Masukเมธิญาเดินตามเด็กหนุ่มมาโดยที่ไม่รู้ว่าเขาชื่ออะไร และเขากำลังจะพาเธอไปที่ไหน เวลานี้เด็กสาวใช้แค่ความรู้สึกล้วนๆ ... ความรู้สึกที่บอกว่า เขาคนนี้ไว้ใจได้
" ที่นี่ที่ไหน " เสียงใสเอ่ยถามเด็กหนุ่มร่างสูง ตอนนี้เขาพาเธอเดินมาหยุดอยู่หน้าตึกเก่าๆหลังหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนของเธอนัก
ติ๊ด...ติ๊ด เขาไม่ตอบคำถามเช่นเดิม เมธิญามองมือแกร่งทาบนิ้วลงบนปุ่มเพื่อสแกนลายนิ้วมือ เขาเปิดประตูพาเธอเดินเข้าไปด้านในและเมื่อก้าวผ่านประตูบานนั้นมาได้เมธิญาก็ต้องตกตะลึงกับสิ่งที่ตัวเองได้เห็น
ทุกสิ่งทุกอย่างมันช่างแตกต่างกับด้านนอกโดยสิ้นเชิง คนข้างนอกจะมองเห็นแค่ว่าตึกนี้เก่าและดูทรุดโทรมแต่ใครจะรู้ว่าด้านในนั้นสวยหรูแค่ไหน ข้าวของทุกอย่างดูมีราคาแพง ขนาดพรมบนพื้นยังน่าจะแพงกว่าที่นอนที่บ้านของเธออีกมั้ง
" เอาล่ะ...ด่านแรกเธอพึ่งจะชนะใจตัวเองได้ ด่านต่อไปก็ต้องเรียนรู้วิธีการป้องกันตัวเอง "
" นายทำแบบนี้ทำไม ช่วยฉันทำไม " เมธิญาเอ่ยถามด้วยความสงสัย
" รำคาญลูกตา ไม่ชอบเห็นคนถูกแกล้งบ่อยๆ เอาเป็นว่าต่อไปนี้ทุกเย็นหลังเลิกเรียนเธอมารอชั้นที่หน้าประตูนี่ก็แล้วกัน "
" เอ่อ ตะ แต่ว่า...ตอนเย็นชั้นต้องทำงานพิเศษที่ตึกอธิการก่อน "
" ทำงานอะไร...ทำไมต้องทำ " เขาเอ่ยถามด้วยความสงสัย
" ทำงานพิเศษน่ะ นอกจากจะไม่เสียค่าอะไรแล้วฉันยังมีรายได้จากการช่วยงานอาจารย์ที่ตึกอธิการด้วยนะ เดือนๆนึงก็ตกราวๆ 200 ดอลล่าร์แน่ะ "
" เธอถึงต้องอดทนยอมโดนพวกนั้นแกล้งน่ะเหรอ "
" อึ้ม..ก็ประมาณนั้นแหละ ชั้นไม่ได้รวยมีพ่อแม่หาเงินให้ใช้เหมือนคนอื่นนี่ อยากได้อะไรก็ต้องหาเอง " เมธิญาเอ่ย เธอไม่ได้รู้สึกอายอะไรที่จะบอกเขาว่าเธอเป็นคนจน
" โอเค...ถ้าอย่างนั้นก็หลังจากที่เธอทำงานเสร็จแล้วกัน มารอที่หน้าประตู...อ้อ...ชั้นไม่ชอบความวุ่นวายเพราะงั้นเธอไม่ควรพาใครมารู้จักที่นี่ "
" อึ้ม...เข้าใจแล้ว เรื่องนี้จะเป็นความลับระหว่างเราสองคนฉันจะไม่บอกใครเด็ดขาด ว่าแต่...เอ่อ "
" อะไร ? "
" ฉันยังไม่รู้จักชื่อของนายเลย ฉันชื่อเมธิญาหรือจะเรียกเมย์เฉยๆก็ได้ แล้วนายล่ะ "
" เรียกชั้นว่าเจย์เหมือนคนอื่นๆ " เพราะชื่อเจย์ออกเสียงง่ายกว่าเย่วเฟิ่ง ดังนั้นเขาจึงให้เพื่อนๆเรียกตัวเองว่าเจย์แทน
" เจย์เหรอ เหมาะกับนายดีนะ " เด็กสาวส่งยิ้มให้ อีกฝ่ายเมื่อได้รับรอยยิ้มก็ต้องรีบเบือนหน้าหนีเพราะความเขินอาย
บ้าจริง...ทำไมเขาต้องหัวใจเต้นแรงกับรอยยิ้มของยัยนี่ด้วยนะ โง่ก็โง่...ซื่อบื้อก็เท่านั้น คนอะไรถูกแกล้งได้ทุกวี่ทุกวันไม่คิดจะลุกขึ้นมาสู้ เพราะรำคาญลูกตาอย่างที่บอกเธอไปนั่นแหละทำให้เขายื่นมือเข้ามาช่วยทั้งๆที่เกิดมาคนอย่างเขาไม่เคยสนใจใคร
วันนั้นทั้งคู่ไม่ได้กลับเข้าไปเรียนอีก เมธิญาใช้เวลาอยู่กับเด็กหนุ่มคนนั้นทั้งวันจนถึงเวลาเลิกเรียนเธอจึงขอเขากลับเพื่อไปทำงานพิเศษต่อ และก่อนที่เธอจะเดินออกจากประตูมาเขายังสั่งห้ามเธอว่าอย่าให้ใครรังแกอีก ต่อไปถ้าเขาเห็นว่าเธอยอมให้คนอื่นรังแกเขาจะฝึกเธอให้หนักกว่าวันนี้ร้อยเท่า
" โอเค...ต่อไปเราจะไม่ยอมให้ใครรังแกอีก จะมีแค่นายเท่านั้นที่รังแกเราได้ " พูดจบเมธิญาก็ส่งยิ้มให้เขาอีกครั้งและเดินออกจากประตูมา
หลังจากวันนั้นเมธิญาก็ทำตามคำพูดที่ให้ไว้กับเขา เธอไม่ยอมให้ใครรังแกได้อีก...เด็กสาวใช้วิธีหลบเลี่ยงมากกว่าการเผชิญหน้าโดยตรง อย่างเช่นเธอมักจะถูกขัดขาให้ล้มเวลาที่เดินเข้าห้องเรียนหรือที่โรงอาหารเมธิญาก็เลือกที่จะเดินหลบคนพวกนั้น ไม่เข้าใกล้หรือจะมีเตะขากลับเวลาที่เลี่ยงไม่ได้จริงๆ เจย์สอนวิธีสู้แบบเนียนๆให้เธอแล้ว เพราะงั้นไม่มีอะไรที่เธอต้องกลัวอีกต่อไป
แกร๊ก.....มือเล็กหมุนลูกบิดประตูบ้านเช่าหลังเล็กที่มีเพียงน้าสาวและเธออยู่เท่านั้น วันนี้เป็นอีกวันที่หลังเลิกงานเมธิญาจะไปที่ตึกเก่าหลังนั้น นี่ก็ผ่านมาเกือบสัปดาห์แล้ววันนี้เป็นวันศุกร์เจย์จึงเพิ่มบทเรียนใหม่ให้เธอ ดังนั้นทำให้วันนี้เธอใช้เวลาเรียนนานกว่าทุกวัน เด็กสาวค่อยๆย่องเดินอย่างเบาที่สุดเพื่อไม่ให้น้าที่เธอคิดว่าหลับแล้วตื่น
วันนี้เธอกลับบ้านดึกกว่าทุกวัน
" ไปไหนมา " เสียงคุ้นหูในความมืดเอ่ยถามทำให้เมธิญาสะดุ้งตกใจ
พรึ่บ...ห้องที่มืดมิดก่อนหน้าสว่างจ้าเมื่อน้าของเธอกดสวิตซ์ไฟ
" น้าพลอย... เอ่อ เมย์ก็ทำงานพิเศษไง วันนี้วันศุกร์งานเลยเยอะกว่าทุกวันน่ะ แล้วนี่น้าพลอยกลับมานานแล้วเหรอคะ " เด็กสาวรีบเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อไม่ให้น้าสาวจับพิรุธได้
" อึ้ม นานจนจะเข้านอนแล้ว ว่าแต่แกเถอะกินอะไรมารึยัง " หญิงสาวเอ่ยถามด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง เด็กผู้หญิงตรงหน้าของเธอเป็นคนเก่ง เรียนเก่งไม่พอแถมยังทำงานเก่งอีกต่างหาก เมธิญาเป็นเด็กใฝ่ดี เธอเสาะแสวงหาความรู้ใส่ตัวอยู่เสมอ อดทน ขยันขันแข็ง ความเป็นเด็กดีของเด็กสาวตรงหน้าทำให้คนมองรู้สึกละอายใจ เธอมีส่วนที่ทำให้เด็กคนนี้เป็นเด็กกำพร้า...แต่จะโทษใครได้ล่ะ ตอนนี้มันแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วนี่
พลอยพรรณสลัดความคิดออกจากหัวเพราะไม่อยากกลับไปคิดถึงเรื่องในอดีตอีก แม้ไม่ใช่หลานแท้ๆแต่เธอก็เลี้ยงของเธอมาจนตอนนี้เมธิญาอายุได้ 16 ปีแล้ว ถึงจะไม่รักแต่ยังไงมันก็มีความผูกพัน
" เรียบร้อบแล้วค่ะ อาจารย์ซื้อให้กินแล้ว งั้นเมย์ไปอาบน้ำก่อนนะคะ " เด็กสาวโกหกคำโต...เธอรีบหมุนตัวเพื่อจะขึ้นไปบนห้องนอนของตัวเอง
" เดี๋ยว !! " เสียงเอ่ยเรียกทำให้คนที่หันหลังสะดุ้ง ...หรือว่าน้าพลอยจะรู้
" น้าว่าจะถามหลายวันแล้ว ขาไปโดนอะไรมา " เมธิญาก้มลงมองขาของตัวเองที่เขียวช้ำอยู่
" เอ่อ พอดีเมย์รีบไปหน่อยเลยวิ่งชนเก้าอี้น่ะค่ะ " เอาอีกแล้ว...เธอโกหกอีกแล้ว ขอเถอะ...อย่าให้เธอบาปเลยนะ มันจำเป็นจริงๆ
" เฮ้ออ...ซุ่มซ่ามตลอด แล้วนี่ได้ทายาบ้างรึยัง " เมธิญาถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อน้าสาวไม่ได้ซักไซ้เรื่องราวต่ออีก ถึงยังไงเธอก็ไม่อยากเป็นเด็กขี้โกหกหรอกนะ
" ทา...ทาแล้วค่ะ เหนียวตัวแล้วเมย์ขึ้นห้องก่อนนะคะ " ไม่รอให้น้าสาวได้พูดอะไรต่ออีก เมธิญารีบก้าวเดินขึ้นบันไดเพื่อเข้าห้องของตัวเองให้ไวที่สุด หากอยู่นานกว่านี้น้าพลอยต้องรู้แน่ๆว่ารอยที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้มีเฉพาะที่ขาอย่างเดียว แต่มันเขียวช้ำไปทั้งตัวไม่ว่าจะเป็นลำตัวหรือต้นแขน ยิ่งวันนี้เจย์เพิ่มบทเรียนใหม่ทำให้มีรอยใหม่เพิ่มขึ้นมาอีก
" เฮ้ออ !! " เมธิญาถอนหายใจล้มตัวนอนหงายไปกับที่นอน เด็กสาวยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อคิดถึงใบหน้าของคนที่เธอพึ่งจากมา เขาเป็นความสุขของเธอ...หลายวันที่ผ่านมาเขาสอนเธอให้ใช้ชีวิตใหม่ สอนการป้องกันตัวเอง สอนวิธีรุกฆาตเมื่อถูกจู่โจม เขาเก่งเรื่องศิลปะการต่อสู้มาก
" ถ้าไม่มีนายป่านนี้ฉันก็คงจะถูกรังแกไม่เลิก ขอบใจนะ " เด็กสาวหลับตาพูดเบาๆกับตัวเอง ริมฝีปากเล็กยิ้มอย่างมีความสุข
" เป็นเกียรติจริงๆครับที่ประธานจางและเจ้าสาวมาแจกการ์ดเชิญด้วยตัวเองแบบนี้ " ชายร่างท้วมเอ่ยพร้อมกับโค้งตัวแล้วรับสิ่งที่ชายหนุ่มยื่นให้" ต้องมาสิครับ...ยังไงฉางจิ้งก็เป็นพันธมิตรที่ดีและเป็นคู่ค้าที่ซื่อตรงมาตลอด ผมกับปาลิตาต้องมาด้วยตัวเองอยู่แล้ว "" แหม!! ... ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ ยังไงๆฉางจิ้งก็ต้องให้ความสำคัญกับจางลี่มากกว่าบริษัทอื่นอยู่แล้ว อย่าว่าแต่ฉางจิ้งเลย...บริษัทไหนๆก็อยากร่วมธุกิจกับจางลี่ทั้งนั้นแหละครับ "" หึ...ขอบคุณครับ ยังไงผมคงจะคุยกับประธานฉางนานกว่านี้ไม่ได้แล้วนะครับ ผมกับเจ้าสาวจะต้องไปที่อื่นต่อน่ะครับ " พูดจบชายหนุ่มก็เอ่ยคำลาต่ออีกไม่กี่ประโยคจากนั้นเขาก็พาเธอตระเวนไปหาแขกคนสำคัญที่อื่นต่อหลังจากวันนั้น...วันที่เธอและเขาปรับความเข้าใจและทำกิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์กันแล้ว ผู้เฒ่าจางจึงเอ่ยปากขอปาลิตามาเป็นหลานสะใภ้กับพ่อแม่ของเธอต่อหน้าขณะที่ทั้งหมดรับประทานอาหารร่วมกันเสร็จแล้ว ท่านให้เหตุผลว่า...หากจะรอนานกว่านี้ท่านก็เกรงร่างกายของตัวเองจะไม่ไหว และหากจะให้ท่านบินไปที่เมืองไทยด้วยตัวเองนั้นก็คงเป็นไปได้ยาก ... สังขารของคนแก่นั้นมีแต่จะเสื่อมทอยลงทุกวัน
คำว่า " รัก " สำหรับใครบางคนอาจไม่เพียงพอ...มนุษย์เรายังมีความใคร่ ความปรารถนาเข้ามาเติมเต็ม การได้ปลดปล่อยสิ่งๆนั้นกับคนที่เรารักอาจถือได้ว่าเป็นความสุขล้นยิ่งที่สุดแล้วสำหรับบางคู่...คนรักของเราอาจไม่ได้อยากนอกใจ แต่เพราะ...มันไม่สามารถไปให้ถึงจุดสุดยอด คนๆนั้นจึงต้องไขว่คว้าอย่าอายที่จะร้องขอ อย่าอายที่จะเปิดเผย เรื่องบนเตียงยังเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคู่ชีวิตทุกคู่ หากคุณชอบหรือไม่ชอบสิ่งไหนก็จงบอกคู่ของเราเพื่อที่เขาคนนั้นจะได้ปรับปรุงแก้ไขและเปลี่ยนแปลงหลังจากหญิงสาวปรนเปรอรักให้เขาด้วยปากของเธอแล้ว ชายหนุ่มก็ไม่รีรอเช่นกัน...เขาจัับเธอให้หันหน้าเข้าผนังพร้อมกับโน้มใบหน้าลงไปที่ต้นคอระหงด้านหลังของเธอ ริมฝีปากหนาจูบซับลงที่ลาดไหล่ มือใหญ่สอดเข้าที่ใต้รักแร้ไปเกาะกุมเต้าอวบสองลูกที่อยู่ด้านหน้า ผิวของเธอขาวเนียนผ่อง..ยิ่งได้ต้องแสงไฟสีเหลืองและมีหยดน้ำเป็นเม็ดเกาะเต็มไปทั่วยิ่งเร้าอารมณ์ของเขาให้พุ่งสูงขึ้นปาลิตาดูแลหุ่นของตัวเองได้ดีมาก ชายหนุ่มไล่สายตาลงไปตามแผ่นหลังบางผ่านเอวคอดกิ่วจนถึงแก้มก้นเต่งตึงด้านล่าง นี่ถ้ากลืนกินเธอได้ทั้งตัวเขาคงทำแล้ว ชายหนุ่มเลียริมฝีปากตัวเองแล้วค
" ขอโทษนะค้าาา...ขอโทษที่ทำให้คุณแม่เป็นห่วง " พูดจบร่างเล็กก็สอดมือเข้าที่ใต้แขนของผู้เป็นแม่ หญิงสาวกอดที่เอวของท่านแล้วเกยคางวางไว้บนไหล่...เป็นใครเค้าก็ต้องโกรธกันทั้งนั้นนั่นแหละ ก็เธอเล่นละครซะเนียนเชียวหลังจากลู่จื่อเหลียงพาหวางลีไปทำแผลที่โรงพยาบาลประธานใหญ่จางลี่ก็พาเธอเดินกลับมาที่โรงพยาบาลของต้าลั่ว ตลอดเส้นทางที่เดินผ่าน...มีสายตาหลายคู่จับจ้องมอง ปาลิตารู้แล้วว่าเธอกำลังเป็นที่สนใจของผู้คนเพราะลูกน้องที่มาเยี่ยมในวันแรกๆของการเข้ารักษาตัวเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นให้ฟังทั้งหมดแล้ว" หึ...น่าตีจริงๆเลยนะยัยหนู นี่ถ้าหนูยังเป็นเด็กตัวเล็กๆนะ แม่จะจับมาตีก้นให้ลายเลย พ่อกับแม่รึก็เป็นห่วงจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ แล้วไหนจะคนอื่นๆอีก ทุกคนเค้าเป็นห่วงหนูกันหมดเลยนะ " คุณกรองแก้วทำตาค้อนใส่แล้วเอ่ยกับลูกสาว" ขอโทษนะคะ ขอโทษทุกคนเลย หนูรู้ค่ะว่าทุกคนเป็นห่วง...แต่มันจำเป็นจริงๆค่ะ หนูแค่อยากคุยกับหัวหน้าหวางก่อน เค้าอาจจะกลับตัวกลับใจได้ ความจริงเค้าไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร ถ้าเค้าเป็นอะไรไปแม่เค้าที่อยู่เมืองไทยคงเสียใจมากเลยนะคะ " หญิงสาวเอ่ยพลางทำตาละห้อยเรียกคะเเนนความสงสาร หวางลีเคยเล่า
" ฝีมือไม่เบาเลยนะครับ " ประธานใหญ่ของต้าลั่วกรุ๊ปเอ่ย ตอนนี้เขากำลังอยู่ในห้องพักผู้ป่วยกับผู้เฒ่าจางอยู่...ทั้งคู่กำลังมองไปยังหน้าจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้องที่มีภาพของหญิงสาวกำลังต่อสู้กับคนร้ายอยู่" อึ้ม...เค้าสอนของเค้ามาตั้งแต่เด็กน่ะ เธอเก่งหลายอย่างนะ...ทั้งบู๊เตะต่อย ทั้งการใช้อาวุธต่างๆ ไม่แพ้ผู้ชายเลยล่ะ " ผู้เฒ่าจางหัวเราะเบาๆ ลั่วหยางหมิงมองดูคนที่นอนป่วยอยู่บนเตียงยิ้มอย่างมีความสุข" ผมไม่เคยรู้มาก่อนว่าเธอเป็นคนรักของอาเย่ว "" ไม่มีใครรู้หรอก ผมเองก็พึ่งจะรู้ก่อนหน้าคุณเมื่อไม่นานมานี่เอง ... เค้าเรียนด้วยกันที่อเมริกาตั้งแต่เด็กน่ะ " ผู้เฒ่าจางว่า...ท่านไม่ได้โกหกลั่วหยางหมิงแต่อย่างใด ไม่รู้ก็คือไม่รู้...ที่ไม่รู้เพราะสมัยที่หลานชายคนนี้เรียนอยู่ท่านก็ให้อิสระเต็มที่ เย่วเฟิ่งสามารถใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการได้...ท่านไม่ได้บังคับ ไม่ได้ส่งคนติดตาม เพียงแค่โทรมาถามข่าวคราวเป็นระยะๆก็เท่านั้นดังนั้นคนในตระกูลจางจึงไม่มีใครรู้เรื่องของเมธิญาเลย" เรียนที่อเมริกาเหรอครับ แต่ในประวัติแล้วเธอเป็นทายาทของพฤกษาบดีไม่ใช่เหรอครับ " ลั่วหยางหมิงเอ่ยถามด้วยความส
" ช่วยเอายานั้นกลับมาฉีดให้ชั้นหน่อย ครั้งนี้มันอาจจะได้ผล อย่าลืม!!! ห้ามบอกใครเด็ดขาด " หลังจากพิมพ์ข้อความเสร็จแล้วปาลิตาก็กดส่งทันที หญิงสาวหอบหายใจแรงขึ้นเมื่อความเจ็บปวดแล่นพาดผ่าน นานนับหลายนาทีกว่าที่เธอจะหายจากอาการนี้ หญิงสาวนึกถึงคืนวันที่ถูกจับตัวไปและคนรักของเธอไปช่วยไว้ได้ทันคืนนั้นพอเขาพาเธอมาที่โรงพยาบาลและคุณหมอตรวจอาการของเธอเสร็จเรียบร้อย อาเย่วก็เดินตามคุณหมอไปคุยที่ห้องอีกห้องหนึ่ง หญิงสาวรู้ดีว่าขาของเธออาจจะใช้การไม่ได้อีกต่อไป ... เพราะในตอนนั้นมันไม่มีความรู้สึกอะไรเลย ปาลิตานึกถึงตอนที่ตัวเองอยู่ในถ้ำกับหัวหน้าหวางสองต่อสองหลังจากที่พ่อของเขาแยกตัวเดินไปหาใครอีกคนหวางลีควานหาผ้ามาปิดปากของเธอไว้ไม่ให้ส่งเสียงให้คุณไป่หลิงได้ยิน จังหวะนั้นหญิงสาวสังเกตเห็นห่อผ้าที่ผูกติดกับเอวของคนร้ายที่จับตัวเธอมาอยู่ ... หวางลีคอยจับเช็คดูห่อผ้านั้นตลอดเวลา ปาลิตาใช้จังหวะที่หวางลีกำลังผูกผ้าปิดปากเอาหัวของตัวเองกระแทกไปด้านหลังโขกกับใบหน้าของเขาเข้าอย่างจัง หญิงสาวไม่รอช้าเธอตวัดแขนของตัวเองจับลำแขนแกร่งให้โน้มมาด้านหน้าและใช้นิ้วมือจิ้มกระแทกลงที่ท้ายทอยของเขาพอดีร่าง
แชะ!!! ....ภาพประธานใหญ่แห่งจางลี่กรุ๊ปกำลังนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าหญิงสาวคนหนึ่งถูกบันทึกเก็บไว้ในโทรศัพท์อีกหลายเครื่อง ภาพเหล่านั้นถูกแชร์ออกสื่อโซเชียลอย่างรวดเร็ว คำค้นหาที่ร้อนแรงจึงเป็นประวัติของหญิงสาวที่ประธานใหญ่คุกเข่าให้ในขณะที่ภาพของตัวเองกำลังถูกเผยแพร่ออกไป...ประธานใหญ่แห่งจางลี่ก็กำลังดูแลคนรักสาวอยู่เช่นกัน หลังจากเข็นรถเข็นของปาลิตากลับมาที่ห้องพักพ่อแม่ของเธอก็ขอตัวไปพักผ่อนที่โรงแรมที่อยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาล ส่วนประธานใหญ่อัคราก็เดินทางไปที่บ้านตระกูลจางเพื่อสืบหาตัวคนร้ายที่หายตัวไป...ภาคินรู้ว่าเย่วเฟิ่งเป็นห่วงคนรักมากแค่ไหนดังนั้นหากเขาอาสาเข้ามาช่วยดูแลความปลอดภัยและความเรียบร้อยต่างๆให้ ... น้องชายของเขาก็จะได้หมดห่วงกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง" เอาอะไรอีกมั้ย เดี๋ยวชั้นปอกให้อีก " ชายหนุ่มเอ่ยถามคนรัก ตอนนี้เขากำลังปอกแอปเปิ้ลใส่จานให้คนรักอยู่" อยากได้มะม่วงอ่ะ " ริมฝีปากบางที่กำลังเคี้ยวแอปเปิ้ลอยู่เอ่ย" โอเคครับคนสวย " เย่วเฟิ่งเอ่ยพร้อมทั้งยิ้มให้ปาลิตา เขาหันไปหยิบลูกมะม่วงที่วางอยู่บนโต๊ะมาปอกเปลือกและหั่นเป็นชิ้นๆใส่จานให้คนรัก" อื้ออออ...อร่อยอ่ะ สักชิ







![Inbox ร้อนรัก [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)