่วนอยู่กับแบบร่างเสื้อผ้าที่เธอเองต้องรับผิดชอบ หญิงสาวขะมักเขม้นอย่างตั้งใจ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผลงานชิ้นนี้จะช่วยกอบกู้ชื่อเสียงของเธอกลับมาได้เช่นกัน ระหว่างนั้นเองชิงชิงเด็กในร้านก็เดินเข้ามาพร้อมประโยครายงานที่ราบเรียบ "คุณลี่ถิงค่ะ มีคนมาขอพบค่ะ" "ใคร" "ไม่เคยเห็นมาก่อนค่ะ แต่ท่าทางดูดีหล่อด้วยค่ะ" ประโยครายงานของพนักงานในร้านทำเอาลี่ถิงย่นหัวคิ้วเข้าหากัน ปกติแล้วเธอไม่เคยมีแขกผู้ชายมาขอพบ หากจะมีก็มีแต่ผู้หญิงที่เป็นลูกค้าของทางร้าน เมื่อวางทุกอย่างที่ถืออยู่ไว้แล้ว ก็ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วแล้วมุ่งหน้าออกไปจากห้องส่วนตัว แต่ชายร่างสูงที่ยืนเด่นเป็นสง่าหันหลังให้เธออยู่นั้น เธอรู้ได้ทันทีว่าเป็นเขา หมอซาง "คุณมาทำอะไรที่นี่" ประโยคแรกของลี่ถิงทำเอาหมอซางที่ยืนหันหลังอยู่ต้องหันหน้ามามอง "นี่เป็นประโยคเด็ดของทางร้านงั้นเหรอ ปกติเขามีแต่ยินดีที่ลูกค้าเข้าร้าน" คำพูดที่แสนเย็นชาบวกกับใบหน้านิ่งสนิท ทำเอาลี่ถิงต้องยกมือมากอดอกตนเองไว้แน่น มองเขาด้วยความสงสัย "พ่อฉันบอกว่าให้มาตัดชุดวันงานหมั้น" "ตัดชุด?" ลี่ถิงถามย้ำอีกครั้ง เธอแปลกใจมากที่หมอซางเป็นคนเอ่ยเรื่องชุดงานหมั้นก่อน ทว่า "ไม่ต้องสงสัยหรอกนะ ที่ฉันยอมมาเพราะคำสั่งเท่านั้น" "อ้อ อย่างนั้นหรือคะ" ยังไม่ทันได้สนทนาต่อเสียงมือถือของเธอก็ดังขึ้น ทำให้ลี่ถิงหันไปมองที่ห้องส่วนตัว ก่อนที่เธอจะหมุนตัวเพื่อไปรับโทรศัพท์ปลายสาย โทรศัพท์ "ค่ะพ่อ" (หมอซางคงไปถึงห้องเสื้อแกแล้ว วัดขนาดตัวให้พี่ส่วนแกก็จัดการชุดตัวเองให้เรียบร้อย) "ทำไมดูรีบขนาดนั้นละคะ" (อีกสองอาทิตย์ ฉันจะจัดงานหมั้นให้แกกับหมอซาง) "อะไรนะคะ" ตื๊ดดดด ยังไม่ทันได้ตอบจางเอินก็ตัดสายลูกสาว ทำเอาจางลี่ถิงต้องลดมือถือลงมามองหน้าจอด้วยความฉงน หลังจากรับสายบิดาแล้วก็เดินกลับออกมาหาหมอซางที่ยืนรออยู่ ทว่าตอนนี้ใบหน้าของลี่ถิงบูดบึ้งเล็กน้อย เธอมองหน้าหมอซางแล้วพูดขึ้น "เชิญทางนี้ ฉันจะวัดตัวให้นาย" "เดี๋ยว เธออ่อนกว่าฉันจะมาใช้น้ำเสียงคำพูดตีตนแบบนี้ไม่ได้" "หมอซาง! " เขาเองก็รู้สึกว่าเมื่อก่อนคำพูดดูให้เกียรติลี่ถิงมาก และตอนนี้คงใช้คำพูดว่าเธอกับฉันน่าจะเหมาะกว่า ส่วนลี่ถิงสมควรเรียกแทนตัวเขามาหมอไม่ใช่นาย "ต่อไปก็เรียกฉันว่าหมอซางเหมือนคนอื่น ไม่ใช่นาย เพราะฉันกับเธอมันคนละรุ่น" พูดจบก็เดินสวนลี่ถิงไปทางห้องวัดตัว ปล่อยให้ลี่ถิงยืนจ้องมองตามไล่กว้างของเขาที่เดินลับตาไป หญิงสาวในชุดเดรสสีครีมเปิดไหล่เดินตามคุณหมอหนุ่มมาที่ห้องวัดตัว แต่ลี่ถิงไม่ใช่คนวัดขนาดตัวให้เขาหรอกนะ เธอสั่งเด็กในร้านถือสายวัดมาให้แล้วก็สั่งให้จัดการกับสัดส่วนของหมอ ทว่า "คุณลี่ถิงวัดเองได้ไหมคะ ปกติคุณก็เป็นคนวัดหนูกลัวว่ามันจะผิดพลาด" ลี่ถิงทำหน้าเจื่อนเพราะหมอดุร้ายหันมามองหน้าเธอ จริงอยู่ว่าเธอเป็นคนวัดมาตลอดแต่ที่ไม่ทำเพราะคนนี้เป็นคู่หมั้นที่เธอไม่อยากหมั้นต่างหาก "ก็ได้" เธอยอมดุร้ายอมมือรับสายวัด แล้วยื่นสมุดกับปากกาให้เด็กในร้านเป็นคนจด ระหว่างที่วัดรอบแขนทุกอย่างก็ปกติ แต่ช่วงที่วัดรอบอกนี่สิ ตึกตึกตึก เจ้ากรรมหัวใจไม่รักดีดันเต้นแรงจนแทบเสียอาการ เธอตัวเล็กกว่าหมอซางมากแค่ระดับหัวก็เท่าหน้าอกเขา ยิ่งไปกว่านั้นภายใต้เสื้อคอเต่ารัดรูปสีเข้มมันดูเหมือนว่าหน้าอกหมอจะกว้างมากบ่งบอกถึงสุขภาพที่แข็งแรงแถมมันยังรู้สึกแน่นไปด้วยมัดกล้าม "ทำไมหัวใจเธอเต้นแรงขนาดนั้น" ลี่ถิงชะงักแล้วดึงสายวัดออกทันที เธอถอยออกห่างจากตัวหมอซาง "หมอพูดเรื่องอะไร หัวใจฉันมันก็เต้นปกตินี่" "นั่นนะสินะ" ลี่ถิงยืนเม้มปากแน่นกลอกตาไปมองทางอื่น จนหมอซางเป็นคนพูดต่อ "วันนี้จะวัดเสร็จไหม ฉันมีธุระที่ต้องไป" "เสร็จสิ ก็แค่วัดตัวไม่มีอะไรมาก" "งั้นก็มาวัดเสียสิ เธอมัวยืนทำอะไร" ที่ต้องยืนเพราะมัวเก็บอาการอยู่ต่างหาก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรกันอยู่ ๆ มือก็เย็นเฉียบขึ้นมาเสียดื้อ ๆ จริงอยู่ว่าหมอซางเองก็หน้าตาดี แต่เขาไม่ใช่สเปกเธอลี่ถิงเธอพูดมาตลอด เวลาผ่านไปสักพัก ลี่ถิงเธอก็ทำหน้าที่ของเธอจนเสร็จ วัดสัดส่วนเสื้อที่ต้องตัดพร้อมทั้งกางเกงไปด้วยเช่นกัน "หมอรู้หรือเปล่าว่างานหมั้นของเราจะเกิดขึ้นอีกสองอาทิตย์" "รู้" เป็นคำตอบที่แสนสั้น จากนั้นหมอก็เดินไปหยิบเสื้อโคชตัวใหญ่มาสวมทับเสื้อคอเต่าอีกครั้ง "หมอรู้ แต่ทำไมฉันไม่รู้" "ฉันก็พึ่งรู้วันนี้ คงไม่มีอะไรแล้วใช่ไหม ฉันจะได้กลับ" "อ้อ ไม่มีแล้วเพราะหมอวัดตัวไปแล้ว" หมอซางหน้านิ่งได้ยินแบบนั้นก็รีบหันหลังออกจากร้าน ท่าทางของหมอไม่ได้ยินดีด้วยสักนิดแถมดูไม่สนใจเรื่องงานหมั้นด้วยซ้ำ "คุณลี่ถิง ผู้ชายคนนี้เป็นคู่หมั้นคุณหรือคะ เขาหล่อมากเลย" ลี่ถิงถอนหายใจรูปลักษณ์เธออาจจะดุร้ายเหมือนนางมารในละคร แต่มุมอ่อนไหวเธอก็ย่อมมี "คู่หมั้นงั้นเหรอ ดูท่าเขาไม่สนใจด้วยซ้ำมั้งจะหมั้นกันอยู่แล้วแต่ดูเขาตอนนี้สิ ไม่เห็นฉันอยู่ในสายตาสักนิด" เสียงถอนหายใจก่อนที่เธอจะยืนมือรับสัดส่วนที่พึ่งบอกเด็กในร้านจด ลี่ถิง กลับมาที่ห้องทำงานตัวเอง อีกสองอาทิตย์เธอจะหมั้นกับเขา ชุดที่ต้องใส่วันนั้นก็ต้องตัดด้วย อีกทั้งชุดราตรีแฟชั่นโชว์ก็ใกล้มาถึงคงเรียกว่าเป็นงานชนิดด่วนพิเศษก็ว่าได้ งานนี้ลี่ถิงคงปักหลักนอนเฝ้าร้านอีกนานวันแต่งงาน ต้องเรียกว่าผ่านเรื่องร้ายไปแล้วก็ต้องมีเรื่องดีงานมงคลกันบ้าง หมอซางจูงมือจางลี่ถิงเข้าประตูวิวาห์อย่างชื่นมื่น ท่ามกลางสักขีพยานมากมายที่เข้ามาร่วมงาน ส่วนคุณหลิวเขาไม่ได้มาแต่ส่งของขวัญชิ้นใหญ่มาให้เจ้าสาวกับเจ้าบ่าว นั้นก็คือตั๋วไปฮันนีมูนที่ฝรั่งเศสเมืองโรแมนติกทริปหนึ่งอาทิตย์เรียกว่าจัดเต็ม บรรยากาศในงานอบอวลไปด้วยความอบอุ่น แขกที่มาร่วมงานมากหน้าหลายตา เพราะทั้งสองตระกูลมีชื่อเสียง งานแต่งถูกเนรมิตดุจเทพนิยายเต็มไปด้วยดอกไม้หลากสี พร้อมทั้งแสงไฟที่ประดับประดาก็ยิ่งงามตาเป็นอย่างมาก เมื่อบ่าวสาวจูงมือกันเข้ามายังสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ ผู้คนที่เข้ามาร่วมงานต่างยกมือถือขึ้นมาเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก หมอซางโปรยยิ้มให้แขกที่มาร่วมงานด้วยความปลื้มปรีติไม่ต่างจากเจ้าสาวที่ยิ้มร่าส่งรอยยิ้มหวาน ๆ ให้แขกที่มาร่วมงานในวันนี้ ส่วนลี่เหมยมารดาของลี่ถิงตื้นตันจนอดกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว ไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องร้าย ๆ ผ่านไปจะเกิดเรื่องดี ๆ ขึ้นมาขนาดนี้ เปรียบดังฟ้าหลังฝนแท้ ๆ พิธีการเป็นไปตามขั้นตอนทุกอย่าง เจ้าบ่าวเจ้าสาวตัดเค้กกล่าวขอบคุณแขก หลังจากนั้นก็เป็นการเลี้ยงฉลองมงคล
จางลี่ถิงพยายามดิ้นเพราะเป็นห่วงหมอซางมาก ยิ่งเห็นเขาฟุบไปกองกับพื้นแบบนั้นน้ำตาเธอก็ไหลออกมาไม่ขาดสาย "ฮือออ" เธอพยายามจะตะเบ็งเสียงขอร้องฉีเกอให้หยุด แต่มันไม่อาจทำได้เพราะเธอถูกปิดปากด้วยผ้าอย่างแน่นหนา "เป็นอะไร ห่วงผัวเหรอไม่ต้องห่วงหรอกมันยังไม่ตายแค่สลบไปเท่านั้น ก็แค่ไม้ท่อนเดียวคงไม่ส่งมันไปลงนรกหรอกนะ" ลี่ถิงจ้องมองหน้าคนกระทำด้วยสายตาเกรี้ยวกราดเธอโมโหจนตัวสั่นอยากจะฉีกเลือดฉีกเนื้อฉีเกอออกมาเป็นชิ้น ๆ แต่ไม่สามารถทำได้ ส่วนฉีเกอที่เห็นอาการของลี่ถิงเขาก็สาวเท้ามาใกล้จากนั้นก็ดึงผ้าปิดปากเธอออก "ไอ้สารเลว" "ฮ่า ฮ่า ฮ่า ด่าไปก็เท่านั้นแหละ " ฉีเกอมองเรือนร่างของลี่ถิง คนที่นั่งติดกับเก้าอี้ ใบหน้าเธอผุดไปด้วยเหงื่อเรียวขาขาว ๆ มันชวนให้ฉีเกอนึกครึ้ม ยกมือไปลูบไล้อย่างหื่นกาม "แกจะทำอะไร" "คราวก่อนเธอโชคดีที่ไอ้หมอช่วย แทนที่จะเป็นฉันที่ได้ชมเรือนร่างเธอวันนั้นแต่มันดันเป็นคนได้ไป ฉันอยากรู้ละสิว่าเธอมีดีขนาดไหนหมอซางถึงได้ติดใจจนลืมไม่ลง" "ถอยไปนะ" ฉีเกอจับหัวไหล่ของลี่ถิงไว้แน่น พร้อมกับฝังจมูกลงไปที่ซอกคอของเธอพยายามจะขื่นใจลี่ถิง จนเธอต้องร้องเสียงหลง "กรี๊ด ปล่
รูปของลี่ถิงถูกส่งเข้ามือถือหมอซาง ในขณะที่เธอสลบแถมยังถูกมัดติดกับเก้าอี้อีก รูปนั้นทำให้หมอซางตกใจสุดขีดใบหน้าของหมอเข้มขึ้น และข้อความที่ส่งมามันยิ่งเพิ่มความโกรธให้หมอซางมากด้วย หากไม่อยากให้เมียแกตายละก็ เอาเงินสดมาให้ฉันสิบล้านบาท และที่สำคัญหากแกแจ้งตำรวจหรือบอกคนอื่นรับรองได้ว่าเมียแกจะเหลือแค่ซาก หมอซางขมวดคิ้วหนาไม่รู้ว่าคนร้ายเป็นใครเพราะรูปและข้อความที่ถูกพิมพ์ส่งมาเป็นมือถือของลี่ถิง นัยน์ตาของหมอซางตอนนี้มีแววเป็นกังวลปะปนไปด้วยความห่วง จริงอยู่ว่างานใช้กำลังเขาไม่สันทัดแถมไม่มีลูกน้องในมือเหมือนซูอันผู้เป็นพ่อ แต่ถ้าจะให้บอกว่าลี่ถิงถูกจับตัวไปละก็เรื่องราวอาจจะใหญ่โต ตระกูลจางอาจเคลื่อนไหวและนั้นอาจจะส่งผลให้จางลี่ถิงได้รับอันตราย สิ่งที่คิดได้ตอนนี้คือ เพื่อนของเขาตงฉิน หมอซางไม่รอช้าเดินทางไปหาตงฉินปรึกษาเรื่องที่เกิดขึ้น เมื่อเรื่องถึงหูตงฉินมีหรือว่าเขาจะไม่ช่วยเพราะหมอซางเองก็เป็นเพื่อนเขาเช่นกัน คำบัญชาของตงฉินก็ไม่ต่างจากตงหยางเท่าไรนัก ระดับเจ้าพ่อมาเฟียแล้วละก็แค่ตามหาคนที่หายไปก็ไม่ใช่เรื่องยาก และเมื่อกล้องวงจรปิดที่ลานจอดรถถูกตามสืบได้จากลูกน้องของตง
ทุกอย่างหยุดนิ่งหมอหลันและหมอซางหันมามองลี่ถิงที่ยืนถือของเต็มมือ หมอซางได้สติรีบผลักตัวหมอหลันให้ถอย "ลี่ถิง ซื้ออะไรมาเยอะแยะ" เชื่อไหมว่าสายตาลี่ถิงไม่ได้มองหมอซางแต่มองมาทางหมอหลัน เธอเลือกที่จะวางถุงของไว้บนโต๊ะภายในห้อง จากนั้นก็สาวเท้ายาว ๆ มาที่หมอหลันกระโปรงรัดรูปสีแดงสั้นเหนือเข่ามันพลิ้วตามแรงเหวี่ยงของการเดินแบบเยื้องย่าง "ไม่ทราบว่าห้องของหมอมู่หลันอยู่ที่นี่หรือคะ" "เปล่า ฉันก็แค่เข้ามาหาพี่ซาง" "พี่ซางเหรอ?....." คำพูดดูสนิทสนมจนลี่ถิงต้องเหวี่ยงสายตาร้ายกาจมาที่หมอซาง จากนั้นก็สาวเท้ามาหาคู่หมั้นตัวเองยกนิ้วขึ้นไปเกลี่ยที่ใบหน้าหมอซางจนเขาต้องกลื่นน้ำลายเฮือกใหญ่ "หมอซางไหนบอกฉันมาสิว่า หมอหลันเธอเข้ามาทำอะไรห้องคุณ" "ไม่มีอะไรเธอแค่เข้ามาถามเรื่องของเราเท่านั้น" "เรื่องของเรา...เหรอคะ" น้ำเสียงของเธอเยือกเย็นจนน่าขนลุก หลังจากเล่นกับใบหน้าหล่อแล้วก็หันกลับมามองหมอหลัน ที่ยืนตัวสั้นเพราะการกระทำเมื่อครู่มันทำให้เธอไม่พอใจ "หมอหลันเรื่องของฉันกับหมอซางคนนอกไม่น่าจะเกี่ยว สิ่งที่คุณทำเมื่อครู่ฉันเคยผ่านมันมาก่อนอย่าคิดแย่งคนที่เขามีเจ้าของเลยค่ะ มันไม่สนุกแน่และอ
ผ่านการอบรมไปได้ด้วยดี หมอซางพาตัวของลี่ถิงกลับมาที่บ้านตระกูลจางเพื่อทำการขอโทษที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น "ผมต้องขอโทษอาทั้งสองที่ทำอะไรไปโดยภาระการ ไม่ได้แจ้งก่อนล่วงหน้า" "ไม่เป็นไรหรอกกลับมาปลอดภัยอาก็หายห่วง" "ส่วนเรื่องงานแต่ง ผมจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุดแล้วกัน" "หมอซาง" ลี่ถิงหันมาทางหมอซางที่นั่งอยู่ข้าง ๆ แล้วเปล่งน้ำเสียงเอ่ยเรียกชื่อเขาเบา ๆ หมอซางยิ้มออกมาน้อย ๆ รอยยิ้มผุดขึ้นประดับใบหน้าแล้วหันไปพูดกับจางเอินด้วยน้ำเสียงสุภาพ "เรื่องทุกอย่างผมพร้อมรับผิดชอบ คุณอาวางใจได้ผมจะไม่ทำให้ขายหน้า" "ดีแล้ว หากหมอให้คำมั่นแบบนั้นทางเราก็หายห่วง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเรากลัวว่าจะไปทำให้หมอต้องเดือดร้อน" ก่อนหน้านั้นอาจจะเป็นเรื่องจริงเพราะหมอไม่ได้มีความรู้สึกกับลี่ถิงมากมายขนาดนี้ หมอยิ้มอีกครั้งแต่ก็นิ่งไม่ได้พูดต่อ จนกระทั่งลี่เหมยแม่ของเธอแทรกขึ้น "ขอบคุณหมอมากที่ไม่รังเกียจลูกสาวเรา" จะให้รังเกียจได้อย่างไรกันก็หมอชิมแล้วดันถูกใจจนต้องเร่งการแต่งงานครั้งนี้ ส่วนลี่ถิงเธอนั่งนิ่งก้มหน้าราวกับคนละคน หลังจากที่ไปส่งลี่ถิงที่บ้านพร้อมกับคุยเรื่องงานแต่งกับผู้ใหญ่ทั้
หมอซางเป็นวิทยากรอบรมคณะแพทย์แถบชนบท วินาทีนี่ต้องยกให้เขาเลยก็ว่าได้ ก็เขาทั้งหล่อเท่ในคราวเดียว ส่วนลี่ถิงตั้งแต่หมอซางเอาเธอมาด้วยก็หมอก็พกติดตัวตลอดแม้กระทั่งตัวเองมาอบรมยังอุตส่าห์เอาเธอมานั่งฟังบรรยาย แม้ลี่ถิงจะไม่ได้มีความรู้ทางการแพทย์แต่ที่เธอนั่งฟังและนั่งมองคือคนที่ยืนพูดอย่างสง่าผ่าเผยบนเวทีต่างหาก "หมอซางนายก็ดูเท่ไม่น้อยนะ" เธอนั่งเท้าคางฟังอย่างตั้งใจพร้อมรอยยิ้มแสนหวานที่ส่งไปให้คนที่ยืนบรรยายอยู่บนนั้น ส่วนหมอซางก็กวาดสายตาไปมองรอบห้องแต่ก็ต้องมาสะดุดกับรอยยิ้มพิมพ์ใจของสาวหน้าผ่องที่มีสถานะเป็นคู่หมั้นหมอ หลังจากที่บรรยายในรอบเช้าเสร็จเรียบร้อย หมอซางก็เดินมาหาลี่ถิงที่โต๊ะ "ฉันเห็นนะว่าเธอยิ้มให้ฉัน" "ก็แค่ยิ้ม" "แน่ใจ?" "หรือหมอต้องการอะไรมากกว่านั้นเหรอคะ" หมอซางเลิกคิ้ว ก่อนที่ใบหน้าคมจะโน้มลงมาที่ข้างหู "สิ่งที่ต้องการย่อมมีแต่คงต้องรอคืนนี้" เมื่อเขาผละใบหน้าออกมายิ้มเจ้าเล่ห์ สีหน้าของลี่ถิงก็เปลี่ยนสองพวงแก้มเห่อร้อนขึ้นแถมใบหูของเธอก็ยังแดงขึ้นอีกต่างหาก แค่คิดว่าส่วนนั้นมันเข้าไปอยู่ในตัวเธอท้องน้อย ๆ ก็ปั่นป่วนซะแล้ว วินาทีที่เสหลบสายตาหมอ เสียงม
"หมอซางนั่นคู่หมั้นนายหรือเปล่า" หนึ่งในเพื่อนหมอทักขึ้นเมื่อเห็นร่างอรชรในชุดเกาะอกสีแดงกำลังนั่งดื่มกับเพื่อนของเธอ ทำเอาหมอซางต้องหันมามองจากนั้นก็หลบสายตาไป เหมือนกับว่าหมอไม่ได้เห็นความสำคัญเธออยู่แล้ว"นายจะไม่เข้าไปทักเธอหน่อยเหรอ""คงไม่จำเป็น อีกอย่างเธอก็มากับเพื่อน" ช่างเป็นคู่หมั้นที่ไม
ไม่เสียแรงที่หมอซางได้พยายามทำงานวิจัยเกี่ยวกับอาการผู้ป่วยที่วินิจฉัยโรคไม่ได้จนได้รับคัดเลือกไปฝึกอบรมยังโรงพยาบาลต่างอำเภอต้องเรียกว่าแหล่งชนบทเป็นระยะเวลาหนึ่งอาทิตย์ แต่การไปครั้งนี้หมอไม่ได้ไปคนเดียวทางโรงพยาบาลยังส่งหมอมู่หลันไปกับหมอซางด้วย ทำให้เรื่องนี้ถึงหูลี่ถิงในฐานะคู่หมั้นในขณะที่ร่
#งานหมั้นไม่คิดเลยว่าเวลาจะเดินทางมาเร็วขนาดนี้ เพียงสองอาทิตย์ที่ลี่ถิงได้ทำงานที่ตัวเองรักเกือบเสร็จและยังทำการตัดเสื้อผ้าตัวเองและเสื้อผ้าหมอซาง เพื่อที่ใช้ในพิธีหมั้นจนเสร็จบรรยากาศในงานเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ระดับสองตระกูลดังเกี่ยวดองทั้งที มีหรือจะไม่ใหญ่โตจางลี่ถิงสวมชุดกี่เผ่าสีแดงม้วนผมป
วันถัดมาก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูห้องส่วนตัวของหมอซางรัวสนั่น ดูเหมือนว่าคนที่ยืนเคาะอยู่ข้างนอกกำลังร้อนรุ่มใจ จนคุณหมอหนุ่มหน้าเข้มต้องช้อนสายตาขึ้นมาที่ประตูห้องแล้วเอ่ยอนุญาต"เข้ามา"เสียงสนรองเท้ากระแทกลงที่พื้นบ่งบอกว่าคนที่กำลังมุ่งหน้าเข้ามานั้นเร่งรีบขนาดไหน"พี่ซาง พี่คิดอะไรอยู่ ทำ







