Share

 บทที่ 2

Author: เยว่เยว่
เมื่อห้าปีก่อน นางยังเป็นลูกสาวคนเดียวดั่งแก้วตาดวงใจของเซี่ยฉิงชัง ผู้เป็นแม่ทัพใหญ่

พ่อของนางคือเสาหลักแห่งประเทศชาติ มีผลงานการรบที่โดดเด่น นางจึงถูกเลี้ยงมาได้อย่างงดงามและมั่นใจในตัวเอง ทว่าจิตใจกลับบริสุทธิ์ยิ่งนัก ไม่ว่านางต้องการของสิ่งใด ท่านพ่อก็จะหาทางนำของสิ่งนั้นมากองไว้ตรงหน้านางให้ได้

จนกระทั่งงานเลี้ยงฉงหลินในปีนั้น นางได้ติดตามท่านพ่อไปวังหลวง ทว่าหลงทางอยู่ในอุทยานหลวง และบังเอิญได้พบกับเฮ่อหลานฉือที่ได้รับตำแหน่งจอหงวนผู้ใหม่

ตอนนั้นอายุเขายังไม่ครบ 20 ปี เขาสวมชุดคลุมสีขาวทั้งร่าง รูปร่างสูงระหงดุจต้นไผ่ ตอนนั้นเขากำลังพูดคุยกิจการบ้านเมืองกับเพื่อนที่สอบจอหงวนรุ่นเดียวกัน ถ้อยคำของเขาแสดงถึงทรรศนะได้เฉียบแหลมไม่เหมือนใคร ท่าทางที่งดงามและสุขุมเยือกเย็น แม้ใบหน้าจะดูเย็นชา ทว่าก็ยากจะปกปิดความสง่างามของเขา

เพียงแค่มองครู่เดียว หัวใจของนางก็สั่นระรัว

นางไม่เข้าใจเรื่องหักห้ามใจ หลังจากตกหลุมรักแล้ว นางก็ใช้เส้นสายของท่านพ่อ วางแผนทุกวิถีทางเพื่อให้พบกัน

เดิมทีเขายังรักษาระยะห่างอย่างมีมารยาท ต่อมาคงเพราะเขาถูกรบกวนจนเหนื่อยหน่าย ท่าทางของเขาจึงเย็นชากว่าเดิม ทว่านางกลับเหมือนถูกมนต์สะกด ยิ่งถูกปฏิเสธก็ยิ่งกล้าหาญ

พอท่านพ่อรับรู้ความรู้สึกของบุตรสาว และได้สืบมาว่าเฮ่อหลานฉือเป็นคนที่มีความสามารถและอุปนิสัยเป็นเลิศ เพียงแต่เขาจะสนิทสนมกับคุณหนูจากตระกูลกู้ไปเล็กน้อย ทว่าตระกูลกู้ก็เทียบตระกูลเซี่ยไม่ได้ ดังนั้นพ่อของนางจึงเริ่มวางแผนการ

หลังจากงานเลี้ยงในวังครั้งหนึ่ง พ่อของนางก็วางแผนมอมเหล้าเฮ่อหลานฉือจนหมดสติ จากนั้นก็ส่งเขาเข้าห้องของเซี่ยหลิงหลัว...เมื่อวันรุ่งขึ้น ข้าวสารก็เปลี่ยนเป็นข้าวสุกแล้ว

หลังจากเฮ่อหลานฉือตื่นขึ้นมา เมื่อเห็นนางที่ขวัญหนีดีฝ่อ ขดตัวสั่นสะท้านอยู่ในผ้าห่ม เขาก็พูดเพียงแค่ “แม่ทัพเซี่ยฝีมือร้ายกาจจริง ๆ” กล่าวจบ เขาก็สะบัดชายแขนเสื้อแล้วเดินออกไป

เรื่องการแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างรวดเร็ว ฮ่องเต้พระราชทานงานมงคลสมรส งานนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และสมเกียรติ

ในคืนเข้าหอ เมื่อเขาเปิดผ้าคลุมหน้าออก ใบหน้าของเขาไม่มีความอ่อนโยนเลยสักนิด “เซี่ยหลิงหลัว เจ้ากับข้าต่างรู้ดีแก่ใจว่างานแต่งงานครั้งนี้เกิดขึ้นได้เช่นไร จากนี้ไป ข้าจะมอบเกียรติเจ้าอย่างที่เจ้าควรได้รับ ส่วนเรื่องอื่น เจ้าอย่าได้คาดหวังในสิ่งที่เกินตัว”

นางรู้ดีแก่ใจว่าหัวใจของเขาเป็นของผู้อื่น นั่นคือคุณหนูกู้อวิ๋นเหยาจากตระกูลกู้ ผู้อ่อนหวานและนุ่มนวลที่เติบโตมาด้วยกันกับเขา

ทว่านางก็คิดเสมอว่า หัวใจคนเราทำมาจากเลือดเนื้อ หากนางทำดีต่อเขา สักวันหนึ่งก็อาจจะทำให้หัวใจของเขาอบอุ่นขึ้นได้

แต่งงานมาห้าปี นางยอมลดทิฐิ แสดงความรักอย่างสุดซึ้ง นางคิดว่า หากเวลานานเข้า ทุกอย่างก็คงมีการเปลี่ยนแปลง

จนกระทั่งพ่อของนางมีผลงานยิ่งใหญ่จนสั่นสะเทือนผู้เป็นนาย ดังนั้นเขาจึงถูกศัตรูทางการเมืองใส่ร้ายว่าสมคบคิดกับศัตรูขายชาติ ฮ่องเต้ทรงกริ้วอย่างมาก สั่งลงโทษเนรเทศเขาไปอยู่ชายแดน ห้ามกลับเมืองหลวงอีกตลอดชีวิต

ตระกูลเซี่ยล่มสลายภายในชั่วข้ามคืน

นางตื่นตระหนกมาก จึงอยากไปขอความช่วยเหลือจากเฮ่อหลานฉือ

เขาเป็นขุนนางคนโปรดของฮ่องเต้องค์ใหม่ ได้ยินมาว่าการเลื่อนตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีของเขานั้นก็มาจากพระประสงค์ของฮ่องเต้โดยตรง หากเขายอมออกหน้าช่วยพูด บางทีอาจมีหวังอยู่บ้าง

นางจึงรีบไปที่ห้องทำงานของเขา ทว่ากลับได้ยินเสียงของกู้อวิ๋นเหยาที่ดังขึ้นจากข้างในอย่างแผ่วเบาและร้อนใจ

“พี่ฉือ พี่จะไปไหนหรือเจ้าค่ะ?”

เสียงของเฮ่อหลานฉือตอบกลับ “แม่ทัพเซี่ยมีใจจงรักภักดี เขารักษาชายแดนมาหลายปี ไม่มีทางสมคบคิดกับศัตรู ข้ามีหลักฐานอยู่ บางทีหลักฐานนี้อาจจะสามารถล้างมลทินเขาได้ ข้าจะต้องเข้าเฝ้าฮ่องเต้ และขอให้พระองค์พิจารณาคดีใหม่!”

หัวใจของเซี่ยหลิงหลัวอุ่นวาบขึ้น น้ำตาของนางเกือบจะไหลออกมา

เขา…คาดไม่ถึงว่าเขาจะยินดีช่วยเหลือพ่อของนาง?

ทว่าประโยคถัดไปของกู้อวิ๋นเหยาเหมือนสาดน้ำเย็นใส่หัวใจของนาง ทำให้รู้สึกเย็นชาถึงใจ

“พี่ฉือ พี่ใจเย็นก่อนเถิด! เรื่องนี้ได้ตัดสินจบไปแล้ว ฮ่องเต้ตั้งใจลงโทษตระกูลเซี่ย หากพี่ไปตอนนี้ ไม่เพียงแต่จะไม่ได้ช่วยสิ่งใดแล้ว ทว่ากลับเป็นการหาเรื่องใส่ตัว! พี่ลืมไปแล้วหรือว่าตอนแรกแม่ทัพเซี่ยบังคับให้พี่แต่งงานกับเซี่ยหลิงหลัวอย่างไร? เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าในใจของพี่มีแค่ข้าคนเดียว พวกเราสามารถอยู่ด้วยกันได้แท้ ๆ ทว่ากลับถูกพวกเขาพลัดพราก พี่ไม่รู้สึกเกลียดพวกเขาบ้างเลยหรือ?”

“ตอนนี้ตระกูลเซี่ยล่มสลาย เซี่ยหลิงหลัวก็ไร้ที่พึ่งแล้ว ขอเพียงพ่อของนางอยู่ที่ชายแดน เมื่อถึงตอนนั้น ข้าก็สามารถแต่งเข้าตระกูลเฮ่อของพี่ได้อย่างสง่าผ่าเผย!”

“พี่ฉือ พวกเราเสียเวลามาหลายปีแล้ว พี่ไม่รู้สึกเสียดายบ้างหรือ? หรือว่า…พี่ไม่อยากเคียงคู่กับข้าในช่วงชีวิตที่เหลือนี้แล้ว?”

ภายในห้องหนังสือตกอยู่ในความเงียบเป็นเวลานาน นานเสียจนหัวใจของเซี่ยหลิงหลัวค่อย ๆ จมดิ่งลงไปในถ้ำน้ำแข็ง

จากนั้น นางก็ได้ยินเสียงเฮ่อหลานฉือพูดอะไรบางอย่าง

นางได้ยินไม่ค่อยถนัด แต่หลังจากนั้น เสียงจุดไม้ขีดไฟก็ดังขึ้น ตามด้วยเสียงแตกเปาะแปะอย่างแผ่วเบาของแผ่นกระดาษที่ถูกไฟเผา

เขากำลังเผาหลักฐาน! หลักฐานที่สามารถช่วยเหลือพ่อของนางกับตระกูลเซี่ย!

“อย่า—!!” เซี่ยหลิงหลัวไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป นางพุ่งตัวเข้าห้องหนังสืออย่างบ้าคลั่ง โถมกายเข้าหาเตาอั้งโล่ที่เปลวเพลิงกำลังลุกโชน!

แต่ไฟนั้นได้ลุกไหม้ไปแล้ว นางคว้าได้แค่เศษกระดาษสีดำที่ไหม้เกรียมเท่านั้น

เฮ่อหลานฉือคิดไม่ถึงว่านางจะอยู่ข้างนอก สีหน้าเขาเปลี่ยนไปทันที เขารีบเดินหน้าไปเข้าหานาง “เซี่ยหลิงหลัว! ฟังข้าอธิบายก่อน…”

“อธิบายสิ่งใด?!” เซี่ยหลิงหลัวเงยหน้าขึ้น น้ำตาอาบหน้า “เฮ่อหลานฉือ! ข้าจะหย่ากับเจ้า! ข้าจะช่วยทำให้เจ้ากับกู้อวิ๋นเหยาได้ครองรักกัน! เจ้าเอาหลักฐานมาให้ข้าเถิด! ขอร้องล่ะนำหลักฐานมาให้ข้า! ช่วยพ่อของข้าด้วย! พ่ออายุมากแล้ว เขาทนรับความหนาวเหน็บที่ชายแดนไม่ได้นะเจ้าค่ะ!”

นางพูดจาไม่เป็นภาษา มือจับแขนเสื้อของเขาไว้แน่น ราวกับกำลังคว้าความหวังสุดท้าย

เฮ่อหลานฉือมองท่าทางของนาง ในแววตามีประกายความซับซ้อน แต่ไม่นานก็กลับมาเย็นชาเช่นเดิม

เขายกมือขึ้น แล้วสับเข้าที่หลังคอของนาง

ภาพตรงหน้าของเซี่ยหลิงหลัวมืดสนิท จากนั้นก็ค่อย ๆ ล้มลง

กว่านางจะฟื้นขึ้นมาก็เป็นวันรุ่งขึ้น พ่อของนางถูกส่งไปชายแดนแล้ว

เฮ่อหลานฉือนั่งอยู่ที่ข้างเตียงของนาง เมื่อเห็นนางลืมตาขึ้นมา เขาก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เรื่องของพ่อเจ้าถูกตัดสินไปแล้ว ส่วนเรื่องหย่า ข้ารู้ว่าเจ้าพูดขึ้นเพราะอารมณ์ชั่ววูบ เจ้ารักข้าขนาดนี้ ไม่มีทางหย่ากับข้าแน่นอน ตอนนั้นพ่อของเจ้าบังคับให้ข้าแต่งงานกับเจ้า ข้าเคยเกลียดเขามากจริง ๆ แต่บัดนี้ ข้าไม่ได้ถือสาเรื่องในอดีตแล้ว ข้าจะรับอวิ๋นเหยาเป็นภรรยาร่วมศักดิ์ หลังจากนี้ พวกเราจะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขเถิด”

เดิมทีเขาคิดว่านางจะร้องไห้ จะก่อเรื่อง จะคลุ้มคลั่ง

แต่เซี่ยหลิงหลัวกลับมองเขาด้วยสายตาราบเรียบครู่หนึ่ง จากนั้น ก็พยักหน้าอย่างเชื่องช้า

“ได้” นางพูด “ข้าจะช่วยท่านจัดพิธีรับภรรยาร่วมศักดิ์เข้าจวนเอง”

ตอนนั้นเฮ่อหลานฉือคิดว่าเพราะนางขาดที่พึ่งอย่างกะทันหัน ในที่สุดก็ได้เรียนรู้ และยอมรับโชคชะตาของตนเอง

เขาหมุนตัวเดินจากไป โดยไม่เห็นนางที่อยู่ด้านหลัง ดวงตาคู่นั้นที่เคยเต็มไปด้วยความรักและเปล่งประกายดั่งดวงดาวกลับค่อย ๆ หม่นแสงลง สุดท้าย ก็เหลือเพียงความว่างเปล่าที่ไร้ชีวิตชีวา

มีแต่นางที่รู้ว่า ในห้วงขณะนั้นเอง ความรัก ความคาดหวัง ความยึดมั่นของนางที่มีต่อเฮ่อหลานฉือทั้งหมดนั้นเป็นเหมือนกับเปลวเทียนที่กำลังแผดเผา เพียงแค่เสียง “พรึ่บ” มันก็มอดไหม้ไปอย่างสิ้นเชิง

นางจะปล่อยตัวเขาเป็นอิสระ ปล่อยให้เขาได้แต่งงานกับคนที่เขารัก

และจะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างกลับสู่ที่เดิม ให้ระหว่างนางกับเขา กลับเป็นคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ อีกต่อไป

ดังนั้น บ่ายวันนั้น นางจึงฝืนประคองร่างอันอ่อนแรงของตน แล้วเดินทางไปที่จวนจิงเจ้า เพื่อยื่นหนังสือหย่า

ตามกฎหมายแห่งราชวงศ์แล้ว เมื่อฝ่ายชายไม่ได้เขียนหนังสือหย่า หากฝ่ายหญิงเป็นผู้ร้องขอหย่า และต้องไปรับทัณฑ์กลิ้งตะปูที่จวนจิงเจ้า ซึ่งจะต้องเปลือยกายกลิ้งตัวลงบนแผ่นไม้ที่ถูกตอกด้วยตะปูแหลมเพื่อแลกเอาหนังสือหย่ามา โดยมีโอกาสรอดเพียงหนึ่งในสิบ

นางได้ลงทะเบียนไว้แล้ว สิ้นเดือนนี้ จะเป็นวันที่รับโทษของนาง

เมื่อถึงตอนนั้น นางก็จะสามารถนำหนังสือหย่า และไปจากเฮ่อหลานฉือได้ นางจะเดินทางไปที่ชายแดน ไปหาพ่อของนาง

นางจะไม่กลับมาเมืองหลวงตลอดชีวิต และขอไม่พบเจอเฮ่อหลานฉือ...อีกตลอดไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ค่ำคืนไร้นิทรา   บทที่ 24

    “หลิงหลัว!” เฮ่อหลานฉือรับร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของนาง ตอนนั้นวิญญาณของเขาแทบจะหลุดออกจากร่าง ประตูเมืองถูกทำลายแล้ว ท่ามกลางความวุ่นวาย เฮ่อหลานฉือแบกร่างที่ได้รับบาดเจ็บของเซี่ยหลิงหลัวหนี เขาถูกทหารของคนเถื่อนแดนเหนือล้อมเอาไว้ เหล่าองครักษ์ตายไปทีละคน เขาดึงนางมาอยู่ด้านหลัง จากนั้นก็ชักดาบออกมา เขาไม่มีวรยุทธ แต่ดวงตากลับดุดัน ดาบเล่มหนึ่งฟันลงมา เขาขวางเอาไว้ ทำให้แขนของเขาเป็นแผลเหวอะหวะ ทันใดนั้นดาบอีกเล่มหนึ่งกำลังจะพุ่งโจมตีนาง เขาหมุนตัวใช้หลังบังการโจมตีโดยไม่ลังเล! ดาบแหลมคมแทงทะลุเนื้อ เขากระอักเลือดออกมา ดวงตาของนางเป็นสีแดงก่ำ “เฮ่อหลานฉือ--!”เหมือนว่าเขาไม่รู้สึกเจ็บเลย เขายืมแรงเหวี่ยงตัว ปกป้องนางเอาไว้ใต้ร่าง หันหลังให้คมดาบและคมกระบี่ ศัตรูมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ คมดาบส่องประกาย ลูกธนูแหวกอากาศ ในที่สุดฉินเจิงก็มาถึง! หลังจากเขาเห็นบาดแผลลึกจนเห็นกระดูกของเฮ่อหลานฉือ รูม่านตาของเขาก็หดเล็กลง “พานางไป! เร็ว!” เฮ่อหลานฉือคำรามเสียงดัง จากนั้นก็ผลักเซี่ยหลิงหลัวให้ฉินเจิง“ไปด้วยกัน!”“ไม่…ข้าไม่ไหวแล้ว…” เฮ่อหลานฉือส่ายหน้า เลือดไหลซึมออกจากมุมปาก

  • ค่ำคืนไร้นิทรา   บทที่ 23

    เพราะเขาอีกแล้ว เพราะเขาเป็นสาเหตุอีกแล้ว นางถูกขังอย่างไม่ได้รับความเป็นธรรม และตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าทรยศชาติ เหมือนเขาเป็นคนนำหายนะมาให้นางเสมอ เซี่ยหลิงหลัวมองเขาครู่หนึ่ง สายตาราบเรียบไร้คลื่นลม เหมือนกำลังมองคนแปลกหน้า นางพูดขึ้นอย่างแผ่วเบาว่า “ท่านอัครเสนาบดีเฮ่อทำตามกฎหมาย ไม่มีสิ่งใดผิดนะเจ้าคะ”จากนั้นนางก็เดินอ้อมเขาออกไป ก่อนจะเดินไปหาท่านพ่อและฉินเจิงที่ยืนรออยู่ไม่ไกล ฉินเจิงสาวเท้าก้าวเข้ามา พร้อมใช้เสื้อคลุมตัวหนาคลุมไหล่ของนาง ก่อนพูดเสียงเบาว่า “ไม่เป็นไรแล้ว”เซี่ยหลิงหลัวกระชับเสื้อตัวนั้น แล้วพยักหน้าเล็กน้อย รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏบนใบหน้าซีดขาว มันเป็นรอยยิ้มที่จริงใจมาก เฮ่อหลานฉือมองรอยยิ้มของนาง เมื่อเห็นว่ามือของฉินเจิงยังคงวางที่ไหล่ของนาง หลุมภายในหัวใจของเขาก็รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมา เขารู้ว่า แม้กระทั่งคำว่า “ขอโทษ” เขาก็แทบจะไม่มีสิทธิ์พูดแล้ว เรื่องข่าวสมคบคิดกับศัตรูยังไม่ทันซา ฤดูหนาวก็มาถึง ในที่สุดพวกคนเถื่อนแดนเหนือก็ทนต่อไปไม่ไหว พวกมันรวบรวมกำลังพลจำนวนมาก สงครามครั้งใหญ่ปะทุขึ้น ควันสัญญาณตามชายแดนถูกจุด เสียงกลองโหมกระหน่ำ เสียงการต่อสู้ส

  • ค่ำคืนไร้นิทรา   บทที่ 22

    เวลาผ่านไป บรรยากาศบริเวณชายแดนตึงเครียดมากยิ่งขึ้น คนเถื่อนแดนเหนือออกมาสร้างความรำคาญบ่อยยิ่งขึ้น สงครามครั้งใหญ่กำลังก่อตัว บรรยากาศตึงเครียดปกคลุมค่ายทหาร ขณะที่พายุกำลังก่อตัว คนที่เฮ่อหลานฉือไม่อยากพบหน้าก็ปรากฏตัวขึ้นที่ชายแดนกู้อวิ๋นเหยามาแล้วไม่รู้ว่านางใช้วิธีการใดถึงสามารถโน้มน้าวใจองค์ชายพระองค์หนึ่งในราชวงศ์ที่มีความสัมพันธ์ดีงามกับตระกูลกู้ให้มาที่นี่ได้ นอกจากนี้ยังอนุญาตให้นางมาปลอบขวัญทหาร ตอนที่นางปรากฏตัวที่ค่ายทหารนางสวมชุดผ้าไหมสีม่วง เสื้อคลุมหนังจิ้งจอกหนา มีบ่าวรับใช้คอยดูแลไม่ห่าง ตอนที่หญิงสาวท่าทางอ่อนช้อยปรากฏตัวที่ค่ายทหารของกองทัพรักษาชายแดน ทุกคนก็ล้วนตกใจมาก เฮ่อหลานฉือมองไปทางนางแล้วขมวดคิ้วแน่นขึ้น ปฏิกิริยาแรกของเขาคือการมองไปทางกระโจมพยาบาล และตอนนั้นเซี่ยหลิงหลัวก็กำลังเดินออกมาจากกระโจม ในมือของนางกำลังถือกะละมังไม้ เมื่อเห็นกู้อวิ๋นเหยา นางก็ชะงักฝีเท้าเล็กน้อย ใบหน้าไร้อารมณ์ นางแค่เบี่ยงสายตาออกอย่างใจเย็น เหมือนแค่มองเห็นคนทั่วไปที่ไม่มีความสำคัญใด ๆ จากนั้นก็หมุนตัวกลับเข้าไปด้านใน ท่าทางสงบนิ่งนั้น ทำให้เฮ่อหลานฉือไม่สบายใจย

  • ค่ำคืนไร้นิทรา   บทที่ 21

    เฮ่อหลานฉือยังไม่ได้กลับจากชายแดน ในฐานะตัวแทนพระองค์ เขาจะต้องตรวจการณ์ด้านความมั่นคงและการทหาร ตรวจสอบคลังเสบียงในกองทัพ จัดการงานราชการ ไม่มีใครสามารถตำหนิเขาได้ เขาขยันขันแข็งรับผิดชอบหน้าที่มากกว่าแต่ก่อนมีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ว่า ในแต่ละวันหลังจากจัดการงานราชการที่ซับซ้อนทั้งหมดเสร็จแล้ว เวลาที่เหลือเขามักจะใช้ไปในการมองสถานที่แห่งหนึ่ง—กระโจมพยาบาลเขาไม่กล้าเข้าใกล้โดยพลการ เพราะเขากลัวว่าจะได้เห็นความรังเกียจในสายตาเย็นชาของนาง กลัวว่าจะได้ยินเสียงนางเรียกเขาอย่างห่างเหินว่า “อัครเสนาบดีเฮ่อ” เขาจึงทำได้เพียงจ้องมองจากในระยะไกล ด้วยระยะที่ไม่ใกล้ไม่ไกล เขาเหมือนกับเงาที่ละโมบ คอยแอบมองอยู่อย่างลับ ๆเขามองดูเซี่ยหลิงหลัวที่กำลังวุ่นวายท่ามกลางกลุ่มผู้บาดเจ็บ นางทั้งล้างแผล ใส่ยา พันผ้าพันแผล การเคลื่อนไหวที่เคยเงอะงะก็ดูชำนาญมากยิ่งขึ้น ใบหน้าของนางยังซีดขาวเหมือนเดิม รูปร่างผอมบาง แผ่นหลังเหยียดตรง สายตาจดจ่อมีสมาธิ ตอนที่นางม้วนแขนเสื้อขึ้นเผยให้เห็นแผลเป็นที่สยดสยอง หัวใจของเฮ่อหลานฉือก็ถูกบีบรัดแน่น เขาเจ็บจนหายใจไม่ออก นั่นคือร่องรอยที่เขาทิ้งไว้บนตัวของนาง

  • ค่ำคืนไร้นิทรา   บทที่ 20

    ทุกครั้งที่นางพูดหนึ่งประโยคออกมา สีหน้าของเฮ่อหลานฉือก็ยิ่งซีดลงทุกที ร่างกายสั่นสะท้านขึ้นอย่างรุนแรง “บัดนี้” เซี่ยหลิงหลัวมองเขา ในที่สุดแววตาของนางก็มีระลอกคลื่น มันเป็นความโศกเศร้าหลังจากที่ได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ ทั้งยังมีความเหนื่อยล้าสุดแสน “ท่านบอกว่าท่านรักข้าหรือ?”นางหัวเราะขึ้นเบา ๆ แต่รอยยิ้มนั้นกลับซีดเซียวและกำลังแตกสลาย ราวกับว่าวินาทีถัดไปนางจะจางหายไปตามลม “แต่ความรักของข้านั้นจางหายไปตั้งนานแล้ว ทุกครั้งที่ท่านเย็นชา สงสัย ทอดทิ้ง และทำร้ายข้า มันก็ถูกกัดกร่อนไปทีละน้อย สุดท้ายมันก็เหือดแห้งและตายลงไป”นางหมุนตัวกลับกำลังจะเดินจากไป ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ที่นี่ แม้กระทั่งผู้ชายคนนี้ ก็ทำให้นางหายใจไม่ออก “หลิงหลัว!” เฮ่อหลานฉือพุ่งตัวขึ้นมาด้านหน้า เขากอดขานางไว้ด้วยแรงทั้งหมดที่มี เหมือนเด็กน้อยที่ไร้ที่พึ่ง เขาร้องไห้หนักจนเสียงหลง “อย่าไป! ขอร้องล่ะ ให้โอกาสข้าอีกสักครั้ง! แค่ครั้งเดียว! ข้าสาบาน ข้าจะใช้ชีวิตที่เหลือทำดีต่อเจ้า ชดเชยทุกความทุกข์ทรมานที่เจ้าเคยผ่านมา ข้าจะทำตัวดีขึ้นกว่าเดิมเป็นพันเท่าหมื่นเท่า…ขอร้องล่ะ หลิงหลัว ข้าขอร้องเจ้า…หากไม่มีเจ้า

  • ค่ำคืนไร้นิทรา   บทที่ 19

    เขาเดินโซเซ จากนั้นก็คุกเข่าลงกับพื้น เขาหันหน้าไปทางเซี่ยฉิงชังและกองแพทย์ทหารแล้วโขกศีรษะคำนับอย่างแรง หน้าผากของเขาแนบกับทรายหยาบ น้ำเสียงแหลกละเอียดไม่มีชิ้นดี “แม่ทัพเซี่ย...ข้าผิดไปแล้ว…ข้าผิดไปแล้วจริง ๆ …ข้ามีตาแต่หามีแววไม่ ข้ามันเลวกว่าตัวสัตว์…ขอร้องล่ะ ให้ข้าได้เจอหลิงหลัวสักครั้ง…ข้าจะโขกศีรษะขอโทษนาง ข้ายอมสละชีวิตเพื่อนาง…ขอร้องล่ะขอรับ…”เซี่ยฉิงชังหันหลังและไม่มองเขาอีก ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “เจ้ากลับไปเถอะ บุตรสาวของข้าไม่อยากพบเจ้า ตั้งแต่เจ้าเลือกนางกู้ ละทิ้งตัวนาง ตอนนั้นเจ้าก็ได้ตายไปจากใจของนางแล้ว”หัวใจของเฮ่อหลานฉือเจ็บปวดเหมือนถูกมีดกรีด เขาเจ็บจนไม่สามารถหายใจได้ เขาคุกเข่าลงกับพื้น ไม่ยอมลุกขึ้นมา เหมือนว่าการทำเช่นนี้จะไถ่บาปได้ หนึ่ง ในหมื่นในตอนนั้นเองเสียงเย็นชาของหญิงสาวคนหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านข้าง เสียงนั้นเหมือนน้ำพุเย็นหยดลงมา อากาศที่แช่แข็งถูกทำลายลงทันที“ท่านพ่อ ให้เขาเข้ามาเถิด”ร่างกายของเฮ่อหลานฉือสั่นสะท้าน เขารีบเงยหน้าขึ้นทันที เซี่ยหลิงหลัวก็เดินออกมาจากกระโจมแพทย์ทหารที่อยู่บริเวณใกล้เคียง นางผอมลงไปมาก เดิมทีนางก็มี

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status