تسجيل الدخول“หลิงหลัว!” เฮ่อหลานฉือรับร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของนาง ตอนนั้นวิญญาณของเขาแทบจะหลุดออกจากร่าง ประตูเมืองถูกทำลายแล้ว ท่ามกลางความวุ่นวาย เฮ่อหลานฉือแบกร่างที่ได้รับบาดเจ็บของเซี่ยหลิงหลัวหนี เขาถูกทหารของคนเถื่อนแดนเหนือล้อมเอาไว้ เหล่าองครักษ์ตายไปทีละคน เขาดึงนางมาอยู่ด้านหลัง จากนั้นก็ชักดาบออกมา เขาไม่มีวรยุทธ แต่ดวงตากลับดุดัน ดาบเล่มหนึ่งฟันลงมา เขาขวางเอาไว้ ทำให้แขนของเขาเป็นแผลเหวอะหวะ ทันใดนั้นดาบอีกเล่มหนึ่งกำลังจะพุ่งโจมตีนาง เขาหมุนตัวใช้หลังบังการโจมตีโดยไม่ลังเล! ดาบแหลมคมแทงทะลุเนื้อ เขากระอักเลือดออกมา ดวงตาของนางเป็นสีแดงก่ำ “เฮ่อหลานฉือ--!”เหมือนว่าเขาไม่รู้สึกเจ็บเลย เขายืมแรงเหวี่ยงตัว ปกป้องนางเอาไว้ใต้ร่าง หันหลังให้คมดาบและคมกระบี่ ศัตรูมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ คมดาบส่องประกาย ลูกธนูแหวกอากาศ ในที่สุดฉินเจิงก็มาถึง! หลังจากเขาเห็นบาดแผลลึกจนเห็นกระดูกของเฮ่อหลานฉือ รูม่านตาของเขาก็หดเล็กลง “พานางไป! เร็ว!” เฮ่อหลานฉือคำรามเสียงดัง จากนั้นก็ผลักเซี่ยหลิงหลัวให้ฉินเจิง“ไปด้วยกัน!”“ไม่…ข้าไม่ไหวแล้ว…” เฮ่อหลานฉือส่ายหน้า เลือดไหลซึมออกจากมุมปาก
เพราะเขาอีกแล้ว เพราะเขาเป็นสาเหตุอีกแล้ว นางถูกขังอย่างไม่ได้รับความเป็นธรรม และตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าทรยศชาติ เหมือนเขาเป็นคนนำหายนะมาให้นางเสมอ เซี่ยหลิงหลัวมองเขาครู่หนึ่ง สายตาราบเรียบไร้คลื่นลม เหมือนกำลังมองคนแปลกหน้า นางพูดขึ้นอย่างแผ่วเบาว่า “ท่านอัครเสนาบดีเฮ่อทำตามกฎหมาย ไม่มีสิ่งใดผิดนะเจ้าคะ”จากนั้นนางก็เดินอ้อมเขาออกไป ก่อนจะเดินไปหาท่านพ่อและฉินเจิงที่ยืนรออยู่ไม่ไกล ฉินเจิงสาวเท้าก้าวเข้ามา พร้อมใช้เสื้อคลุมตัวหนาคลุมไหล่ของนาง ก่อนพูดเสียงเบาว่า “ไม่เป็นไรแล้ว”เซี่ยหลิงหลัวกระชับเสื้อตัวนั้น แล้วพยักหน้าเล็กน้อย รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏบนใบหน้าซีดขาว มันเป็นรอยยิ้มที่จริงใจมาก เฮ่อหลานฉือมองรอยยิ้มของนาง เมื่อเห็นว่ามือของฉินเจิงยังคงวางที่ไหล่ของนาง หลุมภายในหัวใจของเขาก็รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมา เขารู้ว่า แม้กระทั่งคำว่า “ขอโทษ” เขาก็แทบจะไม่มีสิทธิ์พูดแล้ว เรื่องข่าวสมคบคิดกับศัตรูยังไม่ทันซา ฤดูหนาวก็มาถึง ในที่สุดพวกคนเถื่อนแดนเหนือก็ทนต่อไปไม่ไหว พวกมันรวบรวมกำลังพลจำนวนมาก สงครามครั้งใหญ่ปะทุขึ้น ควันสัญญาณตามชายแดนถูกจุด เสียงกลองโหมกระหน่ำ เสียงการต่อสู้ส
เวลาผ่านไป บรรยากาศบริเวณชายแดนตึงเครียดมากยิ่งขึ้น คนเถื่อนแดนเหนือออกมาสร้างความรำคาญบ่อยยิ่งขึ้น สงครามครั้งใหญ่กำลังก่อตัว บรรยากาศตึงเครียดปกคลุมค่ายทหาร ขณะที่พายุกำลังก่อตัว คนที่เฮ่อหลานฉือไม่อยากพบหน้าก็ปรากฏตัวขึ้นที่ชายแดนกู้อวิ๋นเหยามาแล้วไม่รู้ว่านางใช้วิธีการใดถึงสามารถโน้มน้าวใจองค์ชายพระองค์หนึ่งในราชวงศ์ที่มีความสัมพันธ์ดีงามกับตระกูลกู้ให้มาที่นี่ได้ นอกจากนี้ยังอนุญาตให้นางมาปลอบขวัญทหาร ตอนที่นางปรากฏตัวที่ค่ายทหารนางสวมชุดผ้าไหมสีม่วง เสื้อคลุมหนังจิ้งจอกหนา มีบ่าวรับใช้คอยดูแลไม่ห่าง ตอนที่หญิงสาวท่าทางอ่อนช้อยปรากฏตัวที่ค่ายทหารของกองทัพรักษาชายแดน ทุกคนก็ล้วนตกใจมาก เฮ่อหลานฉือมองไปทางนางแล้วขมวดคิ้วแน่นขึ้น ปฏิกิริยาแรกของเขาคือการมองไปทางกระโจมพยาบาล และตอนนั้นเซี่ยหลิงหลัวก็กำลังเดินออกมาจากกระโจม ในมือของนางกำลังถือกะละมังไม้ เมื่อเห็นกู้อวิ๋นเหยา นางก็ชะงักฝีเท้าเล็กน้อย ใบหน้าไร้อารมณ์ นางแค่เบี่ยงสายตาออกอย่างใจเย็น เหมือนแค่มองเห็นคนทั่วไปที่ไม่มีความสำคัญใด ๆ จากนั้นก็หมุนตัวกลับเข้าไปด้านใน ท่าทางสงบนิ่งนั้น ทำให้เฮ่อหลานฉือไม่สบายใจย
เฮ่อหลานฉือยังไม่ได้กลับจากชายแดน ในฐานะตัวแทนพระองค์ เขาจะต้องตรวจการณ์ด้านความมั่นคงและการทหาร ตรวจสอบคลังเสบียงในกองทัพ จัดการงานราชการ ไม่มีใครสามารถตำหนิเขาได้ เขาขยันขันแข็งรับผิดชอบหน้าที่มากกว่าแต่ก่อนมีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ว่า ในแต่ละวันหลังจากจัดการงานราชการที่ซับซ้อนทั้งหมดเสร็จแล้ว เวลาที่เหลือเขามักจะใช้ไปในการมองสถานที่แห่งหนึ่ง—กระโจมพยาบาลเขาไม่กล้าเข้าใกล้โดยพลการ เพราะเขากลัวว่าจะได้เห็นความรังเกียจในสายตาเย็นชาของนาง กลัวว่าจะได้ยินเสียงนางเรียกเขาอย่างห่างเหินว่า “อัครเสนาบดีเฮ่อ” เขาจึงทำได้เพียงจ้องมองจากในระยะไกล ด้วยระยะที่ไม่ใกล้ไม่ไกล เขาเหมือนกับเงาที่ละโมบ คอยแอบมองอยู่อย่างลับ ๆเขามองดูเซี่ยหลิงหลัวที่กำลังวุ่นวายท่ามกลางกลุ่มผู้บาดเจ็บ นางทั้งล้างแผล ใส่ยา พันผ้าพันแผล การเคลื่อนไหวที่เคยเงอะงะก็ดูชำนาญมากยิ่งขึ้น ใบหน้าของนางยังซีดขาวเหมือนเดิม รูปร่างผอมบาง แผ่นหลังเหยียดตรง สายตาจดจ่อมีสมาธิ ตอนที่นางม้วนแขนเสื้อขึ้นเผยให้เห็นแผลเป็นที่สยดสยอง หัวใจของเฮ่อหลานฉือก็ถูกบีบรัดแน่น เขาเจ็บจนหายใจไม่ออก นั่นคือร่องรอยที่เขาทิ้งไว้บนตัวของนาง
ทุกครั้งที่นางพูดหนึ่งประโยคออกมา สีหน้าของเฮ่อหลานฉือก็ยิ่งซีดลงทุกที ร่างกายสั่นสะท้านขึ้นอย่างรุนแรง “บัดนี้” เซี่ยหลิงหลัวมองเขา ในที่สุดแววตาของนางก็มีระลอกคลื่น มันเป็นความโศกเศร้าหลังจากที่ได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ ทั้งยังมีความเหนื่อยล้าสุดแสน “ท่านบอกว่าท่านรักข้าหรือ?”นางหัวเราะขึ้นเบา ๆ แต่รอยยิ้มนั้นกลับซีดเซียวและกำลังแตกสลาย ราวกับว่าวินาทีถัดไปนางจะจางหายไปตามลม “แต่ความรักของข้านั้นจางหายไปตั้งนานแล้ว ทุกครั้งที่ท่านเย็นชา สงสัย ทอดทิ้ง และทำร้ายข้า มันก็ถูกกัดกร่อนไปทีละน้อย สุดท้ายมันก็เหือดแห้งและตายลงไป”นางหมุนตัวกลับกำลังจะเดินจากไป ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ที่นี่ แม้กระทั่งผู้ชายคนนี้ ก็ทำให้นางหายใจไม่ออก “หลิงหลัว!” เฮ่อหลานฉือพุ่งตัวขึ้นมาด้านหน้า เขากอดขานางไว้ด้วยแรงทั้งหมดที่มี เหมือนเด็กน้อยที่ไร้ที่พึ่ง เขาร้องไห้หนักจนเสียงหลง “อย่าไป! ขอร้องล่ะ ให้โอกาสข้าอีกสักครั้ง! แค่ครั้งเดียว! ข้าสาบาน ข้าจะใช้ชีวิตที่เหลือทำดีต่อเจ้า ชดเชยทุกความทุกข์ทรมานที่เจ้าเคยผ่านมา ข้าจะทำตัวดีขึ้นกว่าเดิมเป็นพันเท่าหมื่นเท่า…ขอร้องล่ะ หลิงหลัว ข้าขอร้องเจ้า…หากไม่มีเจ้า
เขาเดินโซเซ จากนั้นก็คุกเข่าลงกับพื้น เขาหันหน้าไปทางเซี่ยฉิงชังและกองแพทย์ทหารแล้วโขกศีรษะคำนับอย่างแรง หน้าผากของเขาแนบกับทรายหยาบ น้ำเสียงแหลกละเอียดไม่มีชิ้นดี “แม่ทัพเซี่ย...ข้าผิดไปแล้ว…ข้าผิดไปแล้วจริง ๆ …ข้ามีตาแต่หามีแววไม่ ข้ามันเลวกว่าตัวสัตว์…ขอร้องล่ะ ให้ข้าได้เจอหลิงหลัวสักครั้ง…ข้าจะโขกศีรษะขอโทษนาง ข้ายอมสละชีวิตเพื่อนาง…ขอร้องล่ะขอรับ…”เซี่ยฉิงชังหันหลังและไม่มองเขาอีก ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “เจ้ากลับไปเถอะ บุตรสาวของข้าไม่อยากพบเจ้า ตั้งแต่เจ้าเลือกนางกู้ ละทิ้งตัวนาง ตอนนั้นเจ้าก็ได้ตายไปจากใจของนางแล้ว”หัวใจของเฮ่อหลานฉือเจ็บปวดเหมือนถูกมีดกรีด เขาเจ็บจนไม่สามารถหายใจได้ เขาคุกเข่าลงกับพื้น ไม่ยอมลุกขึ้นมา เหมือนว่าการทำเช่นนี้จะไถ่บาปได้ หนึ่ง ในหมื่นในตอนนั้นเองเสียงเย็นชาของหญิงสาวคนหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านข้าง เสียงนั้นเหมือนน้ำพุเย็นหยดลงมา อากาศที่แช่แข็งถูกทำลายลงทันที“ท่านพ่อ ให้เขาเข้ามาเถิด”ร่างกายของเฮ่อหลานฉือสั่นสะท้าน เขารีบเงยหน้าขึ้นทันที เซี่ยหลิงหลัวก็เดินออกมาจากกระโจมแพทย์ทหารที่อยู่บริเวณใกล้เคียง นางผอมลงไปมาก เดิมทีนางก็มี







