LOGIN#งานหมั้น
ไม่คิดเลยว่าเวลาจะเดินทางมาเร็วขนาดนี้ เพียงสองอาทิตย์ที่ลี่ถิงได้ทำงานที่ตัวเองรักเกือบเสร็จและยังทำการตัดเสื้อผ้าตัวเองและเสื้อผ้าหมอซาง เพื่อที่ใช้ในพิธีหมั้นจนเสร็จ บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ระดับสองตระกูลดังเกี่ยวดองทั้งที มีหรือจะไม่ใหญ่โต จางลี่ถิงสวมชุดกี่เผ่าสีแดงม้วนผมปักเครื่องประดับด้วยมุข แม้จะดูเรียบแต่เธอก็ยังสวยสง่าดั่งนางพญาก็ว่าได้ ปากที่แดงเข้ากับชุดบวกกับผิวที่ขาวดุจไข่มุกมันยิ่งส่งเสริมกันไม่น้อย ส่วนหมอซางเขาเองก็อยู่ในชุดกึ่งสมัยนิยมสวมเสื้อสูทสีอ่อนดูหล่อสง่าเช่นกัน ทั้งคู่ยกน้ำชาตามประเพณีมีสวมแหวนเพชรเม็ดงาม แต่เชื่อเถอะว่าคู่บ่าวสาวคู่นี้ไม่มีแม้รอยยิ้มใด ๆ หากจะบอกว่าเขาทั้งสองไม่เคยสร้างความหวานใด ๆ เหมือนคู่อื่นก็น่าจะถูก มีแต่รอเวลาที่จะหมั้นให้เสร็จ ๆ ไปก็เท่านั้นเอง "นี่ยายแจ๋น งานหมั้นพี่ชายทั้งทีทำไมไม่ยิ้มหน่อยละ" คนที่ถือแก้วไวน์เดินเข้ามาคุยกับซูซ่านก็คือตงฉิน แน่นอนว่าเขาได้รับเชิญในนามตระกูลกู้ ส่วนตงหยางคงไม่ต้องบอกแม้เชิญเขาก็ไม่มา อีกอย่างตระกูลซูก็รู้ดีว่าระหว่างตระกูลจางกับตงหยางมีปัญหากันอยู่ "จะให้ฉันยิ้มได้ยังไง คนที่ยืนหน้าแป้นอยู่ตรงนั้น คือคนที่เคยคิดแย่งสามีเหยียนเหยียน มิหนำซ้ำเธอยังมาเป็นพี่สะใภ้ฉันอีก" "เอาน่า บางทีลี่ถิงเธออาจจะปรับปรุงตัวแล้วก็ได้" "คนพรรค์นั้นนะหรือจะปรับปรุงตัว ฉันว่าเธอมันก็แค่งูพิษมากกว่าหากไม่ใช่ว่าพ่อสามารถสนับสนุนพวกเขาได้มีหรือจะลดตัวลงมา" มันก็คงจะจริงอย่างที่ซูซ่านบอก ก่อนหน้าระดับความอู่ฟู่ของตระกูลจางก็เท่า ๆ กับตระกูลซู แต่เพราะเจอดักแข็งดักขาทางธุรกิจหุ่นบริษัทดิ่งก็เลยต้องบากหน้ามาเร่ขายลูกสาว หลังจากเสร็จสิ้นพิธีแล้ว จางลี่ถิงกับหมอซางก็เดินขอบคุณแขกที่มาร่วมงาน แม้ว่าวันนี้จะเป็นงานหมั้นแต่คาดว่าอีกไม่นานงานแต่งก็ต้องตามมาแน่นอน "หมอซาง ยินดีด้วยนะ" คนที่เดินเข้ามาคือตงฉินแม้ว่าเขาเองจะรู้ดีว่าเพื่อนไม่เต็มใจเท่าไรนัก แต่ก็ต้องแสดงความยินดีตามมารยาทที่ควรจะเป็น หมอซางไม่รับคำ แต่ยิ้มออกมาเล็กน้อยไม่อยากให้บรรยากาศเริ่มกร่อย ส่วนจางลี่ถิงเธอปลีกตัวออกไปหาเพื่อน เพราะหนิงเอ๋อและห่าวอี้ก็มาร่วมยินดีด้วย "อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ วันนี้เป็นวันดีของนายนะ" "วันดีงั้นเหรอ น่าจะเรียกว่าวันสิ้นโลกมากกว่า" ดูเหมือนทั้งคู่จะพูดหยอกล้อกัน ระหว่างนั้นหมอมู่หลันก็เดินเข้ามาสมทบ พร้อมคำกล่าวยินดีที่เจ็บปวด "หมอซางยินดีด้วยนะคะ" เธอยินดีก็จริงแต่แววตามันเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง เธอรู้จักหมอซางมาก็หลายปีไม่เคยเห็นหมอซางมีคนรักสักครั้งแต่อยู่ ๆ ก็ดันมีคู่หมั้น เธอที่หวังในใจว่าจะเป็นผู้ครอบครองหัวใจหมอ เลยทำเอาใจเสียไม่น้อย หลังจากเสร็จพิธีการต่าง ๆ แขกในงานต่างทยอยกลับ หมอซางเองก็มีงานที่จะต้องไปจัดการ ฉะนั้นเขาไม่มีเวลาที่จะมาเล่นบทคนรักกับลี่ถิงต่อแน่นอน "ที่โรงพยาบาลท่าทางจะยุ่งผมขอตัวกลับก่อนแล้วกัน" "อะไรกัน วันนี้เป็นวันมงคลแกกับลี่ถิงก็หมั้นหมายกันแล้วอย่างน้อย ๆ น่าจะไปไหว้บรรพบุรุษเพื่อความมั่งคงบ้างเขาจะได้คุ้มครองแกสองคน" "ผมว่าไม่จำเป็นหรอกพ่อ แค่หมั้นกันไม่รู้ว่าบรรพบุรุษที่พ่อว่าเขาจะยินดีด้วยหรือเปล่า" คำพูดของหมอทำให้ตระกูลจางถึงขั้นหน้าเสีย จนซูอันผู้เป็นพ่อต้องตะเบ็งเสียงห้ามปรามลูกชาย "แกพูดอะไรให้เกียรติว่าที่พ่อตาแกหน่อย" หมอซางยกยิ้มก่อนที่เขาจะพูดขึ้นอีก "ผมขอกลับโรงพยาบาลนะครับหมดธุระของผมแล้ว" หมอเดินจากไปอย่างไม่ใยดี ปล่อยให้ลี่เหมยและจางเอินมองตามพร้อมหลับตาปริบ ๆ แม้จะแอบเคืองว่าที่ลูกเขยที่ดูยิ่งยโสแต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้ ส่วนจางลี่ถิงเธอยืนมองเขาอยู่ไกล ๆ กับหนิงเอ๋อเพื่อนรัก "ถิงถิง เธอจะปล่อยให้มันเป็นแบบนี้เหรอ เธอจะยอมแต่งกับคนที่ไม่เห็นเธออยู่ในสายตาจริงเหรอ" "ไม่มีทาง หมอซางเขาเกลียดฉันเข้าไส้ หากจะปล่อยให้งานแต่งเกิดขึ้นก็ไม่มีความสุขอยู่ดี" "แล้วเธอจะทำยังไงต่อ" "ฉันต้องทำให้ชื่อเสียงกลับมาให้ได้ ส่วนบริษัทหากมีคนที่ร่วมลงทุนเงินหนากว่าเขางานแต่งไม่มีวันเกิดขึ้นแน่นอน" หมอซางเดินทางกลับมาที่โรงพยาบาลเพราะต้องการทำเอกสารด้านงานวิจัยโรค ความตั้งใจของหมอคือค้นคว้าเกี่ยวกับโรคที่พึ่งเกิดขึ้นใหม่ ครืด ครืด (เสียงโทรศัพท์) มือหนาเอื้อมไปหยิบมือถือที่วางอยู่ข้าง ๆ ลำตัวก่อนที่เขาจะกดรับอย่างใจเย็น "สวัสดีครับ" (พี่ซาง ฉันซิงเหยียนนะคะ) "เหยียนเหยียน เป็นยังไงบ้างสบายดีหรือเปล่า" (สบายดีค่ะ พี่หยางดูแลฉันเป็นอย่างดี จริงสิวันนี้งานมงคลของพี่ฉันยินดีด้วยนะคะ) "เธอก็รู้ว่าพี่หมั้นเพราะอะไร" (ฉันขอโทษแทนพี่หยางด้วยที่ทำให้พี่เดือดร้อน จางลี่ถิงเธอคงสำนึกผิดแล้วล่ะ ดีไม่ดีเธออาจจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อพี่ก็ได้) "อย่าพูดเลยดีกว่า ว่าแต่โทรมาหาพี่สามีเธอไม่หวงหรือไง" (พี่หยางเปลี่ยนไปมาก เขาไม่คิดเล็กคิดน้อยแล้วค่ะ) "ดีแล้วละ ส่วนเรื่องของพี่ไม่ต้องห่วงหรอกลี่ถิงเธอกับพี่แค่หมั้นกันในนามพยุงธุรกิจเธอเท่านั้น" (หรือคะ แต่ที่ได้ยินมาฝั่งนั้นเขาจะให้ลูกสาวตั้งกับพี่ไม่ใช่หรือไง) "กว่าจะถึงวันแต่งทุกอย่างคงลงตัว เราคุยกันแล้วหากบริษัทเธอรอดวิกฤตพี่จะถอนหมั้น" (งั้นฉันไม่รบกวนพี่แล้ว) "พักผ่อนให้เยอะ ๆ ละ" (ค่ะ)วันแต่งงาน ต้องเรียกว่าผ่านเรื่องร้ายไปแล้วก็ต้องมีเรื่องดีงานมงคลกันบ้าง หมอซางจูงมือจางลี่ถิงเข้าประตูวิวาห์อย่างชื่นมื่น ท่ามกลางสักขีพยานมากมายที่เข้ามาร่วมงาน ส่วนคุณหลิวเขาไม่ได้มาแต่ส่งของขวัญชิ้นใหญ่มาให้เจ้าสาวกับเจ้าบ่าว นั้นก็คือตั๋วไปฮันนีมูนที่ฝรั่งเศสเมืองโรแมนติกทริปหนึ่งอาทิตย์เรียกว่าจัดเต็ม บรรยากาศในงานอบอวลไปด้วยความอบอุ่น แขกที่มาร่วมงานมากหน้าหลายตา เพราะทั้งสองตระกูลมีชื่อเสียง งานแต่งถูกเนรมิตดุจเทพนิยายเต็มไปด้วยดอกไม้หลากสี พร้อมทั้งแสงไฟที่ประดับประดาก็ยิ่งงามตาเป็นอย่างมาก เมื่อบ่าวสาวจูงมือกันเข้ามายังสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ ผู้คนที่เข้ามาร่วมงานต่างยกมือถือขึ้นมาเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก หมอซางโปรยยิ้มให้แขกที่มาร่วมงานด้วยความปลื้มปรีติไม่ต่างจากเจ้าสาวที่ยิ้มร่าส่งรอยยิ้มหวาน ๆ ให้แขกที่มาร่วมงานในวันนี้ ส่วนลี่เหมยมารดาของลี่ถิงตื้นตันจนอดกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว ไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องร้าย ๆ ผ่านไปจะเกิดเรื่องดี ๆ ขึ้นมาขนาดนี้ เปรียบดังฟ้าหลังฝนแท้ ๆ พิธีการเป็นไปตามขั้นตอนทุกอย่าง เจ้าบ่าวเจ้าสาวตัดเค้กกล่าวขอบคุณแขก หลังจากนั้นก็เป็นการเลี้ยงฉลองมงคล
จางลี่ถิงพยายามดิ้นเพราะเป็นห่วงหมอซางมาก ยิ่งเห็นเขาฟุบไปกองกับพื้นแบบนั้นน้ำตาเธอก็ไหลออกมาไม่ขาดสาย "ฮือออ" เธอพยายามจะตะเบ็งเสียงขอร้องฉีเกอให้หยุด แต่มันไม่อาจทำได้เพราะเธอถูกปิดปากด้วยผ้าอย่างแน่นหนา "เป็นอะไร ห่วงผัวเหรอไม่ต้องห่วงหรอกมันยังไม่ตายแค่สลบไปเท่านั้น ก็แค่ไม้ท่อนเดียวคงไม่ส่งมันไปลงนรกหรอกนะ" ลี่ถิงจ้องมองหน้าคนกระทำด้วยสายตาเกรี้ยวกราดเธอโมโหจนตัวสั่นอยากจะฉีกเลือดฉีกเนื้อฉีเกอออกมาเป็นชิ้น ๆ แต่ไม่สามารถทำได้ ส่วนฉีเกอที่เห็นอาการของลี่ถิงเขาก็สาวเท้ามาใกล้จากนั้นก็ดึงผ้าปิดปากเธอออก "ไอ้สารเลว" "ฮ่า ฮ่า ฮ่า ด่าไปก็เท่านั้นแหละ " ฉีเกอมองเรือนร่างของลี่ถิง คนที่นั่งติดกับเก้าอี้ ใบหน้าเธอผุดไปด้วยเหงื่อเรียวขาขาว ๆ มันชวนให้ฉีเกอนึกครึ้ม ยกมือไปลูบไล้อย่างหื่นกาม "แกจะทำอะไร" "คราวก่อนเธอโชคดีที่ไอ้หมอช่วย แทนที่จะเป็นฉันที่ได้ชมเรือนร่างเธอวันนั้นแต่มันดันเป็นคนได้ไป ฉันอยากรู้ละสิว่าเธอมีดีขนาดไหนหมอซางถึงได้ติดใจจนลืมไม่ลง" "ถอยไปนะ" ฉีเกอจับหัวไหล่ของลี่ถิงไว้แน่น พร้อมกับฝังจมูกลงไปที่ซอกคอของเธอพยายามจะขื่นใจลี่ถิง จนเธอต้องร้องเสียงหลง "กรี๊ด ปล่
รูปของลี่ถิงถูกส่งเข้ามือถือหมอซาง ในขณะที่เธอสลบแถมยังถูกมัดติดกับเก้าอี้อีก รูปนั้นทำให้หมอซางตกใจสุดขีดใบหน้าของหมอเข้มขึ้น และข้อความที่ส่งมามันยิ่งเพิ่มความโกรธให้หมอซางมากด้วย หากไม่อยากให้เมียแกตายละก็ เอาเงินสดมาให้ฉันสิบล้านบาท และที่สำคัญหากแกแจ้งตำรวจหรือบอกคนอื่นรับรองได้ว่าเมียแกจะเหลือแค่ซาก หมอซางขมวดคิ้วหนาไม่รู้ว่าคนร้ายเป็นใครเพราะรูปและข้อความที่ถูกพิมพ์ส่งมาเป็นมือถือของลี่ถิง นัยน์ตาของหมอซางตอนนี้มีแววเป็นกังวลปะปนไปด้วยความห่วง จริงอยู่ว่างานใช้กำลังเขาไม่สันทัดแถมไม่มีลูกน้องในมือเหมือนซูอันผู้เป็นพ่อ แต่ถ้าจะให้บอกว่าลี่ถิงถูกจับตัวไปละก็เรื่องราวอาจจะใหญ่โต ตระกูลจางอาจเคลื่อนไหวและนั้นอาจจะส่งผลให้จางลี่ถิงได้รับอันตราย สิ่งที่คิดได้ตอนนี้คือ เพื่อนของเขาตงฉิน หมอซางไม่รอช้าเดินทางไปหาตงฉินปรึกษาเรื่องที่เกิดขึ้น เมื่อเรื่องถึงหูตงฉินมีหรือว่าเขาจะไม่ช่วยเพราะหมอซางเองก็เป็นเพื่อนเขาเช่นกัน คำบัญชาของตงฉินก็ไม่ต่างจากตงหยางเท่าไรนัก ระดับเจ้าพ่อมาเฟียแล้วละก็แค่ตามหาคนที่หายไปก็ไม่ใช่เรื่องยาก และเมื่อกล้องวงจรปิดที่ลานจอดรถถูกตามสืบได้จากลูกน้องของตง
ทุกอย่างหยุดนิ่งหมอหลันและหมอซางหันมามองลี่ถิงที่ยืนถือของเต็มมือ หมอซางได้สติรีบผลักตัวหมอหลันให้ถอย "ลี่ถิง ซื้ออะไรมาเยอะแยะ" เชื่อไหมว่าสายตาลี่ถิงไม่ได้มองหมอซางแต่มองมาทางหมอหลัน เธอเลือกที่จะวางถุงของไว้บนโต๊ะภายในห้อง จากนั้นก็สาวเท้ายาว ๆ มาที่หมอหลันกระโปรงรัดรูปสีแดงสั้นเหนือเข่ามันพลิ้วตามแรงเหวี่ยงของการเดินแบบเยื้องย่าง "ไม่ทราบว่าห้องของหมอมู่หลันอยู่ที่นี่หรือคะ" "เปล่า ฉันก็แค่เข้ามาหาพี่ซาง" "พี่ซางเหรอ?....." คำพูดดูสนิทสนมจนลี่ถิงต้องเหวี่ยงสายตาร้ายกาจมาที่หมอซาง จากนั้นก็สาวเท้ามาหาคู่หมั้นตัวเองยกนิ้วขึ้นไปเกลี่ยที่ใบหน้าหมอซางจนเขาต้องกลื่นน้ำลายเฮือกใหญ่ "หมอซางไหนบอกฉันมาสิว่า หมอหลันเธอเข้ามาทำอะไรห้องคุณ" "ไม่มีอะไรเธอแค่เข้ามาถามเรื่องของเราเท่านั้น" "เรื่องของเรา...เหรอคะ" น้ำเสียงของเธอเยือกเย็นจนน่าขนลุก หลังจากเล่นกับใบหน้าหล่อแล้วก็หันกลับมามองหมอหลัน ที่ยืนตัวสั้นเพราะการกระทำเมื่อครู่มันทำให้เธอไม่พอใจ "หมอหลันเรื่องของฉันกับหมอซางคนนอกไม่น่าจะเกี่ยว สิ่งที่คุณทำเมื่อครู่ฉันเคยผ่านมันมาก่อนอย่าคิดแย่งคนที่เขามีเจ้าของเลยค่ะ มันไม่สนุกแน่และอ
ผ่านการอบรมไปได้ด้วยดี หมอซางพาตัวของลี่ถิงกลับมาที่บ้านตระกูลจางเพื่อทำการขอโทษที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น "ผมต้องขอโทษอาทั้งสองที่ทำอะไรไปโดยภาระการ ไม่ได้แจ้งก่อนล่วงหน้า" "ไม่เป็นไรหรอกกลับมาปลอดภัยอาก็หายห่วง" "ส่วนเรื่องงานแต่ง ผมจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุดแล้วกัน" "หมอซาง" ลี่ถิงหันมาทางหมอซางที่นั่งอยู่ข้าง ๆ แล้วเปล่งน้ำเสียงเอ่ยเรียกชื่อเขาเบา ๆ หมอซางยิ้มออกมาน้อย ๆ รอยยิ้มผุดขึ้นประดับใบหน้าแล้วหันไปพูดกับจางเอินด้วยน้ำเสียงสุภาพ "เรื่องทุกอย่างผมพร้อมรับผิดชอบ คุณอาวางใจได้ผมจะไม่ทำให้ขายหน้า" "ดีแล้ว หากหมอให้คำมั่นแบบนั้นทางเราก็หายห่วง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเรากลัวว่าจะไปทำให้หมอต้องเดือดร้อน" ก่อนหน้านั้นอาจจะเป็นเรื่องจริงเพราะหมอไม่ได้มีความรู้สึกกับลี่ถิงมากมายขนาดนี้ หมอยิ้มอีกครั้งแต่ก็นิ่งไม่ได้พูดต่อ จนกระทั่งลี่เหมยแม่ของเธอแทรกขึ้น "ขอบคุณหมอมากที่ไม่รังเกียจลูกสาวเรา" จะให้รังเกียจได้อย่างไรกันก็หมอชิมแล้วดันถูกใจจนต้องเร่งการแต่งงานครั้งนี้ ส่วนลี่ถิงเธอนั่งนิ่งก้มหน้าราวกับคนละคน หลังจากที่ไปส่งลี่ถิงที่บ้านพร้อมกับคุยเรื่องงานแต่งกับผู้ใหญ่ทั้
หมอซางเป็นวิทยากรอบรมคณะแพทย์แถบชนบท วินาทีนี่ต้องยกให้เขาเลยก็ว่าได้ ก็เขาทั้งหล่อเท่ในคราวเดียว ส่วนลี่ถิงตั้งแต่หมอซางเอาเธอมาด้วยก็หมอก็พกติดตัวตลอดแม้กระทั่งตัวเองมาอบรมยังอุตส่าห์เอาเธอมานั่งฟังบรรยาย แม้ลี่ถิงจะไม่ได้มีความรู้ทางการแพทย์แต่ที่เธอนั่งฟังและนั่งมองคือคนที่ยืนพูดอย่างสง่าผ่าเผยบนเวทีต่างหาก "หมอซางนายก็ดูเท่ไม่น้อยนะ" เธอนั่งเท้าคางฟังอย่างตั้งใจพร้อมรอยยิ้มแสนหวานที่ส่งไปให้คนที่ยืนบรรยายอยู่บนนั้น ส่วนหมอซางก็กวาดสายตาไปมองรอบห้องแต่ก็ต้องมาสะดุดกับรอยยิ้มพิมพ์ใจของสาวหน้าผ่องที่มีสถานะเป็นคู่หมั้นหมอ หลังจากที่บรรยายในรอบเช้าเสร็จเรียบร้อย หมอซางก็เดินมาหาลี่ถิงที่โต๊ะ "ฉันเห็นนะว่าเธอยิ้มให้ฉัน" "ก็แค่ยิ้ม" "แน่ใจ?" "หรือหมอต้องการอะไรมากกว่านั้นเหรอคะ" หมอซางเลิกคิ้ว ก่อนที่ใบหน้าคมจะโน้มลงมาที่ข้างหู "สิ่งที่ต้องการย่อมมีแต่คงต้องรอคืนนี้" เมื่อเขาผละใบหน้าออกมายิ้มเจ้าเล่ห์ สีหน้าของลี่ถิงก็เปลี่ยนสองพวงแก้มเห่อร้อนขึ้นแถมใบหูของเธอก็ยังแดงขึ้นอีกต่างหาก แค่คิดว่าส่วนนั้นมันเข้าไปอยู่ในตัวเธอท้องน้อย ๆ ก็ปั่นป่วนซะแล้ว วินาทีที่เสหลบสายตาหมอ เสียงม
จางลี่ถิงเดินมาทางโต๊ะของหมอซาง มาถึงก็หยุดเท้านิ่งอีกมือก็จับมือของหนิงเอ๋อไว้แน่น"คุณหมอมาทานข้าวหรือคะ" เธอยิ้มออกมาจนเห็นฟันขาว ส่วนหมอซางก็ช้อนสายตาขึ้นมามอง เมื่อเห็นใบหน้าสีขาวปากแดงระเรื่อแล้วหมอก็พับเมนูอาหารก่อนจะวางมันไว้ตรงหน้าแล้วพูดขึ้น"ก็เห็นนี่ว่ามาทานอาหาร หรือเธอเห็นเป็นอย่างอื่
ปึก บรึ้น"ไอ้หมอบ้า หากจะไม่ไปส่งถึงบ้านทำไมไม่บอกแต่ครั้งแรกเล่า" โทสะมีมากจนเธอต้องโพล่งเสียงตามหลังรถของเขา ลี่ถิงยืนหันหน้าหันหลังหากจะโทรไปหาพ่อก็น่าจะเกิดปัญหาแน่ เธอตัดสินใจเรียกแท็กซี่ให้ไปส่งที่บ้านแทนหมอซางกลับมาที่โรงพยาบาลใบหน้าของหมอค่อนข้างเครียดเพราะรายงานที่ต้องสรุปการส่งนั้นเกิด
คฤหาสน์ตระกูลซูบรรยากาศบนโต๊ะอาหารตอนนี้ปกคลุมไปด้วยความอึดอัดของคุณหนูหน้าขาวเรียวปากแดง เพราะสายตาคมเข้มที่นั่งตรงข้ามเธอเอาแต่งจ้องมองด้วยความไม่ชอบใจ"เอาละที่เชิญพวกคุณมาทานข้าวมื้อนี้เพราะทางเราเองก็เห็นสมควรแก่เรื่องที่จางเอินเข้ามาคุยเมื่อหลายวันก่อน"บรรยากาศคล้ายจะอึมครึมจึงทำให้เจ้าของค
ห้องเสื้อชื่อดังLEETHINGสาวสวยในชุดเสื้อโคชตัวใหญ่ในฤดูหนาวนั่งร่างดีไซน์ชุดราตรีอย่างคล่องมือ ตั้งแต่ที่เธอเรียนจบมาด้านนี้ก็เปิดร้านห้องเสื้อเป็นผู้นำแฟชั่นที่ล้ำสมัย ไม่ได้เข้าไปช่วยกิจการที่ครอบครัวทำอยู่ จางลี่ถิงก้มหน้ามุ่งมั่นเพื่อที่จะสร้างสรรค์ผลงานชิ้นใหม่ออกมา แม้ว่าตอนนี้เธอเองจะประสบป







