Share

ค่ำคืนไร้นิทรา
ค่ำคืนไร้นิทรา
Penulis: เยว่เยว่

 บทที่ 1

Penulis: เยว่เยว่
ในวันที่เฮ่อหลานฉือได้เลื่อนตำแหน่งเป็นอัครมหาเสนาบดี ทันทีที่กลับถึงจวน ประโยคแรกที่เขาพูดกับเซี่ยหลิงหลัวคือ เขาต้องการรับกู้อวิ๋นเหยาเข้ามาเป็นภรรยาร่วมศักดิ์

เซี่ยหลิงหลัวพยักหน้าอย่างเฉยชา

จากนั้น นางก็ดูเหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

แต่ก่อน เพียงได้ยินว่าเฮ่อหลานฉือเหลือบแลมองบ่าวสาวใช้ผู้ใดมากเป็นพิเศษ นางก็จะโกรธอยู่หลายวัน ทว่าบัดนี้ นางกลับเป็นผู้จัดเตรียมพิธีรับภรรยาร่วมศักดิ์เข้าจวนด้วยตัวเอง พิธีการดูยิ่งใหญ่ ทุกขั้นตอนพิถีพิถัน จนยิ่งใหญ่กว่างานแต่งของตัวนางเองเสียอีก

แต่ก่อน นางมักจะหาข้ออ้างนำน้ำซุปหรือของว่างไปส่งให้เขาที่ห้องหนังสือ ทว่าบัดนี้ นางเก็บตัวอยู่แต่ในเรือน และไม่ปรากฏตัวต่อหน้าเขาอีก

แต่ก่อน นางมักจะแต่งตัวอย่างพิถีพิถันทุกวัน หวังว่าจะได้รับการโปรดปรานจากเขาบ้าง ทว่าบัดนี้ นางกลับปล่อยหน้าสด เก็บตัวไม่ออกไปไหน แม้กระทั่งตอนที่เฮ่อหลานฉือเข้ามาในเรือนของนาง และโน้มกายหมายจะมาจุมพิต นางก็ยังผลักเขาออกไปอย่างแผ่วเบา!

“วันนี้ข้ามีรอบเดือนมาเยือน เกรงว่าจะปรนนิบัติท่านได้ไม่รอบคอบ น้องอวิ๋นเหยาเพิ่งเข้าจวนมาได้ไม่นาน นางย่อมต้องการความเห็นใจและการดูแลจากท่านพี่ ท่านพี่ไปหาน้องอวิ๋นเหยาที่เรือนเถิดเจ้าค่ะ”

เฮ่อหลานฉือชะงักไปชั่วขณะ ก่อนผุดกายลุกตรงและหันไปมองหน้านาง แสงเทียนวูบไหวบนใบหน้าของนาง ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความรักที่มีต่อเขา บัดนี้เหลือเพียงความเย็นชาที่ห่างเหินเท่านั้น

“เซี่ยหลิงหลัว เดือนนี้ข้ามาหาเจ้าหลายสิบหนแล้ว แต่รอบเดือนของเจ้าก็จะมาทุกครั้ง เจ้าคิดว่าข้าจำรอบเดือนของเจ้าไม่ได้ หรือคิดว่าข้าเป็นคนหลอกง่ายฮะ?”

เซี่ยหลิงหลัวเงยหน้าขึ้น สายตาเฉียบคม “ข้าไม่บังอาจหรอกเจ้าค่ะ แต่ตัวข้านั้นไม่สบายจริง ๆ ข้าเองก็ไม่ทราบรอบเดือนถึงมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะเหตุอันใด อีกอย่าง น้องอวิ๋นเหยาก็เพิ่งเข้ามาในจวน ย่อมต้องกานการดูแลเอาใจใส่จากท่านพี่เป็นพิเศษ หากท่านพี่จะไปอยู่กับนางให้มากหน่อย มันก็เป็นเรื่องอันสมควรอยู่แล้ว”

เฮ่อหลานฉือถึงกับพูดไม่ออกสักคำเมื่อเห็นท่าทีไม่ยอมอ่อนข้อของนาง โทสะที่สะกดกลั้นอยู่ภายในอกเป็นเวลานานก็ระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม

เขาจ้องหน้านางอยู่นาน ก่อนสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย “ข้าจะไปเรือนของอวิ๋นเหยาเอง ทว่าวันนี้ ข้าจะพักที่เรือนของเจ้า ข้าอยู่กับอวิ๋นเหยามาตลอดทั้งเดือนแล้ว หากข้ายังไม่มาค้างที่เรือนของเจ้าบ้าง ข่าวลือภายในจวนก็คงจะทับถมเจ้าจนตายได้”

เซี่ยหลิงหลัวกลับส่ายหน้าเบา ๆ แล้วถอยหลังลงไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง “ข้าไม่สนใจคำพูดของคนอื่น อีกอย่าง…ข้าไม่ได้มีแค่รอบเดือน แต่สองสามวันก่อนข้าต้องลมหนาวทำให้เป็นหวัดด้วย บัดนี้ยังไม่หายดี เกรงว่าจะทำให้ท่านพี่ติดไข้ไปด้วย”

เฮ่อหลานฉือเงยหน้าขึ้นมองนาง แต่กลับเห็นว่าสีหน้าของนางแดงระเรื่อ ลมหายใจสม่ำเสมอเป็นปกติ มีอาการป่วยได้ที่ไหน?

“เซี่ยหลิงหลัว!” เขาเรียกนางด้วยชื่อเต็ม น้ำเสียงแฝงด้วยความกรุ่นโกรธ “เจ้ายังโกรธข้าเรื่องนั้นอยู่ใช่หรือไม่?”

“ได้ ข้ายอมรับ ตอนแรกภายในใจข้ามีอวิ๋นเหยาเพียงผู้เดียว แต่หลังจากเกิดเรื่องกับพ่อของเจ้าเมื่อครั้งก่อน ข้าก็บอกกับเจ้าแล้วว่า หลังจากนี้ ข้าจะปฏิบัติต่อเจ้าเหมือนปฏิบัติต่อนางทุกประการ แล้วเจ้าจะไม่พอใจเรื่องอะไรอีก? นี่เจ้าต้องการอะไรกันแน่?”

“ท่านพี่คิดมากไปแล้วเจ้าค่ะ วันนี้ข้าเพียงตัวไม่สบาย จึงไม่สามารถปรนนิบัติท่านได้เท่านั้นเอง”

เป็นเช่นนี้อีกแล้ว! นางยังคงเป็นท่าทีเฉยเมย ราวกับทุกเรื่องบนโลกนี้ล้วนไม่อาจทำให้นางหวั่นไหวได้!

เฮ่อหลานฉือรู้สึกออกแรงไปเสียเปล่า เพลิงโทสะที่ไร้ที่ระบายแผดเผาหน้าอกของเขาจนเจ็บหน้าอกแปล๊บ

“ได้” เขาระงับความโกรธลง ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาและแข็งกร้าว “เช่นนั้นพรุ่งนี้ข้าค่อยจะมาใหม่”

“พรุ่งนี้ก็ไม่ต้องมาหรอกเจ้าค่ะ” เซี่ยหลิงหลัวตอบกลับอย่างทันที “พรุ่งนี้ข้าจะไปสวดมนต์ขอพรให้ท่านพ่อที่วัด”

“เช่นนั้นก็วันมะรืน”

“วันมะรืนก็ไม่ได้เช่นกันเจ้าค่ะ ข้านัดกับช่างปักผ้าไว้ ข้าต้องรีบตัดเย็บชุดในฤดูใบไม้ร่วงสักหลายตัว”

“วันมะเรื่อง!”

“วันมะเรื่อง…เกรงว่าร่างกายข้ายังคงไม่ฟื้นดีเจ้าค่ะ” เซี่ยหลิงหลัวเงยหน้ามองที่เขา ก่อนจะพูดทีละคำอย่างชัดเจน “ท่านพี่ หลังจากนี้…ท่านอย่ามาที่นี่จะดีกว่าเจ้าค่ะ เรือนแห่งนี้เงียบเหงา อีกทั้งตัวข้ายังเจ็บป่วย ข้าไม่อยากจะทำให้ร่างอันสูงศักดิ์และบริสุทธิ์ของท่านต้องมัวหมอง ในเมื่อท่านพี่กับน้องอวิ๋นเหยามีใจตรงกัน จากนี้ไปท่านก็ทำเป็นว่าข้าไม่มีตัวตนในจวน และไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงเรื่องศักดิ์ศรี ท่านจะค้างที่เรือนของน้องอวิ๋นเหยาทุกคืน ข้าเองก็จะไม่ตำหนิเลยสักคำ”

“เจ้า—!” เฮ่อหลานฉือถูกคำพูดของนางกระตุ้นจนโมโห หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง พายุที่ทำให้ผู้คนหวาดกลัวปรากฏขึ้นในแววตาของเขา “เซี่ยหลิงหลัว! นี่เจ้าจงใจทำเช่นนี้ใช่หรือไม่ ชีวิตยังเหลืออีกยาวไกล หรือว่าเจ้าคิดจะผลักไสข้าเช่นนี้ไปทั้งชาติ? บัดนี้จวนแม่ทัพล่มสลาย เจ้าก็ไร้ที่พึ่งแล้ว หากเจ้าจะมาประชดข้าเช่นนี้ มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร!”

เซี่ยหลิงหลัวมองใบหน้าหล่อเหลาดุจเทพเซียน ตอนนี้แววตาของเขาดุดันขึ้นหลายส่วนเพราะความโกรธ แต่ภายในใจของนางกลับสงบนิ่งและว่างเปล่า

“ข้าไม่ได้ประชด ในเมื่อท่านพี่ชอบน้องอวิ๋นเหยา เช่นนั้นต่อจากนี้ก็ขอให้ท่านทั้งสองรักใคร่ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ครองรักกันไปจนแก่เฒ่า ส่วนข้าเอง…จะปฏิบัติตนให้สงบเสงี่ยมเจียม และจะไม่ไปรบกวนพวกท่าน”

เฮ่อหลานฉือจ้องมองนางด้วยตาเขม็ง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเพิ่งได้รู้จักกับสตรีที่ตนแต่งเข้าจวนมาเป็นภรรยานานห้าปี แต่ไม่เคยใส่ใจอย่างแท้จริง

สายตาของนางสงบนิ่งมากเกินไป ความสงบนิ่งนั้นกลับทำให้เขารู้สึกกระวนกระวายขึ้นมา ราวกับว่ามีของสำคัญบางอย่างกำลังหลุดหายไปยังสถานที่ที่เขามองไม่เห็นอย่างรวดเร็ว

“ได้!” เขาสะบัดแขนเสื้อ แผ่นหลังแข็งทื่อ ท่าทางเต็มไปด้วยโทสะที่พลุ่งพล่าน “เซี่ยหลิงหลัว หวังว่าเจ้าจะจดจำคำพูดของเจ้าในวันนี้ให้ดี! อย่าเสียใจภายหลังก็แล้วกัน!”

เขาปิดประตูอย่างแรงจนเสียงดังลั่น ฝุ่นที่อยู่ด้านบนก็ร่วงกราวลงมา

เซี่ยหลิงหลัวยืนอยู่ที่เดิม ไม่ได้ขยับไปไหน

จนเสียงฝีเท้าหายไปจากด้านนอกเรือนโดยสิ้นเชิง นางจึงค่อย ๆ เดินไปนั่งลงข้างโต๊ะ ก่อนยกถ้วยชาที่นางรินเอาไว้จนเย็นชืดไปนานแล้วขึ้นมาจิบ

ความเย็นแล่นผ่านลำคอและทำให้ตัวนางสั่นเล็กน้อย

เสียงกระซิบกระซาบจากสาวใช้ก็ดังแว่วขึ้นมาจากนอกหน้าต่าง

“ดูสิ ทะเลาะกันอีกแล้ว ไม่ทราบจริง ๆ ว่าฮูหยินกำลังคิดสิ่งใดอยู่ เดิมทีนางก็ไม่เคยได้รับการโปรดปรานจากท่านอัครมหาเสนาบดี ยิ่งบัดนี้ตระกูลของนางก็ล่มสลายแล้ว แทนที่จะหาหนทางเอาใจท่านอัครมหาเสนาบดี นางกลับผลักไสท่านออกไปอีก…”

“นั่นน่ะสิ ข้าว่าจากนี้ไปจวนนี้จะต้องตกอยู่ในอำนาจของฮูหยินกู้แล้ว พวกเราก็ต้องรีบหาวิธีออกจากเรือนแห่งนี้ให้เร็วที่สุด รับใช้ผู้เป็นนายที่ไร้วาสนา พวกเราจะลืมตาอ้าปากได้เช่นไร?”

“จริงดังว่า! เจ้าดูสิฮูหยินกู้เพิ่งเข้าจวนมาได้ไม่กี่วัน ท่านอัครมหาเสนาบดีก็ดูแลนางดั่งแก้วตาดวงใจ! ไม่ว่าจะเป็นไข่มุกหนานไห่ เครื่องเทศจากซีอวี้ ล้วนถูกส่งมายังเรือนของนางอย่างไม่ขาดสาย! ได้ยินมาว่าเมื่อวานนี้ ท่านยังเชิญแม่นมหลวงจากในวังเพื่อมาทำอาหารเจียงหนานให้นางโดยเฉพาะ เพียงเพราะนางพูดแค่ว่าอยากกินเท่านั้น!”

“เบาเสียงหน่อย! ฮูหยินยังไม่หลับนะ!”

“จะกลัวสิ่งใดเล่า? ตอนนี้นางยังเอาตัวไม่รอดเลย แล้วนางจะทำอะไรพวกเราได้ ข้าว่ารีบไปประจบประแจงเอาใจฮูหยินกู้จึงจะเป็นหนทางที่ถูกต้อง บางทีพวกเราอาจพลอยได้รับวาสนาไปด้วยนะ…”

เสียงนั้นค่อย ๆ ห่างออกไป

เซี่ยหลิงหลัวถือถ้วยชาที่เย็นชืด ปลายเล็บซีดขาว ใบหน้ายังคงไร้อารมณ์เช่นเดิม

จนกระทั่งมีนกพิราบส่งสารสีเทาตัวหนึ่งกระพือปีกเข้ามา แล้วจิกที่ซี่กรงตรงหน้าต่างเบา ๆ นางถึงได้ลุกเดินเข้าไปหา จากนั้นก็แกะท่อไม้ไผ่เล็ก ๆ ที่ติดอยู่ตรงขาของมัน ก่อนจะเปิดจดหมายที่อยู่ด้านใน

นั่นคือจดหมายของท่านพ่อที่ถูกส่งมาจากชายแดน

ลายมือหวัด อีกทั้งยังแฝงความหยาบกร้านของสภาพแวดล้อมที่ชายแดน

【ลูกสาวของพ่อปลอดภัยดีหรือไม่? เรื่องการหย่าร้าง พ่อไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน เห็นว่าไม่สมควร ตามกฎหมายแห่งราชวงศ์แล้ว เมื่อฝ่ายชายไม่ได้เขียนหนังสือหย่า หากฝ่ายหญิงเป็นผู้ร้องขอหย่า และต้องไปรับทัณฑ์กลิ้งตะปูที่จวนจิงเจ้า! มีโอกาสรอดเพียงหนึ่งในสิบ ทรมานเจียนตาย! พ่อสำนึกผิดเหลือเกิน พ่อไม่ควรใช้อำนาจบีบบังคับให้เฮ่อหลานฉือแต่งกับลูก จนทำให้ลูกต้องทรมานถึงเพียงนี้! หวังว่าลูกจะไตร่ตรองให้รอบคอบ อย่าได้ผลีผลามเป็นอันขาด! พ่ออยู่ที่ชายแดน ยังพอปกป้องตนเองได้ ลูกไม่ต้องเป็นห่วง】

ทัณฑ์กลิ้งตะปู…

พอเซี่ยหลิงหลัวเห็นคำนั้น ปลายนิ้วก็สั่นขึ้นมาเล็กน้อย

แต่ไม่นานนางก็สงบใจลงได้ และยื่นกระดาษแผ่นนั้นเข้าใกล้เปลวเทียน นางมองกระดาษที่ค่อย ๆ ม้วนงอ เปลี่ยนเป็นสีดำ แล้วกลายเป็นเถ้าถ่าน

ทรมานเจียนตาย?

นางครุ่นคิด ไม่มีสิ่งใดเจ็บปวดไปกว่าการที่นางยังรักเฮ่อหลานฉืออยู่ ทว่ากลับต้องยืนดูในดวงใจของเขามีเพียงผู้อื่นอีกแล้ว

ไม่มีสิ่งใดเจ็บปวดไปกว่าการที่ยืนดูท่านพ่อถูกเนรเทศอย่างไม่เป็นธรรม ตนเองนั้นกลับหมดหนทางที่จะร้องขอความช่วยเหลือจากผู้ใดได้

บัดนี้นางทบทวนอย่างถี่ถ้วนแล้ว

นางจะหย่า!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ค่ำคืนไร้นิทรา   บทที่ 24

    “หลิงหลัว!” เฮ่อหลานฉือรับร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของนาง ตอนนั้นวิญญาณของเขาแทบจะหลุดออกจากร่าง ประตูเมืองถูกทำลายแล้ว ท่ามกลางความวุ่นวาย เฮ่อหลานฉือแบกร่างที่ได้รับบาดเจ็บของเซี่ยหลิงหลัวหนี เขาถูกทหารของคนเถื่อนแดนเหนือล้อมเอาไว้ เหล่าองครักษ์ตายไปทีละคน เขาดึงนางมาอยู่ด้านหลัง จากนั้นก็ชักดาบออกมา เขาไม่มีวรยุทธ แต่ดวงตากลับดุดัน ดาบเล่มหนึ่งฟันลงมา เขาขวางเอาไว้ ทำให้แขนของเขาเป็นแผลเหวอะหวะ ทันใดนั้นดาบอีกเล่มหนึ่งกำลังจะพุ่งโจมตีนาง เขาหมุนตัวใช้หลังบังการโจมตีโดยไม่ลังเล! ดาบแหลมคมแทงทะลุเนื้อ เขากระอักเลือดออกมา ดวงตาของนางเป็นสีแดงก่ำ “เฮ่อหลานฉือ--!”เหมือนว่าเขาไม่รู้สึกเจ็บเลย เขายืมแรงเหวี่ยงตัว ปกป้องนางเอาไว้ใต้ร่าง หันหลังให้คมดาบและคมกระบี่ ศัตรูมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ คมดาบส่องประกาย ลูกธนูแหวกอากาศ ในที่สุดฉินเจิงก็มาถึง! หลังจากเขาเห็นบาดแผลลึกจนเห็นกระดูกของเฮ่อหลานฉือ รูม่านตาของเขาก็หดเล็กลง “พานางไป! เร็ว!” เฮ่อหลานฉือคำรามเสียงดัง จากนั้นก็ผลักเซี่ยหลิงหลัวให้ฉินเจิง“ไปด้วยกัน!”“ไม่…ข้าไม่ไหวแล้ว…” เฮ่อหลานฉือส่ายหน้า เลือดไหลซึมออกจากมุมปาก

  • ค่ำคืนไร้นิทรา   บทที่ 23

    เพราะเขาอีกแล้ว เพราะเขาเป็นสาเหตุอีกแล้ว นางถูกขังอย่างไม่ได้รับความเป็นธรรม และตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าทรยศชาติ เหมือนเขาเป็นคนนำหายนะมาให้นางเสมอ เซี่ยหลิงหลัวมองเขาครู่หนึ่ง สายตาราบเรียบไร้คลื่นลม เหมือนกำลังมองคนแปลกหน้า นางพูดขึ้นอย่างแผ่วเบาว่า “ท่านอัครเสนาบดีเฮ่อทำตามกฎหมาย ไม่มีสิ่งใดผิดนะเจ้าคะ”จากนั้นนางก็เดินอ้อมเขาออกไป ก่อนจะเดินไปหาท่านพ่อและฉินเจิงที่ยืนรออยู่ไม่ไกล ฉินเจิงสาวเท้าก้าวเข้ามา พร้อมใช้เสื้อคลุมตัวหนาคลุมไหล่ของนาง ก่อนพูดเสียงเบาว่า “ไม่เป็นไรแล้ว”เซี่ยหลิงหลัวกระชับเสื้อตัวนั้น แล้วพยักหน้าเล็กน้อย รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏบนใบหน้าซีดขาว มันเป็นรอยยิ้มที่จริงใจมาก เฮ่อหลานฉือมองรอยยิ้มของนาง เมื่อเห็นว่ามือของฉินเจิงยังคงวางที่ไหล่ของนาง หลุมภายในหัวใจของเขาก็รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมา เขารู้ว่า แม้กระทั่งคำว่า “ขอโทษ” เขาก็แทบจะไม่มีสิทธิ์พูดแล้ว เรื่องข่าวสมคบคิดกับศัตรูยังไม่ทันซา ฤดูหนาวก็มาถึง ในที่สุดพวกคนเถื่อนแดนเหนือก็ทนต่อไปไม่ไหว พวกมันรวบรวมกำลังพลจำนวนมาก สงครามครั้งใหญ่ปะทุขึ้น ควันสัญญาณตามชายแดนถูกจุด เสียงกลองโหมกระหน่ำ เสียงการต่อสู้ส

  • ค่ำคืนไร้นิทรา   บทที่ 22

    เวลาผ่านไป บรรยากาศบริเวณชายแดนตึงเครียดมากยิ่งขึ้น คนเถื่อนแดนเหนือออกมาสร้างความรำคาญบ่อยยิ่งขึ้น สงครามครั้งใหญ่กำลังก่อตัว บรรยากาศตึงเครียดปกคลุมค่ายทหาร ขณะที่พายุกำลังก่อตัว คนที่เฮ่อหลานฉือไม่อยากพบหน้าก็ปรากฏตัวขึ้นที่ชายแดนกู้อวิ๋นเหยามาแล้วไม่รู้ว่านางใช้วิธีการใดถึงสามารถโน้มน้าวใจองค์ชายพระองค์หนึ่งในราชวงศ์ที่มีความสัมพันธ์ดีงามกับตระกูลกู้ให้มาที่นี่ได้ นอกจากนี้ยังอนุญาตให้นางมาปลอบขวัญทหาร ตอนที่นางปรากฏตัวที่ค่ายทหารนางสวมชุดผ้าไหมสีม่วง เสื้อคลุมหนังจิ้งจอกหนา มีบ่าวรับใช้คอยดูแลไม่ห่าง ตอนที่หญิงสาวท่าทางอ่อนช้อยปรากฏตัวที่ค่ายทหารของกองทัพรักษาชายแดน ทุกคนก็ล้วนตกใจมาก เฮ่อหลานฉือมองไปทางนางแล้วขมวดคิ้วแน่นขึ้น ปฏิกิริยาแรกของเขาคือการมองไปทางกระโจมพยาบาล และตอนนั้นเซี่ยหลิงหลัวก็กำลังเดินออกมาจากกระโจม ในมือของนางกำลังถือกะละมังไม้ เมื่อเห็นกู้อวิ๋นเหยา นางก็ชะงักฝีเท้าเล็กน้อย ใบหน้าไร้อารมณ์ นางแค่เบี่ยงสายตาออกอย่างใจเย็น เหมือนแค่มองเห็นคนทั่วไปที่ไม่มีความสำคัญใด ๆ จากนั้นก็หมุนตัวกลับเข้าไปด้านใน ท่าทางสงบนิ่งนั้น ทำให้เฮ่อหลานฉือไม่สบายใจย

  • ค่ำคืนไร้นิทรา   บทที่ 21

    เฮ่อหลานฉือยังไม่ได้กลับจากชายแดน ในฐานะตัวแทนพระองค์ เขาจะต้องตรวจการณ์ด้านความมั่นคงและการทหาร ตรวจสอบคลังเสบียงในกองทัพ จัดการงานราชการ ไม่มีใครสามารถตำหนิเขาได้ เขาขยันขันแข็งรับผิดชอบหน้าที่มากกว่าแต่ก่อนมีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ว่า ในแต่ละวันหลังจากจัดการงานราชการที่ซับซ้อนทั้งหมดเสร็จแล้ว เวลาที่เหลือเขามักจะใช้ไปในการมองสถานที่แห่งหนึ่ง—กระโจมพยาบาลเขาไม่กล้าเข้าใกล้โดยพลการ เพราะเขากลัวว่าจะได้เห็นความรังเกียจในสายตาเย็นชาของนาง กลัวว่าจะได้ยินเสียงนางเรียกเขาอย่างห่างเหินว่า “อัครเสนาบดีเฮ่อ” เขาจึงทำได้เพียงจ้องมองจากในระยะไกล ด้วยระยะที่ไม่ใกล้ไม่ไกล เขาเหมือนกับเงาที่ละโมบ คอยแอบมองอยู่อย่างลับ ๆเขามองดูเซี่ยหลิงหลัวที่กำลังวุ่นวายท่ามกลางกลุ่มผู้บาดเจ็บ นางทั้งล้างแผล ใส่ยา พันผ้าพันแผล การเคลื่อนไหวที่เคยเงอะงะก็ดูชำนาญมากยิ่งขึ้น ใบหน้าของนางยังซีดขาวเหมือนเดิม รูปร่างผอมบาง แผ่นหลังเหยียดตรง สายตาจดจ่อมีสมาธิ ตอนที่นางม้วนแขนเสื้อขึ้นเผยให้เห็นแผลเป็นที่สยดสยอง หัวใจของเฮ่อหลานฉือก็ถูกบีบรัดแน่น เขาเจ็บจนหายใจไม่ออก นั่นคือร่องรอยที่เขาทิ้งไว้บนตัวของนาง

  • ค่ำคืนไร้นิทรา   บทที่ 20

    ทุกครั้งที่นางพูดหนึ่งประโยคออกมา สีหน้าของเฮ่อหลานฉือก็ยิ่งซีดลงทุกที ร่างกายสั่นสะท้านขึ้นอย่างรุนแรง “บัดนี้” เซี่ยหลิงหลัวมองเขา ในที่สุดแววตาของนางก็มีระลอกคลื่น มันเป็นความโศกเศร้าหลังจากที่ได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ ทั้งยังมีความเหนื่อยล้าสุดแสน “ท่านบอกว่าท่านรักข้าหรือ?”นางหัวเราะขึ้นเบา ๆ แต่รอยยิ้มนั้นกลับซีดเซียวและกำลังแตกสลาย ราวกับว่าวินาทีถัดไปนางจะจางหายไปตามลม “แต่ความรักของข้านั้นจางหายไปตั้งนานแล้ว ทุกครั้งที่ท่านเย็นชา สงสัย ทอดทิ้ง และทำร้ายข้า มันก็ถูกกัดกร่อนไปทีละน้อย สุดท้ายมันก็เหือดแห้งและตายลงไป”นางหมุนตัวกลับกำลังจะเดินจากไป ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ที่นี่ แม้กระทั่งผู้ชายคนนี้ ก็ทำให้นางหายใจไม่ออก “หลิงหลัว!” เฮ่อหลานฉือพุ่งตัวขึ้นมาด้านหน้า เขากอดขานางไว้ด้วยแรงทั้งหมดที่มี เหมือนเด็กน้อยที่ไร้ที่พึ่ง เขาร้องไห้หนักจนเสียงหลง “อย่าไป! ขอร้องล่ะ ให้โอกาสข้าอีกสักครั้ง! แค่ครั้งเดียว! ข้าสาบาน ข้าจะใช้ชีวิตที่เหลือทำดีต่อเจ้า ชดเชยทุกความทุกข์ทรมานที่เจ้าเคยผ่านมา ข้าจะทำตัวดีขึ้นกว่าเดิมเป็นพันเท่าหมื่นเท่า…ขอร้องล่ะ หลิงหลัว ข้าขอร้องเจ้า…หากไม่มีเจ้า

  • ค่ำคืนไร้นิทรา   บทที่ 19

    เขาเดินโซเซ จากนั้นก็คุกเข่าลงกับพื้น เขาหันหน้าไปทางเซี่ยฉิงชังและกองแพทย์ทหารแล้วโขกศีรษะคำนับอย่างแรง หน้าผากของเขาแนบกับทรายหยาบ น้ำเสียงแหลกละเอียดไม่มีชิ้นดี “แม่ทัพเซี่ย...ข้าผิดไปแล้ว…ข้าผิดไปแล้วจริง ๆ …ข้ามีตาแต่หามีแววไม่ ข้ามันเลวกว่าตัวสัตว์…ขอร้องล่ะ ให้ข้าได้เจอหลิงหลัวสักครั้ง…ข้าจะโขกศีรษะขอโทษนาง ข้ายอมสละชีวิตเพื่อนาง…ขอร้องล่ะขอรับ…”เซี่ยฉิงชังหันหลังและไม่มองเขาอีก ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “เจ้ากลับไปเถอะ บุตรสาวของข้าไม่อยากพบเจ้า ตั้งแต่เจ้าเลือกนางกู้ ละทิ้งตัวนาง ตอนนั้นเจ้าก็ได้ตายไปจากใจของนางแล้ว”หัวใจของเฮ่อหลานฉือเจ็บปวดเหมือนถูกมีดกรีด เขาเจ็บจนไม่สามารถหายใจได้ เขาคุกเข่าลงกับพื้น ไม่ยอมลุกขึ้นมา เหมือนว่าการทำเช่นนี้จะไถ่บาปได้ หนึ่ง ในหมื่นในตอนนั้นเองเสียงเย็นชาของหญิงสาวคนหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านข้าง เสียงนั้นเหมือนน้ำพุเย็นหยดลงมา อากาศที่แช่แข็งถูกทำลายลงทันที“ท่านพ่อ ให้เขาเข้ามาเถิด”ร่างกายของเฮ่อหลานฉือสั่นสะท้าน เขารีบเงยหน้าขึ้นทันที เซี่ยหลิงหลัวก็เดินออกมาจากกระโจมแพทย์ทหารที่อยู่บริเวณใกล้เคียง นางผอมลงไปมาก เดิมทีนางก็มี

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status