ログインเวลาเที่ยงกว่า
มาลย์กับกลุ่มเพื่อนคุยงานจนเลยเวลาเที่ยง กาบี้แสนดีบ่นหิวแล้วหิวอีก ชวนกันหาอะไรกิน นั่งคิดอยู่นานก็เลือกไม่ได้ เตเต้เสนอไปกินที่ห้างฯ แถวมหา’ลัย ไม่ร้อนด้วย ไปถึงอาจคิดได้ว่าอยากกินอะไร คนเยอะหน่อย น่าจะได้อยู่ ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย เก็บของเตรียมตัวไปห้างฯ
พอมาถึง เดินวนไปหนึ่งรอบ กาบี้แสนดีเลือกไม่ได้สักทีว่าอยากกินอะไร พอดีกับยืนอยู่หน้าร้านอาหารญี่ปุ่นจัดเซต มาลย์บอกร้านนี้แหละ ทุกคนหิวมากแล้ว ไม่มีใครขัด เดินเข้าไปในร้านพร้อมกัน
พอดีกับมีโต๊ะว่างข้างกระจกใสมองเห็นคนเดินผ่านไปผ่านมา พนักงานมารับเมนูอาหาร เลือกกันอยู่สักพักก็ได้เซตที่แต่ละคนอยากกิน ตอนเที่ยงคนเยอะ ท่าจะรอนาน นั่งคุยกันเรื่องนั้นเรื่องนี้อยู่ดี ๆ แสนดีดันร้องทักเสียเสียงดัง
“นั่นยอดตองใช่ปะ” แสนดีพูดจบ ทุกคนหันออกไปมองนอกร้านพร้อมกัน
มาลย์เองก็ด้วย เป็นเขาจริง ๆ เดินคนเดียว มือข้างที่ไม่ได้ใส่เฝือกถือของเต็มมือ เหมือนใจเธอจะคันยุบยิบเมื่อเห็นหน้าเขา
หญิงสาวนั่งมองผ่านกระจกใสของร้านอาหารญี่ปุ่น เป็นเขาจริง ๆ ยอดตองกำลังเดินมาทางหน้าร้านอาหารที่กลุ่มเพื่อนเธอนั่งอยู่ แขนขวาเขายังใส่เฝือก มือซ้ายถือถุงสองสามถุง
“ทักไหม” เตเต้หันไปถามเพื่อนที่เป็นคู่กรณีกับยอดตอง มาลย์ยิ้มบาง ๆ พยักหน้าให้ อยากทักก็ทักสิ กลุ่มเพื่อนเธอก็รู้จักกับเขาดี
“รออะไรล่ะยะ” กาบี้จ้องหน้ามาลย์อยู่ก่อนแล้ว พอเห็นเพื่อนพยักหน้าเป็นสัญญาณดี รีบลุกพรวดพราดออกจากโต๊ะ ลากแสนดีไปด้วย
สองคนนี้ตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น มาลย์คิดว่าเพื่อนในใจ ทั้งที่อกซ้ายตัวเองก็เต้นผิดจังหวะเมื่อเห็นหน้าเขา
ก่อนหน้านี้ยอดตองนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่บ้านก็เบื่อ เพื่อนก็ไม่มาหา บอกจะมาพรุ่งนี้ทีเดียวทั้งกลุ่ม พ่อกับแม่ก็ไม่ว่าง น้องก็ไม่อยู่ เขาถึงได้ขับรถออกมาห้างฯ แถวบ้านเพื่อซื้อของใช้ประจำเดือนแทนน้อง เดี๋ยวกลับมาของใช้ในบ้านหมดได้บ่นเขาอีก
พอเดินเล่นซื้อของเสร็จ กำลังจะเดินออกจากห้างฯ ไปที่ลานจอดรถ กลับได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเองเสียก่อน
“ตอง ยอดตอง” เจ้าของชื่อหันไปมองตามเสียงเรียก
เห็นผู้หญิงหน้าตาน่ารักกับผู้ชายตัวสูง ผิวขาว หน้าตาดี แต่มองเขาด้วยสายตาระยิบระยับชอบกล ทั้งสองคนกำลังเดินเบียดไหล่กันมาทางเขา
“อ้าว กาบี้ แสนดี”
ยอดตองเอ่ยทักทายทั้งสองคนเมื่อเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า เขารู้จักเพื่อนกลุ่มนี้เพราะเตเต้เพื่อนร่วมทีมบาส ถ้าเห็นกาบี้กับแสนดี ก็ต้องมียัยมาลย์หัวใจสินะ
“ตองมาซื้อของเหรอ”
แสนดีพูดขึ้น ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้ยอดตอง ใครจะไม่ชอบ ทั้งหล่อ ทั้งรวย เก่งอีกต่างหาก
“อ๋อ ใช่ พอดีมาซื้อของใช้เข้าบ้านน่ะ”
“พ่อบ้านสุด ๆ” เสียงกาบี้กระซิบพูดกับแสนดีผ่านไรฟัน
“ตองดีขึ้นแล้วใช่ไหม พวกเราไม่ได้ไปเยี่ยมเลย พอรู้ข่าวจากมาลย์ ตองก็ออกจากโรงพยาบาลแล้ว”
ตั้งสติได้ กาบี้ถึงถามออกไป มือยังบีบแขนแสนดีให้เลิกบิดตัวเป็นเกลียวสักที
“ดีขึ้นมากแล้ว เหลือแค่แขนนี่แหละ ขอบใจนะ แล้วมากันสองคนเหรอ”
“พวกเรามากินข้าวร้านอาหารญี่ปุ่นตรงนี้เอง ตองกินอะไรหรือยัง ไปกินด้วยกันไหม”
แสนดีชวนเพื่อนต่างคณะ ปกติพวกเขามีเคยไปหาอะไรทานด้วยกันบ้าง เวลากลุ่มเพื่อนพวกเขาไปหาเต้ที่สนามบาส ยอดตองก็ไปด้วย
“เตเต้กับมาลย์ก็อยู่นะ รออยู่ตรงนั้น” แสนดียังพูดย้ำว่ามากับใครบ้าง นิ้วเล็ก ๆ ชี้ไปมุมร้าน
ยอดตองมองตามนิ้วของแสนดี ถึงได้เห็นหญิงสาวที่กวนใจเขามาหลายวันนั่งหันหน้ามาทางเขาอยู่ พอได้สบตากัน หัวใจเขากลับมาทำงานหนักอีกแล้ว
ตอนแรกว่าจะปฏิเสธเพราะเขาถือของเต็มมือ คงไม่สะดวก แต่พอเห็นใครบางคน ยอดตองก็อยากสะดวกขึ้นมา
ชายหนุ่มพยักหน้าตอบรับเพื่อนสองคน ทั้งกาบี้และแสนดียังมาแย่งของจากมือเขาไปถือไว้ ยอดตองบอกไม่เป็นไรก็ไม่ทันแล้ว ทั้งสองคนหมุนตัวเดินนำเข้าร้านไปแล้ว
พอเข้ามานั่งในร้าน กาบี้ให้ยอดตองนั่งชิดขอบกระจกตรงข้ามกับมาลย์ คนนั่งข้างเธอเป็นแสนดี ส่วนข้างเขาเป็นกาบี้ ถัดไปเป็นเต้ เธอยิ้มทักทายให้เบาบาง ยอดตองยังไม่ทันทักเธอ เต้ก็พูดขึ้นเสียก่อน
“ไอ้ตอง มึงโอเคนะ” เตเต้ชะโงกหน้ามาถามเพื่อนเพราะนั่งอยู่ริมสุดของโต๊ะ
“อืม... ดีขึ้นเยอะ” เต้ส่งข้อความทั้งโทร.หาเขาตั้งแต่รู้ข่าว
ยอดตองสนิทกับเต้พอ ๆ กับแก๊งห้าคนนั้น ต่อให้ตบหัวมันจนโยก มันก็ไม่โกรธ เพราะคิดแค่ว่าเพื่อนสะกิดเพื่อเรียกคุย
“ตองกินอะไร เดี๋ยวเราสั่งให้”
มาลย์เงยหน้าจากเมนูอาหารที่ดูกับแสนดีอยู่ หันไปถามคนมาใหม่ เขามองเธออยู่พอดี
“มาลย์กินอะไร เราก็กินอันนั้น” ยอดตองพูดจบ ทั้งโต๊ะเงียบลงทันที
แสนดีฉีกยิ้มกว้าง กาบี้กลอกตา ส่วนเตเต้คิ้วขมวด ได้กลิ่นแปลก ๆ จากความแพรวพราวของเพื่อนอย่างยอดตอง
“เรากินข้าวหน้าเนื้อ ตองกินได้ไหม”
“กินได้”
มาลย์พยักหน้ารับ ช่วยกันสั่งอาหารกับแสนดี รอไม่นานอาหารก็มาถึงโต๊ะ ทุกคนต่างพูดคุยกันไปด้วย กินข้าวไปด้วย
ยอดตองเองเขากินได้ปกติ ถึงจะไม่ค่อยถนัดนัก เจ็บมาหลายวัน เขาเริ่มปรับตัวได้ ทำอะไรด้วยมือเดียวก็หลายอย่าง โดยเฉพาะ... นั่นแหละ
“ทำไม”คนเมาถามเสียงอู้อี้ ปากแดง แก้มแดงเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ปรือตามองเขาอยู่ กระตุ้นไอ้ยอดตองดีจริง ๆ“มาลย์ ปล่อยก่อน ถึงห้องค่อยว่ากัน” ยอดตองจับมือเล็กออกจากลำคอ วางลงบนตักเธอ แล้วขยับมานั่งที่ตัวเองเขาหลับตาปรับอารมณ์ ก้มมองเป้ากางเกงที่เหมือนจะฟูขึ้นมา เป่าลมหายใจออกทางปากจนหมดปอด หันไปมองคนข้าง ๆ ที่หลับคอพับไปแล้ว ชายหนุ่มมุมปากยกยิ้มขึ้นทั้งส่ายหัวเบา ๆ ก่อนจะออกรถตรงไปยังคอนโดฯ คนนั่งข้างพอถึงคอนโดฯ ยอดตองใช้คีย์การ์ดที่อยู่ในกระเป๋าเธอ แค่ทาบกับทางเข้าประตูลิฟต์ มันก็พาทั้งสองขึ้นไปยังชั้นที่เธอพักอยู่ พอประตูลิฟต์เปิดออก เขาถามเธอว่าพักอยู่ห้องไหน เบอร์อะไร คนเมายังพอตอบเขาได้ ถึงจะหลับตาตลอดทางก็เถอะเข้ามาในห้องเธอได้ เปิดไฟให้ความสว่าง ยอดตองพยุงมาลย์มานั่งลงที่โซฟากลางห้อง คนเมาเอนตัวนอนราบไปกับโซฟาทันทียอดตองหันมองซ้ายมองขวา เดินไปโซนเคาน์เตอร์ครัว เปิดตู้เย็นหยิบน้ำออกมาดื่มเองหนึ่งขวด แล้วหยิบอีกขวดเทใส่แก้วจนเต็ม ถือมาหาคนหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่โซฟา“มาลย์ ดื่มน้ำก่อนนอนหน่อยหลับยาวเดี๋ยวร่าง
ผู้คนทยอยออกจากร้านจวนจะหมดแล้ว หรือเมา หรือจะหนีกลับก่อน หรือผู้ชายชื่อคลัตช์อะไรนั่นหวนกลับมาวุ่นวายกับเธออีกพอคิดได้แบบนั้น ยอดตองรีบกดโทร.ออกหามาลย์ทันที ติดแต่ไม่มีคนรับ โทร.สองสามรอบก็ไม่รับ ยอดตองเริ่มร้อนใจ นึกขึ้นได้ ไอ้เต้ กดโทร.หาเพื่อนอีกที พอได้ยินสัญญาณคนรับสาย ยอดตองรีบถามออกไปเร็ว ๆ“เต้ มาลย์...”“อยู่นี่... ช่วยกูด้วย”ยอดตองหันไปมองตามเสียง ภาพตรงหน้าเห็นเป็นกลุ่มก้อนที่เดินออกมาจากมุมมืด คนยืนมองหัวคิ้วขมวดนึกสงสัย ภาพไอ้เต้น่าเวทนาแท้ ถ้าไม่ติดว่าผู้หญิงที่มันหิ้วปีกอยู่เป็นยัยมาลย์หัวใจของเขาละก็ จะบอกให้เต้เลิกคบไปเสีย ภาระจริง ๆสภาพเต้คือแสนดีขี่หลัง กาบี้เกาะแขนซ้าย มาลย์เกาะแขนขวา แม่มาลย์กุหลาบหลับตาเดินด้วย เก่งเกินไปแล้วยอดตองเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้ม มือเท้าเอวมองภาพตรงหน้าก่อนจะเอะใจ แล้วเต้มันเอามือไหนรับโทรศัพท์ พอไล่สายตาไปเรื่อย ๆ ถึงเห็นแสนดีเป็นคนถือโทรศัพท์แนบหูเต้อยู่ ทั้งที่ยอดตองวางสายไปสักพักแล้ว คงยังพอมีสติกันอยู่บ้างสินะ ไม่เมา แค่ไม่เหมือนเดิมยอดตองเดินไปคว้ามาลย์มาหิ้วไว้ ใช้คำว่าหิ
“กลัวหรือเปล่า”“ก็ไม่เท่าไร แต่ออกไปจากสถานการณ์เมื่อกี้ได้ก็น่าจะดีกว่า”“กลับยัง”“ไปหาเพื่อนก่อน”“งั้นไป เดี๋ยวไปส่งหาเพื่อน”ยอดตองกับมาลย์เดินลงชั้นสามมา พอถึงชั้นสอง เขามองไปทางโต๊ะเพื่อนตัวเอง พยักหน้าให้ ไอ้พวกนั้นก็พยักหน้าตอบ เป็นอันรับรู้ว่าไม่มีอะไรแล้วเขาไปส่งเธอที่โต๊ะเพื่อนชั้นล่าง ทุกคนที่โต๊ะต่างทำหน้าเคร่งเครียดทั้งที่บอกจะพากันมาผ่อนคลายยอดตองนั่งคุยอยู่ด้วยสักพัก สายตายังมองหญิงสาวอยู่ตลอด เธอเล่าให้เพื่อนฟังว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างอย่างละเอียด ยกเว้นเรื่องที่เขาจูบเธอ บางทีกาบี้กับแสนดีก็พูดเย้าแหย่กันจนเธอยิ้มหัวเราะออกมายอดตองอยู่จนแน่ใจว่าเธอไม่ได้คิดมากหรือนึกกลัวเรื่องที่ผ่านมาไม่นานนี้ เขาถึงได้ขอตัวออกมาเพราะต้องไปหาเพื่อนตัวเองกับเพื่อนน้องสาว ก่อนจะไปยังหันมาพูดกับมาลย์ เธอเองก็กำลังมองเขาอยู่“จะกลับบอกเรา เดี๋ยวไปส่ง”“เรามากับกาบี้แล้วก็แสนดี”“กาบี้กับแสนดีจะกลับพร้อมเต้” ยอดตองเป็นคนพูดออกมาเองมาลย์ขมวดคิ้ว หันไปมองหน้าเพื่อนทั้งสามคนที่ตอนนี้นั่งอ้าปากค้างอย
“มาลย์มีแฟนแล้วค่ะ” คนฟังขมวดคิ้วทันที แฟนไหน ป้าเธอบอกว่าเธอไม่มีแฟน เขาเองก็ไม่เคยเห็น“กำลังโกหกพี่อยู่สินะ ไหนล่ะแฟนมาลย์”จู่ ๆ ประตูห้องวีไอพีชั้นสามก็ถูกเปิดออก คนที่อยู่ในห้องหันไปมองคนมาใหม่เป็นตาเดียว“มาลย์” เสียงคนมาใหม่เรียกหญิงสาวคนเดียวภายในห้องนี้เขาใช้สายตาสำรวจเร็ว ๆ ไม่มีใครมากนอกจากผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่โซฟาข้างเธอ กับผู้ชายร่างสูงใหญ่สองคนยืนอยู่ข้างประตู“ตอง”หญิงสาวเรียกชื่อเขาเสียงดัง เธอเหมือนจะโล่งใจขึ้นมาหน่อย แต่ทำอย่างไรดี พี่คลัตช์มีคนติดตามสองคน ยอดตองว่าตัวสูงกว่าผู้ชายทั่วไปแล้ว แต่ลูกน้องของคลัตช์ยังตัวใหญ่กว่า“มานี่” ยอดตองเรียกให้เธอมาหาเขาด้วยน้ำเสียงปกติ มาลย์ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ แล้วมานั่งทำไมตรงนี้ ยัยบื้อ“ใครครับน้องมาลย์” คลัตช์จ้องหน้าคนมาใหม่ลูกน้องเขาสองคนขยับย่างกรายเข้าหายอดตอง ผู้เป็นนายยกมือขึ้นเป็นเชิงห้าม ทั้งสองคนถึงถอยกลับไปยืนที่เดิมยอดตองยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ไม่ได้มีความเกรงกลัวกับเหตุการณ์ตรงหน้าหรือคนติดตามของคลัตช์ที่ทำหน้าพร้อมจะฉีกเนื้อเขาเป็
แต่ตอนที่เขาเห็นน้องอยู่ในสภาพนั้น ยอมรับว่าตกใจมาก ดูท่าเพื่อนจะเป็นห่วงน้องสาวเขามาก ยอดตองถึงได้ยัดพวงกุญแจบ้านใส่มือธาร บอกให้มันไปดูเอง ยอดตองมั่นใจว่าเพื่อนจะไม่ทำอะไรน้องเขาเพราะรู้จักกันมาหลายปี ด้านดีไม่ดีเห็นมาหมดแล้ว แต่ก็ยังมีขู่เพื่อนไปบ้าง พอคุยกับธารเสร็จ ถึงได้แยกย้ายกันไปยอดตองเดินเข้ามาในร้าน สายตาเฉียบคมมองหาใครบางคน ไหนว่าจะมา หรือกลัวเขาจริง ๆ ส่องอยู่สักพัก สายตาดันไปเห็นแมวหนุ่มสองตัวกำลังเดินชนแก้วสาวให้ทั่วร้าน จะเป็นใครได้ ถ้าไม่ใช่เจ้าของร้านเสือผู้หญิงกับลูกศิษย์อย่างยูโรเพื่อนยอดเตย เข้าขากันดีสุด ๆ ทำตัวเป็นเสือล่าเหยื่อ อย่าให้เห็นเสือหมอบละกัน พ่อเสือจะขำให้พอขึ้นมาชั้นสอง เดินมาโต๊ะประจำ ชีวี ชีวิน พิทย์อยู่กันครบ มีกลุ่มเพื่อนยอดเตยอยู่ร่วมวง ปราปต์ เพลิง สิบทิศ จิ๊กซอว์ ยอดตองทักทายเพื่อนตัวเองและเพื่อนน้องสาว สั่งอาหารกับเครื่องดื่มมาเพิ่มนั่งคุยกับเพื่อนอยู่สักพัก เสียงโทรศัพท์เขามีสายเข้า พอเห็นเบอร์โทร.มา คิ้วชายหนุ่มขมวดเข้าหากัน แม่คู่กรณีของเขาโทร.มาทำไม เธอไม่โทร.ไม่ส่งข้อความหาเขามาเป็นสัปดาห์แล้วตั้งแต่โดนจูบวันนั้
ด้านยอดตองยังยืนอยู่ข้างสนามกีฬากลางของมหา’ลัยเพื่อรอรับยอดเตย วันนี้เป็นวันแข่งกีฬาน้องใหม่และแข่งเชียร์วันสุดท้ายของน้องปีหนึ่ง พอพิธีจบลง ประธานสโมสรนักศึกษาด้านกิจกรรมอย่างชีวินขึ้นกล่าวปิดงานส่วนแฝดน้องอย่างชีวีพาวงดนตรีของชมรมมหา’ลัยบรรเลงให้ความบันเทิงกับทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรม ชีวีร้องเปิดงานหนึ่งเพลงบนเวทีกลางสนาม แล้วให้รุ่นน้องรับช่วงต่อ สองแฝดลงเวทีมารวมกลุ่มกับเพื่อนข้างสนามส่วนไอ้ที่พึ่งวางสายจากยอดเตยยืนหน้าบึ้งตึงอยู่ข้าง ๆ ยอดตอง ตั้งแต่ปล่อยให้มันจีบน้องสาว มันก็โทร.เช้าโทร.เย็น โทร.จนพ่อกับแม่ต้องถามเขาที่เป็นพี่ชายว่าทำไมช่วงนี้โทร.หาน้องไม่ค่อยติด จะติดได้ไง ก็ไอ้เพื่อนตัวดีเล่นโทร.หาจนโทรศัพท์เกือบจะไหม้ที่ธารยืนหน้าบึ้งบอกบุญไม่รับอยู่ ก็เพราะยอดเตยบอกจะไม่กลับพร้อมมัน จะกลับพร้อมเพื่อน พอธารไม่ยอม ยัยน้องถึงบอกกลับพร้อมยอดตองก็ได้ ธารถึงยอมลงให้ หวงที่หนึ่ง ห่วงก็สุด ใครแตะก็ไม่ได้ ดีนะกูเป็นพี่ บางทีมันก็ไม่ให้แตะเพื่อนในกลุ่มพูดแซวธารอยู่สักพัก ยอดเตยก็เดินมาทางพวกเรายืนอยู่ ไม่ได้มาคนเดียวด้วย มากับเพื่อน
เพื่อนพูดเท่านั้น ไอ้เจ้าของรถมอเตอร์ไซค์ก็ลุกพรวดพราด บอกเพื่อนว่าจะไปเอง ถึงได้เดินออกจากห้องพัก ไม่รู้ตัวเลยสักนิด โดนเพื่อนไล่ต้อนตัวเองเสียจนมุมยอดตองหายใจเหนื่อยหอบ เป็นห่วงน้องก็เป็นห่วง ไม่ใช่นั่งร้องไห้ขี้มูกโป่งแล้วนะ ไม่นานหมอกับพยาบาลเข้ามาตรวจหลังจากเขาฟื้น ถามคำถามคล้าย ๆ เพื่อนเขา แ
มาลย์เคลียร์เรื่องรถเสร็จ เธอกำลังจะรีบไปโรงพยาบาล แต่นึกขึ้นได้ ต้องไปส่งของให้ลูกค้า เมื่อเช้าเธอตื่นแต่เช้า ขับรถเข้ามาในเมืองเพื่อไปส่งกุหลาบให้กับทางโรงแรมที่จะเอาไปจัดสวนลูกค้าเจ้านี้สั่งหลายต้นแล้ว เส้นทางไม่ได้ไกลมาก แถมยังเป็นแถวมหา’ลัยเธอ มาลย์เลยขับรถมาส่งเองทั้งจะเข้าไปดูคอนโดฯ ด้วย ค
เสียงล้อรถยนต์เบรกบดเสียดสีกับพื้นถนน ทั้งเสียงรถบิกไบก์ที่ไถลออกจากเจ้าของไปกระแทกกับฟุตพาท เสียงดังจนคนแถวนั้นต่างตกใจ รีบพากันเข้ามามุงดู รถขับผ่านไปผ่านมาจอดชะลอเป็นแถวยอดตองรู้สึกมึนหัว พอขยับตัว ความเจ็บก็วิ่งไปที่แขนขวาทันที ดีที่หัวเขายังใส่หมวกกันน็อก ไม่อย่างนั้นคงได้น็อกจริง ๆ แน่เจ้าโ
‘มาลย์ ที่มหา’ลัย ไม่มีหนุ่ม ๆ เข้าตาเลยเหรอลูก’‘ไม่มีนะคะ’‘หนูไม่คิดนึกชอบใครบ้างเลยเหรอ’‘ไม่นะคะ ผู้ชายเป็นสิ่งที่น่ารำคาญ มาลย์เองก็ไม่อยากไปเป็นเรื่องน่ารำคาญของใคร’‘อาจมีคนเต็มใจรำคาญมาลย์ก็ได้นะ’‘ทำไมแม่อยากให้มาลย์มีแฟนคะ’‘เปล่า แม่แค่เป็นห่วง กลัวมาลย์ขายไม่ออก’‘แม่ก็... ขายไม่ออกก็อ







