تسجيل الدخول“นี่เบอร์เรา มีอะไรก็โทร.มานะ” ทั้งสองคนมองหน้ากันนิ่ง
ทำไมมันเหมือนฉากในละครที่พระเอกกับนางเอกกำลังจีบกันเลยนะ หญิงสาวรู้สึกใจกระตุกแปลก ๆ
“อะ... โอเค มีอะไรเราจะโทร.หา”
มาลย์พูดผ่านโทรศัพท์ออกไปกับคนตรงหน้า ฉีกยิ้มให้เขา แล้วบอกขอตัวกลับจริง ๆ
มาลย์เดินออกมาปิดประตูห้องพักคนป่วยลง มือเล็กยกขึ้นกุมตรงอกข้างซ้าย เป็นอะไรหนักหนาวันนี้ เต้นแรงเกินไปแล้ว ที่นี่โรงพยาบาลนี่ ตรวจสักหน่อยดีไหม มาลย์คิดเล่น ๆ พอจังหวะหัวใจกลับมาเต้นปกติ ถึงได้เดินออกมา ตรงไปรถยนต์ ขับกลับคอนโดฯ ตัวเอง
ส่วนคนในห้อง พอหญิงสาวออกไปแล้ว ยอดตองผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ สายตามองหน้าจอโทรศัพท์ มุมปากยกยิ้มกว้าง เขาเมมเบอร์ของเธอไว้เสร็จสรรพ
“ยัยคู่กรณี”
ยอดตองรู้จักมาลย์มาตั้งแต่เรียนปีหนึ่งเพราะเป็นเพื่อนของเพื่อน ไม่ได้สนิทกันมาก แต่พอรู้ว่าเธอเป็นอย่างไร จริง ๆ เขาสนใจมาลย์อยู่บ้างเพราะเธอเป็นคนสวย มองไม่เบื่อ เก่ง แกร่ง ไม่ยอมคน ไม่ยุ่งกับใครโดยเฉพาะผู้ชาย รวมถึงเขาด้วย
เขาไม่เคยทำอะไรรุ่มร่ามหรือแสดงออกว่าสนใจเธอมากนัก แค่มอง พอมีโอกาสได้สบตากัน หญิงสาวทำเพียงยิ้มบาง ๆ ให้เขาเท่านั้น
ที่ยอดตองเรียกหญิงสาวว่า ‘ยัยมาลย์หัวใจ’ เพราะหลายครั้งที่เขาไปเที่ยว กำลังจะยืนหล่อ ๆ ให้สาวได้นัวเนียเล่นสักหน่อย มาลย์ก็โผล่มาเห็น
บางทีเขากำลังจะจูบสาวสวย เธอก็มาเจอ วันต่อมาแค่กำลังถูกสาว ๆ ลากออกจากโต๊ะ ดันชนเข้ากับเธอพอดี มาลย์ไม่ได้พูดหรือทักอะไรและไม่เคยเอาไปพูดถึงเมื่อเจอหน้า
ทุกอย่างที่ยอดตองกำลังคิดจะทำเป็นอันต้องหยุดลง เห็นหน้าเธอแล้วเขาไม่มีอารมณ์ ไม่ใช่ว่าเขาตายด้าน ยอดตองไม่มีอารมณ์กับผู้หญิงคนอื่น แต่ดันมีอารมณ์กับเธอ ผู้หญิงที่ชื่อ ‘มาลย์ นวารา’ แม่ดอกกุหลาบมาลย์ซ่อนหนามซ่อนรูป คนที่ไม่เคยสนใจเขา
ยอดเตยกลับมาจากคอนโดฯ ธารนานแล้ว หลังจากพิทย์กลับมา เธอแวะไปซื้อของ กว่าจะมาหาพี่ชายก็ค่ำ มาถึงห้องพักฟื้นคนป่วย รีบถามพี่ชายทันที
“พี่ตองกินอะไรหรือยัง” คนน้องถาม สายตามองเห็นผลไม้กับกระเช้าแบรนด์บำรุงร่างกายเต็มโต๊ะ สงสัยมีคนมาเยี่ยมพี่ชายเธอ
“เหลือแต่จะออกมาทางเดิม” น้องสาวทำหน้าครุ่นคิด
“ไปกินอะไรมา อิ่มขนาดนั้น”
ปกติพี่ชายไม่ชอบทานกับข้าวโรงพยาบาล เธอรู้ดี ข้าวต้มที่เธอทำมาหมดแล้วเพราะแบ่งไปให้เพื่อนเขาช่วงเย็น
“อิ่มอกอิ่มใจ”
คนบอกพูดยิ้ม ๆ ไม่ได้หันมามองหน้าน้อง คนน้องยิ่งฟังยิ่งงง อะไรของพี่เธอ
“อย่าเล่นเกมเยอะ แขนยิ่งเจ็บอยู่ เดี๋ยวหายช้ากันพอดี” พี่ไม่ตอบ เธอก็ไม่เซ้าซี้ ขี้เกียจพูดด้วย ถึงได้เดินไปนั่งเล่นโซฟาหน้าทีวี
วันนี้ยอดเตยจะนอนเฝ้าเขา ให้ตายอย่างไร เธอก็จะไม่กลับ คนเป็นพี่ไม่คิดจะขัดใจ แล้วแต่น้อง
ยอดตองนั่งเล่นเกมอยู่บนเตียงด้วยมือเดียว ปากยังด่าคนในเกมไม่หยุดว่ากากบ้างแหละ ทิ้งทีม ไม่ช่วยทีมบ้างแหละ แล้วไอ้คนที่มันโยนทั้งเกมทั้งโทรศัพท์ทิ้งแล้วแกล้งหลับเพราะสาวมาเยี่ยมเรียกว่าอะไร
ผ่านมาเกือบสัปดาห์
ยอดตองออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นที่บ้าน พ่อกับแม่เข้ามาอยู่ด้วยสองวัน วันที่เหลือเป็นเพื่อนเขาที่แวะเวียนกันมา
ยอดเตยไปเข้าค่ายคุณธรรมของทางมหา’ลัยจัดขึ้นเพื่อให้น้องเฟรชชีปีหนึ่งไปทุกคน อุตส่าห์ไปนั่งนับลมหายใจ เดินย่อง ๆ กำหนดการเดินทุกย่างก้าว ขัดเกลาจิตใจอยู่ตั้งหลายวัน กลับมาพี่ชายอย่างเขาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าน้องสาวสุดที่รักจะสงบปากสงบคำ เลิกบ่นเลิกด่าเรื่องนั้นเรื่องนี้พี่สักที
ด้านมาลย์ วันนี้เธอตื่นเช้า อาบน้ำ แต่งตัวเพื่อไปมหา’ลัย นัดกับกลุ่มเพื่อนไว้จะปรึกษากันเรื่องโครงการทำวิจัยเพื่อส่งให้อาจารย์พิจารณาช่วยในวันเปิดเรียนสัปดาห์หน้า
เธออยู่ปีสี่แล้ว ปีสุดท้ายต้องทำโครงการวิจัยเกี่ยวกับการตลาดส่งเพื่อเป็นโพรเจกต์จบ เข้ามหา’ลัยวันธรรมดาหรือไม่มีเรียน สามารถใส่ชุดลำลองได้
หญิงสาวอยู่ในชุดกางเกงสแล็กส์ทรงกระบอกผ้าทิ้งตัวสีครีม เสื้อเชิ้ตขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอก คอเสื้อทรงกว้างโชว์สร้อยคอประจำตัวเธอ รองเท้าผ้าใบสีขาวตัดขอบดำให้ความทะมัดทะแมง ผมยาวถูกรวบไว้ด้วยที่เก็บผมอันใหญ่ ปอยผมตกคลอเคลียลำคอขาว ใบหน้าอ่อนใสแต่งแต้มน้อยนิด
ขับรถออกจากคอนโดฯ ใช้เวลาไม่นานก็ถึงมหา’ลัย วันนี้ผู้คนดูครึกครื้นหลังจากปิดเทอมใหญ่
สัปดาห์หน้าจะเป็นวันเปิดเรียนจริง ๆ ขับรถผ่านคณะอื่นเห็นรุ่นพี่ของแต่ละสาขากำลังช่วยกันเตรียมงานรับน้อง บางคนเป็นสตาฟไปดูแลน้องปีหนึ่งที่ค่ายคุณธรรม มาลย์เป็นรุ่นพี่ปีสุดท้าย ไม่ต้องทำอะไรมาก จะเข้าไปดูตอนที่มีกิจกรรมสำคัญเท่านั้น
หลังจากวันนั้นที่ไปเยี่ยมยอดตองที่โรงพยาบาล เธอไม่ได้ไปหาเขาอีก ทำเพียงส่งข้อความหาเขาทุกวัน ถามถึงอาการป่วยของยอดตองเท่านั้น ยอดตองเองก็ตอบกลับมาปกติ ข้อความไม่มีอะไรนอกเหนือจากนี้
เธอรู้เพียงว่าเขาออกจากโรงพยาบาลกลับมาพักฟื้นที่บ้านแล้ว ดูเหมือนอาการเขาจะดีขึ้นมาก เหลือแค่แขนที่ยังใส่เฝือกอยู่ ยอดตองบอกอีกสามสี่วันก็คงได้ถอดเฝือก มาลย์เองยุ่งเรื่องจัดของที่ย้ายคอนโดฯ ให้เข้าที่ พอเสร็จก็ต้องมานั่งเรียบเรียงหาข้อมูลเพื่อทำโครงการวิจัย
หญิงสาวขับรถเลี้ยวเข้าจอดข้างตึกสูง ป้ายหน้าตึกตัวอักษรขนาดใหญ่แสดงให้เห็นว่า คณะบริหารสาขาการตลาด เปิดประตูลงรถ คว้ากระเป๋าแล็ปท็อปเดินเข้าไปในตึก
“ทำไม”คนเมาถามเสียงอู้อี้ ปากแดง แก้มแดงเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ปรือตามองเขาอยู่ กระตุ้นไอ้ยอดตองดีจริง ๆ“มาลย์ ปล่อยก่อน ถึงห้องค่อยว่ากัน” ยอดตองจับมือเล็กออกจากลำคอ วางลงบนตักเธอ แล้วขยับมานั่งที่ตัวเองเขาหลับตาปรับอารมณ์ ก้มมองเป้ากางเกงที่เหมือนจะฟูขึ้นมา เป่าลมหายใจออกทางปากจนหมดปอด หันไปมองคนข้าง ๆ ที่หลับคอพับไปแล้ว ชายหนุ่มมุมปากยกยิ้มขึ้นทั้งส่ายหัวเบา ๆ ก่อนจะออกรถตรงไปยังคอนโดฯ คนนั่งข้างพอถึงคอนโดฯ ยอดตองใช้คีย์การ์ดที่อยู่ในกระเป๋าเธอ แค่ทาบกับทางเข้าประตูลิฟต์ มันก็พาทั้งสองขึ้นไปยังชั้นที่เธอพักอยู่ พอประตูลิฟต์เปิดออก เขาถามเธอว่าพักอยู่ห้องไหน เบอร์อะไร คนเมายังพอตอบเขาได้ ถึงจะหลับตาตลอดทางก็เถอะเข้ามาในห้องเธอได้ เปิดไฟให้ความสว่าง ยอดตองพยุงมาลย์มานั่งลงที่โซฟากลางห้อง คนเมาเอนตัวนอนราบไปกับโซฟาทันทียอดตองหันมองซ้ายมองขวา เดินไปโซนเคาน์เตอร์ครัว เปิดตู้เย็นหยิบน้ำออกมาดื่มเองหนึ่งขวด แล้วหยิบอีกขวดเทใส่แก้วจนเต็ม ถือมาหาคนหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่โซฟา“มาลย์ ดื่มน้ำก่อนนอนหน่อยหลับยาวเดี๋ยวร่าง
ผู้คนทยอยออกจากร้านจวนจะหมดแล้ว หรือเมา หรือจะหนีกลับก่อน หรือผู้ชายชื่อคลัตช์อะไรนั่นหวนกลับมาวุ่นวายกับเธออีกพอคิดได้แบบนั้น ยอดตองรีบกดโทร.ออกหามาลย์ทันที ติดแต่ไม่มีคนรับ โทร.สองสามรอบก็ไม่รับ ยอดตองเริ่มร้อนใจ นึกขึ้นได้ ไอ้เต้ กดโทร.หาเพื่อนอีกที พอได้ยินสัญญาณคนรับสาย ยอดตองรีบถามออกไปเร็ว ๆ“เต้ มาลย์...”“อยู่นี่... ช่วยกูด้วย”ยอดตองหันไปมองตามเสียง ภาพตรงหน้าเห็นเป็นกลุ่มก้อนที่เดินออกมาจากมุมมืด คนยืนมองหัวคิ้วขมวดนึกสงสัย ภาพไอ้เต้น่าเวทนาแท้ ถ้าไม่ติดว่าผู้หญิงที่มันหิ้วปีกอยู่เป็นยัยมาลย์หัวใจของเขาละก็ จะบอกให้เต้เลิกคบไปเสีย ภาระจริง ๆสภาพเต้คือแสนดีขี่หลัง กาบี้เกาะแขนซ้าย มาลย์เกาะแขนขวา แม่มาลย์กุหลาบหลับตาเดินด้วย เก่งเกินไปแล้วยอดตองเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้ม มือเท้าเอวมองภาพตรงหน้าก่อนจะเอะใจ แล้วเต้มันเอามือไหนรับโทรศัพท์ พอไล่สายตาไปเรื่อย ๆ ถึงเห็นแสนดีเป็นคนถือโทรศัพท์แนบหูเต้อยู่ ทั้งที่ยอดตองวางสายไปสักพักแล้ว คงยังพอมีสติกันอยู่บ้างสินะ ไม่เมา แค่ไม่เหมือนเดิมยอดตองเดินไปคว้ามาลย์มาหิ้วไว้ ใช้คำว่าหิ
“กลัวหรือเปล่า”“ก็ไม่เท่าไร แต่ออกไปจากสถานการณ์เมื่อกี้ได้ก็น่าจะดีกว่า”“กลับยัง”“ไปหาเพื่อนก่อน”“งั้นไป เดี๋ยวไปส่งหาเพื่อน”ยอดตองกับมาลย์เดินลงชั้นสามมา พอถึงชั้นสอง เขามองไปทางโต๊ะเพื่อนตัวเอง พยักหน้าให้ ไอ้พวกนั้นก็พยักหน้าตอบ เป็นอันรับรู้ว่าไม่มีอะไรแล้วเขาไปส่งเธอที่โต๊ะเพื่อนชั้นล่าง ทุกคนที่โต๊ะต่างทำหน้าเคร่งเครียดทั้งที่บอกจะพากันมาผ่อนคลายยอดตองนั่งคุยอยู่ด้วยสักพัก สายตายังมองหญิงสาวอยู่ตลอด เธอเล่าให้เพื่อนฟังว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างอย่างละเอียด ยกเว้นเรื่องที่เขาจูบเธอ บางทีกาบี้กับแสนดีก็พูดเย้าแหย่กันจนเธอยิ้มหัวเราะออกมายอดตองอยู่จนแน่ใจว่าเธอไม่ได้คิดมากหรือนึกกลัวเรื่องที่ผ่านมาไม่นานนี้ เขาถึงได้ขอตัวออกมาเพราะต้องไปหาเพื่อนตัวเองกับเพื่อนน้องสาว ก่อนจะไปยังหันมาพูดกับมาลย์ เธอเองก็กำลังมองเขาอยู่“จะกลับบอกเรา เดี๋ยวไปส่ง”“เรามากับกาบี้แล้วก็แสนดี”“กาบี้กับแสนดีจะกลับพร้อมเต้” ยอดตองเป็นคนพูดออกมาเองมาลย์ขมวดคิ้ว หันไปมองหน้าเพื่อนทั้งสามคนที่ตอนนี้นั่งอ้าปากค้างอย
“มาลย์มีแฟนแล้วค่ะ” คนฟังขมวดคิ้วทันที แฟนไหน ป้าเธอบอกว่าเธอไม่มีแฟน เขาเองก็ไม่เคยเห็น“กำลังโกหกพี่อยู่สินะ ไหนล่ะแฟนมาลย์”จู่ ๆ ประตูห้องวีไอพีชั้นสามก็ถูกเปิดออก คนที่อยู่ในห้องหันไปมองคนมาใหม่เป็นตาเดียว“มาลย์” เสียงคนมาใหม่เรียกหญิงสาวคนเดียวภายในห้องนี้เขาใช้สายตาสำรวจเร็ว ๆ ไม่มีใครมากนอกจากผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่โซฟาข้างเธอ กับผู้ชายร่างสูงใหญ่สองคนยืนอยู่ข้างประตู“ตอง”หญิงสาวเรียกชื่อเขาเสียงดัง เธอเหมือนจะโล่งใจขึ้นมาหน่อย แต่ทำอย่างไรดี พี่คลัตช์มีคนติดตามสองคน ยอดตองว่าตัวสูงกว่าผู้ชายทั่วไปแล้ว แต่ลูกน้องของคลัตช์ยังตัวใหญ่กว่า“มานี่” ยอดตองเรียกให้เธอมาหาเขาด้วยน้ำเสียงปกติ มาลย์ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ แล้วมานั่งทำไมตรงนี้ ยัยบื้อ“ใครครับน้องมาลย์” คลัตช์จ้องหน้าคนมาใหม่ลูกน้องเขาสองคนขยับย่างกรายเข้าหายอดตอง ผู้เป็นนายยกมือขึ้นเป็นเชิงห้าม ทั้งสองคนถึงถอยกลับไปยืนที่เดิมยอดตองยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ไม่ได้มีความเกรงกลัวกับเหตุการณ์ตรงหน้าหรือคนติดตามของคลัตช์ที่ทำหน้าพร้อมจะฉีกเนื้อเขาเป็
แต่ตอนที่เขาเห็นน้องอยู่ในสภาพนั้น ยอมรับว่าตกใจมาก ดูท่าเพื่อนจะเป็นห่วงน้องสาวเขามาก ยอดตองถึงได้ยัดพวงกุญแจบ้านใส่มือธาร บอกให้มันไปดูเอง ยอดตองมั่นใจว่าเพื่อนจะไม่ทำอะไรน้องเขาเพราะรู้จักกันมาหลายปี ด้านดีไม่ดีเห็นมาหมดแล้ว แต่ก็ยังมีขู่เพื่อนไปบ้าง พอคุยกับธารเสร็จ ถึงได้แยกย้ายกันไปยอดตองเดินเข้ามาในร้าน สายตาเฉียบคมมองหาใครบางคน ไหนว่าจะมา หรือกลัวเขาจริง ๆ ส่องอยู่สักพัก สายตาดันไปเห็นแมวหนุ่มสองตัวกำลังเดินชนแก้วสาวให้ทั่วร้าน จะเป็นใครได้ ถ้าไม่ใช่เจ้าของร้านเสือผู้หญิงกับลูกศิษย์อย่างยูโรเพื่อนยอดเตย เข้าขากันดีสุด ๆ ทำตัวเป็นเสือล่าเหยื่อ อย่าให้เห็นเสือหมอบละกัน พ่อเสือจะขำให้พอขึ้นมาชั้นสอง เดินมาโต๊ะประจำ ชีวี ชีวิน พิทย์อยู่กันครบ มีกลุ่มเพื่อนยอดเตยอยู่ร่วมวง ปราปต์ เพลิง สิบทิศ จิ๊กซอว์ ยอดตองทักทายเพื่อนตัวเองและเพื่อนน้องสาว สั่งอาหารกับเครื่องดื่มมาเพิ่มนั่งคุยกับเพื่อนอยู่สักพัก เสียงโทรศัพท์เขามีสายเข้า พอเห็นเบอร์โทร.มา คิ้วชายหนุ่มขมวดเข้าหากัน แม่คู่กรณีของเขาโทร.มาทำไม เธอไม่โทร.ไม่ส่งข้อความหาเขามาเป็นสัปดาห์แล้วตั้งแต่โดนจูบวันนั้
ด้านยอดตองยังยืนอยู่ข้างสนามกีฬากลางของมหา’ลัยเพื่อรอรับยอดเตย วันนี้เป็นวันแข่งกีฬาน้องใหม่และแข่งเชียร์วันสุดท้ายของน้องปีหนึ่ง พอพิธีจบลง ประธานสโมสรนักศึกษาด้านกิจกรรมอย่างชีวินขึ้นกล่าวปิดงานส่วนแฝดน้องอย่างชีวีพาวงดนตรีของชมรมมหา’ลัยบรรเลงให้ความบันเทิงกับทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรม ชีวีร้องเปิดงานหนึ่งเพลงบนเวทีกลางสนาม แล้วให้รุ่นน้องรับช่วงต่อ สองแฝดลงเวทีมารวมกลุ่มกับเพื่อนข้างสนามส่วนไอ้ที่พึ่งวางสายจากยอดเตยยืนหน้าบึ้งตึงอยู่ข้าง ๆ ยอดตอง ตั้งแต่ปล่อยให้มันจีบน้องสาว มันก็โทร.เช้าโทร.เย็น โทร.จนพ่อกับแม่ต้องถามเขาที่เป็นพี่ชายว่าทำไมช่วงนี้โทร.หาน้องไม่ค่อยติด จะติดได้ไง ก็ไอ้เพื่อนตัวดีเล่นโทร.หาจนโทรศัพท์เกือบจะไหม้ที่ธารยืนหน้าบึ้งบอกบุญไม่รับอยู่ ก็เพราะยอดเตยบอกจะไม่กลับพร้อมมัน จะกลับพร้อมเพื่อน พอธารไม่ยอม ยัยน้องถึงบอกกลับพร้อมยอดตองก็ได้ ธารถึงยอมลงให้ หวงที่หนึ่ง ห่วงก็สุด ใครแตะก็ไม่ได้ ดีนะกูเป็นพี่ บางทีมันก็ไม่ให้แตะเพื่อนในกลุ่มพูดแซวธารอยู่สักพัก ยอดเตยก็เดินมาทางพวกเรายืนอยู่ ไม่ได้มาคนเดียวด้วย มากับเพื่อน
หลังทานข้าวจ่ายเงินเสร็จสรรพ เต้เป็นคนจ่ายไปก่อน เดี๋ยวจะเคลียร์กันทีหลัง มาลย์บอกว่าส่วนของยอดตอง เธอจะเป็นคนจ่าย ชายหนุ่มบอกไม่เป็นอะไร เธอยังยืนยันคำเดิม เขาถึงไม่พูดอะไรอีก ข้าวมื้อเดียวมันจะไปพออะไร คนโลภคิดในใจ“ตองมายังไง” เต้ถามขึ้นหลังจากทุกคนออกมาจากร้านอาหาร“นั่งแกร๊บคาร
เวลาเที่ยงกว่ามาลย์กับกลุ่มเพื่อนคุยงานจนเลยเวลาเที่ยง กาบี้แสนดีบ่นหิวแล้วหิวอีก ชวนกันหาอะไรกิน นั่งคิดอยู่นานก็เลือกไม่ได้ เตเต้เสนอไปกินที่ห้างฯ แถวมหา’ลัย ไม่ร้อนด้วย ไปถึงอาจคิดได้ว่าอยากกินอะไร คนเยอะหน่อย น่าจะได้อยู่ ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย เก็บของเตรียมตัวไปห้างฯ
รุ่นน้องที่เห็นเธอต่างพากันยกมือไหว้ทักทาย ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ทั้งผู้ชายและผู้หญิง มาลย์เองรับไหว้บ้าง ก้มหน้ายิ้มให้บ้าง ใครจะไม่รู้จักพี่มาลย์สาวบริหารการตลาด เธอสวย เธอเก่ง และเธอหยิ่งกว่าใคร คนไม่รู้จักเธอคิดแบบนั้น แต่คนรู้จักเธอคิดกลับกัน เธอสวย เธอบ้า เธอซ่า และไม่ยอมใครส่วนเรื่องที่ค
“ไม่/ครับ” สองเสียงดังขึ้นพร้อมกันเสียงแรกเป็นของมาลย์ เธอกำลังจะบอกพยาบาลว่าเธอไม่ใช่แฟนเขา ส่วนเสียงที่สองเป็นของยอดตอง เขาเพียงตอบรับคำของพยาบาลเท่านั้นเองจริง ๆ ส่วนพยาบาลได้ยินแบบนั้นก็ฉีกยิ้มกว้างให้ก่อนจะเดินออกจากห้องไปมาลย์กำลังจะหันไปถามยอดตองว่าทำไมเขาไม่ปฏิเสธไป เดี๋ยว







