Masukวันนี้เป็นวันที่ผลสอบกลางเทอมของวิชาอาจารย์ปวีร์ออก ทุกคนต้องไปดูคะแนนกันที่หน้าห้องทำงานของเขา เพราะหากมีใครมีข้อสงสัยจะได้ถามเขาให้จบเสียตอนนั้น
เทียนหอมเดินไปดูผลคะแนนด้วยความมั่นใจ ผิดกับพิจิตราที่เดินคอตกไป เพราะเทียนหอมเป็นคนหัวดีหากอะไรที่เธอมีความตั้งใจ เธอมักจะทำมันออกมาได้ดี คะแนนเต็ม 50 หญิงสาวมั่นใจว่าอย่างน้อยเธอต้องได้ 40 เพราะคำตอบทุกข้อเธอตอบได้หมด หญิงสาวมองกลุ่มเพื่อนในคลาสที่ทุกคนมีสีหน้าที่ค่อนข้างโล่งใจ ทุกคนผ่านกันทั้งสิ้นแม้จะมีคะแนนผ่านกันไม่มากนัก ส่วนมากก็จะได้ 25 26 ไม่เกิน 30 ในคะแนนเต็ม 50 " ไหนไหนผลสอบฉันนะ นี่ไง ว้าวผ่านด้วยแหละ " พิจิตรากระโดดโลดเต้นอย่างดีใจ เธอมีสีหน้าที่สดชื่นอย่างเห็นได้ชัด คราวแรกเธอคิดว่าเธอไม่ผ่านอย่างแน่นอน " ทำไมได้คะแนนเต็มเหรอถึงดีใจขนาดนั้น" เทียนหอมแซวเพื่อนที่กำลังยิ้มเหมือนคนถูกลอตเตอรี่ " ได้ตั้ง 30 คะแนนแก แค่นี้ก็เยอะแล้ว ฟลุคจังว่ะนึกว่าจะไม่ผ่านซะแล้ว " พิจิตราพูดอย่างอารมณ์ดี ดวงตาเป็นประกาย " ดีใจด้วยจ้า ไม่ต้องเรียนซ้ำคลาสแล้ว " เทียนหอมกล่าวยินดีกับเพื่อนอย่างจริงใจ จากนั้นหญิงสาวได้เดินเข้ามาดูคะแนนของตัวเอง " ไม่จริงอ่ะ ผิดหรือเปล่า " เทียนหอมหน้าถอดสี คะแนนไม่ได้เป็นดังที่เธอคิดไว้ มันน้อยกว่าที่คิดไว้มาก เธอกันไปมองหน้าพิจิตราราวกับโดนผีหลอก " ทำไมเหรอเทียน ได้ไม่ถึง 40 หรือจ๊ะ " พิจิตราเอียงคอถามอย่างสงสัย เพราะเธอคิดว่าเทียนหอมคงได้คะแนนเยอะแน่นอน " ฉันได้แค่ 25 คะแนน เองจิ๊บ " หญิงสาวกล่าวเสียงสั่น ใบหน้าเปลี่ยนเป็นเผือดลง " อาจารย์ใส่คะแนนผิดหรือเปล่า " พิจิตราไม่เชื่อสิ่งที่เห็น สองสาวมองหน้ากันด้วยความไม่เข้าใจ " เทียนได้คะแนนน้อยสุดในคลาสเลย ต้องไปถามให้รู้เรื่องแล้ว " หญิงสาวเม้มปากกำหมัดแน่น เธอปรี่ไปที่ห้องอาจารย์ปวีร์อย่างไม่รอช้า พิจิตราเดินตามเพื่อนเข้ามาติดๆ ' ก๊อก ก๊อก ' เทียนหอมยืนเคาะประตูด้วยความใจร้อน " เชิญ " เสียงห้าวเอ่ยขึ้นในไม่ช้า เทียนหอมเปิดประตูเข้าไปเห็นเขานั่งเอามือผสานไว้ใต้คาง เหมือนกับกำลังรออะไรอยู่ " อาจารย์คะ ผลสอบผิดหรือเปล่า " เธอถามอย่างร้อนใจ มองหน้าเขาที่ดูไม่ทุกร้อนใดใด " ของใคร " เขาเงยหน้ามองอย่างใจเย็น ใบหน้าหล่อดูเยือกเย็นเหมือนแช่แข็ง " ของเทียนหอมค่ะ " เธอเดินตรงไปหาเขาเกือบประชิดโต๊ะทำงาน ใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพง เธอรู้สึกคุ้นกลิ่นน้ำหอมกลิ่นนี้ แต่ไม่รู้ว่าเคยได้กลิ่นมาจากไหน มันหอมสะอาดและสดชื่นในคราเดียว เป็นกลิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว หากคราวหลังแค่ได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นนี้ เธอคงจะจำได้ทันทีว่าเป็นกลิ่นกายเขา " ไม่ผิดหรอก อะไรที่ทำให้คุณคิดแบบนั้น " อาจารย์ปวีร์ตอบเสียงเรียบ ใบหน้าเขายังคงสงบนิ่งไร้ความรู้สึก ผิดกับเทียนหอมที่แทบจะลงไปดิ้นกับพื้นด้วยความร้อนรน " ดิฉันนั่นใจว่าทำข้อสอบได้เกือบทุกข้อนะคะ แต่ทำไมได้คะแนนแค่ 25 คะแนน " เทียนหอมหายใจแรงขณะถาม มองใบหน้าที่หล่อจนวัวตายควายล้มของเขาอย่างขุ่นเคือง ถ้าเขาหล่อน้อยกว่านี้เธอคงจะตวาดแว้ดให้แล้ว " ใช่ ก็ถูกคุณทำคะแนนได้มาก " เขายิ้มเหมือนเยาะ ใบหน้ายังคงเย็นชาและกวนบาทาในขณะเดียวกัน " แล้วทำไมได้แค่ 25 คะแนนคะ ทั้งๆที่อาจารย์ก็บอกอยู่ว่าดิฉันได้คะแนนเยอะ " เธอรุกเร้า น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด สีหน้าบ่งบอกถึงความไม่พอใจ " คุณเทียนหอม ถ้าคุณได้เข้ามาเรียนคาบแรกๆ คุณจะรู้ว่าผมแจ้งไว้แล้วว่าคะแนนมิสเทอม จะประกอบไปด้วย คะแนนเข้าห้องเรียน คะแนนเทสท้ายคาบ คะแนนชิ้นงาน คะแนนผลสอบกลางเทอม และสุดท้ายคะแนนจิตพิสัย ทุกอย่างรวมกันจะได้ 50 คะแนนเต็ม " เขาอธิบายยืดยาว เผยรอยยิ้มเย็นขณะอธิบาย " คะ " เทียนหอมยังคงไม่เข้าใจ ใบหน้างามน่ารักปรากฏความยุ่งยากใจ " คุณพิจิตราจำได้มั้ยครับที่ผมเคยแจ้ง คุณเข้าเรียนทุกคาบนี้ " สายตาคมปราบมองเกือบทะลุร่างพิจิตรา " ใช่ค่ะ" เธอรีบพยักหน้าตอบ ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มเหยเกและประหม่า เธอลืมเรื่องนี้ไปได้ยังไง " ดิฉันอยากเห็นคะแนนทั้งหมดค่ะ " เทียนหอมไม่ยอมแพ้ เธอยืนกอดอกมองเขาอย่างไม่เกรงกลัว อาจารย์ปวีร์หรี่ตาเข้มอย่างไม่สบอารมณ์เช่นกัน แต่กระนั้นเขาก็เอื้อมไปหยิบเอกสารบางอย่างมาให้หญิงสาวได้ดู " ดูแต่ตา " เขาพูดเสียงเข้ม เทียนหอมขยับเข้าไปประชิดตัวเขา จนชายหนุ่มต้องถอยออก เพราะเธอแทบจะชนร่างเขาอยู่รอมร่อ เทียนหอมไล่ดูคะแนนทีละช่องพร้อมกัดปากจนเจ็บ " คะแนนสอบกลางภาค 40 เต็ม 50 แต่ผมนำมาคิดแค่ 50% ทีเหลือคือคะแนนจากการมีส่วนร่วมในชั้นเรียน " เขาอธิบายอย่างใจเย็น ใบหน้าฉายแววพึงใจที่เห็นหญิงสาวเงียบปากได้ เทียนหอมไล่ดูคะแนนทีละช่อง คะแนนส่วนอื่นเธอได้อย่างละ 1 เต็ม 10 และ คะแนนชิ้นงานได้ 3 เต็ม 10 ส่วนจิตพิสัยได้ 0 เต็ม 10 " นี่ขนาดฉันตั้งใจเรียนมากแล้วนะ " เธอขบปากล่างเบาๆ พยายามไล่ความโกรธเคืองที่แทบจะระเบิดอยู่ในใจ " ก็ใช่ไง ถ้าคุณได้คะแนนสอบน้อยกว่านี้ คุณคงต้องตกวิชานี้แน่นอน " คำตอบเขาเกินความคาดหมาย เขาไม่คิดจะช่วยเธอแม้แต่น้อย " นี้มันแกล้งกันชัดๆ " เธอมองหน้าเขาอย่างแค้นเคือง แต่ก็ทำอะไรเขาไม่ได้ " ผมเคยเตือนคุณแล้ว ถ้าขาดเรียนแค่คาบเดียว ผมให้ตก และจากพฤติกรรมที่ผ่านมาของคุณ จิตพิสัยเป็น 0 " เขาพูดอย่างไร้ความปราณี " ขอบคุณค่ะ " เธอกัดฟันตอบ มองเขาราวกับจะทะลุร่าง แต่ก็ทำได้แค่นั้น ร่างสูงไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน แต่เหมือนเขาจะสะใจลึกๆด้วยซ้ำ เทียนหอมแอบสังเกตเห็นประกายความสาแก่ใจในแววตาคู่นั้น " แล้วคุณพิจิตรามีอะไรข้องใจหรือเปล่า อ๋อ ผมให้จิตพิสัยคุณเต็มเลยนะ " เขาพูดพร้อมยิ้มมุมปาก นับเป็นรอยยิ้มแรกที่ทั้งคู่ได้เห็น เทียนหอมเกลียดรอยยิ้มนั้นจับใจ เพราะมันเป็นรอยยิ้มหยันให้กับตัวเธอ " ไม่ค่ะ อาจารย์ ขอบพระคุณมากค่ะ " พิจิตราพอจะกะคร่าวๆได้ว่าถ้าไม่ได้คะแนนพิเศษนี้เธอคงตกวิชานี้แน่นอน เทียนหอมจ้องหน้าเขาสลับกับพิจิตรา กับเธอได้ 0 กับพิจิตราได้เต็ม แสดงว่าอาจารย์ปวีร์คนนี้คงจะเกลียดเธอมาก็เป็นพิเศษ " จำไว้นะคุณเทียนหอม โลกไม่ได้ใจดีกับคนหน้าตาดีหรอกนะ โลกของผมจะใจดีเฉพาะคนที่ทำตัวดีดี " เทียนหอมขมวดคิ้วมึนงง เธอเคยได้ยินคำพูดนี้เมื่อนานมาแล้ว แต่จำไม่ได้ว่าจากใคร " เฮ้ อาจารย์ปวีร์ติดธุระอยู่เหรอคะ " อาจารย์กานติมาเปิดประตูพรวดพราดเข้ามา ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางหนาเตอะรู้สึกอับอายเล็กน้อย " กำลังจะเสร็จแล้วครับ อาจารย์กานต์มีอะไรหรือครับ " เขาหันไปกล่าวกับผู้มาใหม่เสียงนุ่มหู ผิดกับที่พูดกับเทียนหอมที่แข็งกระด้างหาความดีไม่เจอ " กานต์จะชวนไปกินข้าวค่ะ ร้านนั้นมีของโปรดอาจารย์ปวีร์เยอะแยะเลยค่ะ " อาจารย์กานติมามีท่าทีเขินอาย ยามเงยหน้าสบตาของอาจารย์ปวีร์ คำพูดของทั้งคู่พอจะทำให้เข้าใจว่าทั้งคู่อยู่ในช่วงจีบกัน เมื่อเห็นว่าหมดธุระ เทียนหอมมองตาพิจิตราและพากันเดินออกไป " เดี๋ยวก่อนคุณเทียนหอม " เขาเรียกเสียงเข้มจนเทียนหอมเผลอกรอกตามอง " คะ " เธอหันไปมองอย่างไม่เต็มใจ " หวังว่าจะไม่มีอะไรคาใจแล้วนะ " เขาถามเสียงเย็น " ตามนั้นค่ะ " เธอตอบน้ำเสียงกระแทกกระทั้น ไม่สนใจอาการตกใจของอาจารย์กานติมาและพิจิตราแม้แต่น้อย หากแต่อาจารย์ปวีร์กลับลอบยิ้มอย่างชอบใจที่ทำให้เธอโกรธได้ ''โรคจิต " เทียนหอมแอบด่าเขาในใจ หญิงสาวเปิดประตูออกไปโดยครั้งนี้เธอตั้งใจไม่ไหว้เขา เพราะเธอเริ่มจะแอบเกลียดขี้หน้าเขามากขึ้นแล้วเช้านี้เหล่าอาจารย์และนักศึกษาได้พากันมารับประทานอาหารเช้าที่ข้างนอก ทุกคนได้นั่งรถตู้ที่ได้เช่ามา อาจารย์นั่งมาด้วยกัน เหล่านิสิตนั่งมาอีกคัน อาจารย์กานติมาแต่งกายมาเซ็กซี่เป็นพิเศษ เธอสวมเสื้อสายเดี่ยวสีขาวและกางเกงยีนขาสั้น แต่งหน้าจัดจ้านเฉกเช่นเคย " โอวัลตินร้อนมั้ยคะปวีร์ กานต์จำได้ว่าเมื่อก่อนคุณชอบกินตอนเช้า"อาจารย์กานติมาเคียงคอไปถามอย่างรู้ใจ บรรดาคนที่อยู่แถวนั้นต่างมองตากันอย่างเคอะเขิน ทุกคนแอบเชียร์ให้ทั้งคู่คบกัน" ขอผ่านครับ ผมไม่กินน้ำตาลช่วงนี้ "ไม่ใช่อะไรหรอก เพื่อนหมอของเขาแนะนำว่างดน้ำตาลได้จะดีที่สุด เพราะน้ำตาลเป็นอาหารที่ทำให้คนหน้าแก่ " เหรอคะ รักสุขภาพจังนะคะ "เธอยิ้มหวานประจบ รอยยิ้มของเธอหวานหยดเป็นพิเศษ " เทียนหอมจะเอาอะไรไหม เดี๋ยวเราไปสั่งให้ "นักศึกษาหนุ่มนามว่าแสตมป์เดินมาถามเทียนหอมด้วยน้ำเสียงที่ไม่เบานัก เขาเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีมาก ผิวขาว หุ่นนักกีฬา เขาเป็นนักบาสฝันใจสาวๆ แสตมป์เป็นลูกของพี่สาวอาจารย์กานติมา เขาถึงได้มีโอกาสมาช่วยงานด้วย " เทียนสั่งมาแล้วค่ะ "เธอยิ้มน้อยๆ แววตาอ่อนละมุน" แหม แสตมป์จ๊ะ น้านั่งอยู่ตรงนี้เอง ไม่คิดจะช่วยน้าบ
ร่างบางถูกดึงเข้าไปปะทะร่างหนาของบุรุษที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ มือใหญ่หนายังคงปิดปากเธอไว้" เงียบก่อน แล้วฉันจะปล่อยมือ "เสียงคุ้นหูกระซิบข้างใบหู หญิงสาวแหงนหน้าขึ้นมองจึงได้สบตากับดวงตาที่แสนคุ้นเคย เธอจึงรีบพยักหน้าเป็นการตอบตกลง" อาจารย์เล่นบ้าอะไรเนี่ย ตกใจเกือบช๊อคตาย "เธอสะบัดมือเขาออก ตะคอกถามอย่างไม่พอใจ ดวงตาคู่สวยมองเขาอย่างอาฆาต ผิดกับคนตรงหน้าที่ยืนมองเธอด้วยความขบขัน" ฉันกำลังเดินกลับที่พัก เห็นเธอเดินกลับเลยเดินตาม แล้วจากนั้นเธอก็วิ่ง ฉันเลยอยากรู้เธอวิ่งหนีฉันทำไม "น้ำเสียงไม่ได้รู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป " ฉันนึกว่าเป็นคนโรคจิตเดินตามนะสิ "เธอบอกอย่างไม่สบอารมณ์ ผิดกับเขาที่ดูอารมณ์ดีจนน่าหมั่นไส้" ก็ในเมื่อรู้ว่าอันตรายแล้วยังจะเดินกลับคนเดียว ทำไม่กลับให้เร็วกว่านี้ "เขาเอ็ดเสียงขุ่น มองเธอราวกับเด็กไปแอบทำผิดมา" ช่างมันเหอะ ขี้เกียจอธิบาย "หญิงสาวไหวไหล่ทำท่าไม่อยากจะพูดต่อ เธอหมุนตัวเดินกลับไม่สนใจจะยืนคุยกับเขาต่อ เธอรู้สึกหงุดหงิดเมื่อนึกถึงเรื่องที่อาจารย์กานติมาได้เล่าก่อนหน้า ทั้งๆที่มันไม่ใช่กงการอะไรของเธอสักนิด " เดี๋ยวคุยกันก่อน "อาจารย์ปว
เทียนหอมเดินมาสมทบบ้านพักที่มีสระน้ำ เธอมาถึงเป็นคนสุดท้ายเพราะเผลอหลับจนลืมเวลา หญิงสาวเดินไปนั่งข้างพิจิตรา ซึ่งอีกฝ่ายกำลังนั่งหัวเราะกับเรื่องเล่าตลกของอาจารย์กานติมาที่กำลังเล่ากันอย่างออกรส " อ้าวเทียนมาเลทจังนะ "อาจารย์กานติมาติอย่างไม่จริงจัง ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์" ขอโทษทีค่ะ แล้วนี้คุยอะไรกันอยู่คะ เสียงหัวเราะลั่นเชียว "เทียนหอมถามขณะที่นำน้ำโค้กขึ้นมาดื่ม เธอไม่แตะต้องแอลกอฮอล์เลย " คุยกันเรื่องตอนสาวๆนะจ๊ะ "อาจารย์กานติมาเอ่ยขึ้น ขณะหันไปสบตาอาจารย์ผู้หญิงอีกคนที่มาทำงานด้วย" แหม ตอนนี้ก็ยังสาวและสวยนะคะ "หนึ่งในนิสิตผู้หญิงกล่าวเยินยอ ทำเอาอาจารย์กานติมายิ้มไม่หุบ" ไหนๆก็พูดถึงเรื่องตอนสาวๆแล้ว เธอเล่าตอนที่อาจารย์ปวีร์เคยจีบเธอหน่อยสิ "อาจารย์เกตุแก้วใช้ข้อศอกกระทุ้งอย่างสนใจอยากรู้ เธอกระซิบเสียงเบาในขณะที่กวาดตาหาอาจารย์ปวีร์ว่าอยู่แถวนี้หรือเปล่า" จะดีเหรอ อาจารย์ปวีร์รู้เข้าโกรธแน่ "อาจารย์กานติมามีท่าทีกระดากอาย " เล่าหน่อยค่ะ อยากรู้เหมือนกัน "" เล่าหน่อยอาจารย์กานต์ อาจารย์ปวีร์ไม่ได้อยู่แถวนี้ "บรรดานักศึกษาต่างส่งเสียงเชียร์ให
" มาแค่ 3 วัน แกเตรียมชุดเหมือนกับมา 3 อาทิตย์นะจิ๊บ" เทียนหอมมองเพื่อนตาโตเมื่อเห็นกระเป๋าสัมภาระที่เพื่อนขนมา มันเยอะมากจนแทบเหมือนคนกำลังย้ายบ้านมากกว่าทั้งคู่ได้นอนพักห้องเดียวกัน เทียนหอมยืนคุยงานกับเพื่อนๆที่มาด้วยกันที่ห้องรับแขก ในขณะพิจิตราเดินเข้าห้องมาก่อนเลยได้จัดห้องก่อน ตู้เก็บเสื้อผ้าและโต๊ะกระจกเต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ของพิจิตราทั้งนั้น " ก็ใช่นะสิ ฉันจะอยู่ต่ออีกหลังจบงานนี้ "พิจิตรกระซิบเสียงใส ดวงตาแพรวพราว ริมฝีปากเผยรอยยิ้มซุกซน" ที่บ้านยอมให้อยู่เหรอ "เทียนหอมเอียงคอถามอย่างใคร่รู้ ที่บ้านเพื่อนสาวเคร่งครัดจะตายไป ไม่น่าจะปล่อยให้ลูกสาวเที่ยวเล่นนานแน่" ทำไมจะไม่ยอม ก็ฉันบอกว่ามากับเทียนไง "เธอเฉลยอย่างอารมณ์ดี ใบหน้าเต็มใบด้วยรอยยิ้มอวดดี" หึ โกหกใส่ฉันเฉย ฉันอยู่แค่สามวันจ๊ะ "หญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธ โบกมือเป็นพัลวัน" รู้ไงเลยชวนนาธานมาด้วย อิอิ "พิจิตราพูดอย่างอารมณ์ดี ใบหน้าน่ารักแดงซ่านขึ้นทันที เธอไม่เคยได้อยู่กับแฟนหนุ่มตามลำพังแบบนี้มาก่อน เมื่อมีโอกาสเธอจึงรีบฉวยโอกาสนี้ไว้" อ้าว แล้วนาธานจะมาวันไหน "เทียนหอมถามในขณะที่จะเอากระเป๋าออกมาจัด
ปวีร์เดินออกมาจากห้องพักโดยปล่อยให้หญิงสาวจัดการธุระส่วนตัวให้เสร็จก่อน" ผมจัดการพามันไปส่งโรงพยาบาลแล้วครับเจ้านาย "ชายหนุ่มอายุสามสิบต้นๆ ผิวค่อนข้างคล้ำใบหน้าค่อนข้างดุ แต่หน้าตาคมเข้มดูดี ปราชญ์ลูกน้องคนสนิทของปวีร์รีบรายงานเมื่อเห็นเจ้านายหนุ่มเดินออกมา เขาได้รอเจ้านายอยู่ข้างนอกตั้งแต่จัดการตัวปัญหาจบ" อาการมันเป็นยังไง "น้ำเสียงทุ้มต่ำแสดงถึงความไม่พอใจ" น่าจะซี่โครงหักและต้องนอนให้น้ำเกลืออีกนานครับ มันคงจะไปทำเรื่องชั่วๆ ไม่ได้อีกนาน "เขาเน้นเสียงเข้ม คำตอบทำเอาคนฟังถึงกับลอบยิ้มอย่างพึงพอใจ ใบหน้าหล่อฉายแววความสาแก่ใจ ความจริงเขาอยากจะให้มันตายๆ ไปด้วยซ้ำ " เออ ดีมาก ตั้งแต่ต่อไปนี้ จัดคนให้ดูคุณเทียนหอมตลอด 24 ชม.นะ "ปวีร์กำชับลูกน้องเสียงเข้ม ดวงตาสีดำสนิทดูน่ากลัวยิ่งนัก เขาไม่อยากจะคิดถ้าเขาและลูกน้องมาช้าว่านี้สักนิดหญิงสาวจะโดนอะไรมากกว่านี้ หากเธอเป็นอะไรไปเขาคงรู้สึกผิดมาก อีกอย่างเขาก็โกรธเธอไม่ลง เธอยังคงเด็กและอ่อนต่อโลกเป็นอย่างมาก" ครับ ผมจะดูให้ดีขึ้นกว่านี้ครับ "ลูกน้องพยักหน้ารับคำ เขารับรู้ถึงความไม่สบายใจของเจ้านายเป็นอย่างดี เขาทำงานติดตามปวีร์มา
วสันต์อุ้มร่างบางมายังโรงแรมม่านรูดไม่ไกลจากร้านเหล้าเท่าไหร่นัก อิศเรศไม่ได้ตามมาด้วยเนื่องจากไม่อยากให้ณดานันท์เกิดความไม่พอใจเขาบรรจงวางร่างเนียนนุ่มลงบนเตียงกว้าง " วาสนากูจริงๆ "วสันต์กล่าวพลางเอามือลูบปากอย่างย่ามใจ ชายหนุ่มถอดเสื้อออก จากนั้นเขาเดินไปตั้งกล้องที่ปลายเตียงเพื่ออัดวิดีโอการกระทำที่กำลังจะเกิดขึ้น เขามองดวงหน้างามหมดจดด้วยความหลงใหล ไม่คิดเลยว่าอะไรๆจะง่ายขนาดนี้ เขากำลังจะได้เชยชมผู้หญิงแสนสวยคนนี้ เขาลงมือถอดเสื้อและกางเกงยีนของเธอออกด้วยความชำนาญการ " ทำไมเนื้อตัวหอมขนาดนี้ เป็นนางฟ้าหรือไง "เขาสูดดมกลิ่นกายหญิงสาวเหมือนคนโรคจิต ไม่ทันจะได้ทำอะไร เสียงประตูโครมคราม ตามมาด้วยกลุ่มชายแปลกหน้า 4 คน พังประตูเข้ามา" มึงทำอะไรเทียน ไอ้สวะ "หนึ่งในนั้นปรี่เข้ามากระชากวสันต์จนตัวลอย ก่อนจะตะบันหมัดใส่หน้าเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าของชายแปลกหน้าดูน่ากลัวราวมัจจุราชที่จะเอาวิญญาณจากเขา ส่วนผู้ชายที่เหลือช่วยกันกระทืบวสันต์จนเขาไม่มีโอกาสจะได้ตอบโต้ใดใด" ปล่อยผมนะ ผมยังไม่ได้ทำอะไรมันเลย "วสันต์ยกมือไหว้อ้อนวอนขอชีวิต ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยเลือดแดงฉาน ใบหน้าบูด







