LOGINรวมเรื่องสั้นในคอนเซ็ปต์ 'แอบเล่นเสียว' ขอการันตีว่าแซ่บ ซี้ดด ถึงใจแน่นอน รวมเรื่องสั้นในซีรี่ย์นี้เป็นเพียงเรื่องสมมุติ แน่นอนว่า 'แอบ' คือเรื่องผิดศีลธรรม หากนักอ่านอ่อนไหวกับประเด็นนี้ข้ามไปอ่านเรื่องอื่นได้เลยนะคะ ส่วนท่านที่ไหวเชิญถอดสมองแล้วกดเข้าไปอ่านเพื่อความบันเทิงได้เลยค่ะ
View Moreเสียงล้อกระเป๋าเดินทางที่บดลากไปกับพื้นกระเบื้องแกรนิตโต้มันวาวของตัวบ้าน ขัดจังหวะความเงียบสงบในยามบ่าย วันนี้เป็นวันที่แม่ต้องเดินทางไปดูงานที่ต่างจังหวัดเป็นเวลาสามวันเต็ม
และนั่นหมายความว่าบ้านหลังใหญ่ที่มีสวนร่มรื่นแห่งนี้จะเหลือเพียงแค่ฉัน... ‘แอน’ เด็กสาววัยยี่สิบปีที่กำลังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย กับผู้ชายอีกคนหนึ่งที่เพิ่งเข้ามาอยู่ในฐานะ ‘พ่อเลี้ยง’ ได้ไม่ถึงปี ‘ศรัณย์’ หนุ่มกลางคนวัยสามสิบแปดปี เขาเป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าคมคายคมสัน และมีเสน่ห์ดึงดูดบางอย่างจนบางครั้งฉันเองก็เผลอใจสั่น ทุกครั้งที่เขาเดินผ่าน กลิ่นน้ำหอมบผู้ชายผสมกลิ่นบุหรี่จาง ๆ มักจะทำให้ส่วนลึกในกายของฉันร้อนผ่าวอย่างห้ามไม่ได้ แม้จะรู้ดีว่าเขาคือคนของแม่ แต่สายตาที่เขาใช้มองฉันในบางคราวมันช่างเต็มไปด้วยประกายไฟที่พร้อมจะแผดเผา “แอน... แม่ไปแล้วนะ ลูกอยู่บ้านก็ล็อกประตูหน้าต่างให้ดี ๆ ล่ะ มีอะไรก็เรียกคุณศรัณย์เขานะลูก” เสียงของแม่ทิ้งท้ายขณะก้าวขึ้นรถตู้ของบริษัทที่มารับ “ค่ะแม่ เดินทางปลอดภัยนะคะ” ฉันโบกมือลาด้วยรอยยิ้มละมุน ทว่าในใจกลับเต้นระทึกอย่างประหลาดเมื่อหันไปสบตากับร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกอยู่ข้าง ๆ รถตู้ของแม่เคลื่อนตัวพ้นประตูรั้วอัลลอยด์สีเข้มไปแล้ว บรรยากาศรอบตัวพลันเปลี่ยนเป็นเงียบเชียบและอบอ้าวขึ้นมาทันตา ศรัณย์หันมามองฉัน สายตาคมกริบคู่ขนานกวาดมองตั้งแต่ใบหน้าเรียวรี ไล่ลงมายังลำคอระหง และหยุดนิ่งอยู่ที่ทรวงอกอวบหยัดภายใต้เสื้อยืดสีขาวพอดีตัว “แม่เราไปแล้ว... คราวนี้ก็เหลือแค่เราสองคน” น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาฟังดูมีนัยบางอย่างซ่อนอยู่ มันนุ่มลึกทรงพลังจนฉันรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว “ค่ะ... งั้นแอนขอตัวขึ้นห้องก่อนนะคะ พอดีมีรายงานต้องเคลียร์” ฉันแสร้งทำเป็นเอ่ยเสียงเรียบพลางหมุนตัวเดินขึ้นบันได ทว่าในจังหวะที่ก้าวเดิน ฉันจงใจบิดสะโพกกลมกลึงที่มีขนาดถึงสี่สิบสองนิ้วให้ส่ายไหวไปมาอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด ทราบดีว่าสายตาของคนข้างหลังกำลังจับจ้องมองตามก้อนเนื้อแน่นตึงนั้นอย่างไม่วางตา เมื่อเข้าสู่ห้องนอนส่วนตัว ฉันปิดประตูลงกลอนแล้วพิงแผ่นหลังเข้ากับบานไม้ หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำราวกับกลองรบ ร่างกายมันรุ่มร้อนตื่นตัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความเงียบและโอกาสที่ประจวบเหมาะเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ และฉันก็ไม่อยากปล่อยให้มันหลุดลอยไปโดยเปล่าประโยชน์ เวลาล่วงเลยไปจนถึงช่วงหัวค่ำ แสงอาทิตย์ลับขอบฟ้าเปลี่ยนเป็นความมืดมิด ภายในบ้านเปิดไฟสว่างไสว ฉันจงใจเดินลงมาที่ห้องแต่งตัวรวมและห้องน้ำชั้นล่างซึ่งอยู่ติดกับห้องทำงานของศรัณย์ ฉันรู้เวลาดีว่าช่วงเวลานี้เขาจะต้องออกมาหยิบเอกสารหรือดื่มกาแฟ ฉันจัดการอาบน้ำชำระร่างกายจนเนื้อตัวหอมฟุ้งไปด้วยกลิ่นสบู่เหลวกลิ่นพีชอ่อน ๆ เมื่อก้าวออกจากห้องน้ำ ฉันเลือกที่จะไม่สวมใส่เสื้อผ้าชิ้นใดเลย มีเพียงผ้าขนหนูผืนสีขาวนุ่มขนาดปานกลางที่พันรอบอกอวบอิ่มเอาไว้หลวม ๆ ปลายผ้าสั้นเต่อจนแทบจะปิดก้นงอนงามไม่มิด ทุกย่างก้าวที่เดินผ่านหน้ากระจกบานใหญ่ในห้องแต่งตัว เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนและส่วนเว้าส่วนโค้งที่ยั่วยวนตา ฉันยืนอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง แสร้งทำเป็นหวีผมยาวสลวยที่เปียกชื้น โดยที่ประตูห้องแต่งตัวนั้นแง้มเปิดเอาไว้เล็กน้อย... จงใจเปิดโอกาสให้คนที่เดินผ่านไปมาสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน และแล้ว เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ที่คุ้นเคยก็ดังใกล้เข้ามา หัวใจของฉันกระตุกวูบ ลมหายใจเริ่มติดขัดเมื่อเงาร่างสูงใหญ่ของศรัณย์ปรากฏขึ้นที่หน้ากรอบประตู เขาหยุดชะงักทันทีที่สายตาทอดมองเข้ามาเห็นฉันที่กำลังอวดเรือนร่างอันงดงามด้านใน ศรัณย์ยืนนิ่งราวกับถูกสาป ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนเป็นประกายขุ่นมัวด้วยไฟราคะที่ถูกจุดขึ้นอย่างรวดเร็ว ลำคอแกร่งของเขาขยับขึ้นลงจากการลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ “อุ๊ย! คุณศรัณย์... มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ แอนไม่ทันได้ยินเสียงเลย” ฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าที่แสร้งทำเป็นตกใจ ทว่าสายตากลับทอดมองเขาอย่างมีประกาย “เพิ่งมา... พอดีจะไปเอาน้ำดื่ม” เขาตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า สายตาไม่ยอมละไปจากเนินเนื้อขาวผ่องที่โผล่พ้นขอบผ้าขนหนูขึ้นมาแม้แต่วินาทีเดียว “อ๋อ... งั้นแอนขอโทษทีนะคะที่ทำให้ตกใจ พอดีลืมหยิบชุดเข้ามาเปลี่ยนน่ะค่ะ” ฉันพูดพลางหมุนตัวหันมาเผชิญหน้ากับเขาโดยตรง การขยับกายอย่างรวดเร็วทำให้นมสองเต้าเบียดชิดกันจนเห็นร่องลึกชัดเจน ศรัณย์ก้าวเข้ามาในห้องแต่งตัวหนึ่งก้าวอย่างลืมตัว ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความต้องการที่ซ่อนเร้นมานานแสนนาน “แอน... โตขึ้นมากเลยนะ” ศรัณย์เอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาต่ำและสั่นพร่าอย่างเห็นได้ชัด สายตาจับจ้องที่ลาดไหล่เนียนใสและไหปลาร้าที่ดูบอบบางทว่าน่ากัดกิน “โตพอที่จะ... ทำอะไรหลาย ๆ อย่างได้แล้วค่ะ” ฉันตอบกลับพร้อมรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก นัยน์ตากลมโตฉายแววท้าทายอย่างชัดเจน ความกลัวในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นท้าทายศีลธรรมอันดีงาม ศรัณย์สูดลมหายใจเข้าลึก มือหนาที่ข้างลำตัวกำแน่นคล้ายกำลังต่อสู้กับสัญชาตญาณดิบในกาย “แอนรู้ไหมว่าพูดแบบนี้มันอันตราย... โดยเฉพาะเวลาที่อยู่กับผู้ชายสองต่อสองแบบนี้” “แล้วคุณศรัณย์... เป็นผู้ชายที่อันตรายหรือเปล่าคะ?” ฉันแกล้งถามพลางก้าวเท้าเข้าหาเขาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างเราลดลงจนได้กลิ่นกายของกันและกัน สายตาของพ่อเลี้ยงหนุ่มแปรเปลี่ยนเป็นความดุดันดั่งนักล่าที่เห็นเหยื่อรสโอชะอยู่ตรงหน้า ขีดจำกัดความอดทนของเขากำลังจะสิ้นสุดลงเพราะท่าทางยั่วยวนของลูกเลี้ยงสาวอย่างฉันกลิ่นน้ำหอมหรูที่ปะปนกับอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้บรรยากาศภายในห้องทำงานเงียบสงบยามค่ำคืนเปลี่ยนเป็นสวรรค์แห่งความรุ่มร้อนโดยสมบูรณ์ สายธารนอนอ่อนระทวยอยู่บนโต๊ะทำงานไม้เนื้อดี ชุดเดรสสีแชมเปญรัดรูปถูกร่นขึ้นไปกองอยู่เหนือเอวคอด กายสาวสั่นเทาด้วยความตื่นเต้นและหวาดหวั่นที่ตีรวนกันในอกตุลย์จ้องมองเรือนร่างอวบอิ่มตรงหน้าด้วยสายตาหิวกระหาย นัยน์ตาคู่คมเต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความปรารถนาที่ยากจะมอดดับ มือหนาเลื่อนลงไปที่ขอบกางเกงในผ้าลูกไม้สีดำตัวจิ๋วที่ปิดบังส่วนลับของเจ้านายสาวไว้ เขามือเกี่ยวขอบผ้าบางนั้นแล้วกระชากออกอย่างแรงจนยางยืดขาดบาดผิวเนื้อเนียนเบาๆ"กรี๊ด! ตุลย์...เธอจะทำอะไร! หยุดนะ!" สายธารร้องเสียงหลง ใบหน้าสวยร้อนผ่าวด้วยความอับอายและตระหนก เธอพยายามจะหนีบขาเข้าหากันและยกมือขึ้นปิดบังส่วนสำคัญไว้ทว่าชายหนุ่มกลับไม่ได้สนใจเสียงร้องของเธอเลย ตุลย์ชูแพนตี้ตัวจิ๋วที่เพิ่งถอดออกจากร่างของเจ้านายขึ้นมาในระดับสายตา ก่อนจะจรดปลายจมูกลงบนแผ่นผ้าลูกไม้นั้น เขาสูดกลิ่นกายสาวที่ติดอยู่บนผ้านุ่ม สูดดมความหอมหวานและกลิ่นน้ำหวานใสธรรมชาติที่ชุ่มฉ่ำ นี่คือสัญญาณของร่างกายเธอที่กำ
บรรยากาศภายในห้องสักส่วนตัวเงียบจนได้ยินกระทั่งเสียงลมหายใจหอบถี่ของลูกค้าสาว เธอนอนหลับตาปี๋ด้วยความเขินอายขั้นสุด สองมือจิกแน่นอยู่บนผ้าปูเตียง ใบหน้าหวานแดงก่ำ เรือนร่างส่วนที่ลับที่สุดกำลังถูกเปิดเผยต่อหน้าช่างหนุ่ม กรณ์ยืนค้างอยู่ข้างเตียง ดวงตาคมกริบจดจ้องมองกลีบกุหลาบสาวอวบอิ่มที่เปลือยเปล่าไร้สิ่งปกปิด ความเย้ายวนตรงหน้าพุ่งพล่านขึ้นมาจนสัญชาตญาณดิบเถื่อนเข้าครอบงำจิตใจ ความยับยั้งชั่งใจที่มีอยู่พังทลายลงในชั่วพริบตา... เขาไม่ได้อยากยืนมองแบบนี้อีกต่อไปแล้ว แต่เขาต้องการครอบครองเธอทั้งตัว กรณ์ยืนชั่งใจอยู่ชั่วครู่ มือหนาของเขาเอื้อมไปปลดเข็มขัดและรูดซิปกางเกงยีนส์ของตัวเองลง ก่อนจะกระชากท่อนเนื้อที่แข็งจนปวดหนึบออกมา มันอันใหญ่เสียจนเกือบเท่าแขนของหญิงสาว ปลายหัวบานสีเข้มมีน้ำหล่อลื่นสีใสซึมออกมาจนมันวาว บ่งบอกว่าน้องชายพร้อมรบสุด ๆ ในตอนนี้และรอต่อไปไม่ได้แล้ว ช่างหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อลดความตื่นเต้น แล้วก้าวเท้าเข้าไปประชิดเตียง โน้มตัวลงคร่อมร่างของหญิงสาวไว้ท่ามกลางความสลัว โดยที่หญิงสาวซึ่งยังหลับตาปี๋ด้วยความอายยังคงไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยว่ากำลังจะเจอกับเครื่อง
ความเงียบเชียบในห้องทำงานชั้นยี่สิบห้าถูกทำลายลงด้วยเสียงลมหายใจที่หอบกระชั้น ร่างบางของสายธารถูกดันจนแผ่นหลังเนียนกระแทกเข้ากับขอบโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งอย่างจัง เอกสารบางส่วนที่เคยวางเรียงรายกระจัดกระจายร่วงหล่นลงสู่พื้นราวกับใบไม้ร่วง แต่ในวินาทีนี้ ไม่มีใครสนใจความเสียหายของกระดาษพวกนั้นอีกต่อไป"ปล่อยนะตุลย์... เธอจะทำอะไรพี่เนี่ย! รู้ไหมว่าทำแบบนี้พี่สามารถฟ้องตำรวจจับเธอได้เลยนะ"สายธารพยายามเค้นเสียงดุเพื่อข่มลูกน้องหนุ่ม ทว่าน้ำเสียงของเธอกลับสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่ได้ สองมือเรียวสวยที่เพ้นท์เล็บสีแดงสดพยายามดันแผงอกแกร่งของชายหนุ่มให้ออกห่าง แต่มันกลับเหมือนการผลักกำแพงหินหนา ตุลย์ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำเขายังเบียดกายหนุ่มที่กำลังร้อนรุ่มเข้ามาจนตักและสะโพกของทั้งคู่บดเบียดกันผ่านเนื้อผ้า"ฟ้องเลยครับพี่สายธาร ฟ้องตอนนี้เลย..." ตุลย์กระซิบชิดใบหูของเจ้านายสาว สะท้อนลมหายใจร้อนผ่าวรดผิวเนื้อเนียนจนหญิงสาวเผลอขนลุกซู่ "แต่ก่อนจะฟ้อง ตำรวจคงอยากรู้ว่าทำไมเจ้านายคนสวยถึงยอมให้ลูกน้องกอดแน่นขนาดนี้โดยไม่ร้องให้ใครช่วยสักคำ""พี่ไม่ได้ยอม! อื้อออ..."คำประท้วงถูกกลืนหายเข้
ความเงียบเข้าปกคลุมสำนักงานชั้นที่ยี่สิบห้าในยามค่ำคืน มีเพียงแสงสว่างจากโคมไฟบนโต๊ะทำงานตัวหนึ่งที่ยังคงทำหน้าที่ของมัน ตุลย์ ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมคอออกสองเม็ดและถกแขนเสื้อขึ้นจนเห็นลำแขนที่มีเส้นเลือดปูดโปนตามประสาคนเข้ายิมสม่ำเสมอ เขากำลังจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยนัยน์ตาที่แดงก่ำจากการโหมงานหนักติดต่อกันหลายชั่วโมงกึก กึก กึกเสียงฝีเท้าจากรองเท้าส้นสูงแบรนด์เนมราคาแพงดังมาจากทางเดินที่มืดมิด ตุลย์รู้ได้ทันทีว่านั่นคือเสียงของมัจจุราชในร่างนางฟ้า... สายธาร เจ้านายสาววัยสามสิบแปดผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเผด็จการและอารมณ์ที่แปรปรวนยิ่งกว่าพายุเสียอีกประตูห้องทำงานของเขาถูกผลักออกอย่างแรงโดยไม่ได้รับอนุญาต สายธารเดินนวยนาดเข้ามาในชุดเดรสสีแชมเปญรัดรูปที่สั้นเหนือเข่าขึ้นมาหลายนิ้ว ผ้าเนื้อบางนั้นเน้นส่วนโค้งเว้าของสะโพกผายและทรวงอกอวบที่ดันออกมาจนดูเหมือนจะทะลักออกจากคอเสื้อ ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นดีดูดุร้ายและชวนมองในเวลาเดียวกัน"ตุลย์! ทำไมงานวิจัยตลาดของลูกค้ากลุ่ม A ยังไม่ส่งเข้าอีเมลพี่? พี่บอกเธอแล้วใช่ไหมว่าต้องได้ก่อนสี่ทุ่ม!"
แสงแดดยามบ่ายอันอบอ้าวของวันต่อมาสาดส่องผ่านบานกระจกใสรอบห้องนั่งเล่น บรรยากาศในบ้านเงียบสงัดทว่ากลับอบอวลไปด้วยมวลความต้องการที่ซ่อนเร้น หลังจากผ่านพ้นค่ำคืนอันเร่าร้อนในห้องมืดมาได้ ร่างกายของฉัน ‘แอน’ ก็ดูเหมือนจะตื่นตัวและรุ่มร้อนอยู่ตลอดเวลา ทุกสัมผัสของศรัณย์ยังคงฝังลึกอยู่ในมโนสำนึกจนฉุดรั้ง
เขาพูดเสียงกระเส่าพลางส่งมือหนาลงไปลูบไล้หน้าท้องเนียนแผ่วเบา ก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนต่ำลงไปยังเนินเนื้อโหนกนูนกึ่งกลางกายสาวที่บัดนี้เริ่มมีหยาดน้ำหวานใสหลั่งไหลออกมาต้อนรับการมาเยือนของเขาเพียงแค่นิ้วแกร่งสัมผัสถูกจุดอ่อนไหวแผ่วเบา ร่างกายของฉันก็กระตุกวูบ ความเสียวสะท้านแล่นริ้วขึ้นมาจนต้องจิกเล็บล
ความร้อนผ่าวจากบทเรียนแรกในห้องแต่งตัวเมื่อตอนหัวค่ำยังไม่ทันจางหายไปจากผิวเนื้อ ซ้ำร้ายบรรยากาศภายนอกบ้านในช่วงดึกยังแปรเปลี่ยนเป็นปั่นป่วน เสียงสายลมกรรโชกแรงพัดเอาใบไม้ในสวนปลิวว่อน ก่อนที่เมฆฝนก้อนใหญ่จะเคลื่อนตัวเข้าปกคลุมจนท้องฟ้ามืดสนิท พายุฤดูร้อนกำลังตั้งเค้า และมันมาพร้อมกับสายฝนชุดแรกที
และแล้ว วินาทีที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่างก็มาถึง... ฉันแสร้งทำเป็นเอื้อมมือไปหยิบโลชั่นบำรุงผิวที่วางอยู่บนชั้นวางของสูง ทว่าในจังหวะที่ยกแขนขึ้น ปมผ้าขนหนูที่พันรอบอกไว้หลวม ๆ ก็คลายตัวออกอย่างพอดิบพอดี‘ฟึ่บ...’ผ้าขนหนูผืนสีขาวร่วงหล่นลงไปกองกับพื้นห้องแต่งตัวอย่างนุ่มนวล เผยให้เห็นเรือนร่างเป