LOGINภาคินที่เดิมทีก็ตั้งแง่รังเกียจเธออยู่แล้ว ลุกพรวดขึ้นมาประจันหน้ากับเธอทันควัน
“เธอเป็นใคร กล้าดียังไงมาสั่งฉัน พอพ่อฉันเข้าไอซียูเข้าหน่อย เธอก็คิดจะทำตัวเป็นเจ้าของไร่เลยงั้นเหรอ”
“แก้วเห็นว่าคุณเมามากแล้วต่างหากค่ะ กลับไปอาบน้ำอาบท่าให้สร่างเมาเถอะนะคะ ทางนี้แก้วรับรองว่าจะดูแลคุณลุงให้ดีที่สุด ไม่ต้องห่วงค่ะ”
“ไม่ต้องมาเสแสร้งแกล้งทำเป็นคนดี ฉันดูแค่ปลายผมเธอก็รู้แล้วว่าเธอมันพวกดีแตก” คำตราหน้าอันร้ายกาจทำให้แก้วกมลได้แต่ก้มหน้านิ่ง เธอเลือกที่จะไม่ปะทะคารมแล้วเดินเลี่ยงออกมาจากตรงนั้น แสนชัยที่เห็นท่าไม่ดีจึงรีบเดินตามเธอออกมา เพราะรู้ดีว่าขืนอยู่ใกล้ภาคินในตอนนี้คงได้โดนหางเลขเข้าแน่นอน
“คุณแก้วจะไปไหนครับ” แสนชัยถามด้วยความเป็นห่วง
“แก้วอยากกลับไปที่บ้านค่ะ จะไปอาบน้ำและเตรียมเสื้อผ้ามาเปลี่ยนผลัดเฝ้าคุณลุงให้คุณภาคิน ถ้าแสนชัยว่าง ช่วยไปส่งแก้วที่บ้านหน่อยได้ไหมคะ” เธอเอ่ยขอร้องเบาๆ ด้วยความจริงใจ เธอเพิ่งมาถึงเชียงใหม่ครั้งแรกในชีวิต การเดินทางไปกลับไร่ในยามค่ำคืนเพียงลำพังจึงเป็นเรื่องที่น่ากังวลไม่น้อย
“ได้ครับคุณแก้ว ขึ้นรถเลยครับ เดี๋ยวผมไปส่งเอง”
เมื่อกลับถึงไร่ แก้วกมลไม่ยอมพักผ่อน เธอรีบมุ่งหน้าเข้าห้องครัวทันที
“คุณแก้วจะทำอะไรครับนั่น” แสนชัยที่ยืนรอดูอยู่ถามขึ้นด้วยความแปลกใจ
“เตรียมอาหารไปให้คุณภาคินค่ะ” เธอจัดแจงเตรียมมื้อดึกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบไปอาบน้ำและคว้ากระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็กเดินลงมาภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง ท่ามกลางสายตาตะลึงของแสนชัย เพราะตั้งแต่แม่เลี้ยงจากไป บ้านหลังนี้ก็แทบไม่มีความอ่อนโยนแบบผู้หญิงเหลืออยู่เลย จะมีก็เพียงป้าหวานที่คอยดูแลตามหน้าที่เท่านั้น
“ป้าหวานคะ เดี๋ยวแก้วจะไปเฝ้าคุณลุงที่โรงพยาบาลนะคะ”
“แล้วพ่อเลี้ยงอาการเป็นยังไงบ้างลูก” ป้าหวานถามด้วยสีหน้ากังวล
“ยังอยู่ในห้องไอซียูค่ะ หมอว่าอาการยังไม่ค่อยดี แก้วต้องรีบไปก่อนนะคะ”
เมื่อกลับมาถึงโรงพยาบาล ภาคินที่ยังนั่งจมอยู่ที่เดิมมองคนทั้งคู่เดินมาด้วยกันด้วยสายตาขุ่นเคือง
“นายครับ นี่อาหารครับ” แสนชัยยื่นกล่องข้าวให้เจ้านาย ภาคินพยักหน้ารับไว้แกนๆ เขาเปิดกล่องข้าวแล้วตักเข้าปาก ความรู้สึกแรกที่สัมผัสคือรสชาติที่เปลี่ยนไปจากเดิม มันละเมียดละไมและอร่อยมากกว่าอาหารฝีมือป้าหวาน แต่ความอคติก็ทำให้เขาเลือกที่จะไม่สนใจ
“คุณกลับไปอาบน้ำที่บ้านเถอะค่ะ พรุ่งนี้เช้าค่อยมาใหม่ คืนนี้แก้วจะเฝ้าเอง” แก้วกมลบอกเขาอีกครั้ง
“ไม่จำเป็น” ชายหนุ่มตอบเสียงแข็ง แต่ร่างกายที่อ่อนเพลียและฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เริ่มสร่างทำให้เขาเผลอนั่งหลับไปในที่สุด
แก้วกมลมองภาพนั้นด้วยความสงสาร เธอเดินไปหยิบหมอนอิงขนาดเล็กมาหนุนศีรษะให้เขาอย่างเบามือเพื่อให้เขานอนสบายขึ้น แต่จู่ๆ ภาคินกลับละเมอคว้ามือเล็กของเธอไปกุมไว้แน่น แก้วกมลชะงักไปครู่หนึ่ง เธอไม่อยากปลุกเขาจึงปล่อยให้เขายึดมือนั้นไว้เป็นที่พึ่งพิงในความฝัน
กระทั่งรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ภาคินก็พบว่าแก้วกมลกำลังยืนคุยอยู่กับคุณหมอเจ้าของไข้
“พ่อผมเป็นยังไงบ้าง” เขาโพล่งถามขึ้นทันทีที่ลืมตา
“พ่อคุณอาการดีขึ้นแล้วครับ พ้นขีดอันตรายแล้ว หมอกำลังจะให้ย้ายไปห้องพักฟื้นครับ” ความโล่งใจประดังประเดเข้ามาจนภาคินแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เขาหันไปมองรอบตัวกลับไม่เห็นแก้วกมลอยู่ที่นั่นแล้ว “คงเหนื่อยจนหนีกลับบ้านไปแล้วล่ะมั้ง” เขาคิดในใจ แต่ความจริงคือแก้วกมลเดินไปจัดการเรื่องเอกสารและจองห้องพักพิเศษที่เคาน์เตอร์พยาบาลจนเรียบร้อยหมดแล้ว
เมื่อประตูห้องฉุกเฉินเปิดออก ภาคินรีบถลาเข้าไปจับมือผู้เป็นพ่อที่ยังไม่รู้สึกตัวไว้แน่น
“พ่อครับ พ่อ...”
“คุณจัดการเรื่องห้องพักหรือยังครับ” บุรุษพยาบาลถามขึ้น ภาคินชะงักไปเพราะเขามัวแต่กังวลจนลืมคิดเรื่องนี้
“เรียบร้อยแล้วค่ะ แก้วจัดการเรื่องห้องพักให้คุณลุงเรียบร้อยแล้ว” แก้วกมลที่เดินกลับมาพอดีเป็นคนตอบ บุรุษพยาบาลพยักหน้าแล้วเคลื่อนย้ายคนไข้ไปยังห้องพักพิเศษทันที
ภาคินมองแผ่นหลังของหญิงสาวด้วยความรู้สึกที่สับสน เขาไม่นึกว่าเธอจะจัดการทุกอย่างได้รวดเร็วและคล่องแคล่วขนาดนี้ แต่สำหรับแก้วกมลเรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องยากเลย เพราะเธอเคยผ่านประสบการณ์การดูแลพ่อที่ป่วยหนักมานานหลายปี เธอจึงรู้ดีว่าควรต้องทำอะไรบ้างในสถานการณ์เช่นนี้
เมื่อถึงห้องพัก แก้วกมลเดินเข้าไปจัดแจงดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมอกให้พ่อเลี้ยงภูผาด้วยกิริยาที่อ่อนโยนที่สุด แต่ภาคินที่เดินตามเข้ามากลับแหวใส่เธอเสียงดัง
“ขยับออกห่างจากพ่อฉันเดี๋ยวนี้”
แก้วกมลสะดุ้งรีบถอยฉากไปนั่งที่โซฟามุมห้องทันที ภาคินเดินเข้าไปนั่งใกล้เตียงจ้องมองใบหน้าของผู้เป็นพ่อไม่วางตา จนกระทั่งภูผาเริ่มขยับตัวและลืมตาขึ้นมาในที่สุด
“พ่อฟื้นแล้วเหรอครับ” ภาคินโพล่งออกมาด้วยความดีใจพลางถลาเข้าไปเกาะขอบเตียง
“จะไม่ให้ฉันฟื้นได้ยังไง ก็แกเล่นส่งเสียงเอะอะโวยวายขนาดนี้” ภูผาเอ่ยเสียงแหบพร่าพลางปรายตามองลูกชาย
“ก็ผมเป็นห่วงพ่อนี่ครับ”
“ถ้าแกเป็นห่วงฉันจริง แกคงไม่ทำให้ฉันต้องปวดหัวจนล้มหมอนนอนเสื่อแบบนี้หรอก” ภูผาถอนใจยาว
“ร่างกายฉันน่ะ ไม่รู้จะอยู่กับแกไปได้อีกนานแค่ไหน” คำพูดนั้นทำให้ภาคินนิ่งเงียบก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิด
“แล้วถ้าฉันจะขอร้องแกสักเรื่อง แกจะทำให้ฉันไม่ได้จริงๆ เชียวเหรอวะภาคิน”
ชายหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ หันไปมองแก้วกมลที่ยืนสงบนิ่งอยู่ด้านหลังด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย เขารู้ดีว่าสิ่งที่พ่อกำลังจะขอมันคืออะไร แม้ในใจจะอยากปฏิเสธเพียงใด แต่ความกลัวว่าพ่อจะอาการกำเริบขึ้นมาอีกทำให้เขาต้องกลืนก้อนความฝืนทนลงคอไป
“แกต้องรับปากพ่อก่อน ว่าแกจะตกลงแต่โดยดีและห้ามมีข้อแม้เด็ดขาด” ภูผาจ้องตาลูกชายคนเดียวด้วยสายตาแกมบังคับ
“แกไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะภาคิน ถึงเวลาที่แกควรจะมีครอบครัวเสียที ถ้าขืนยังมุทะลุดื้อดึงแบบนี้ ต่อไปจะดูแลคนงานและไร่ของเราให้รอดฝั่งได้ยังไง แกก็รู้ว่าฉันมีแกแค่คนเดียวที่เป็นที่พึ่งสุดท้ายในชีวิต”
ตอนที่ 10 อีกสองวันเราต้องแต่งงานกัน “ถ้าเธออยากกิน เธอก็ไปเก็บเอาเองสิ พ่อผมก็พาไปเดินอวดทั่วไร่แล้วนี่ว่ามีผลไม้อะไรบ้าง อยากกินก็ต้องลงแรงเองสิครับ ผมไม่ใช่ทาสของใครเสียหน่อย” พูดจบเขาก็หยิบตะกร้าสตอเบอร์รี่มานั่งทานหน้าทีวีอย่างสบายอารมณ์ แต่พอกดปิดทีวีกำลังจะเดินขึ้นห้องความรู้สึกบางอย่างกลับรบกวนจิตใจจนเขาต้องหันไปมองทางเรือนเล็ก“ไปดูเสียหน่อยก็ได้ เผื่อขาดเหลืออะไร เดี๋ยวพ่อจะมาด่าเอาได้” ภาคินก้าวยาวๆ ไปยังเรือนรับแขกข้างบ้านก่อนจะเคาะประตูเบาๆ“ก๊อก ๆ ๆ คุณนอนหรือยัง”แก้วกมลที่กำลังพลิกตัวไปมาด้วยความกระสับกระส่ายรีบลุกขึ้นนั่งด้วยความตกใจ“คุณภาคิน มีอะไรหรือเปล่าคะ”“เปล่าหรอก ผมก็แค่มาดู เห็นพ่อบอกว่าคุณไม่ยอมไปทานข้าว”“แก้วไม่หิวค่ะ”“เปิดประตูหน่อยได้ไหม” สิ้นเสียงสั่ง ภายในห้องก็เงียบกริบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ประตูจะแง้มออกเพียงเล็
ตอนที่ 9 ห่มเนื้อ“รีบเรียกรถพยาบาลเร็วเข้าป้า” ภาคินทำสีหน้าเคร่งเครียดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเมื่อเห็นป้าหวานทำอะไรไม่ถูก ป้าหวานพอรู้ตัวว่าโดนหลอกก็ค้อนให้ขวับใหญ่“คุณภาคิน นี่อำป้ามาตั้งแต่เด็กจนโตยังไม่พอใจอีกเหรอคะ เรื่องแบบนี้มันน่าเอามาล้อเล่นที่ไหนกัน ถ้าพ่อเลี้ยงเป็นอะไรไปจริงๆ จะหัวเราะไม่ออกนะ”“โธ่! ป้า พ่อเขายังแข็งแรงจะตาย ผมแค่ล้อเล่นก่อนไปทำงานเฉยๆ ฝากป้าดูแลพ่อด้วยนะครับ ผมไปละนะพ่อ”“รีบๆ ไปเลยแก อยู่ใกล้ฉันทีไรฉันรู้สึกอาการหนักทุกที” ภูผาโบกมือไล่ ลูกชายตัวดีจึงเดินผิวปากออกไปสตาร์ทรถมุ่งหน้าเข้าไร่บรรยากาศในไร่ยามบ่ายเงียบสงัด ภาคินขับรถมาจอดสมทบกับแสนชัยที่กำลังคุมงานอยู่“เป็นยังไงบ้างแสงชัย ทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม”“เรียบร้อยครับนาย ว่าแต่นายเถอะครับ วันนี้เห็นพาคุณแก้วกมลไปดูฤกษ์แต่งงานมาเหรอครับ” แสนชัยถามยิ้มๆ“เออ! แกรู้ได้ยังไงวะ”“โ
ตอนที่ 8 ฤกษ์แต่งงาน“สวยแต่รูปจืดชืดเป็นน้ำเปล่าแบบนี้ ผมไม่เอามาทำยาหรอกครับ” สิ้นประโยคของภาคิน เสียงหัวเราะของยายแม่ค้าที่อาบน้ำร้อนมาก่อนก็ดังขึ้น“แหม ๆ ๆ อย่าว่าไปเชียวพ่อเลี้ยง คนพูดแบบนี้แหละที่ยายเห็นลงเอยกับเมียแบบนี้มานักต่อนักแล้ว ตอนนี้คงลูกสามลูกสี่ไปแล้วมั้ง”แก้วกมลหน้าแดงซ่านด้วยความเขินอาย ขณะที่ภาคินจ้ำอ้าวหนีไปอย่างรวดเร็ว เขาซื้อขนมฝักบัวของโปรดพ่อก่อนจะหันมาถามเธอเสียงห้วน“เธอจะเอาด้วยไหม”“ไม่ค่ะ ขอบคุณ” ความจริงเธอก็อยากทาน แต่เงินเก็บที่มีติดตัวเพียงน้อยนิดทำให้เธอต้องอดใจไว้เพื่อใช้กับสิ่งที่จำเป็นกว่าภาคินขับรถเลี้ยวกลับทางเดิมแทนที่จะมุ่งหน้าไปหาหมอดู“อ้าว! แล้วเราไม่ไปดูฤกษ์แต่งงานกันเหรอคะ” แก้วกมลถามขึ้นด้วยความสงสัย ชายหนุ่มหัวเราะลั่นราวกับมัน
ตอนที่ 7 แต่งงานกับคนอย่างเธอฉันต้องฝืนใจจนแทบจะกระอัก“แก้วไม่เคยหวังอะไรแบบนั้นเลยนะคะ ที่แก้วดูแลท่านก็เพราะเคารพท่านเหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง ทำไมคุณถึงได้มองโลกในแง่ร้ายแบบนี้คะ”“ไม่ต้องมาดัดจริตพูดให้ตัวเองดูเป็นคนดีหน่อยเลย” ภาคินแค่นยิ้มเยาะ“คนอย่างเธอที่หนีร้อนมาพึ่งเย็นแบบนี้ ถ้าไม่หวังผลประโยชน์ก้อนโต มีหรือจะยอมมาตกระกำลำบากอยู่ที่ไร่บ้านนอกแบบนี้”แก้วกมลเม้มริมฝีปากแน่น เธอเบือนหน้าออกไปมองนอกหน้าต่างด้วยความรู้สึกจุกในอก“แก้วไม่คิดว่าตัวเองหนีร้อนมาพึ่งเย็นหรอกค่ะ เพราะที่นี่มันร้อนกว่าที่แก้วเคยเจอเสียอีก”“เธอว่าอะไรนะ” ภาคินตวาดลั่น“ก็อย่างที่ฉันพูดนั่นแหละค่ะ”“นี่เธอถึงขนาดปีกกล้าขาแข็งเถียงฉันแล้วงั้นเหรอ” ภาคินเหยียบเบรกกะทันหันจนตัวรถหัวทิ่ม“ถ้าเธอยังกล้าปากดีอีกคำเดียว ฉันจะไล่ให้เธอเดินกลับบ้านเอง และอย่าหวังว่าฉันจะพาไปดูดงดูดวงอะไรนั่น”“ขอโทษค่ะ ทีหลังแก้วจะไม่เถียงคุณอีกแล้ว” หญิงสาวจำต้องเป็นฝ่ายยอมลดราวาศอกเพื่อไม่ให้พายุโทสะโหมกระหน่ำไปมากกว่านี้ ภาคินฮึดฮัดด้วยความโมโหก่อนจะออกรถต่อไป“จำไว้นะ ปกติฉันไม่เคยชายตามองผู้หญิงจืดชืดเชยๆ แบบเธอเลยสักนิด
ตอนที่ 6 คนต้องรู้จักรักษาสัจจะน้ำตาเริ่มเอ่อคลอในดวงตาของภาคิน เขากระชับมือของผู้เป็นพ่อไว้แน่น“พ่ออย่าคิดมากเลยครับ ยังไงผมก็ต้องดูแลไร่และทุกคนให้ดีที่สุดอยู่แล้ว พ่อพักผ่อนเถอะนะครับ”“ยังเหลืออีกเรื่องหนึ่ง เรื่องที่ฉันเคยสัญญากับสินธรไว้ ว่าพวกแกสองคนจะต้องแต่งงานกัน ฉันอยากทำตามสัญญานั้นให้เป็นจริง ถ้าวันหนึ่งฉันต้องตายไป ฉันคงไม่กล้าสู้หน้าพ่อของหนูแก้วแน่ๆ” ภูผาขยับตัวเล็กน้อยเพื่อมองหน้าลูกชายให้ชัดขึ้น“พ่อบอกแกไปหลายครั้งแล้วว่าที่เรามีทุกวันนี้ได้ ก็เพราะพี่สินธรที่คอยฉุดดึงฉันขึ้นมาในวันที่ไม่มีแม้แต่เงินบาทเดียว เราเป็นคนต้องรู้จักรักษาสัจจะในยามลำบากเขาช่วยเรา วันที่เราลืมตาอ้าปากได้ เราก็ควรช่วยเขาคืนกลับไป และที่สำคัญ ลูกผู้ชายถ้าได้ลั่นวาจาไปแล้วก็ต้องทำให้ได้ ไม่อย่างนั้นจะเหลือเกียรติอะไรให้คนเขานับถือจริงไหมวะ”“แต
ตอนที่ 5 ควรจะมีครอบครัวเสียทีภาคินที่เดิมทีก็ตั้งแง่รังเกียจเธออยู่แล้ว ลุกพรวดขึ้นมาประจันหน้ากับเธอทันควัน“เธอเป็นใคร กล้าดียังไงมาสั่งฉัน พอพ่อฉันเข้าไอซียูเข้าหน่อย เธอก็คิดจะทำตัวเป็นเจ้าของไร่เลยงั้นเหรอ”“แก้วเห็นว่าคุณเมามากแล้วต่างหากค่ะ กลับไปอาบน้ำอาบท่าให้สร่างเมาเถอะนะคะ ทางนี้แก้วรับรองว่าจะดูแลคุณลุงให้ดีที่สุด ไม่ต้องห่วงค่ะ”“ไม่ต้องมาเสแสร้งแกล้งทำเป็นคนดี ฉันดูแค่ปลายผมเธอก็รู้แล้วว่าเธอมันพวกดีแตก” คำตราหน้าอันร้ายกาจทำให้แก้วกมลได้แต่ก้มหน้านิ่ง เธอเลือกที่จะไม่ปะทะคารมแล้วเดินเลี่ยงออกมาจากตรงนั้น แสนชัยที่เห็นท่าไม่ดีจึงรีบเดินตามเธอออกมา เพราะรู้ดีว่าขืนอยู่ใกล้ภาคินในตอนนี้คงได้โดนหางเลขเข้าแน่นอน“คุณแก้วจะไปไหนครับ” แสนชัยถามด้วยความเป็นห่วง“แก้วอยากกลับไปที่บ้านค่ะ จะไปอาบน้ำและเตรียมเสื้อผ้ามาเปลี่ยนผลัดเฝ้าคุณลุงให้คุณภาคิน ถ้าแสนชัยว่าง ช่วยไปส่งแก้วที่บ้านหน่อยได้ไหมคะ” เธอเอ่ยขอร้องเบาๆ ด้วยความจริง







