LOGINหรงฉือหยุดฝีเท้าลงเฟิงจิ่งซินเห็นว่าจู่ ๆ เธอก็หยุดฝีเท้า เงยหน้าขึ้นก็พูดว่า “คุณแม่คะ?”แค่ออกไปเที่ยวกับเฟิงจิ่งซินเท่านั้น ทางฝั่งเฟิงถิงเซินก็เห็นว่าไม่มีปัญหา ทางเธอเองก็ย่อมไม่มีปัญหาเช่นกันหรงฉือไม่ได้พูดอะไรอีกเธอขับรถมาเอง พอออกจากบ้านไป กำลังจะขึ้นรถของตัวเอง ก็ได้ยินเฟิงถิงเซินพูดขึ้นว่า “ให้ผมขับไหม?”หรงฉือยังไม่ได้พูดอะไร เฟิงถิงเซินก็เดินมายังรถของเธอ และเปิดประตูฝั่งคนขับแล้วหรงฉือชะงักไปแต่พอเห็นเฟิงจิ่งซินขึ้นรถอย่างดีใจ เธอก็ไม่ได้พูดอะไรอีกเฟิงจิ่งซินอยากไปชอปปิง พวกเขาจึงไปที่ศูนย์การค้าแม้ว่าช่วงหลังมานี้ เพราะเฟิงจิ่งซิน ทำให้พวกเขาสามคนออกไปข้างนอกด้วยกันบ่อยขึ้นกว่าแต่ก่อนมากแต่ก่อนหน้านี้ ส่วนใหญ่แล้วพวกเขามักจะไปที่วิลล่าส่วนตัว มีเพียงบางครั้งจึงจะไปร้านอาหารที่มีคนพลุกพล่านด้วยกันเหมือนอย่างวันนี้ พวกเขามาเดินชอปปิงด้วยกันในศูนย์การค้าที่คนเยอะและคึกคักแบบนี้ ตลอดสองปีมานี้ ยังคงเป็นครั้งแรกเมื่อมายังสถานที่ที่มีคนเยอะขนาดนี้ หรือว่าเฟิงถิงเซินจะไม่กลัวถูกคนบังเอิญเห็น?เมื่อคิดถึงตรงนี้ พอลงจากรถแล้ว หรงฉือก็เหลือบมองเฟิงถิงเซินแวบห
แม้เฉิงหยวนจะไม่ได้พูดอะไร แต่ดูจากสีหน้าของเขา หลินอู๋ก็เดาได้ทันทีว่า เฟิงถิงเซินต้องทำเรื่องบางอย่างเพราะหรงฉือ ซึ่งเป็นเรื่องที่เธอไม่รู้แน่ ๆ สำหรับเรื่องนี้ หลินอู๋ไม่แปลกใจเลยถึงขนาดมีการเตรียมใจเอาไว้แล้วด้วยแต่ทว่า ในยามนี้หัวใจของเธอกลับไม่ได้สงบนิ่งอย่างที่เธอคาดไว้เมื่อก่อนหน้านี้ในเมื่อเป็นแบบนี้ เธอก็ไม่ได้เผยความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองออกมา ยังคงยิ้มแย้ม หลังจากนั้นก็พูดกับเฉิงหยวนว่า “ฉันรู้แล้ว ขอบคุณสำหรับการเตือนของคุณ”เฉิงหยวนเห็นรอยยิ้มของเธอ ก็ชะงักไปหลินอู๋กลับไม่ได้พูดอะไรมาก ก็หันหลังจากไปแล้ว......พริบตาเดียว ก็วันอาทิตย์แล้วนับตั้งแต่คุณยายหรงป่วยหนักเมื่อคราวก่อน คุณย่าเฟิงได้อ้างอิงตามสภาพร่างกายของคุณยายหรง แล้วส่งของมีค่าจำนวนไม่น้อยมาให้เธอเข้าวันนี้ ญาติที่เมืองเหยียนเฉิงของคุณยายหรงส่งของพื้นเมืองมาให้ คุณยายหรงเห็นว่าหรงฉือว่าง ๆ เลยจะให้เธอแบ่งของส่งไปให้คุณย่าเฟิงบ้างหรงฉือมาถึงบ้านเดิมแล้ว พอเข้าบ้านไป ไม่เห็นคุณย่าเฟิง กลับเห็นเฟิงถิงเซินและเฟิงจิ่งซินแค่สองคนเฟิงถิงเซินกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องรับแขกเฟิงจิ่งซินเห็
อวี้มั่วซวิน “…”ก่อนหน้านี้นัดกันไว้นั้นถูกต้องแล้ว แต่ตอนนี้คนที่มาฉางโม่กลับเป็นเฟิงถิงเซิน เขาก็เลยเปลี่ยนใจแล้วนี่ไง?เขาหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดว่า “มีธุระด้วยกะทันหัน ขอให้ประธานเฟิงเข้าใจด้วย”เฟิงถิงเซินยิ้มเล็กน้อย กลับไม่ได้ซักถามต่อ ลุกขึ้นก็พูดว่า “ตกลง งั้นก็ครั้งหน้า”พูดจบ หลังจากที่เขาและอวี้มั่วซวินจับมือกัน ก็ยื่นมือไปทางหรงฉือหรงฉือชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยื่นมือไปจับมือเขา แล้วพูดเสียงเรียบว่า “เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ”เฟิงถิงเซินพยักหน้าเล็กน้อย หลังจากที่เหลือบมองกู้เหยียนอีกแวบหนึ่ง ก็ออกจากฉางโม่ไปพร้อมกับเฉิงหยวนสองวันต่อมา เพราะความสัมพันธ์ด้านความร่วมมือ หรงฉือยังต้องไปที่เฟิงซื่อ แล้วคนที่ไปกับเธอ ยังมีกู้เหยียนและในช่วงสองวันนี้ ทุกเช้าเฟิงถิงเซินมักจะเข้าไปนั่งด้วยในระหว่างที่พวกเขาประชุม เพื่อเข้ารับฟังการประชุมของพวกเขาแต่ส่วนใหญ่เขาจะไม่อยู่นาน ประมาณครึ่งชั่วโมงก็จากไปเองแล้วเมื่อเรื่องราวมาถึงจุดนี้ ประธานเฉิงและคนอื่น ๆ ค่อนข้างมั่นใจแล้วว่า เฟิงถิงเซินเริ่มชอบหรงฉือแล้วก่อนหน้านี้กู้เหยียนแทบจะไม่มาเฟิงซื่อก่อนหน้านี้ก็ได้ยินมาว่าเฟิงถ
ที่เฟิงถิงเซินจับตามองเขา เขาก็คิดว่าเป็นเพราะเขาและหลินอู๋รู้จักกันเมื่อเห็นเฟิงถิงเซินมองมา เขาไม่ได้แม้แต่จะเงยหน้ามองเขาไม่นานเฟิงถิงเซินก็ชักสายตากลับไปแล้วเห็นว่าเฟิงถิงเซินเข้ามาลงนามสัญญากับพวกเขา ตอนแรกอวี้มั่วซวินอยากให้หรงฉือออกไป เขาจะเป็นคนเจรจากับเฟิงถิงเซินเองแต่ความร่วมมือกับเฟิงซื่อ หรงฉือเป็นคนรับผิดชอบดูแลเสียส่วนใหญ่ รายละเอียดบางอย่าง ให้หรงฉือเป็นผู้เจรจาจะเหมาะสมกว่า…หรงฉือกลับไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรสีหน้าของเธอยังคงเป็นปกติ และพูดคุยบางปัญหาในสัญญากับเฟิงถิงเซินอย่างมืออาชีพความร่วมมือระหว่างทั้งสองบริษัท เฟิงถิงเซินไม่ได้เป็นคนจัดการด้วยตัวเอง แต่หลังจากที่พูดคุยกันแล้ว หรงฉือ อวี้มั่วซวิน แล้วยังมีกู้เหยียนต่างพบว่า เฟิงถิงเซินมีความเข้าใจในเนื้อหาของสัญญาและรายละเอียดบางประการเป็นอย่างดีหรงฉือพูดประเด็นไหน เขาก็สามารถพูดต่อได้หมด อีกทั้งยังมีท่าทีในการเจรจาที่ดี แสดงให้เห็นถึงความจริงใจในการร่วมมืออีกครั้ง ขณะเดียวกันก็แสดงความพึงพอใจต่อความร่วมมือกับฉางโม่ด้วยอวี้มั่วซวิน “…”ทำยังไงดี เขารู้สึกว่าเหมือนเขาจะโมโหมากกว่าเดิมแล้วขณะที่แน่ใจใ
เฟิงถิงเซินได้ยิน ก็เหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง ทว่าหลังจากที่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก็พูดว่า “โอเค”เขาเพิ่งพูดจบ เฉิงหยวนก็ผลักประตูเข้ามาแล้วหลังจากที่รายงานการทำงานเสร็จ เขากำลังจะจากไป ก็ได้ยินเฟิงถิงเซินพูดกับเขาว่า “ช่วยเลื่อนนัดทานอาหารเที่ยงไปเป็นเวลาอื่นให้ผมด้วย"เฉิงหยวนตกตะลึงเล็กน้อย แต่พอเห็นหลินอู๋ที่นั่งอยู่อีกฝั่ง ทันใดนั้นก็ยิ้มเล็กน้อย แล้วตอบกลับว่า “ได้ครับ”หลินอู๋ได้ยิน อารมณ์ก็ค่อย ๆ ผ่อนคลายลง เธอมองไปทางเฟิงถิงเซิน ในแววตาก็เผยความอ่อนโยนออกมาเล็กน้อยเที่ยงวันนั้น เฟิงถิงเซินกับหลินอู๋ออกไปทานอาหารด้วยกันแล้วหลังจากทานอาหารเสร็จ เฟิงถิงเซินยังมีงานอื่นต้องไปทำ ทั้งสองจึงแยกจากกันแล้วหลินอู๋กลับมาถึงบริษัท เซี่ยงหรูฟางอดใจไม่ไหวถามขึ้นในทันทีว่า “เป็นยังไงบ้าง?”คุณยายซุนและซุนเยว่ชิงก็มองมาเช่นกันหลินอู๋นั่งลง “ยังดีค่ะ รู้สึกแทบไม่ต่างจากเมื่อก่อนเลย”เมื่อรู้ว่าเฟิงถิงเซินยกเลิกแผนการของตัวเองเพื่อเธอ และยังคงให้เธอเป็นที่หนึ่งเหมือนเมื่อก่อน คนตระกูลซุนต่างก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งซุนลี่เหยาพูดอย่างได้ใจว่า “ฉันรู้อยู่แล้ว ว่าในใจของพี่เขย คนที
ค่ำคืนนี้ เฮ่อฉางปั่วย่อมมาที่นี่เพราะหรงฉือเมื่อเห็นหรงฉือ สายตาของเขาก็หยุดอยู่ที่ใบหน้าของหรงฉือ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”หรงฉือคิดว่าพวกเขาไม่ถือว่าไม่ได้เจอกันนานมากนักแต่เฮ่อฉางปั่วพูดแบบนี้แล้ว เธอจึงยิ้มและตอบกลับไปว่า “ไม่ได้เจอกันนานเลย”เธอกับเฟิงถิงเซินยังไม่ได้หย่ากันอย่างทางการ เมื่อเห็นสีหน้าของหรงฉือที่มีต่อเขามีเพียงความรู้สึกแบบมากกว่าเพื่อนร่วมงาน แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นเพื่อน เฮ่อฉางปั่วจึงก้มหน้าก้มหน้ายิ้มเล็กน้อย และคุยกับเธอเรื่องงานเล็กน้อยเท่านั้น เพื่อไม่ให้รบกวนเธอมากเกินไป เรื่องอื่นเขาไม่พูดถึงแม้แต่คำเดียวหรงฉือค่อนข้างยุ่ง หลังจากคุยกับเฮ่อฉางปั่วได้สักพัก เธอก็จากไปพร้อมกับอวี้มั่วซวิน เพื่อไปคุยกับคนอื่นต่อแล้วเฮ่อฉางปั่วมองแผ่นหลังของเธอ โดยไม่ละสายตาจากไปเลยหรงฉือจดจ่ออยู่กับการพูดคุยเรื่องงาน ไม่ได้สนใจพวกหลินอู๋มากนักแต่ความสนใจของพวกหลินอู๋กลับอยู่ที่เธอเป็นส่วนใหญ่ตอนนี้อวี้มั่วซวินถือว่าเป็นหนุ่มโสดตัวท็อปที่มาแรงสุด ๆ ภายในงานมีสาวสวยจำนวนมากอยากเข้าใกล้เขา แต่อวี้มั่วซวินแทบไม่เปิดโอกาสให้พวกเธอได้เข้าใกล







