مشاركة

บทที่ 8

مؤلف: เยว่เยว่
เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้ง นางก็อยู่ในห้องของตัวเอง

ร่างกายของนางเต็มไปด้วยผ้าพันแผล กระดูกเหมือนแตกละเอียดทุกส่วน เพียงแค่ขยับเล็กน้อยก็รู้สึกเจ็บปวดเจียนตาย

เฮ่อหลานฉือเฝ้าอยู่ข้างเตียงของนาง ใบหน้าซีดเซียว ดวงตาแดงก่ำ

เมื่อเห็นว่านางตื่นแล้ว แววตาของเขาก็ประกายความยินดี จากนั้นก็รีบโน้มตัวมาหา “หลิงหลัว! เจ้าฟื้นแล้วหรือ? เป็นอย่างไรบ้าง? ยังเจ็บอยู่หรือไม่?”

เซี่ยหลิงหลัวมองหน้าเขา สายตาว่างเปล่า ไร้การตอบสนอง

ความยินดีบนใบหน้าของเฮ่อหลานฉือแข็งทื่อ จากนั้นความรู้สึกผิดก็เข้ามาแทนที่

เขากุมมือที่เย็นเฉียบของนาง แล้วอธิบายด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “หลิงหลัว ข้าขออภัยด้วยนะ…วันนั้น หลังจากเจ้าจุดพลุสัญญาณ เดิมทีข้าก็รีบตั้งใจนำคนไล่ตามไป แต่…แต่จู่ ๆ อวิ๋นเหยาก็ใจสั่นจนเป็นลมหมดสติ สถานการณ์เร่งด่วนมาก ตอนนั้นข้าก็ปลีกตัวออกมาไม่ได้เลย…รอจนกว่าข้าปลอบนางเสร็จแล้ว ข้าก็รีบไล่ตามมาทันที แต่มันก็สายเกินไป…ข้าตามหาเจ้าอยู่ทั้งคืน ถึงได้เจอเจ้าอยู่ด้านล่างหน้าผา…”

เขาพูดจาไม่เป็นภาษา พยายามอธิบาย พยายามให้นางยกโทษให้เขา

เซี่ยหลิงหลัวค่อย ๆ ดึงมือออก น้ำเสียงแหบพร่า ทว่าราบเรียบ “ไม่ต้องอธิบายแล้ว”

เฮ่อหลานฉือชะงักไป

“ข้าเองก็ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจเลย” เซี่ยหลิงหลัวมองหน้าเขา ในแววตาไม่มีความโกรธแค้น ไม่มีความชิงชัง มีเพียงความว่างเปล่าที่น่าหดหู่เท่านั้น “อย่างไรเสีย…ข้าก็ไม่เคยฝากความหวังกับท่านได้อยู่แล้ว”

หัวใจของเฮ่อหลานฉือสั่นสะเทือน คำพูดเหล่านั้นแทงใจดำของเขาอย่างมาก

อะไรที่เรียกว่านางไม่เคยฝากความหวังกับเขาได้? นางกับเขา…

“เซี่ยหลิงหลัว เจ้า…” ในตอนที่เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง น้ำเสียงร่าเริงของสาวใช้ของกู้อวิ๋นเหยาก็ดังขึ้นจากด้านนอกประตู

“ท่านอัครมหาเสนาบดี! ท่านคุยเสร็จหรือยังเจ้าคะ? ฮูหยินกู้ไปรอท่านบนรถม้าแล้ว!”

เฮ่อหลานฉือขมวดคิ้วขึ้น เขาเหลือบมองใบหน้าซีดขาวของเซี่ยหลิงหลัวที่นอนอยู่บนเตียง แต่ตอนนั้นแววตาของนางกลับเย็นชามาก เมื่อได้ยินเสียงเร่งเร้าจากด้านนอก ใบหน้าของเขาก็มีความลังเลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

สุดท้ายเขาก็ลุกขึ้นยืน “หลิงหลัว เจ้าพักรักษาบาดแผลให้ดี ช่วงนี้…อวิ๋นเหยาไม่ค่อยสบาย ข้า…ข้าจึงจะพานางไปที่วัดกว่างจี้ที่อยู่นอกเมืองสักสองสามวันเพื่อขอยันต์แคล้วคลาด นางจะได้จิตใจสงบ เมื่อถึงตอนนั้น…ข้าก็จะขอยันต์ให้เจ้าด้วย”

เซี่ยหลิงหลัวหลับตาลง แล้วไม่ได้มองเขาอีก

“ไม่จำเป็นเจ้าค้ะ” น้ำเสียงของนางแผ่วเบา แต่กลับกระจ่างชัดในโสตประสาทของเขา “ยันต์แคล้วคลาดของท่าน ก็มอบให้นางเถิด ข้าไม่ได้ใช้มันหรอก”

เฮ่อหลานฉือชะงักฝีเท้า จากนั้นก็หันไปมองหน้านาง ดวงตาของนางปิดสนิท ใบหน้าซีดขาวเหมือนกระดาษ คล้ายว่าสามารถหายไปได้ทุกเมื่อ

ความรู้สึกไม่สบายใจปะทุขึ้นมาอีกครั้ง มันแทบจะทับถมทั่วร่างกายของเขา

แต่สุดท้ายเขาก็ยังหมุนตัวเดินจากไปอย่างรีบร้อน

เขาคิดว่าหลังจากนี้คงมีเวลาอีกมากที่จะได้อธิบายและชดเชยให้นาง

อย่างไรเสีย นางก็จะรอเขาอยู่ที่เดิมตลอดไป

ดังนั้น เขาจึงไม่จำเป็นต้องใส่ใจนางมากนักมาตลอด

เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าห่างออกไป เซี่ยหลิงหลัวก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น

นางมองออกไปข้างนอกหน้าต่าง ท้องฟ้าเวลาพลบค่ำกำลังคืบคลานเข้ามา

วันนี้ ก็คือสิ้นเดือนแล้ว

เป็นวันที่นางจะต้องไปจวนจิงเจ้าเพื่อรับทัณฑ์กลิ้งตะปู

บาดแผลบนร่างกายของนางยังเจ็บอยู่ แต่นางรอไม่ไหวแล้ว

นางฝืนตัวลุกขึ้น จากนั้นก็ค่อย ๆ ลงจากเตียง ทุกการเคลื่อนไหวก็ทำให้นางเจ็บปวดจนเหงื่อกาฬแตกพลั่ก

นางกัดฟันเปลี่ยนเสื้อผ้าที่คล่องตัว จากนั้นก็หยิบห่อผ้าที่เตรียมเอาไว้สะพายขึ้นไหล่ นางผลักประตูออกไป หลบเลี่ยงบ่าวรับใช้ค่อย ๆ เดินออกทางประตูหลังของจวนอัครมหาเสนาบดีอย่างยากลำบาก

ด้านนอกของศาลาว่าการจวนจิงเจ้า บริเวณนั้นมีผู้คนจำนวนมากมารับชมความสนุกสนาน

การที่หญิงสาวเป็นฝ่ายขอหย่า ยินยอมรับทัณฑ์กลิ้งตะปู ถึงแม้จะอยู่ในเมืองหลวงก็ถือว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาดที่หาได้ยาก

เซี่ยหลิงหลัวใบหน้าซีดขาว แต่แผ่นหลังเหยียดตรง นางเดินเข้าไปในศาลาว่าการทีละก้าว

“ข้ามีนามว่าเซี่ยหลิงหลัว ยินดีรับทัณฑ์กลิ้งตะปูเพื่อขอหนังสือหย่า!”

เสียงของนางไม่ได้ดังได้มากนัก แต่กลับกังวานก้องไปทั่วศาลาว่าการ

แผ่นไม้เปื้อนเลือดสีแดงเข้ม ปลายตะปูที่แหลมคมบนกระดานไม้ที่วางอยู่กลางห้องโถงส่องประกาย

บริเวณรอบข้างมีเสียงฮือฮาดังลั่นขึ้น

เซี่ยหลิงหลัวจ้องมองเครื่องทรมานที่โหดเหี้ยม ปลายนิ้วของนางสั่นเล็กน้อย แต่สายตากลับแน่วแน่

นางถอดเสื้อคลุมชั้นนอกออก เหลือเพียงเสื้อตัวในบาง ๆ นางค่อย ๆ นอนลงท่ามกลางสายตาเห็นอกเห็นใจ สงสัย และตกตะลึงของผู้คนที่อยู่โดยรอบ

หลังจากนั้นนางก็หลับตาลง พยายามกลิ้งตัวไปด้านหน้าอย่างสุดแรง

“อึก—!!”

ทันใดนั้นตะปูที่แหลมคมก็เจาะทะลุผ่านเสื้อบาง ๆ ของนางในทันที ความเจ็บปวดอันแสนสาหัสแทงทะลุผิวหนังของนาง เหมือนมีดร้อนที่เป็นสีแดงเพราะถูกรนไฟนับพันนับร้อยเล่มกรีดลงบนร่างกายของนางพร้อมกัน!

ทันใดนั้นเลือดสด ๆ ก็ไหลทะลักออกมาย้อมจนกระดานตะปูเป็นสีแดงและเลอะพื้นเบื้องล่าง

นางกัดริมฝีปากแน่น กลิ่นคาวเลือดกระจายอยู่เต็มปาก แต่นางก็พยายามกลั้นเสียงกรีดร้องเอาไว้ในลำคอ

เพียงแค่กลิ้งไปหนึ่งรอบ ร่างกายของนางก็เต็มไปด้วยบาดแผล เลือดสด ๆ ไหลท่วม

“ต้อง…ต้องดำเนินการต่อหรือไม่?” เพชฌฆาตที่ทำหน้าที่ลงทัณฑ์ก็ยังรู้สึกสงสาร

ตามกฎหมายแล้ว ต้องกลิ้งสามรอบถึงจะสิ้นสุดการทรมาน

เซี่ยหลิงหลัวเจ็บปวดจนภาพตรงหน้าเป็นสีมืดดำ นางเกือบจะเป็นลมล้มลงไป แต่ไม่ว่าอย่างไรนางก็ยังกัดฟันกรอด แล้วก็ฝืนพูดออกมาจากในลำคอ “...ดำเนินการต่อเลย!”

รอบที่สอง

รอบที่สาม

ในที่สุดตอนที่นางลงจากกระดานตะปู ทั้งร่างกายก็กลายเป็นมนุษย์เลือด สติเลือนราง ลมหายใจแผ่วเบา

เจ้าหน้าที่ทางการมองภาพเหตุการณ์นั้นด้วยความสะเทือนใจ จากนั้นก็ถอนหายใจออกมา ก่อนจะประทับตราลงบนหนังสือหย่าที่เตรียมเอาไว้ จากนั้นก็ยื่นให้นาง

“แม่นางเซี่ย การลงทัณฑ์จบลงแล้ว นี่คือหนังสือหย่าของเจ้า รับไปเสียเถิด”

เซี่ยหลิงหลัวตัวสั่นสะท้าน นางใช้แรงเฮือกสุดท้ายยื่นมือที่มือบาดแผลเละเทะจนยากจะแยกว่าเลือดหรือเนื้อไปรับ กระดาษแผ่นบาง แต่กลับให้ความรู้สึกหนักพันชั่ง

นางพับมันอย่างระมัดระวัง ก่อนจะเก็บไว้แนบอก ราวกับว่ามันคือความหวังสุดท้ายของนาง

จากนั้นนางก็ยันตัวลุกขึ้นจากพื้น นางยืนขึ้นอย่างโงนเงน

ทุกย่างก้าวล้วนทิ้งรอยเท้าสีเลือดเอาไว้

นางเดินเข้าไปหาชายชราคนหนึ่งท่าทางซื่อสัตย์จริงใจที่กำลังมุงดูเหตุการณ์อยู่ นางหยิบเศษเงินที่เหลืออยู่ในถุงผ้าเพียงเล็กน้อยออกมาแล้วยัดใส่มือของเขา

“ท่านลุง…หลังจากที่ท่านอัครมหาเสนาบดีกลับมา รบกวนท่านช่วยนำของสิ่งนี้…ไปมอบให้เขาด้วยตนเอง”

นางนำหนังสือหย่าที่นางใช้ครึ่งชีวิตแลกมาส่งให้เขา

ชายชรามองร่างเปื้อนเลือดแต่ดวงตาแน่วแน่ จากนั้นก็พยักหน้า

เซี่ยหลิงหลัวเผยรอยยิ้มบาง ๆ หลังจากนั้นนางก็เดินไปที่ม้าแก่ตัวหนึ่งด้านนอกศาลาว่าการ

นางใช้เครื่องประดับชิ้นสุดท้ายแลกม้าตัวนี้มา

นางพลิกตัวขึ้นหลังม้า การเคลื่อนไหวของนางเต็มไปด้วยความเจ็บปวด แต่กลับแน่วแน่อย่างมาก

“ย่ะ!”

ม้าแก่ส่งเสียงร้อง จากนั้นก็แบกนางพุ่งตัวออกไปทางประตูเมืองด้วยฝีเท้าที่ไม่มั่นคง

แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่อง ร่างเปื้อนเลือดของนางทอดยาวออกไป

เสียงฝีเท้าของม้าห่างไกลไปเรื่อย ๆ ในที่สุดก็หายไปจากถนนหลวง

จากนี้ไป ในเมืองหลวงจะไม่มีคนที่ชื่อว่าเซี่ยหลิงหลัวอีกแล้ว

และจะไม่มีฮูหยินอัครมหาเสนาบดีอีกแล้ว ผู้เคยมอบทั้งดวงใจให้แก่เฮ่อหลานฉือ สุดท้ายกลับถูกเขาใช้สองมือของตนเองบดขยี้หัวใจดวงนั้นจนแหลกสลาย!

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ค่ำคืนไร้นิทรา   บทที่ 24

    “หลิงหลัว!” เฮ่อหลานฉือรับร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของนาง ตอนนั้นวิญญาณของเขาแทบจะหลุดออกจากร่าง ประตูเมืองถูกทำลายแล้ว ท่ามกลางความวุ่นวาย เฮ่อหลานฉือแบกร่างที่ได้รับบาดเจ็บของเซี่ยหลิงหลัวหนี เขาถูกทหารของคนเถื่อนแดนเหนือล้อมเอาไว้ เหล่าองครักษ์ตายไปทีละคน เขาดึงนางมาอยู่ด้านหลัง จากนั้นก็ชักดาบออกมา เขาไม่มีวรยุทธ แต่ดวงตากลับดุดัน ดาบเล่มหนึ่งฟันลงมา เขาขวางเอาไว้ ทำให้แขนของเขาเป็นแผลเหวอะหวะ ทันใดนั้นดาบอีกเล่มหนึ่งกำลังจะพุ่งโจมตีนาง เขาหมุนตัวใช้หลังบังการโจมตีโดยไม่ลังเล! ดาบแหลมคมแทงทะลุเนื้อ เขากระอักเลือดออกมา ดวงตาของนางเป็นสีแดงก่ำ “เฮ่อหลานฉือ--!”เหมือนว่าเขาไม่รู้สึกเจ็บเลย เขายืมแรงเหวี่ยงตัว ปกป้องนางเอาไว้ใต้ร่าง หันหลังให้คมดาบและคมกระบี่ ศัตรูมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ คมดาบส่องประกาย ลูกธนูแหวกอากาศ ในที่สุดฉินเจิงก็มาถึง! หลังจากเขาเห็นบาดแผลลึกจนเห็นกระดูกของเฮ่อหลานฉือ รูม่านตาของเขาก็หดเล็กลง “พานางไป! เร็ว!” เฮ่อหลานฉือคำรามเสียงดัง จากนั้นก็ผลักเซี่ยหลิงหลัวให้ฉินเจิง“ไปด้วยกัน!”“ไม่…ข้าไม่ไหวแล้ว…” เฮ่อหลานฉือส่ายหน้า เลือดไหลซึมออกจากมุมปาก

  • ค่ำคืนไร้นิทรา   บทที่ 23

    เพราะเขาอีกแล้ว เพราะเขาเป็นสาเหตุอีกแล้ว นางถูกขังอย่างไม่ได้รับความเป็นธรรม และตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าทรยศชาติ เหมือนเขาเป็นคนนำหายนะมาให้นางเสมอ เซี่ยหลิงหลัวมองเขาครู่หนึ่ง สายตาราบเรียบไร้คลื่นลม เหมือนกำลังมองคนแปลกหน้า นางพูดขึ้นอย่างแผ่วเบาว่า “ท่านอัครเสนาบดีเฮ่อทำตามกฎหมาย ไม่มีสิ่งใดผิดนะเจ้าคะ”จากนั้นนางก็เดินอ้อมเขาออกไป ก่อนจะเดินไปหาท่านพ่อและฉินเจิงที่ยืนรออยู่ไม่ไกล ฉินเจิงสาวเท้าก้าวเข้ามา พร้อมใช้เสื้อคลุมตัวหนาคลุมไหล่ของนาง ก่อนพูดเสียงเบาว่า “ไม่เป็นไรแล้ว”เซี่ยหลิงหลัวกระชับเสื้อตัวนั้น แล้วพยักหน้าเล็กน้อย รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏบนใบหน้าซีดขาว มันเป็นรอยยิ้มที่จริงใจมาก เฮ่อหลานฉือมองรอยยิ้มของนาง เมื่อเห็นว่ามือของฉินเจิงยังคงวางที่ไหล่ของนาง หลุมภายในหัวใจของเขาก็รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมา เขารู้ว่า แม้กระทั่งคำว่า “ขอโทษ” เขาก็แทบจะไม่มีสิทธิ์พูดแล้ว เรื่องข่าวสมคบคิดกับศัตรูยังไม่ทันซา ฤดูหนาวก็มาถึง ในที่สุดพวกคนเถื่อนแดนเหนือก็ทนต่อไปไม่ไหว พวกมันรวบรวมกำลังพลจำนวนมาก สงครามครั้งใหญ่ปะทุขึ้น ควันสัญญาณตามชายแดนถูกจุด เสียงกลองโหมกระหน่ำ เสียงการต่อสู้ส

  • ค่ำคืนไร้นิทรา   บทที่ 22

    เวลาผ่านไป บรรยากาศบริเวณชายแดนตึงเครียดมากยิ่งขึ้น คนเถื่อนแดนเหนือออกมาสร้างความรำคาญบ่อยยิ่งขึ้น สงครามครั้งใหญ่กำลังก่อตัว บรรยากาศตึงเครียดปกคลุมค่ายทหาร ขณะที่พายุกำลังก่อตัว คนที่เฮ่อหลานฉือไม่อยากพบหน้าก็ปรากฏตัวขึ้นที่ชายแดนกู้อวิ๋นเหยามาแล้วไม่รู้ว่านางใช้วิธีการใดถึงสามารถโน้มน้าวใจองค์ชายพระองค์หนึ่งในราชวงศ์ที่มีความสัมพันธ์ดีงามกับตระกูลกู้ให้มาที่นี่ได้ นอกจากนี้ยังอนุญาตให้นางมาปลอบขวัญทหาร ตอนที่นางปรากฏตัวที่ค่ายทหารนางสวมชุดผ้าไหมสีม่วง เสื้อคลุมหนังจิ้งจอกหนา มีบ่าวรับใช้คอยดูแลไม่ห่าง ตอนที่หญิงสาวท่าทางอ่อนช้อยปรากฏตัวที่ค่ายทหารของกองทัพรักษาชายแดน ทุกคนก็ล้วนตกใจมาก เฮ่อหลานฉือมองไปทางนางแล้วขมวดคิ้วแน่นขึ้น ปฏิกิริยาแรกของเขาคือการมองไปทางกระโจมพยาบาล และตอนนั้นเซี่ยหลิงหลัวก็กำลังเดินออกมาจากกระโจม ในมือของนางกำลังถือกะละมังไม้ เมื่อเห็นกู้อวิ๋นเหยา นางก็ชะงักฝีเท้าเล็กน้อย ใบหน้าไร้อารมณ์ นางแค่เบี่ยงสายตาออกอย่างใจเย็น เหมือนแค่มองเห็นคนทั่วไปที่ไม่มีความสำคัญใด ๆ จากนั้นก็หมุนตัวกลับเข้าไปด้านใน ท่าทางสงบนิ่งนั้น ทำให้เฮ่อหลานฉือไม่สบายใจย

  • ค่ำคืนไร้นิทรา   บทที่ 21

    เฮ่อหลานฉือยังไม่ได้กลับจากชายแดน ในฐานะตัวแทนพระองค์ เขาจะต้องตรวจการณ์ด้านความมั่นคงและการทหาร ตรวจสอบคลังเสบียงในกองทัพ จัดการงานราชการ ไม่มีใครสามารถตำหนิเขาได้ เขาขยันขันแข็งรับผิดชอบหน้าที่มากกว่าแต่ก่อนมีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ว่า ในแต่ละวันหลังจากจัดการงานราชการที่ซับซ้อนทั้งหมดเสร็จแล้ว เวลาที่เหลือเขามักจะใช้ไปในการมองสถานที่แห่งหนึ่ง—กระโจมพยาบาลเขาไม่กล้าเข้าใกล้โดยพลการ เพราะเขากลัวว่าจะได้เห็นความรังเกียจในสายตาเย็นชาของนาง กลัวว่าจะได้ยินเสียงนางเรียกเขาอย่างห่างเหินว่า “อัครเสนาบดีเฮ่อ” เขาจึงทำได้เพียงจ้องมองจากในระยะไกล ด้วยระยะที่ไม่ใกล้ไม่ไกล เขาเหมือนกับเงาที่ละโมบ คอยแอบมองอยู่อย่างลับ ๆเขามองดูเซี่ยหลิงหลัวที่กำลังวุ่นวายท่ามกลางกลุ่มผู้บาดเจ็บ นางทั้งล้างแผล ใส่ยา พันผ้าพันแผล การเคลื่อนไหวที่เคยเงอะงะก็ดูชำนาญมากยิ่งขึ้น ใบหน้าของนางยังซีดขาวเหมือนเดิม รูปร่างผอมบาง แผ่นหลังเหยียดตรง สายตาจดจ่อมีสมาธิ ตอนที่นางม้วนแขนเสื้อขึ้นเผยให้เห็นแผลเป็นที่สยดสยอง หัวใจของเฮ่อหลานฉือก็ถูกบีบรัดแน่น เขาเจ็บจนหายใจไม่ออก นั่นคือร่องรอยที่เขาทิ้งไว้บนตัวของนาง

  • ค่ำคืนไร้นิทรา   บทที่ 20

    ทุกครั้งที่นางพูดหนึ่งประโยคออกมา สีหน้าของเฮ่อหลานฉือก็ยิ่งซีดลงทุกที ร่างกายสั่นสะท้านขึ้นอย่างรุนแรง “บัดนี้” เซี่ยหลิงหลัวมองเขา ในที่สุดแววตาของนางก็มีระลอกคลื่น มันเป็นความโศกเศร้าหลังจากที่ได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ ทั้งยังมีความเหนื่อยล้าสุดแสน “ท่านบอกว่าท่านรักข้าหรือ?”นางหัวเราะขึ้นเบา ๆ แต่รอยยิ้มนั้นกลับซีดเซียวและกำลังแตกสลาย ราวกับว่าวินาทีถัดไปนางจะจางหายไปตามลม “แต่ความรักของข้านั้นจางหายไปตั้งนานแล้ว ทุกครั้งที่ท่านเย็นชา สงสัย ทอดทิ้ง และทำร้ายข้า มันก็ถูกกัดกร่อนไปทีละน้อย สุดท้ายมันก็เหือดแห้งและตายลงไป”นางหมุนตัวกลับกำลังจะเดินจากไป ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ที่นี่ แม้กระทั่งผู้ชายคนนี้ ก็ทำให้นางหายใจไม่ออก “หลิงหลัว!” เฮ่อหลานฉือพุ่งตัวขึ้นมาด้านหน้า เขากอดขานางไว้ด้วยแรงทั้งหมดที่มี เหมือนเด็กน้อยที่ไร้ที่พึ่ง เขาร้องไห้หนักจนเสียงหลง “อย่าไป! ขอร้องล่ะ ให้โอกาสข้าอีกสักครั้ง! แค่ครั้งเดียว! ข้าสาบาน ข้าจะใช้ชีวิตที่เหลือทำดีต่อเจ้า ชดเชยทุกความทุกข์ทรมานที่เจ้าเคยผ่านมา ข้าจะทำตัวดีขึ้นกว่าเดิมเป็นพันเท่าหมื่นเท่า…ขอร้องล่ะ หลิงหลัว ข้าขอร้องเจ้า…หากไม่มีเจ้า

  • ค่ำคืนไร้นิทรา   บทที่ 19

    เขาเดินโซเซ จากนั้นก็คุกเข่าลงกับพื้น เขาหันหน้าไปทางเซี่ยฉิงชังและกองแพทย์ทหารแล้วโขกศีรษะคำนับอย่างแรง หน้าผากของเขาแนบกับทรายหยาบ น้ำเสียงแหลกละเอียดไม่มีชิ้นดี “แม่ทัพเซี่ย...ข้าผิดไปแล้ว…ข้าผิดไปแล้วจริง ๆ …ข้ามีตาแต่หามีแววไม่ ข้ามันเลวกว่าตัวสัตว์…ขอร้องล่ะ ให้ข้าได้เจอหลิงหลัวสักครั้ง…ข้าจะโขกศีรษะขอโทษนาง ข้ายอมสละชีวิตเพื่อนาง…ขอร้องล่ะขอรับ…”เซี่ยฉิงชังหันหลังและไม่มองเขาอีก ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “เจ้ากลับไปเถอะ บุตรสาวของข้าไม่อยากพบเจ้า ตั้งแต่เจ้าเลือกนางกู้ ละทิ้งตัวนาง ตอนนั้นเจ้าก็ได้ตายไปจากใจของนางแล้ว”หัวใจของเฮ่อหลานฉือเจ็บปวดเหมือนถูกมีดกรีด เขาเจ็บจนไม่สามารถหายใจได้ เขาคุกเข่าลงกับพื้น ไม่ยอมลุกขึ้นมา เหมือนว่าการทำเช่นนี้จะไถ่บาปได้ หนึ่ง ในหมื่นในตอนนั้นเองเสียงเย็นชาของหญิงสาวคนหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านข้าง เสียงนั้นเหมือนน้ำพุเย็นหยดลงมา อากาศที่แช่แข็งถูกทำลายลงทันที“ท่านพ่อ ให้เขาเข้ามาเถิด”ร่างกายของเฮ่อหลานฉือสั่นสะท้าน เขารีบเงยหน้าขึ้นทันที เซี่ยหลิงหลัวก็เดินออกมาจากกระโจมแพทย์ทหารที่อยู่บริเวณใกล้เคียง นางผอมลงไปมาก เดิมทีนางก็มี

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status