جميع فصول : الفصل -الفصل 10

24 فصول

 บทที่ 1

ในวันที่เฮ่อหลานฉือได้เลื่อนตำแหน่งเป็นอัครมหาเสนาบดี ทันทีที่กลับถึงจวน ประโยคแรกที่เขาพูดกับเซี่ยหลิงหลัวคือ เขาต้องการรับกู้อวิ๋นเหยาเข้ามาเป็นภรรยาร่วมศักดิ์ เซี่ยหลิงหลัวพยักหน้าอย่างเฉยชา จากนั้น นางก็ดูเหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคนแต่ก่อน เพียงได้ยินว่าเฮ่อหลานฉือเหลือบแลมองบ่าวสาวใช้ผู้ใดมากเป็นพิเศษ นางก็จะโกรธอยู่หลายวัน ทว่าบัดนี้ นางกลับเป็นผู้จัดเตรียมพิธีรับภรรยาร่วมศักดิ์เข้าจวนด้วยตัวเอง พิธีการดูยิ่งใหญ่ ทุกขั้นตอนพิถีพิถัน จนยิ่งใหญ่กว่างานแต่งของตัวนางเองเสียอีก แต่ก่อน นางมักจะหาข้ออ้างนำน้ำซุปหรือของว่างไปส่งให้เขาที่ห้องหนังสือ ทว่าบัดนี้ นางเก็บตัวอยู่แต่ในเรือน และไม่ปรากฏตัวต่อหน้าเขาอีก แต่ก่อน นางมักจะแต่งตัวอย่างพิถีพิถันทุกวัน หวังว่าจะได้รับการโปรดปรานจากเขาบ้าง ทว่าบัดนี้ นางกลับปล่อยหน้าสด เก็บตัวไม่ออกไปไหน แม้กระทั่งตอนที่เฮ่อหลานฉือเข้ามาในเรือนของนาง และโน้มกายหมายจะมาจุมพิต นางก็ยังผลักเขาออกไปอย่างแผ่วเบา!“วันนี้ข้ามีรอบเดือนมาเยือน เกรงว่าจะปรนนิบัติท่านได้ไม่รอบคอบ น้องอวิ๋นเหยาเพิ่งเข้าจวนมาได้ไม่นาน นางย่อมต้องการความเห็นใจและการดูแลจาก
اقرأ المزيد

 บทที่ 2

เมื่อห้าปีก่อน นางยังเป็นลูกสาวคนเดียวดั่งแก้วตาดวงใจของเซี่ยฉิงชัง ผู้เป็นแม่ทัพใหญ่ พ่อของนางคือเสาหลักแห่งประเทศชาติ มีผลงานการรบที่โดดเด่น นางจึงถูกเลี้ยงมาได้อย่างงดงามและมั่นใจในตัวเอง ทว่าจิตใจกลับบริสุทธิ์ยิ่งนัก ไม่ว่านางต้องการของสิ่งใด ท่านพ่อก็จะหาทางนำของสิ่งนั้นมากองไว้ตรงหน้านางให้ได้ จนกระทั่งงานเลี้ยงฉงหลินในปีนั้น นางได้ติดตามท่านพ่อไปวังหลวง ทว่าหลงทางอยู่ในอุทยานหลวง และบังเอิญได้พบกับเฮ่อหลานฉือที่ได้รับตำแหน่งจอหงวนผู้ใหม่ ตอนนั้นอายุเขายังไม่ครบ 20 ปี เขาสวมชุดคลุมสีขาวทั้งร่าง รูปร่างสูงระหงดุจต้นไผ่ ตอนนั้นเขากำลังพูดคุยกิจการบ้านเมืองกับเพื่อนที่สอบจอหงวนรุ่นเดียวกัน ถ้อยคำของเขาแสดงถึงทรรศนะได้เฉียบแหลมไม่เหมือนใคร ท่าทางที่งดงามและสุขุมเยือกเย็น แม้ใบหน้าจะดูเย็นชา ทว่าก็ยากจะปกปิดความสง่างามของเขา เพียงแค่มองครู่เดียว หัวใจของนางก็สั่นระรัว นางไม่เข้าใจเรื่องหักห้ามใจ หลังจากตกหลุมรักแล้ว นางก็ใช้เส้นสายของท่านพ่อ วางแผนทุกวิถีทางเพื่อให้พบกัน เดิมทีเขายังรักษาระยะห่างอย่างมีมารยาท ต่อมาคงเพราะเขาถูกรบกวนจนเหนื่อยหน่าย ท่าทางของเขาจึงเย็นชากว่าเ
اقرأ المزيد

บทที่ 3

คืนนั้น เซี่ยหลิงหลัวหลับไม่สนิทเลย เนื่องจากเสียงรบกวนจากเรือนของกู้อวิ๋นเหยาที่อยู่ด้านข้างดังเกินไปทั้งเสียงเรียกให้เตรียมน้ำ เสียงหัวเราะ เสียงดนตรีบรรเลงอย่างแผ่วเบา เสียงเหล่านั้นดังขึ้นตลอดทั้งคืน หากเป็นเมื่อก่อน เกรงว่านางคงจะปวดใจแทบขาด กระสับกระส่ายจนข่มตานอนไม่ลง น้ำตาท่วมหมอนแต่ตอนนี้ นางรู้สึกแค่ว่ามันหนวกหู เสียงดังรบกวนจนนางนอนไม่หลับจนเมื่อถึงกลางดึก จากเสียงอึกทึกก็เปลี่ยนเป็นเสียงกรีดร้องที่ตื่นตระหนกและเสียงฝีเท้าที่รีบร้อน เซี่ยหลิงหลัวพลิกตัวไปมา ข่มตานอน ไม่สนใจเรื่องเหล่านั้น นางหลับจนถึงฟ้าสว่าง เมื่อตื่นขึ้นมา เสียงกระซิบกระซาบจากสาวใช้ที่อยู่นอกหน้าต่างก็ดังเข้ามาในโสตประสาทของนาง“เจ้ารู้เรื่องหรือยัง? กลางดึกเมื่อคืนนี้ โรคหัวใจของฮูหยินกู้กำเริบเฉียบพลัน เกือบไม่รอด!”“จริงดังว่า! ได้ยินมาว่าตอนนั้นอาการวิกฤตยิ่งนัก ต้องใช้หญ้าวิญญาณเหมันต์ของขึ้นชื่อจากวัดหลิงอิ่นที่อยู่ภูเขาด้านหลังตรงชานเมืองถึงจะสามารถช่วยชีวิตนางได้! แต่ตอนนั้นประตูวังปิดไปแล้ว ไม่มีผู้ใดออกจากเมืองได้!”“แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าสุดท้ายท่านอัครมหาเสนาบดีทำเช่นไร? เพื่อช่
اقرأ المزيد

บทที่ 4

เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้ง นางก็พบว่าตนเองกำลังนอนอยู่บนเตียงที่คุ้นเคยนางพยายามลืมตาขึ้นมอง จากนั้นก็เห็นเฮ่อหลานฉือกำลังนั่งอยู่ข้างเตียง เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วมองหน้านางเมื่อเห็นว่านางตื่นแล้ว สายตาของเขาก็เหมือนยกภูเขาออกจากอก เขาโน้มตัวลงมา น้ำเสียงอ่อนโยนลงโดยไม่รู้ตัว “ฟื้นแล้วหรือ? เป็นอย่างไรบ้าง? ยังเจ็บอยู่ใช่หรือไม่? ให้ข้าเรียกหมอมาตรวจอาการเจ้าอีกครั้งดีหรือไม่?”เซี่ยหลิงหลัวมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของเขา เมื่อได้ยินคำพูดที่อ่อนโยน หัวใจของนางกลับชาหนึบ “ไม่จำเป็น” นางพูดขึ้น น้ำเสียงแหบพร่าอย่างมาก เฮ่อหลานฉือชะงักไปเล็กน้อย “ถ้าเช่นนั้น…ข้าจะให้คนไปต้มน้ำแกงบำรุงเลือดลมของเจ้าดีหรือไม่?”“ไม่จำเป็น”“...เจ้าอยากกินอะไร? ข้าจะให้คนในครัวทำให้”“ไม่จำเป็น”เฮ่อหลานฉือถูกนางปฏิเสธสามครั้งติดก็พูดอะไรไม่ออก เขาซักถามขึ้นด้วยความอดทนอย่างหาได้ยาก “ถ้าเช่นนั้นเจ้าต้องการสิ่งใด? บอกข้ามาสิ ข้าจะหามาให้เจ้า”เซี่ยหลิงหลัวค่อย ๆ หันหน้าไปมองเขา ใบหน้านางซีดขาวเหมือนกระดาษ ริมฝีปากแห้ง เพียงดวงตาดำขลับคู่นั้นที่ยังคงมืดมนและไม่ประกายแสงใด ๆ นางมองหน้าเขาอ
اقرأ المزيد

บทที่ 5

“เช่นนั้นเจ้าก็พักผ่อนเถิด ข้าจะมาเยี่ยมเจ้าทีหลัง” เขาพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ จากนั้นก็หมุนตัวเดินออกไป หลายวันต่อมา เฮ่อหลานฉือส่วนใหญ่ก็จะอยู่กับกู้อวิ๋นเหยา แต่เขาก็ยังหาเวลาหนึ่งถึงสองชั่วยามมาเยี่ยมเซี่ยหลิงหลัวอยู่ดีต่อให้ทุกครั้งเซี่ยหลิงหลัวจะหาเหตุผลต่าง ๆ นานามาไล่เขาทั้งทางตรงและทางอ้อมก็ตาม จนกระทั่งวันนี้ เฮ่อหลานฉือไม่ได้มา แต่คนที่มาคือหัวหน้าสาวใช้นามชิงอวี๋ที่รับใช้เขาในห้องหนังสือ ชิงอวี๋โค้งคำนับให้นางอย่างมีมารยาท ใบหน้าประดับรอยยิ้มเล็กน้อย “ฮูหยิน ท่านอัครมหาเสนาบดีบอกว่าช่วงนี้เขาไม่เจริญอาหาร จู่ ๆ ก็นึกถึงขนมเจ็ดสมบัติที่ท่านเคยทำ ดังนั้นก็ส่งบ่าวมาหาท่านโดยเฉพาะ ไม่ทราบว่าฮูหยินสะดวกหรือไม่?”เซี่ยหลิงหลัวที่กำลังตัดแต่งกระถางกล้วยไม้ตรงริมหน้าต่าง ได้ยินดังนั้น มือก็ชะงักค้างขนมเจ็ดสมบัติเป็นขนมเรียกน้ำย่อย ที่นางเรียนมาอย่างยากลำบากจากพ่อครัวหลวงที่เกษียณจากวังหลวงเพื่อเอาใจเขาขั้นตอนการทำก็ซับซ้อนมาก นอกจากนี้นางยังต้องคัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน กว่าจะทำเสร็จแต่ละครั้งต้องใช้เวลาเป็นวัน ตอนที่เขากินครั้งนั้น เขายังชมออกมาอย่างหาได้ยากว่า “ไม่เ
اقرأ المزيد

บทที่ 6

นางเรียกสาวใช้ที่ติดตามมาจากบ้านเดิม “ชุนเถา เจ้าไปเชิญหมอสวีมาที่จวนที บอกว่าข้าไม่สบาย ดังนั้นอยากเชิญเขามาตรวจดู” หมอสวี เป็นทายาทของแพทย์ทหารที่เคยอยู่ใต้บังคับบัญชาของพ่อนาง วิชาแพทย์สูงส่ง เป็นคนซื่อตรง ท่านพ่อตั้งใจให้เขาอยู่ที่เมืองหลวงเพื่อดูแลนางโดยเฉพาะเฮ่อหลานฉือขมวดคิ้วขึ้นแต่ไม่ได้พูดอะไรหลังจากนั้นไม่นานชุนเถาก็พาชายชราท่าทางกระฉับกระเฉง ผมและเคราเกือบขาวเดินเข้ามา “ลุงสวี” เซี่ยหลิงหลัวพยักหน้าให้ชายชราเล็กน้อย “รบกวนไปตรวจชีพจรฮูหยินกู้ที่อยู่เรือนด้านข้างที ดูว่านาง…ได้รับพิษอะไรเข้าไป”หมอสวีประสานมือทำความเคารพ “ขอรับ คุณหนู” ในตอนแรกกู้อวิ๋นเหยาก็ปฏิเสธ แต่เซี่ยหลิงหลัวยืนหยัดหนักแน่น เฮ่อหลานฉือก็พยักหน้าเห็นด้วย หมอสวีเดินเข้าไปตรวจชีพจร แต่เวลาเพิ่งผ่านไปหนึ่งถ้วยชา เขาก็เดินออกมาแล้ว “เรียนท่านอัครมหาเสนาบดี ฮูหยิน” เสียงของหมอสวีดังกังวาน “ชีพจรของฮูหยินกู้แข็งแรงปกติ มีอาการไฟพร่องเล็กน้อย แต่ไม่มีร่องรอยของการถูกยาพิษ!”เฮ่อหลานฉือหน้าเปลี่ยนสี “ว่าไงนะ?”เขาหันมองไปทางหมอของจวนมหาเสนาบดีที่นั่งคุกเข่าตัวสั่นงันงกอยู่ด้านข้าง ก่อนพูดด้วยน้ำเ
اقرأ المزيد

บทที่ 7 

เฮ่อหลานฉือมองตามแผ่นหลังที่เด็ดเดี่ยวของนาง ในตอนนั้นเขาก็อยากจะวิ่งตามนางไป แต่เสียงร้องไห้ของกู้อวิ๋นเหยาก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง “พี่ฉือ…”เขาชะงักฝีเท้าครู่หนึ่ง สุดท้ายก็หยุดลง หลายวันต่อมา เซี่ยหลิงหลัวไม่ยอมออกจากเรือน และไม่ไปไหนเลย ไม่ว่าด้านนอกจะประโคมข่าวว่าอัครมหาเสนาบดีเอาอกเอาใจฮูหยินคนใหม่มากแค่ไหน และเย็นชากับนางอย่างไร แต่นางก็ไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งวันนี้เฮ่อหลานฉือมาหานางด้วยตัวเอง “หลิงหลัว วันนี้ในเมืองมีเทศกาลโคมไฟ ได้ยินมาว่ามันครึกครื้นมาก ข้า…ข้าจะพาเจ้าไปดูดีไหม?”เซี่ยหลิงหลัวจำได้ว่าเทศกาลโคมไฟของทุกปีก่อนหน้านี้ นางมักจะรบเร้าเขาว่าอยากไป แต่เขามักจะบอกว่าเขายุ่งเรื่องงานราชการแล้วบ่ายเบี่ยงที่จะไปแต่ตอนนี้เขากลับเป็นคนพูดขึ้นมาเอง“ไม่อยากไป” นางส่ายหน้า น้ำเสียงราบเรียบเฮ่อหลานฉือมองท่าทางเย็นชาของนาง ความไม่สบายใจก็ปรากฏขึ้นอีกครั้งเขาไม่ได้พูดอะไรมาก แต่หันไปถามว่า “เตรียมรถ”เขาแทบจะใช้อำนาจบังคับให้เซี่ยหลิงหลัวออกจากจวนรถม้าเพิ่งจอดอยู่ที่หน้าประตูจวน แต่กลับเห็นว่ากู้อวิ๋นเหยาที่แต่งตัวงดงามกำลังยืนรอเขาด้วยรอยยิ้มสดใส
اقرأ المزيد

บทที่ 8

เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้ง นางก็อยู่ในห้องของตัวเองร่างกายของนางเต็มไปด้วยผ้าพันแผล กระดูกเหมือนแตกละเอียดทุกส่วน เพียงแค่ขยับเล็กน้อยก็รู้สึกเจ็บปวดเจียนตาย เฮ่อหลานฉือเฝ้าอยู่ข้างเตียงของนาง ใบหน้าซีดเซียว ดวงตาแดงก่ำ เมื่อเห็นว่านางตื่นแล้ว แววตาของเขาก็ประกายความยินดี จากนั้นก็รีบโน้มตัวมาหา “หลิงหลัว! เจ้าฟื้นแล้วหรือ? เป็นอย่างไรบ้าง? ยังเจ็บอยู่หรือไม่?”เซี่ยหลิงหลัวมองหน้าเขา สายตาว่างเปล่า ไร้การตอบสนอง ความยินดีบนใบหน้าของเฮ่อหลานฉือแข็งทื่อ จากนั้นความรู้สึกผิดก็เข้ามาแทนที่ เขากุมมือที่เย็นเฉียบของนาง แล้วอธิบายด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “หลิงหลัว ข้าขออภัยด้วยนะ…วันนั้น หลังจากเจ้าจุดพลุสัญญาณ เดิมทีข้าก็รีบตั้งใจนำคนไล่ตามไป แต่…แต่จู่ ๆ อวิ๋นเหยาก็ใจสั่นจนเป็นลมหมดสติ สถานการณ์เร่งด่วนมาก ตอนนั้นข้าก็ปลีกตัวออกมาไม่ได้เลย…รอจนกว่าข้าปลอบนางเสร็จแล้ว ข้าก็รีบไล่ตามมาทันที แต่มันก็สายเกินไป…ข้าตามหาเจ้าอยู่ทั้งคืน ถึงได้เจอเจ้าอยู่ด้านล่างหน้าผา…”เขาพูดจาไม่เป็นภาษา พยายามอธิบาย พยายามให้นางยกโทษให้เขา เซี่ยหลิงหลัวค่อย ๆ ดึงมือออก น้ำเสียงแหบพร่า ทว่าราบเรียบ “ไม่ต้
اقرأ المزيد

บทที่ 9

เฮ่อหลานฉือพักอยู่กับกู้อวิ๋นเหยาที่วัดกว่างจี้เป็นเวลาสามวันภายในวัดเงียบสงบ กลิ่นหอมอบอวล แต่เขากลับรู้สึกไม่สบายใจอยู่ตลอด เขามักจะสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก ในฝันเขาจะเห็นสายตาที่สงบนิ่งคู่หนึ่งมองเขา สายตาคู่นั้นทำให้เขารู้สึกกระวนกระวายใจ นั่นคือดวงตาของเซี่ยหลิงหลัวกู้อวิ๋นเหยาดูออกว่าเขาจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว จึงวางพู่กันที่ใช้คัดลอกพระคัมภีร์ลง ก่อนโน้มตัวเข้าหาเขา เสียงอ่อนโยนเหมือนสายน้ำ “พี่ฉือ ทำไมช่วงนี้พี่เอาแต่เหม่อล่ะ? หรือว่าพี่กำลังคิดถึง…เซี่ยหลิงหลัวอยู่?”เฮ่อหลานฉือขมวดคิ้วขึ้นมา จากนั้นก็วางคัมภีร์ที่เขาอ่านอย่างไรก็ไม่เข้าใจในมือลง “อย่าพูดจาเหลวใหล ข้าเพียงแค่…ช่วงนี้งานในราชสำนักเยอะไปหน่อย จึงรู้สึกเหนื่อยล้า”กู้อวิ๋นเหยาเบะปาก แล้วพูดขึ้นอย่างน้อยอกน้อยใจ “เช่นนั้น…เช่นนั้นพวกเราอยู่ต่ออีกสักหน่อยดีหรือไม่เจ้าคะ? ที่นี่เงียบสงบ ข้ามาที่นี่แล้วรู้สึกว่าร่างกายสดชื่นขึ้นมาก เมื่อมีท่านพี่อยู่กับข้า ในใจข้ายิ่งมีความสุข อาการป่วยก็หายเร็วขึ้นกว่าเดิม”เฮ่อหลานฉือมองไปทางแสงสนธยาที่กำลังจะมืดดับด้านนอกหน้าต่าง ความรู้สึกกระวนกระวายใจกลับทวีคูณมากกว
اقرأ المزيد

บทที่ 10

ชายชราตกใจจนแข้งขาอ่อน เขาทรุดตัวลงกับพื้นแล้วโบกมือไปมา “ไม่ ไม่รู้ขอรับ…แม่นางคนนั้นให้เงินเข้ามา นางบอกให้ข้ารออยู่ที่นี่ ข้า ข้าก็ไม่รู้ว่านางไปที่ไหน…”เฮ่อหลานฉือกำหนังสือหย่าที่น้ำหนักเบา แต่ให้ความรู้สึกหนักอึ้งเหมือนพันชั่ง เขากำหมัดจนข้อนิ้วขึ้นเป็นสีขาว จดหมายยับยู่ยี่ด้วยมือของเขา จากนั้นเขาก็รีบคลี่มันออกให้เรียบ คราบเลือดที่แห้งจนแข็งติดอยู่ที่ปลายนิ้วของเขา มันทั้งเย็นและเหนียว ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงแววตาของนางในวันที่นางนอนอยู่บนเตียงวันนั้น สายตาตอนที่นางพูดกับเขาว่า “ข้าก็ไม่เคยฝากความหวังกับท่านได้อยู่แล้ว”ที่แท้ไม่ใช่ความโกรธ ไม่ใช่เพราะงอน แต่เพราะนางวางแผนเอาไว้เรียบร้อยแล้ว นางไม่ต้องการเขาแล้วจริง ๆ นางใช้วิธีที่แน่วแน่เช่นนี้ แทบจะเป็นวิธีที่ทำร้ายตัวเองก็เพราะนางต้องการไปจากเขา!“หลิงหลัว...” เขาพูดพึมพำขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว จากนั้นก็หมุนตัวกลับ เขาผลักกู้อวิ๋นเหยาที่กำลังจะเข้ามาช่วย จากนั้นก็วิ่งไปทางคอกม้าอย่างบ้าคลั่ง “พี่ฉือ!” กู้อวิ๋นเหยาที่เซถอยหลังเพราะถูกเขาผลักก็อุทานขึ้นมาอย่างตกใจ ตอนนี้เฮ่อหลานฉือไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น ภายในสมองของเขาตอน
اقرأ المزيد
السابق
123
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status