Masukแสงอ่อนๆของพระอาทิตย์สาดส่องทะลุกจกใสของหน้าต่าง เข้ามาในห้องเพื่อปลุกให้คนที่หลับใหลรู้ตัวว่าเช้าของวันใหม่เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ร่างกำยำถูกคลุมด้วยผ้าห่มครึ่งท่อนเพื่อปกปิดร่างกายเปล่าเปลือยเอาไว้ ชายหนุ่มพลิกตัวเล็กน้อยแล้วใช้แขนกวาดไปยังที่นอนด้านข้าง
...ว่างเปล่า...
เขาลืมตาขึ้นแล้วผุดนั่งมองไปยังรอบ ๆ แต่ก็ไม่เห็นมีใคร ไม่มีเสียงของสิ่งมีชีวิตในห้องน้ำนอกจากตัวเขาเอง
ต้นน้ำสะบัดหัวเล็กน้อยเพื่อตั้งสติ เขารู้สึกปวดหัวเล็กน้อยสาเหตุก็คงมาจากแอลกอฮอล์เมื่อคืนที่ได้กินเข้าไปค่อนข้างเยอะอยู่เหมือนกัน
ชายหนุ่มก้าวขาลงจากเตียงแล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นเงินจำนวนหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะโคมไฟ ข้าง ๆ กันมีกระดาษสีขาวเขียนอะไรบางอย่างด้วยลายมือบรรจง
[ขอโทษที่ไม่ได้ปลุกนะคะ ฉันมีธุระต้องไปจัดการ
ฉันวางเงินไว้ให้คุณแล้วตามที่เราได้ตกลงกัน
ID Line : Phat13rada Tel : 093002xxxx]
เมื่ออ่านข้อความที่เธอเขียนไว้เขาถึงกับหัวเราะในลำคอ มันเป็นประสบการณ์วันไนท์แสตนด์ที่แปลกใหม่เลยทีเดียว
...ผู้ชายขายน้ำ...
คำนี้มันเหมาะกับเขาตอนนี้เหลือเกิน ปกติเคยแต่ซื้อเหยื่อกินแต่สถานการณ์เมื่อคืนเขากลับกลายเป็นเหยื่อที่ถูกแม่เสือน้อยซื้อกินเสียอย่างนั้น
ข้อเสนอที่เธอยื่นมาให้ว่าขอมีอะไรด้วยอีกมันยังคงดังก้องอยู่ในหัว รสสัมผัสนุ่มนิ่มมันยังคงชัดเจน แต่ถ้าเขาปฏิเสธมันก็คงจะแปลกและน่าเสียดาย
...แล้วเราจะได้เจอกันอีกสาวน้อย...
ส่วนทางด้านภัทรลดาเมื่อได้รับโทรศัพท์จากปลายสายที่เป็นตำรวจว่าน้องสาวถูกทำร้ายร่างกายเธอก็รีบบึ่งรถกลับไปที่บ้านทันที
หล่อนเคลียร์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจรอบที่สามของเดือนได้แล้วมั่งกับเหตุการณ์แบบนี้กับคนเดิม ๆ
แทบจะเป็นเรื่องปกติที่น้องสาวถูกทำร้ายร่างกายบ่อยครั้ง ไม่ใช่จากใครที่ไหนหรอกแต่เป็นแฟนหนุ่มของน้องสาวที่เคยหึงหวงจนเกิดทะเลาะกันแล้วลงไม้ลงมือ
ช่วงแรก ๆเธอโกรธจนสั่นแจ้งความจนเป็นเรื่องใหญ่โตมาแล้ว แต่มันก็เท่านั้นกลับกลายเป็นว่าเธอก็ต้องกินอาหารหมาอยู่ตลอด
เขาถึงบอกไงว่าอย่าเข้าไปยุ่งเรื่องของผัวเมียพอเขาคืนดีกันก็จะกลายเป็นหมา ช่วงหลังเธอจึงไม่ค่อยเข้าไปยุ่ง ได้แต่เป็นห่วงอยู่ห่าง ๆ
“เป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนไหม”
เป็นประโยคที่แฝงไปด้วยความเป็นห่วงได้ยินกี่ครั้งภัทรระวีก็น้ำตาแตกเพราะเธอรักผู้ชายคนนั้นมากไม่เคยตัดใจได้เลยสักครั้ง
...แค่เขาทำดีด้วยนิดหน่อยเธอก็ยอมให้อภัยแล้ว
รอยฟกช้ำบนใบหน้าของน้องสาวยิ่งทำให้ภัทรลดาเกลียดแฟนน้องมากกว่าเดิมเสียอีก เธอเกลียดการใช้กำลังทำร้ายผู้หญิงมากที่สุด
เมื่อตอนยังเป็นเด็กเธอเคยเห็นพ่อทำร้ายร่างกายแม่แล้วยังต้องมาเห็นน้องสาวถูกทำร้ายจากแฟนอีก คนรักกันเขาทำกันแบบนี้เหรอ
นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ไม่อยากแต่งงานมีสามีเพราะกลัวจะเจอแบบคนรอบตัวที่เธอเห็น
“คราวนี้ทะเลาะกันเรื่องอะไรอีกล่ะ”
เมื่อเห็นว่าน้องสาวเอาแต่นั่งชันเข่าร้องไห้ เธอจึงถามต้นสายปลายเหตุแล้วเอื้อมเอายาไปทาบริเวณรอยฟกช้ำ
“เขาคิดว่าวีเข้าโรงแรมกับเพื่อนผู้หญิงเพราะเราไปมีอะไรกัน”
“ฮะ คิดได้ไง ปัญญาอ่อนมาก” หล่อนถึงกับสบถออกมา
ความหึงหวงปัญญาอ่อนแบบนี้เธอคิดว่ามีแต่ในละครเท่านั้นไม่คิดว่าจะมาเจอกับคนในครอบครัวตัวเอง
“เมื่อไรแกจะคิดได้แล้วเดินออกมาสักที ฮะ ยัยวี”
“วีขออดทนให้ถึงที่สุดก่อนนะพี่ดา ถ้ามันสุดจริงๆแล้ววีจะเป็นคนเดินออกไปเอง”
ภัทรระวีบอกกับคนเป็นที่สาวด้วยรอยยิ้มที่เปื้อนน้ำตาก็น้องสาวเธอพูดแบบนี้แล้ว เธอจะทำอะไรได้ เผือกมากไปก็ไม่ดี
เพราะที่ผ่านมาอาหารหมาก็ขายดีเพราะเธอนี้แหละ...
“สวัสดีค่ะ ภัทรลดาติดต่อจากบริษัท...ประกันภัย ขออนุญาตเรียนสายสักครู่นะคะ”
น้ำเสียงหวานพูดผ่านปลายสายเพื่อนำเสนอโปรดักซ์ประกัน แต่พอน้ำเสียงลูกค้าที่ตอบกลับมาราวกับระเบิดจะลงเธอก็ได้เอ่ยขอโทษและวางสายไป
“วันนี้ยังขายไม่ได้เลยอ่าพี่นุช”
ภัทรลดาหันกลับไปหาหัวหน้าแผนกด้วยสีหน้าละห้อย แต่พี่นุชกลับเรียกเธอไปหาเพื่อฟังไฟล์เสียงว่าทำไมตัวเธอเองถึงขายไม่ได้
“ยัยนุชเรียกน้อง ๆ เก็บของกินก่อนเร็ว ผู้บริหารพาท่านประธานคนใหม่มาตรวจงาน”
เสียงหัวหน้าแผนกทีมอื่นตะโกนบอกพี่นุช แล้วความวุ่นวายก็เกิดขึ้นพนักงานบริษัทนับร้อยต่างเก็บกวาดตะให้ดูเรียบร้อยเพื่อเอาหน้าคนเป็นเจ้านาย
...เรียกสั้น ๆ ก็คือผักชีโรยหน้า
“นี่คือห้องขายค่ะคุณต้นน้ำ ซึ่งทีมขายจะมีทั้งหมดห้าทีม ซึ่งแต่ละทีมจะขายกันคนละโครงการ ส่วนห้องที่เลยไปด้านในจะเป็นห้องคิวซีเอาไว้ตรวจสอบคุณภาพไฟล์เสียงค่ะ”
ผู้บริหารระดับสูงที่เดินตามหลังเอ่ยอธิบายแต่โซนแต่ละแผนกให้กับต้นน้ำฟัง ชายหนุ่มกวาดสายตาไปทั่วห้องจนไปสะดุดกับร่างเพรียวที่อยู่ห่างออกไปจนสุดมุมห้อง
‘ภัทรลดา’
เขาแทบจะจำเธอได้ในทันทีเมื่อเห็นแค่แผ่นหลัง จะให้เขาลืมทรวดทรงที่ได้สัมผัสในคืนนั้นได้อย่างไร ผู้หญิงแปลกประหลาดที่ทำให้เขานึกถึง
‘เธอเป็นพนักงานที่บริษัทเขาเหรอเนี่ย...’
“รบกวนหยุดขายก่อน แล้วเรียกพนักงานทุกคนมารวมตัวกันหน่อยครับ”
ชายหนุ่มยิ้มมุมปากแบบมีเลศนัย เขาอยากเห็นสีหน้าหล่อนตอนที่รู้ว่าเขาเป็นประธานบริษัทของที่นี่จริง ๆ
งานแต่งงานจัดขึ้นเล็ก ๆ เชิญแค่แขกคนสนิทมาร่วมงานเท่านั้นรวมไปถึงพี่นุชและพี่ชุนที่มาร่วมงานครั้งนี้ด้วย“ต่อไปพี่ก็จะเรียกไอ้ดาไม่ได้แล้วสินะ”“พี่ก็ลองเรียกดูสิ ท่านประธานจะได้อันเชิญให้พี่ไปหางานใหม่” พี่ชุนก็ยังคงเหมือนเดิมเอ่ยปากแซวแต่สุดท้ายก็ได้กินมะเงกเหมือนเคย“เรียกได้สิคะ ทำไมจะเรียกไม่ได้ ดาก็ยังเป็นดาคนเดิม”หญิงสาวเอื้อมไปจับมือพี่นุชเพราะนึกขอบคุณเธออยู่ในทีที่คอยช่วยเหลือมาเสมอพิธีรดน้ำสังข์เริ่มขึ้นตามฤกษ์ที่หลวงตาที่วัดให้มาทุกคนต่างอวยพรให้ทั้งคู่รักกันยาวนานเหมือนเส้นด้ายที่ยาวจนสุดก้อด้ายความสุขที่มีแต่เสียงหัวเราะสร้างความชื่นมื่นให้กับพิธี ทุกอย่างลงร่องลงรอย แม้ระยะทางที่ผ่านมันจะเจ็บปวดอยู่บ้างแต่สุดท้ายแล้วทุกอย่างมันก็ผ่านไปได้ด้วยดี....“คุณคะ ลูกร้อง เอานมมาให้ดาทีค่ะ”ร่างสูงสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงร้องบอกหลังจากที่เพิ่งนอนหลับไปได้ไม่ถึงชั่วโมงเสียด้วยซ้ำแล้วรีบลุกเดินไปหยิบนมที่ภัทรลดาปั้มไว้ในตู้แช่เอาไปให้กว่าสามวันมาแล้วที่พี่เลี้ยงเด็กขอลากลับบ้านเพราะพ่อป่วยหน้าที่เลี้ยงลูกช่วยภรรยาจึงตกเป็นของเขาตอนนี้เจ้าตัวเล็กเข้าสู่วัยหกเดือนแล้วสิ่ง
ใครจะไปกล้าปิดบัง เมียจับผิดและต่อเรื่องราวเก่งขนาดนี้...“แม่ไม่สนใจหรอกว่าใครจะรู้หรือไม่รู้เพราะยังไงแกก็วางมือจากวงการนี้แล้วแม่ก็สบายใจ แต่ที่แม่แปลกใจมากกว่าก็คือทำไมตาภูถึงมากับหนูพริ้งได้” คุณหญิงหันไปถามด้วยความสงสัย จึงทำให้สายตาทุกคู่หันไปมองเป็นตาเดียว“เออ...คือว่าพริ้งเห็นข่าวแล้วเป็นห่วงค่ะ เลยขอให้คุณภูมาส่ง”“แต่บ้านหนูพริ้งก็มีคนขับรถนะ” คุณหญิงยังจี้ถามไม่หยุดจนภูเพชรถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วเดินเข้าไปจับมือหญิงสาว“ผมกำลังตามจีบพริ้งพราวอยู่ครับ” เขายืดอกรับอย่างมาดแมน“เราดูๆ กันอยู่ค่ะ ก็พี่ต้นบอกเองนี่คะ ว่าให้เปิดใจให้คนที่เขารักเรา พริ้งก็เลยยอมเปิดใจให้คุณภู”หญิงสาวบอกด้วยความเขินอายแต่มันกลับเป็นเรื่องที่น่ายินดีเสียมากกว่าที่ความรักเข้าคู่ถูกรอยสักที“มึงเลิกเล่นการพนันได้แล้วใช่ไหม” ต้นน้ำเดินเข้าไปกระซิบถามคนน้อง ไม่มีผู้หญิงคนไหนรับได้หรอกที่ผู้ชายที่ตัวเองรักติดการพนันเพราะมันทำให้หมดตัวมานักต่อนักแล้ว“ไม่ต้องห่วง ผมเลิกขาดตั้งแต่พี่เกือบแจกลูกปืนผมแล้ว”สองคนหัวเราะร่วนสร้างความประหลาดใจให้กับคุณหญิงอยู่ไม่น้อยเพราะเมื่อก่อนเห็นไม่เข้ารอยกันแต่ตอนนี้ดันเ
“...คาดว่าคุณต้นน้ำน่าจะเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ”เพล้ง!!เสียงแก้วน้ำที่กำลังจะยกขึ้นดื่มตกแตกเพราะมือเล็กไม่มีเรี่ยวแรงจะถือมันได้อีกต่อไปเมื่อเห็นข่าวที่เพิ่งถ่ายทอดสดจบลง“มะ ไม่จริง” เธอพึมพำออกมาเสียงฮึดฮัดในคอที่ไม่สามารถกลั่นออกมาเป็นเสียงสะอื้นได้เพราะมันตีบตันและเจ็บปวดไปทั้งใจร่างเล็กเซถลาจนแทบล้มแต่ยังดีที่มีแม่บ้านคอยประคองไว้ สภาพของคุณหญิงพิศมัยเองก็ไม่ต่างกันกับภัทรลดา“ดาจะไปหาคุณต้นค่ะ” หญิงสาวพยุงตัวเองและเรียกสติกลับมา มือเรียวกุมไปที่หน้าท้องบอกกับลูกว่าให้คุ้มครองพ่อของหนูด้วยวิริยะดึงแขนลูกสะใภ้เอาไว้ “คุณพ่ออย่าห้ามดาเลยนะคะ ดาอยากไปเห็นกับตา ดามั่นใจค่ะว่าเขาต้องปลอดภัย” น้ำเสียงสั่นพรั่งพรูออกมาพร้อมน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้ม“พ่อไม่ได้ห้ามแต่พ่อกับแม่จะไปกับหนูด้วย” คุณหญิงพิศมัยพยักหน้ารับแล้วทั้งสามก็รีบตรงไปยังบริษัททันทีเหตุการณ์ทุกอย่างสงบลงแล้วรวมถึงเพลิงไหม้จากแรงระเบิด เจ้าหน้าที่ได้กันคนที่ไม่เกี่ยวข้องไม่ให้เข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุ“ฉันเป็นภรรยาเขาค่ะ ส่วนนี้คือพ่อกับแม่ของคนที่ติดอยู่ในรถ พวกเราขอเข้าไปดูที่เกิดเหตุหน่อยได้ไหมคะ”ภัทรลดาพยายามเอ่ยขอร้อ
“ดาก็รักคุณต้นค่ะ” เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่ชายหนุ่มได้ยินคำว่ารักจากปากผู้หญิงที่ตัวเองรักและเขาก็หวังว่าจะได้ยินคำว่ารักแบบนี้ไปตลอดชีวิตภายในบริษัทประกันภัยฝ่ายบริหารให้พนักงานเลิกงานก่อนเวลาและรอรับข้อความแจ้งว่าวันถัดไปจะได้เข้ามาทำงานตามปกติหรือไม่บริเวณหน้าบริษัทเต็มไปด้วยนักข่าวจากทุกสำนักมารอทำข่าวจนต้นน้ำต้องเข้าทางด้านหลังเพื่อไปเจรจายื่นหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ทั้งที่ความจริงแล้วเขาไม่ได้ขาวร้อยเปอร์เซ็นสักหน่อย“นายครับ เราคงต้องเอาแผนสำรองที่เคยคิดกันไว้ออกมาใช้แล้ว”เดนิสที่มาดักรอเจ้านายตัวเองอยู่ที่ลานจอดรถเปิดประตูเข้าไปนั่งเคียงข้างเจ้านายที่นั่งอยู่ฝั่งคนขับต้นน้ำนิ่งไปชั่วครู่เหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรสักอย่างอยู่ “ผมสงสัยว่าน่าจะมีนักพนันคนไทยแค้นที่เสียเงินหลายสิบล้าน ก็เลยเอาเรื่องนี้ไปแจ้งกับทางการ ผมได้ให้เรือคาสิโนเดินทางกลับฮ่องกงไปแล้วครับ”คนอย่างเดนิสรอบคอบเสมอไม่เคยมีสักครั้งที่ลูกน้องคนนี้จะทำให้เขาผิดหวัง แม้ว่าจะมีเรื่องที่ทำให้จวนตัวจนแทบเอาตัวไม่รอดแต่เดนิส ก็มักจะปกป้องเขาเท่าชีวิตเกือบทุกครั้งแล้วไอ้แผนสำรองที่ว่าก็คือการส่งตัวเดนิสให้กับตำ
“คุณต้นพาดามาที่บริษัททำไมคะ”ภัทรลดาเงยคอมองผ่านหน้าต่างออกไปด้านนอกเมื่อรถเคลื่อนมาอยู่ที่หน้าบริษัทที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดีเมื่อเช้าชายหนุ่มไปรับหล่อนแต่เข็มสั้นของนาฬิกายังไม่หมุนไปหยุดอยู่ที่เลขแปดเสียด้วยซ้ำ ถามว่าจะพาไปไหนก็ไม่ตอบ“ก็พามาทำงานด้วยยังไงล่ะครับ ผมไม่อยากปล่อยให้คุณอยู่บ้านคนเดียว อีกอย่างคุณจริยาก็พาลูกกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ที่ต่างจังหวัด เกิดคุณเป็นลมเป็นแล้งไปจะทำยังไง”ใบหน้ากรุ้มกริ่มยิ้มด้วยอย่างละมุนแล้วดึงมือเรียวขึ้นมาจุมพิตอย่างแผ่วเบา นิ้วโป้งยาวเขี่ยหลังมือไปมาแต่ดวงตาก็ไม่ได้ล่ะไปจากคนตัวเล็กที่กำลังสอดสองเหมือนมองหาใคร“ไม่เห็นต้องพามาเลยค่ะ ดาอยู่เองได้ อีกอย่างดาลาออกจากที่นี่แล้วนะคะ ตั้งแต่ที่เกิดเรื่องป่านนี้คนอื่นคงลือเรื่องของเราไปไหนต่อไหนกันแล้วมั่ง”สีหน้าหญิงสาวยังคงมีความกังวลอยู่บ้างแต่ต้นน้ำกลับเลือกที่จะเอื้อมมือไปลูบหัวทุย ๆ“เอาอีกแล้วนะที่รัก ใส่ใจความคิดของคนอื่นอีกแล้ว ผมบอกแล้วไงว่าคนที่ผมแคร์และเป็นห่วงมากที่สุดคือคุณ เพราะฉะนั้นคนที่คุณต้องสนใจมากกว่าคนเหล่านั้นก็คือผม”เป็นอีกครั้งที่น้ำเสียงอบอุ่นคอยเตือนสติให้เธอกลับมามองจุดนี้
ภัทรลดายิ้มรับกับความหวังดีของแม่สามีพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณ มันเป็นอะไรที่น่าแปลกใจเสียมากกว่าเมื่อก่อนหล่อนกับคุณหญิงพิศมัยแทบจะกินหัวกันแต่ตอนนี้จูบปากเป็นแม่ลูกกันเสียอย่างนั้นหลังอาหารมื้อเย็นผ่านไปโต๊ะสีขาวตัวยาวซึ่งตั้งอยู่สนามหญ้าหน้าบ้านจึงเป็นที่ที่ทุกคนมานั่งรวมตัวพูดคุยกันเพื่อย่อยอาหาร“ตอนนี้หนูท้องได้กี่เดือนแล้วล่ะ หนูดา” วิริยะเอ่ยถามพรางจิ๊บชาโบราณแก้วโปรด“อีกไม่กี่วันก็จะเข้าห้าเดือนแล้วค่ะ สัปดาห์หน้าคุณหมอก็นัดตรวจเพศของเด็ก” รอยยิ้มของว่าที่คุณแม่ผุดขึ้นพร้อมกับมือน้อย ๆ ลูบไปที่หน้าท้องนูน“แล้วหนูดาอยากได้ลูกผู้หญิงหรือผู้ชายล่ะ แต่แม่อยากได้หลานสาวนะ”“ดาก็อยากได้ลูกสาวค่ะ อยากแต่งตัวน่ารัก ๆ ให้กับแก”“แต่ผมอยากได้ลูกชายมากกว่า” คนตัวโตที่เดินถือจานผลไม้ออกมาให้เอ่ยทักท้วง“แต่ดาอยากได้ผู้หญิง ถ้าได้ผู้ชายแล้วเป็นแบบคุณขึ้นมาจะทำยังไง”“แบบผม? แบบผมแล้วมันเป็นแบบไหน” ชายหนุ่มงุนงงว่าเขาทำอะไรไม่ดีหรือหญิงสาวถึงไม่อยากให้ลูกชายเป็นแบบเขา“ก็แบบ....” หญิงสาวชะงักไปนิดหนึ่งเพราะดันหาข้ออ้างไม่ได้“เห็นไหม ไม่มี ถ้าไม่มีแสดงว่าผมก็เป็นพ่อที่ดีได้” หญิงสาวถึ







