Masukเพื่อนพูดเท่านั้น ไอ้เจ้าของรถมอเตอร์ไซค์ก็ลุกพรวดพราด บอกเพื่อนว่าจะไปเอง ถึงได้เดินออกจากห้องพัก ไม่รู้ตัวเลยสักนิด โดนเพื่อนไล่ต้อนตัวเองเสียจนมุม
ยอดตองหายใจเหนื่อยหอบ เป็นห่วงน้องก็เป็นห่วง ไม่ใช่นั่งร้องไห้ขี้มูกโป่งแล้วนะ ไม่นานหมอกับพยาบาลเข้ามาตรวจหลังจากเขาฟื้น ถามคำถามคล้าย ๆ เพื่อนเขา แต่ไม่ได้หยาบเหมือนไอ้พวกที่นั่งเล่นอยู่โซฟาหน้าทีวี
พอหมอมา พากันลุกมายืนฟังอย่างตั้งใจ หมอแจ้งอาการยอดตองโดยรวม เพื่อนเขาพากันยืนฟังเงียบ ๆ พยักหน้าตามที่หมอแจ้งว่าคนป่วยควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไรบ้าง
หมอกับทีมพยาบาลออกไปแล้ว ส่วนเพื่อนพอดูอาการเขาแล้วเห็นว่าดีขึ้นมาก พวกมันก็หันหน้าหนี แยกย้ายกันไปนั่ง ๆ นอน ๆ หายใจทิ้งเฝ้าเขาอยู่โซฟาที่เดิม
แต่พอเขาจะเข้าห้องน้ำก็ลุกพรวดพราดกันเข้ามาช่วยพยุง ไม่เกี่ยงกันสักนิด ก็อยากขอบใจอยู่หรอก เดี๋ยวเอาไว้ขอบใจตอนลูกพวกมันเกิดละกัน
ชีวินกับชีวีบอกขอกลับบ้านก่อน แม่โทร.ตาม มีอะไรให้โทร.หาได้เลย เช่นเดียวกับบาร์ที่ต้องกลับไปดูร้าน มีอะไรให้แจ้งมันไปเหมือนกัน พิทย์บอกเดี๋ยวอยู่เฝ้ายอดตองเอง ให้เพื่อนกลับไปก่อน ทั้งอยากรอธารด้วย
พอชีวิน ชีวี และบาร์ออกไปได้ไม่นาน ประตูห้องพักถูกเปิด คนที่เดินเข้ามาเป็นน้องสาวเขา ยอดเตยเดินเร็ว ๆ มาที่เตียงพี่ชาย
ยอดตองสำรวจน้องมองเท้าจดหัว หัวจดเท้าอยู่สองรอบ เห็นว่าน้องกลับครบสามสิบสองดีก็ฉีกยิ้ม ยักคิ้วยียวนให้น้องไป แต่ยัยน้องหน้าตึงยิ่งกว่าแผลที่ถูกเย็บบนหัวเขาเสียอีก ตึงอะไรขนาดนั้น
ดูจากสายตา ยอดเตยกำลังสำรวจเขาตั้งแต่หัว ตัว แขน เหลือขาที่เธอทิ้งสายตานานกว่าจุดอื่น คนเป็นพี่ถึงได้บอกไปว่าไม่ได้เจ็บขนาดนั้น เข่าขวาถลอกนิดหน่อย กับช่วงเอวเคล็ด พันผ้าก๊อซไว้แค่นั้น
ยอดเตยถามเขาว่าบอกพ่อกับแม่หรือยัง ยอดตองยังไม่ได้บอกเพราะไม่อยากให้พวกท่านเป็นห่วง แล้วถ้าบอก กลัวพวกท่านต้องรีบขับรถเข้ามาหาเขาตอนดึก ๆ คงไม่สะดวกแน่ บอกน้องไปว่าพรุ่งนี้จะบอกพ่อกับแม่แต่เช้า ยอดเตยทำเพียงพยักหน้ารับรู้
พอดีกับพยาบาลนำยากับอาหารมาให้ แขนข้างใส่เฝือกดันเป็นแขนด้านที่ถนัด ไม่วายให้น้องป้อนข้าวป้อนยาจนเสร็จ ยอดเตยยังใจดีเช็ดตัวให้พี่อีก เช็ดไปเช็ดมาดันร้องไห้
คนเป็นพี่กำลังเคลิ้มสบายตัวกลับรู้สึกถึงน้ำอุ่น ๆ หยดลงหลังมือตัวเอง เขานั่งเท้าแขนเอนตัวไปด้านหลังด้วยมือข้างเดียว น้องคงเห็นช่วงตัวพี่ที่เป็นรอยฟกช้ำไปทั่วตัว ยอดเตยเป็นห่วงเขามาก เขารู้ดี
“เตย พี่ไม่เป็นไร” บอกให้น้องสบายใจ เขาไม่เป็นอะไรแล้วจริง ๆ
“ไม่ต้องพูดแล้ว... ฮึก” ยอดเตยพยายามข่มเสียงสะอื้นไว้ในลำคอ
“ไม่พูดแล้ว เลิกร้องไห้ หน้าแดงตาแดงไปหมดแล้ว” ยอดตองกลับมานั่งตัวตรงดี ๆ ดึงแขนน้องมานั่งลงบนเตียงข้างตัวเอง จับหัวคนร้องไห้ซบลงบ่าเบา ๆ ทั้งลูบกลุ่มผมเป็นเชิงปลอบ
“พี่ไม่เป็นไรแล้ว ไม่เป็นอะไรแล้วจริง ๆ เลิกร้องไห้ เดี๋ยวปวดหัว ปวดตาหรอก” บอกน้องซ้ำ ๆ ย้ำว่าเขาไม่เป็นอะไรแล้ว
ยอดเตยซบที่บ่าพี่ ปล่อยน้ำตาไหลทะลักออกมาทั้งเสียงสะอึกสะอื้น เธอกลัวพี่จะเป็นอะไรไปจริง ๆ มีกันแค่สองคนนี่ พี่ชายเธอไม่เคยเจ็บขนาดนี้ พอเห็นเขาเป็นแบบนี้ เธอก็อดห่วงไม่ได้
เสียงร้องไห้ยอดเตยดังขึ้น พิทย์กับธารที่นั่งอยู่โซฟาต่างหันมามอง ยอดตองทำเพียงพยักหน้าให้เพื่อน พิทย์ยิ้มเชิงบอกว่าเข้าใจ
ส่วนธารไม่ยิ้ม ไม่แสดงสีหน้าอะไร สายตามันมองใคร มองเขาหรือมองน้องเขากันแน่ ยอดเตยหยุดร้อง น้ำตาเธอเหือดแห้งหลังจากผ่านการร้องไห้มาสักพัก เงยหน้าขึ้นมองพี่ตัวดี
“ขี้แยจริง พี่ไม่เป็นอะไรง่าย ๆ หรอก จนกว่าจะหาพี่สะใภ้มาให้เตย”
“ตลก ใครจะเอาพี่”
“ยืมมือหน่อยสิ”
“มุกเก่าปัดตก”
“เช็ดตัวให้ใหม่เลย มีแต่คราบน้ำตาเต็มหลัง”
ยอดตองยิ้มขำ ๆ ให้น้องสาว เห็นน้องงอน เห็นน้องโกรธ ยังดีกว่าเห็นน้องร้องไห้
“เช็ดเองสิ”
คนน้องปากก็พูดไปอย่างนั้น สุดท้ายก็เช็ดตัวให้พี่อีกรอบจนเสร็จ
พอเช็ดตัวเสร็จ ยอดตองหันไปมองนาฬิกาที่ผนังอีกรอบ ดึกมากแล้ว เตยไม่มีเสื้อผ้า ยังอยู่ในชุดนักศึกษามาทั้งวัน
ธารก็มาหาเขาตั้งแต่เช้า พิทย์เองก็เฝ้าเขาอยู่ตลอด ถึงห้องจะดูกว้างขวาง ก็ยังไม่สะดวกสำหรับทุกคนอยู่ดี
คนเจ็บบอกให้เพื่อนกลับบ้านไป พอได้ยินแบบนั้น ธารยังบ่นอยู่เลยว่าอยู่โรงพยาบาลนานจนจะป่วยตามเขาไปอีกคน
ตอนพิเศษ 4พอเธอคลอดลูกและมีระยะเวลาที่สามารถให้ยอดตองรักเธอแรง ๆ ได้ เขาก็ทำปกติ แต่พอคุยกันว่าน่าจะมีอีกสักคน คุณพ่อลูกหนึ่งก็ทำเหมือนรอบแรกคือเอาทุกหยาดหยดในตัวเขาใส่เข้ามาในตัวเธอ ค้างไว้อยู่นานและไม่พาไปอาบน้ำ หลังเสร็จกิจ คนเป็นพ่อบอก ‘นี่นับสอง’ มาลย์เริ่มชิน คนที่สองง่ายหน่อย แต่ตัวใหญ่เหมือนเดิม ลูกชายอีกแล้ว ทั้งคู่ไม่ติดว่าลูกเป็นเพศไหน แต่ลึก ๆ ในใจอยากได้ผู้หญิงสักคนยอดตองทำทุกวิธี ค้นเน็ตหาข้อมูลวิธีทำลูกสาว ทานอาหารเสริม ออกกำลังกาย ดูแลตัวเองอย่างดี ทั้งดูแลแม่พันธุ์เมียรักดีกว่าตัวเองเป็นเท่าตัว พอเขาบอกขออีกคน แต่มาลย์ยังไม่พร้อม ลูกทั้งสองคนยังเล็กมาก เขากลับบอกคนสุดท้ายปิดอู่ พอเธออนุญาตอย่างช่วยไม่ได้ เพราะพ่อยอดมุ่งมั่นตั้งใจเหลือเกิน ถึงเวลาเขาใส่ไม่ยั้ง ทำเอาหมดแรงทั้งคู่ ไม่วายยังบอกหลังเสร็จสุขสมเช่นเคย ‘นับสามลูกสาวพ่อตองกับแม่มาลย์มาแน่’ไม่นาน ผลออกมาจนลูกคลอด มาลย์แทบไม่อยากจะเชื่อ ลูกสาวจริง ๆ เธอคลอดเองคนนี้เพราะท้องสามเริ่มชิน อุ้มท้องครบเก้าเดือน น้องเป็นผู้หญิง ตัวไม่ใหญ่มาก ตอนคลอดเจ็บที่สุดเท่าที่เคยเจ็บมา ยอดตองอยู่ข้างตลอด คนร้องไห้ยังเป็นเขาเ
ตอนพิเศษ 3พอยอดตองเร่งจังหวะสุดท้าย มาลย์ถึงกับต้องส่ายหน้า ตัวเธอขยับขึ้นลงด้วยแรงโหมกระแทกกระทั้นเข้าลึก ยอดตองรับรู้ถึงโพรงนุ่มที่ตอดรัดถี่รัวจนเขาจะขาด ก่อนที่ทั้งคู่จะเกร็งกระตุกพร้อมกัน คนตัวโตยังจับสะโพกเธอตอกอัดดอกสุดท้ายจนมิดลำ ค้างไว้อยู่แบบนั้นนานหลายนาที มาลย์กระตุกซ้ำ ๆ ทั้งที่มีเขาอยู่ในตัวเธอ จนอาการเกร็งเริ่มดีขึ้น ยอดตองไม่ยอมผละถอย ยังแช่ตัวเขาไว้ในตัวเธอ “ตองคะ”“ครับ” “จะอยู่แบบนี้เหรอ”มาลย์ถามเขาออกไปเมื่อยอดตองยังนิ่งอยู่ ไม่ยอมขยับ เธอเริ่มอึดอัดเหมือนจะฉีก“แป๊บหนึ่งครับ รีดน้ำแป๊บ”“ตองจะมารีดน้ำอะไรนานขนาดนี้ พอแล้ว ถอยไปเลย มาลย์จุก”ได้ยินว่าเมียจุก คนรักเมียรีบถอนตัวออกทันทีพรวดเดียวหลุด ตัวเธอถึงกับกระตุกไปหนึ่งที เวลาเลยวันใหม่จวนจะเช้าแล้ว เธอกับเขายังไม่ได้นอน แต่เหมือนมาลย์จะได้งีบหลับไปช่วงยอดตองซอยไม่แรงมากเธอเหนื่อยจนหลับตอนคนตัวโตบรรเลงบทรัก แล้วตื่นมาใหม่เมื่อเขากระตุ้นด้วยห้วงอารมณ์จนเสร็จสุขสมทั้งสองฝ่าย นี่สินะที่ยอดตองชอบพูด ‘นอนเลย เราทำเอง’ เขาทำจริง ๆยอดตองลุกจากเตียง หยิบริโมตลดอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้เย็นลง จัดท่าทางให้มาลย์นอ
ตอนพิเศษ 2“ว่างั้นแหละ”แฝดพี่เห็นด้วยอย่างมาก ดูจากผลงานแล้ว วัดนี้เหมือนจะปลุกเสกไม่ถึง เพราะมันไม่ได้ผล“ใช้ไม่ได้ทั้งกลุ่ม เราต่างหากที่เจ๋ง” บาร์เสริมทับมาอีกคน ซึ่งเพื่อนเขาแต่ละคนมาเป็นคู่ เครื่องรางที่ว่าขลังมันจะไปสู้ความคลั่งรัก ความจริงจังจริงใจของพวกเขาได้อย่างไร แต่ละคนมุ่งมั่นตั้งใจกว่าสิ่งอื่นใดก็เรื่องเมียเนี่ยแหละยอดตองยังนึกด่าเพื่อนในใจ กลับเป็นมาลย์เสียเองที่ดึงมือเขาให้หันหน้ามาทางเธอ มือเล็กข้างหนึ่งจับลำคอแกร่งให้โน้มลงมาหาแล้วประกบริมฝีปากลงแผ่วเบา เสียงคนโห่แซวดังอีกรอบ กาบี้ทำท่ากรี๊ดกร๊าดอย่างคนไม่ยอม ไม่สามารถตัดใจให้ขาดได้ทั้งที่ตนมีหนุ่มหล่อล่ำนั่งข้าง ส่วนแสนดีและเตเต้ฉีกยิ้มอย่างยินดีให้เพื่อนของพวกเขา สองมือจับกันแน่นยอดตองพอได้สติ คว้าเอวบางเข้าหา จูบตอบแนบลงแผ่วเบา ไม่นานเขาถึงได้ผละออก ยังยื่นจมูกแตะลงหน้าผากมนอย่างรักใคร่และหวงแหน“รักครับเมีย”มาลย์ฉีกยิ้มขำให้กับคำพูดห่าม ๆ ของคนตรงหน้า ทั้งสองคนยิ้มให้กัน ก่อนจะหันไปทางแขกพร้อมขอบคุณทุกคนที่มาร่วมยินดี หลังจากเสร็จพิธีแต่งงานเรียบง่าย แขกในงานรับประทานอาหารร่วมกัน ทั้งงานเลี้ยงปาร์ตี้ตอนเย
ตอนพิเศษ 1 หลังจากยอดตองขอมาลย์แต่งงานในวันฉลองรับปริญญาของทั้งคู่ที่สวนกุหลาบ ผ่านมาสามเดือน งานแต่งถูกจัดขึ้นใหญ่โตที่ไร่กุหลาบมาลย์ นวารา แขกมาร่วมแสดงความยินดีกันล้นหลาม ส่วนมากเป็นญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย รวมถึงกลุ่มเพื่อนของเจ้าบ่าวเจ้าสาวมากันครบงานแต่งงานจัดขึ้นตอนเย็น เพราะยอดตองกับมาลย์ปรึกษาคุยกันก่อนหน้าว่าหมั้นไปแล้ว จริง ๆ ยอดตองอยากจัดหมั้นอีกรอบให้คนรักของเขาดี ๆ แต่มาลย์กลับไม่คิดแบบนั้น “ไม่ต้องจัดงานหมั้นอีกรอบนะคะตอง ช่วงเช้าทำบุญไหว้พระก็พอ ไปจบที่งานเลี้ยงตอนเย็นเลย ดีไหม” “แต่ตอง...” ว่าที่เจ้าบ่าวพูดไม่ทันจบ ว่าที่เจ้าสาวพูดขัดขึ้นเสียก่อน“แค่มีตอง มาลย์ก็พอใจแล้ว”คนโดนอ้อนใจเหลวไปแล้ว ยอดตองฉีกยิ้มออกมาพร้อมยกมือจับลูบข้างแก้มเมียของเขา “มักน้อยจังเลยนะ”มาลย์จับมือคนรักที่เขาชอบลูบแก้มลูบตัวแตะเธอเหลือเกิน“มักน้อยที่ไหน มีตองเราก็มักมากแล้ว”ยอดตองยิ้มกว้างกว่าเดิมให้กับเธอ นานทีปีหน แม่คุณจะหยอดมุกใส่กัน“อย่ามาอ้อน อยากท้องก่อนแต่งไหม” จากลูบไล้แปรเปลี่ยนเป็นจับบิดแก้มนิ่มเบามือด้วยความมันเขี้ยว เบาจนคนโดนบิดไม่รู้สึกเจ็บสักนิด ได้แต่ยิ้มขำให้เขา“อี
“มาลย์เหนื่อยไหม” เสียงนุ่มทุ้มน่าฟังของคนข้าง ๆ ทำเอาใจเธอยังคงคันยุบยิบกับเขาเสมอ“ตองล่ะ เหนื่อยไหม” ยอดตองมองหน้าคนรัก ยิ้มทั้งตาทั้งปากส่งให้เธอ “เหนื่อย แต่ทนได้ ขอแค่มีมาลย์อยู่ตรงนี้ข้าง ๆ เรา” ได้ยินแบบนั้น ทำเอาคนฟังรู้สึกเขินมานิด“มาลย์ก็เหมือนกัน ขอแค่มีตองอยู่ตรงนี้ มาลย์ก็ไม่เหนื่อยและไม่กลัวอะไรทั้งนั้น” จู่ ๆ ยอดตองก็ลุกออกจากชิงช้ามานั่งคุกเข่าลงตรงหน้า ขาข้างหนึ่งชันขึ้นเท้าแขน ยื่นมาจับมือเธอไว้ทั้งสองข้าง“งั้นตองขออยู่ตรงนี้ข้างมาลย์ รักและดูแลมาลย์ตลอดไปได้ไหม”เธอฉีกยิ้มกว้าง ก้มหน้าลงด้วยความเขิน พอเงยหน้าจะสบตากับเขา กลับมีแหวนอยู่ตรงหน้า หืม แหวนเธอ เขาเอาไปตั้งแต่เมื่อไหร่ พอเธอจะถามออกไปก็ต้องชะงัก“แต่งงาน แต่งงานกับตองได้ไหม”เสียงชายหนุ่มติดสั่นน้อย ๆ ใบหน้ายังยิ้มหวานให้กับเธอ มาลย์กำลังจะตอบเขาอยู่แล้ว แต่กลับได้ยินเสียงหยุกหยิกจากหลังพุ่มไม้ “วินมึงยืนดี ๆ ดิ๊”“ไอ้แฝดนี่มดมันกัด ขยับไปหน่อยไอ้บาร์”“อย่าผลัก เดี๋ยวล้ม”“ไอ้ธารเหยียบเท้ากู”“เงียบ ๆ ดิ๊”เสียงหยุกหยิกไม่ใช่แค่ไม้พุ่มนี้ ยังมีอีกหลายพุ่มที่ขยับ พอยอดตองกระแอม ไฟทั่วบริเวณก็สว่างโร่
ยอดตองอาบน้ำให้ทั้งเขาและเธอจนเสร็จ อุ้มร่างบางออกจากห้องน้ำ ทั้งที่เนื้อตัวเปลือยเปล่า ตัวเธอแดงไปทั้งตัว ยิ่งจุดนั้นไม่ต้องพูดถึง อยากจะดึงทึ้งหัวตัวเองเสียจริง กับเธอเขาพยายามแล้วที่จะไม่บ้าพลังขนาดนั้น มันอดไม่ได้ เธอเองก็สู้เขากลับ แค่ไม่ถึกทนเท่าเขาแค่นั้นเองยอดตองเช็ดตัวเธอจนแห้งดี ทั้งหาชุดนอนมาสวมใส่ให้ ก็ชุดที่มาลย์หาไว้นั่นแหละ ยังอุตส่าห์เป่าผมให้อีก มาลย์พอนั่งได้ แต่โอนเอนจนเขาต้องให้พิงตัวเอาไว้ เป่าผมอยู่นานกว่าจะแห้ง อุ้มหญิงสาวไปนอนที่เตียงมาลย์กึ่งหลับกึ่งตื่น แต่จะไปทางหลับมากกว่า เธอไม่หือไม่อือ ตัวอ่อนปวกเปียก ยอดตองวางร่างนุ่มนิ่มลงบนเตียงกว้าง ห่มผ้าให้ เขาเข้าไปเก็บเศษซากที่ทำไว้ในห้องน้ำ เก็บเข้าที่จนสะอาด กลับมานอน สอดแขนแกร่งรองคอให้คนหลับ รั้งตัวเธอมาอยู่ในอ้อมอก จมูกโด่งจดจูบซับกลุ่มผม ทั้งแก้มนวลและหน้าผากมนอย่างรักใคร่ “รักจังเลย แม่คู่หมั้นกรณีของยอดตอง” มาลย์ส่งเสียงอื้ออึงในลำคอ ขยับเข้าหาคนตัวโต ยอดตองยิ้มอย่างพอใจก่อนจะหลับไปพร้อมกับเธอ มาลย์ตื่นสายในรอบหลายเดือน เธอแทบขยับไม่ได้ หนักกว่าครั้งแรกด้วย เจอของจริงมันเป็นอย่างนี้เองสินะ ไม่น่าไปทำต
หลังทานข้าวจ่ายเงินเสร็จสรรพ เต้เป็นคนจ่ายไปก่อน เดี๋ยวจะเคลียร์กันทีหลัง มาลย์บอกว่าส่วนของยอดตอง เธอจะเป็นคนจ่าย ชายหนุ่มบอกไม่เป็นอะไร เธอยังยืนยันคำเดิม เขาถึงไม่พูดอะไรอีก ข้าวมื้อเดียวมันจะไปพออะไร คนโลภคิดในใจ“ตองมายังไง” เต้ถามขึ้นหลังจากทุกคนออกมาจากร้านอาหาร“นั่งแกร๊บคาร
เวลาเที่ยงกว่ามาลย์กับกลุ่มเพื่อนคุยงานจนเลยเวลาเที่ยง กาบี้แสนดีบ่นหิวแล้วหิวอีก ชวนกันหาอะไรกิน นั่งคิดอยู่นานก็เลือกไม่ได้ เตเต้เสนอไปกินที่ห้างฯ แถวมหา’ลัย ไม่ร้อนด้วย ไปถึงอาจคิดได้ว่าอยากกินอะไร คนเยอะหน่อย น่าจะได้อยู่ ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย เก็บของเตรียมตัวไปห้างฯ
รุ่นน้องที่เห็นเธอต่างพากันยกมือไหว้ทักทาย ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ทั้งผู้ชายและผู้หญิง มาลย์เองรับไหว้บ้าง ก้มหน้ายิ้มให้บ้าง ใครจะไม่รู้จักพี่มาลย์สาวบริหารการตลาด เธอสวย เธอเก่ง และเธอหยิ่งกว่าใคร คนไม่รู้จักเธอคิดแบบนั้น แต่คนรู้จักเธอคิดกลับกัน เธอสวย เธอบ้า เธอซ่า และไม่ยอมใครส่วนเรื่องที่ค
“นี่เบอร์เรา มีอะไรก็โทร.มานะ” ทั้งสองคนมองหน้ากันนิ่งทำไมมันเหมือนฉากในละครที่พระเอกกับนางเอกกำลังจีบกันเลยนะ หญิงสาวรู้สึกใจกระตุกแปลก ๆ“อะ... โอเค มีอะไรเราจะโทร.หา”มาลย์พูดผ่านโทรศัพท์ออกไปกับคนตรงหน้า ฉีกยิ้มให้เขา แล้วบอกขอตัวกลับจริง ๆมาลย์เดินออกมาปิดประตูห







