LOGINน้ำตาเริ่มเอ่อคลอในดวงตาของภาคิน เขากระชับมือของผู้เป็นพ่อไว้แน่น
“พ่ออย่าคิดมากเลยครับ ยังไงผมก็ต้องดูแลไร่และทุกคนให้ดีที่สุดอยู่แล้ว พ่อพักผ่อนเถอะนะครับ”
“ยังเหลืออีกเรื่องหนึ่ง เรื่องที่ฉันเคยสัญญากับสินธรไว้ ว่าพวกแกสองคนจะต้องแต่งงานกัน ฉันอยากทำตามสัญญานั้นให้เป็นจริง ถ้าวันหนึ่งฉันต้องตายไป ฉันคงไม่กล้าสู้หน้าพ่อของหนูแก้วแน่ๆ” ภูผาขยับตัวเล็กน้อยเพื่อมองหน้าลูกชายให้ชัดขึ้น
“พ่อบอกแกไปหลายครั้งแล้วว่าที่เรามีทุกวันนี้ได้ ก็เพราะพี่สินธรที่คอยฉุดดึงฉันขึ้นมาในวันที่ไม่มีแม้แต่เงินบาทเดียว เราเป็นคนต้องรู้จักรักษาสัจจะในยามลำบากเขาช่วยเรา วันที่เราลืมตาอ้าปากได้ เราก็ควรช่วยเขาคืนกลับไป และที่สำคัญ ลูกผู้ชายถ้าได้ลั่นวาจาไปแล้วก็ต้องทำให้ได้ ไม่อย่างนั้นจะเหลือเกียรติอะไรให้คนเขานับถือจริงไหมวะ”
“แต่ถ้าเกิดผม ไม่ใช่ผู้ชายทั้งแท่งแล้ว พ่อจะยังบังคับให้ผมแต่งงานกับเธออยู่อีกไหมครับ” ภาคินลองแย้งทีเล่นทีจริง
“ถ้าแกไม่ใช่ผู้ชาย ฉันก็ไม่บังคับหรอก แต่นี่แกมันเป็นผู้ชายเต็มตัว แกก็ต้องแต่งตามสัญญา”
ภาคินจนแต้มด้วยเหตุผล เขาได้แต่นั่งก้มหน้านิ่งรับชะตากรรม เพราะรู้ดีว่าถึงจะเถียงชนะไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น มีแต่จะทำให้อาการของพ่อทรุดหนักลงไปเปล่าๆ
“ก่อนที่ฉันจะตาย ฉันขอเถอะนะ แต่งงานกับหนูแก้วกมลเสียเถอะ”
เมื่อได้ยินคำอ้อนวอนของพ่อเลี้ยงภูผา แก้วกมลที่ยืนฟังอยู่ก็ทนไม่ได้รีบก้าวเข้ามา
“คุณลุงคะ คือว่าแก้ว...”
“ไม่ต้องพูดอะไรแล้วหนูแก้ว ว่ายังไงภาคิน” ภูผาเร่งเร้า
ชายหนุ่มนิ่งเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป “ก็ได้ครับพ่อ ผมจะแต่งงาน” ภูผาคลี่ยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ
“แกพูดจริงนะภาคิน”
“ครับ ผมยอมทำตามที่พ่อขอทุกอย่าง แต่เรื่องในครอบครัวผม ผมขอนะครับ เมื่อผมแต่งกับเธอแล้ว พ่อต้องปล่อยให้ผมเป็นคนจัดการดูแลเมียของผมเอง”
เมื่อเห็นลูกชายหัวรั้นยอมศิโรราบ ภูผาก็หัวเราะออกมาด้วยความอิ่มใจ
“ดีมากเจ้าลูกชาย เรื่องในมุ้งแกฉันไม่เข้าไปยุ่งหรอก ขอแค่เห็นแกแต่งงานกับหนูแก้ว แค่นี้ฉันก็นอนตายตาหลับแล้ว”
ภาคินพยักหน้าพลางหันมามองหญิงสาวข้างกาย รอยยิ้มที่เขามอบให้เธอนั้นดูร้ายกาจจนแก้วกมลรู้สึกเย็นวาบไปถึงขั้วหัวใจ ใบหน้าสวยซีดเผือดลงทันตา เธอไม่อยากจินตนาการเลยว่าชีวิตหลังจากนี้จะต้องเจอกับอะไรบ้าง เพราะแผนการที่ซ่อนอยู่ในแววตาคู่นั้นดูท่าจะไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน
หลังจากกลับมาถึงไร่ ภูผาก็นั่งพักผ่อนโดยมีแก้วกมลคอยปอกผลไม้อยู่ใกล้ๆ
“คุณลุงคะ...” เธอเรียกเขาเบาๆ หมายจะเอ่ยความในใจที่ค้างคา
“มีอะไรเหรอหนูแก้ว”
“คือเรื่องแต่งงาน แก้วว่ามัน...”
“ไม่ต้องกังวลไปหรอกลูก ในเมื่อเจ้าภาคินมันรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะขนาดนั้นแล้ว หนูแก้วก็สบายใจได้”
“แต่ความจริง คุณภาคินเขาไม่ได้อยากแต่งงานกับแก้วเลยนะคะ”
“โธ่! อยู่ๆ กันไป เดี๋ยวก็รักกันเองแหละ สมัยลุงเขาก็แต่งกันแบบนี้ทั้งนั้น พ่อแม่เห็นดีงามแต่งกันไปอยู่กันมา ลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง” ภูผาหัวเราะร่าจินตนาการถึงภาพหลานๆ วิ่งเล่นรอบไร่
คำว่ามีลูกทำให้แก้วกมลต้องรีบก้มหน้าหลบสายตา เธอรู้สึกสังหรณ์ใจว่าเธออาจจะอยู่ไม่ถึงวันที่ได้อุ้มหลานให้คุณลุงด้วยซ้ำ เพราะดูท่าทางภาคินคงจะหาวิธีกลั่นแกล้งให้เธออยู่ไม่ได้จนต้องหนีไปเองเสียก่อน
“มาๆ ภาคิน มาคุยเรื่องงานแต่งกันดีกว่า ยิ่งแต่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี” ภูผาเอ่ยเรียกลูกชายทันทีที่เห็นเขาเดินเข้ามา ภาคินหัวเราะร่าอย่างคนอารมณ์ดีผิดปกติ
“ก็ดีสิครับคุณพ่อ ยิ่งแต่งเร็วผมยิ่งชอบ” เขาหันมาสบตาแก้วกมลที่นั่งขนลุกซู่ด้วยความพรั่นพรึง รอยยิ้มร้ายกาจนั่นทำให้เธอมั่นใจว่าเขามีแผนการบางอย่างเตรียมไว้ต้อนรับเธอแน่ๆ
“เอาอย่างนี้ไหมหนูแก้ว เดี๋ยวลุงจะพาหนูไปหาฤกษ์งามยามดีเอง”
“ไม่เป็นไรหรอกครับพ่อ พ่อยังไม่แข็งแรงดี เดี๋ยวผมจะเป็นคนพาหนูแก้วของพ่อไปหาฤกษ์ด้วยตัวเองครับ”
“แกรู้เหรอว่าต้องไปหาที่ไหน”
“ทำไมจะไม่รู้ล่ะครับ ผมลูกพ่อนะ พ่อไปดูหมอที่ไหนมาผมรู้หมดแหละ”
“เออๆ ถ้าแกรับปากแบบนี้ฉันก็เบาใจ ฝากดูแลหนูแก้วด้วยนะภาคิน” ภูผาตบไหล่ลูกชายอย่างไว้ใจ ภาคินหันมายิ้มหวานให้แก้วกมล รอยยิ้มที่คนข้างนอกมองว่าอบอุ่น แต่สำหรับเธอมันคือสัญญาณเตือนภัยของพายุที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
“จะอ้อยอิ่งอยู่นั่นอีกนานไหม ฉันรอนานแล้วนะ รีบๆ เดินมาสิ” ภาคินตวาดเสียงห้วนใส่หญิงสาวที่เพิ่งเดินออกมาจากเรือนเล็ก แก้วกมลสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบก้าวยาวๆ ตามเขาขึ้นรถไปอย่างเลี่ยงไม่ได้
ทันทีที่รถทะยานออกจากไร่ บรรยากาศภายในห้องโดยสารก็เย็นเยียบราวกับขั้วโลก ภาคินเหล่ตามองคนข้างกายด้วยสายตาดูแคลนก่อนจะเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา
“ได้ไปกี่ไร่ล่ะ”
“กี่ไร่อะไรคะ” แก้วกมลทวนคำด้วยความไม่เข้าใจ
“ก็ที่ทางของพ่อฉันไง เห็นประจบประแจงดูแลท่านอยู่สามสี่วันเนี่ย ท่านยกที่ดินให้เธอไปกี่ไร่แล้วล่ะ หรือว่ายังไม่พอใจ”
ตอนที่ 15 ตำแหน่งแม่เลี้ยง“เสร็จสิ้นพิธีแล้ว เชิญทุกคนทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันเลยนะ” ภูผาประกาศ“อ้าว! แล้วไม่มีงานเลี้ยงฉลองตอนกลางคืนเหรอพ่อเลี้ยงภูผา” ญาติฝ่ายพ่อถามขึ้นด้วยความสงสัย ภาคินจึงรีบสวนตอบทันควัน“ไม่มีหรอกครับ เราแต่งกันแบบสมถะ ไม่เน้นฟุ่มเฟือย อยู่แบบพอมีพอกิน แค่นี้ก็น่าจะพอแล้วมั้งครับ” ภูผาเห็นท่าไม่ดีจึงรีบช่วยพูดเลี่ยง“คือผมก็ตามใจลูกน่ะครับ ภาคินเขาไม่อยากจัดงานใหญ่โตอะไร เชิญแค่ญาติสนิทก็พอ แต่อนาคตก็ไม่แน่หรอกครับ วันไหนเจ้าภาคินนึกอยากเอาใจเมียขึ้นมา อาจจะจัดงานฉลองยิ่งใหญ่ให้อีกรอบก็ได้”ภาคินหัวเราะเยาะในลำคอก่อนจะเดินแยกตัวออกไป ทิ้งให้ผู้เป็นพ่อนยืนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความหมั่นไส้ ภาคินกวาดสายตาหาเจ้าสาวของตนจนพบว่าเธอนั่งทานข้าวอยู่อีกมุมหนึ่งโดยไม่ยอมออกมาต้อนรับแขกช่วยเขา“นี่เธอ มันใช่เวลามานั่งกินข้าวสบายใจไหม” เขาตวาดเสียงเบาจากทางด้านหลัง“เธอเป็นเจ้าสาวนะ ควรจะไปต้อนรับแขกและคุยก
ตอนที่ 14 ตักน้ำชะโงกดูสารรูปตัวเอง“คุณ คุณจะทำอะไรคะ”“ก็เห็นคุณจะเป็นลมตายคามือ ผมก็เลยพามาส่งที่ห้องไง”“ขอบคุณมากค่ะ แก้วไม่เป็นอะไรแล้ว คุณออกไปเถอะค่ะ” คำขับไสส่งผลให้ภาคินขมวดคิ้ว ความโมโหร้ายเมื่อครู่ทำให้เธอกลัวเขาจนขึ้นสมอง เธอคงคิดว่าเขาจะทำมิดีมิร้าย หรือจะลากเธอไปท้ายไร่อย่างที่ขู่ไว้จริงๆ สายตาหวานที่แสยะยิ้มสมเพชตัวเองทำให้ภาคินรู้สึกหงุดหงิด“ทำไม กลัวฉันจะปล้ำหรือไง ส่องกระจกดูสภาพตัวเองบ้างนะคนก็ไม่ใช่ผีก็ไม่เชิงแบบนี้ ฉันไม่พิศวาสให้เสียอารมณ์หรอก” เขาตวัดผ้าเช็ดตัวใส่หน้าเธออย่างป่าเถื่อน“ว้าย!” หญิงสาวก้มหน้าลงซ่อนหยดน้ำตาแห่งความน้อยเนื้อต่ำใจ ภาคินไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระก่อนจะเดินไปที่ประตู“พรุ่งนี้อย่าตื่นสายล่ะ งานเริ่มเจ็ดโมงเช้า”“แล้ว ชุดแต่งงานล่ะคะ”ภาคินระเบิดเสียงหัวเราะลั่นราวกับได้ฟังเรื่องตลกที่สุดในชีวิต“ชุดแต่งงานงั้นเหรอ เธอนอนฝันหวานอยู่หรือไงแก้วกมล ถ้าคิดว่า
ตอนที่ 13 ลูกไก่ที่กำลังจะโดนแมวขย้ำ“แล้วทำไมแกไม่ไปรับ” ภูผาตวาดลั่น“ไม่ได้เรื่องจริงๆ เลยพวกแก” แสนชัยไม่รอช้ารีบสตาร์ทมอเตอร์ไซค์บึ่งเข้าไร่ด้วยความร้อนใจ เขาขับรถวนหาจนพบร่างบางที่เดินโซซัดโซเซเหมือนคนไร้วิญญาณอยู่ริมถนนลูกรัง“คุณแก้ว คุณแก้วเป็นอะไรหรือเปล่าครับ” แสนชัยรีบโดดลงจากรถไปหาด้วยความตกใจ“แก้วไม่เป็นไรค่ะ แค่เหนื่อย เลยหยุดพักนิดหน่อย” เธอพยายามเอ่ยน้ำเสียงปกติ แต่ดวงตาที่แดงก่ำจากการร้องไห้อย่างหนักกลับฟ้องความจริงทุกอย่าง แสนชัยรู้สึกสงสารจับใจจนต้องเข้าไปพยุงเธอมาที่รถ“คุณแก้วไหวไหมครับเนี่ย มาครับขึ้นรถ เดี๋ยวผมไปส่งที่บ้าน” คำพูดที่เปี่ยมด้วยความเป็นห่วงของแสนชัยทำให้กำแพงความเข้มแข็งพังทลาย แก้วกมลปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้นจนแสนชัยทำตัวไม่ถูก เขาได้แต่ยืนหน้าแหยที่เห็นผู้หญิงร้องไห้หนักขนาดนี้“คุณแก้วร้องไห้ทำไมครับ ผมทำอะไรผิดไปหรือเปล่า”“เปล่าค่ะ แก้วแค่รู้สึกดีที่มีคนเป็นห่วง ตั้งแต่คุณพ่อเสีย
ตอนที่ 12 แกล้งให้เดินกลับบ้านป้าหวานที่ยืนอยู่ใกล้ๆ อดรนทนไม่ไหวจึงบ่นออกมา“แต่งงานพรุ่งนี้แล้วแท้ๆ กลับไม่ให้เตรียมซุ้มเตรียมดอกไม้อะไรเลย แขกก็เชิญมาแค่ไม่กี่คน ทำแบบนี้มันไม่ให้เกียรติคุณแก้วเลยจริงๆ น่าสงสารเหลือเกิน ไม่รู้ไปทำกรรมอะไรไว้ถึงต้องมาเจอคนดื้อรั้นอย่างคุณภาคิน ถ้าเป็นข้านะ ข้าจะหนีงานแต่งให้หน้าแหกไปเลย”“ป้าหวาน อย่าพูดเสียงดังไป เดี๋ยวพ่อเลี้ยงภูผาได้ยินจะความดันขึ้นเอาอีกนะ” แสนชัยรีบห้าม แต่ภูผาที่ยืนฟังอยู่มุมมืดกลับแอบยิ้มกริ่ม “รอดูก่อนเถอะเจ้าภาคิน ตอนนี้แกแกล้งเขาได้แกล้งไป แต่ถ้าได้เขาเป็นเมียจริงๆ เมื่อไหร่ กลัวแต่แกจะหลงเขาจนโงหัวไม่ขึ้นล่ะสิ” ชายสูงวัยเดินขึ้นตึกไปด้วยความรู้สึกนึกสนุกเวลากว่าสองทุ่ม ในที่สุดงานเก็บสตอเบอร์รี่ก็เสร็จสิ้น แก้วกมลทรุดตัวลงนั่งบนคันดินด้วยความอ่อนแรง“แก้วเก็บเสร็จแล้วค่ะ”ภาคินเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า มองดูผลไม้จำนวนมหาศาลที่ถูกจัดใส่ตะกร้าไว้จนเต็ม
ตอนที่ 11 อย่ามาสะตอกับฉันน้ำเสียงหงุดหงิดของภาคินทำให้แสนชัยต้องจำยอมเดินถอยออกมา ทิ้งให้แก้วกมลยืนประจันหน้ากับว่าที่เจ้าบ่าวใจร้ายท่ามกลางไร่สตอเบอร์รี่อันกว้างขวางเพียงลำพัง“ปกติคุณแก้วเขาชอบสตอเบอร์รี่อยู่แล้ว แกไม่ต้องเป็นห่วงหรอกแสนชัย ทางนี้ฉันจัดการเอง ส่วนแกไปได้แล้ว พาคนงานลงไปทำงานที่ไร่ด้านล่างให้หมด”แสนชัยลอบมองใบหน้าของแก้วกมลที่ยังคงนิ่งสงบราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับคำสั่งนั้น เมื่อกลุ่มคนงานลับตาไป พื้นที่บนเนินเขาก็เหลือเพียงเธอกับว่าที่เจ้าบ่าวใจร้ายเพียงสองคนเท่านั้น“แก้วต้องเริ่มทำยังไงบ้างคะ” หญิงสาวเอ่ยถามเสียงเรียบ แม้ในใจจะหวั่นวิตกเพราะไม่เคยต้องทำงานหนักกลางแจ้งแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต“ก็ทำเหมือนที่เธอถนัดนั่นแหละ” ภาคินเหยียดยิ้มประชดประชัน“ทำท่าทางบอบบางน่าทะนุถนอมเรียกคะแนนสงสารแบบที่ชอบทำไง อ้อ! แล้วก็อย่าลืมจัดการสตอเบอร์รี่พวกนี้ให้เสร็จก่อนเย็นนี้ด้วยล่ะ”แก้วกมลไม่ได้โต้ตอบ เธอหยิบโทรศ
ตอนที่ 10 อีกสองวันเราต้องแต่งงานกัน “ถ้าเธออยากกิน เธอก็ไปเก็บเอาเองสิ พ่อผมก็พาไปเดินอวดทั่วไร่แล้วนี่ว่ามีผลไม้อะไรบ้าง อยากกินก็ต้องลงแรงเองสิครับ ผมไม่ใช่ทาสของใครเสียหน่อย” พูดจบเขาก็หยิบตะกร้าสตอเบอร์รี่มานั่งทานหน้าทีวีอย่างสบายอารมณ์ แต่พอกดปิดทีวีกำลังจะเดินขึ้นห้องความรู้สึกบางอย่างกลับรบกวนจิตใจจนเขาต้องหันไปมองทางเรือนเล็ก“ไปดูเสียหน่อยก็ได้ เผื่อขาดเหลืออะไร เดี๋ยวพ่อจะมาด่าเอาได้” ภาคินก้าวยาวๆ ไปยังเรือนรับแขกข้างบ้านก่อนจะเคาะประตูเบาๆ“ก๊อก ๆ ๆ คุณนอนหรือยัง”แก้วกมลที่กำลังพลิกตัวไปมาด้วยความกระสับกระส่ายรีบลุกขึ้นนั่งด้วยความตกใจ“คุณภาคิน มีอะไรหรือเปล่าคะ”“เปล่าหรอก ผมก็แค่มาดู เห็นพ่อบอกว่าคุณไม่ยอมไปทานข้าว”“แก้วไม่หิวค่ะ”“เปิดประตูหน่อยได้ไหม” สิ้นเสียงสั่ง ภายในห้องก็เงียบกริบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ประตูจะแง้มออกเพียงเล็







