Masukไกรสรเดินออกมาจากห้องใต้ดินอย่างเชื่องช้า สายตาของเขาเย็นชาจนลูกน้องทุกคนไม่กล้าสบตา ตอนนี้ความรู้สึกของเขาเต็มไปด้วยความแค้น
เขาเกลียดตัวเองที่ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ เกลียดเสือที่ยังคงยึดติดอยู่กับอดีต และเกลียดความอ่อนแอของตัวเองที่ไม่สามารถปกป้องคนที่รักได้ "เตรียมรถ" ไกรสรสั่งเสียงเรียบ "ฉันจะไปโรงพยาบาล" ลูกน้องรีบจัดเตรียมรถให้ทันที ไกรสรเดินขึ้นรถด้วยท่าทางที่สงบ แต่ภายในใจของเขาเดือดปุดๆ เขากำหมัดแน่น พยายามระงับความโกรธที่กำลังจะปะทุออกมา ที่โรงพยาบาล ปาริชาตินอนหลับอย่างสงบอยู่บนเตียง เธอถูกย้ายมาอยู่ห้องพักฟื้นพิเศษ ไกรสรเดินเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชียบ เขานั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง แล้วมองดูเธอด้วยสายตาที่อ่อนโยน เมื่อครู่ความโหดเหี้ยมที่เขามีต่อเสือได้หายไปหมดแล้ว ตอนนี้ในใจของเขาเหลือเพียงความห่วงใยและความรักที่เขามีต่อเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่นอนอยู่ตรงหน้า มือของไกรสรค่อยๆ เลื่อนไปกุมมือของปาริชาติไว้ เขาบีบมือเธอเบาๆ แล้วพูดเสียงแผ่วเบา "ปาริชาติ...ฉันขอโทษ...ฉันผิดเองที่ปล่อยให้เธอต้องมาเจ็บตัวแบบนี้"เสียงพึมพำในลำคอแต่ยังคงดังก้องในโสตประสาทของปาริชาติแม้เธอจะหลับไหลภาพตัดไปตั้งแต่เมื่อไหร่เธอก็จำความไม่ได้แต่สิ่งที่ทำให้เธอตื่นจากภวังค์คือเสียงพึมพำของเศรษฐีไกรสร ปาริชาติที่รู้สึกตัวขึ้นเพราะแรงบีบมือเบาๆ ของไกรสร เธอลืมตาขึ้นช้าๆ แล้วมองหน้าเขาด้วยรอยยิ้มที่อ่อนแรง "ท่านเศรษฐี...หนูไม่เป็นอะไรค่ะ...หนูดีใจที่ได้ปกป้องท่าน" "เธอฟื้นแล้ว อย่าพูดแบบนั้น" ไกรสรพูดเสียงสั่น "ถ้าเธอเป็นอะไรขึ้นมาฉันก็ต้องอยู่คนเดียวน่ะสิฉันเคยบอกเธอแล้วใช่ไหมอย่าคิดจะจะเอาตัวเองมาเป็นโล่กำบังภัยใด ๆ เป็นอันขาดให้กับฉันทำไมถึงไม่ฟัง" เศรษฐีไกรสรพ่นคำพูดมากมายออกมามันแฝงไปด้วยความเป็นห่วงเกินจะบรรยายออกมาเป็นคำพูด "ท่านเศรษฐีแข็งแกร่ง...ท่านไม่เป็นอะไรหรอกค่ะปาริชาติขอโทษนะคะที่ขัดคำสั่งเธอทำสีหน้าเสื่อมลงเล็กน้อยแต่ไม่ได้แปลว่าเธอจะทำตามทั้งหมดที่เศรษฐีบอกสักหน่อย" ปาริชาติพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงใจ "หนูรู้ว่าท่านเป็นคนดี...ท่านต้องได้เจอแต่สิ่งดีๆ" ไกรสรน้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง เขาก้มลงจูบที่หน้าผากของปาริชาติอีกครั้ง ก่อนจะกอดเธอไว้แน่น "ต่อไปนี้...ฉันจะไม่มีวันยอมให้ใครมาทำร้ายเธอได้อีกแล้ว...ฉันสัญญา" ปาริชาติกอดตอบไกรสรอย่างอบอุ่น เธอซบหน้าลงบนแผ่นอกของเขาแล้วหลับตาลงอย่างมีความสุข "หนูเชื่อค่ะ...ท่านเศรษฐี" เรื่องราวของไกรสรและปาริชาติคงจะดำเนินต่อไปเรื่อยๆ แต่ในคืนนี้ ความสัมพันธ์ของพวกเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว ไกรสรไม่ได้มองปาริชาติเป็นเพียงแค่เด็กสาวในบ้านอีกต่อไป แต่เธอคือคนสำคัญที่สุดที่เขาจะยอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้อง ส่วนปาริชาติ เธอได้มอบหัวใจของเธอให้แก่ชายที่เธอรักหมดทั้งใจแล้ว และเธอก็พร้อมที่จะทำทุกอย่าเพื่อเขาเช่นกัน ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งของไกรสรอีกแล้ว เสียงปืนนัดเดียวทำให้ทุกคนในบ้านได้ประจักษ์ถึงความเด็ดขาดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเศรษฐีผู้ใจดี ตอนนี้เขาไม่ใช่ไกรสรคนเดิมที่เคยมีเพื่อนเป็นเสือ เขาคือพญาเสือตัวจริงที่พร้อมจะขย้ำศัตรูที่กล้าเข้ามาทำร้ายคนที่เขารัก ทุกคนต่างก้มหน้านิ่ง ไม่มีใครกล้าเงยหน้าขึ้นมองแม้แต่คนเดียว หลังจากจัดการเรื่องทุกอย่างเรียบร้อย ไกรสรก็กลับไปที่โรงพยาบาลทันที เขาเดินเข้าไปในห้องพักฟื้นของปาริชาติอีกครั้ง ในมือของเขาถือนมและขนมที่เด็กสาวชอบ เขาตั้งใจจะอยู่เฝ้าเธอทั้งคืนเพื่อเป็นการไถ่โทษที่ปล่อยให้เธอต้องมาเจ็บตัวแบบนี้ ในห้องพักฟื้น ปาริชาตินอนหลับอย่างสงบ ใบหน้าของเธอซีดเซียวแต่ก็ดูสดใส ไกรสรนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงแล้วมองดูเธอด้วยสายตาที่อ่อนโยน เขากุมมือเธอไว้แล้วพูดเบาๆ “หลับให้สบายนะปาริชาติ…ไม่ต้องเป็นห่วงอะไรแล้ว”ไกรสรยอมไปเฝ้าปาริชาติที่โรงพยาบาลทุกวัน ในทุกเช้าเขาจะสั่งคนคอยเฝ้าหน้าประตูไม่ต่ำกว่าสองคนห้องพิเศษนี้ทั้งชั้นมีเพียงปาริชาติหน้าประตูสองคนทางเข้าประตูชั้นอีกสามคน กว่าจะฝ่าด่านมาถึงได้คนที่มาก็คงจะเป็นมดเพราะเศรษฐีไกรสรสั่งมือดีให้เฝ้าไข้ขณะที่เขาเข้าโรงเลื่อยในช่วงเวลาเช้าและเขาจะเลิกงานก่อนเวลาเสมอ ตั้งแต่ปาริชาติเข้าโรงพยาบาลทั้งคนที่อยู่ในคฤหาสน์และโรงเลื่อยเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของทั้งสองคนที่เริ่มเพิ่มพูนเติบโตขึ้นทุกวัน ขณะที่เศรษฐีไกรสรกำลังนั่งปอกผลไม้ให้กับปาริชาติเขารอให้เธอตื่นขึ้นเพื่อได้ทานอะไรบ้างและจู่ๆ ปาริชาติก็ลืมตาขึ้น เธอยิ้มให้ไกรสรแล้วพูดเสียงแผ่วเบา “ท่านเศรษฐี…หนู…หนูฝันถึงพ่อกับแม่”เธออธิบายความฝันพร้อมกับส่งยิ้ม ไกรสรตกใจเล็กน้อย “เธอฝันถึงอะไร” "พ่อแม่บอกว่าถ้าปาริชาติอยากไปอยู่กับท่านสองคนปาริชาติก็ไปได้นะพ่อกับแม่บอกแบบนี้เพราะท่านกำลังจะไปแล้ว" ปาริชาติเธอยิ้มไม่เข้าใจความหมายแต่คนที่ได้ฟังกับหัวใจอ่อนยวบ "แล้วเธอบอกพ่อกับแม่ไปว่ายังไง" เศรษฐีไกรสรหลอกถามความจริงแม้จะเป็นเพียงความเชื่อแต่เขาก็ไม่อยากจะสูญเสียปาริชาติไป "ปาริชาติบอกว่า ตอนนี้ปาริชาติไปหาพ่อกับแม่ไม่ได้ เพราะท่านเศรษฐีไม่มีเพื่อน ปาริชาติจะต้องอยู่ตอบแทนท่านเศรษฐีก่อน" นั่นเป็นคำตอบจากปากของปาริชาติ เศรษฐีไกรษรถึงกับนั่งยิ้มขณะที่ปอกผลไม้อย่างน้อยทุกลมหายใจของปาริชาติก็เป็นเขา "ดีแล้วที่บอกพ่อกับแม่แบบนั้น ท่านทั้งสองจะได้ไปเกิดไปเป็นเทวดาบนสวรรค์มองเธอลงมานะ" เศรษฐีไกรสรบอกกับปาริชาติด้วยความอ่อนโยน "จ๊ะ.. ท่านเศรษฐีเหนื่อยไหมจ๊ะ ที่จะต้องมาเฝ้าปาริชาติทุกวันเลย" ปาริชาติหันมาถามขณะที่เห็นว่าเศรษฐีไกรสรกำลังปลอกผลไม้ให้กับเธอ "ไม่เหนื่อยหรอก แล้วเธอล่ะหายเจ็บแผลหรือยัง" เศรษฐีไกรสรที่ปอกแอปเปิ้ลเสร็จก็วางแอปเปิ้ลหั่นเป็นชิ้นพอดีคำบนถาดแล้วเลื่อนไปวางตรงหน้าของปาริชาติปรับเอนเตียงเล็กน้อยเพื่อให้ปาริชาตินั่งได้ถนัดขึ้น "ไม่เจ็บแผลแล้วจ้ะ อยากกลับบ้านอยากกลับไปเรียนคิดถึงยายปาล์มแล้ว" ปาริชาติเริ่มบ่นอุปอิฐเพราะไม่ได้ไปโรงเรียนเกือบ 2-3 วันตั้งแต่เกิดเรื่อง "ให้แผลหายดีก่อน แล้วฉันจะให้ไปโรงเรียนนะตอนนี้กินผลไม้ก่อน" เศรษฐีไกรสรบอกให้เด็กหญิงปาริชาติกินผลไม้ที่เขาตั้งใจปอกให้ ไอ้เข้มที่เห็นทุกอย่างผ่านรูประตูก็ถึงกับอดขำไม่ได้ที่เจ้านายของเขาเปลี่ยนไปขนาดนี้ผลไม้แม้จะปอกบูดเบี้ยวขนาดไหนก็ยังตั้งใจปอกให้กับปาริชาติได้กิน ซึ่งปกติเขาไม่เคยต้องมานั่งทำอะไรแบบนี้เผลอๆอาจจะเรียกให้ป้าแม่บ้านอย่างป้าหน่อยมาเฝ้าไข้ปาริชาติแทนก็ได้แต่เขากลับไม่ยอมเขาทำเองทุกอย่างทุกเรื่องที่เกี่ยวกับปาริชาติ.......ขณะนั้นเขาอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยนุ่งผ้าขนหนูเพียงผืนเดียวแล้วเดินออกมาจากห้องน้ำ ในขณะที่เขาถือผ้าเช็ดตัวผืนเล็กสีขาวเช็ดปรอยผมที่เปียกหมาด ๆ ปาริชาติเธอที่เห็นว่าท่านเศรษฐีไกรสรของเธอเดินออกมาด้วยผ้าผืนเดียวเธอก็กลับรู้สึกชินชาไปซะแล้วเพราะเธอเห็นภาพนี้ทุกเช้า ถ้าเป็นสาว ๆคนอื่นคงรอบกลืนน้ำลายไม่รู้กี่รอบ มีแต่คนอยากได้เศรษฐีไกรสรเป็นผัวจนตัวสั่น ซึ่งปาริชาติเองก็รู้ดีเธอก็ภูมิอกภูมิใจเหลือเกินที่ท่านเศรษฐีไกรสรของเธอหล่อจนสาวๆ พากันแทบละลายทั้งจังหวัดระยองท่านเป็นคนดังและทรงอิทธิพล"แล้วทำไมยังไม่ไปอาบน้ำอีกล่ะ เดี๋ยวก็สายหรอก" เศรษฐีไกรสรที่เห็นปาริชาติใส่เสื้อสายเดี่ยวผ้าถุงผืนเล็กสั้น ๆ พับขึ้นเหนือเข่าเธอแต่งตัวไม่เหมือนเด็กทั่วไป คงเป็นเพราะความเคยชิน ทุกครั้งที่เธออยู่บ้านเธอก็มักจะแต่งตัวแบบนี้ โดยให้เหตุผลแค่ว่า เธอสะดวกสบายในการทำงานบ้านแม้ว่าเศรษฐีไกรสรจะสั่งห้ามแต่ก็คงขัดใจปาริชาติไม่ได้ เขาจึงออกคำสั่งเดียวที่ให้ปาริชาติทำคือจัดการเรื่องอาหารการกินและการดูแลเขาเท่านั้น"ให้ปาริชาติช่วยเช็ดผมให้ท่านเศรษฐีไหมจ๊ะ จะได้แห้งไว ๆ " ปาริชาติที่พูดจบก็พุ่งกระโจรปีนขึ้นไปบนที่
ในที่สุดวันที่จะออกจากโรงพยาบาลก็มาถึง ไกรสรจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดเขาดูแลปาริชาติเป็นอย่างดีเขาแทบจะไม่กระดิกกายห่างจากปาริชาติเลย เกิดเรื่องกับเขาและปาริชาติหลายครั้งหลายคราวแต่กลับกลายเป็นว่าปาริชาติคือคนที่จะต้องรับความซวยแทนเขาตลอดเขาพาเธอกลับบ้านด้วยรถเบนซ์คันหรูของเขาเอง ปาริชาตินั่งอยู่ข้าง ๆ เขา ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสุขและรอยยิ้มที่สดใสเมื่อมาถึงบ้าน ป้าหน่อย แม่บ้าน และคนอื่น ๆ ต่างมายืนต้อนรับกันอย่างอบอุ่น ป้าหน่อยโผเข้ากอดปาริชาติด้วยความรัก “คุณหนูปลอดภัยดีนะลูก ป้าเป็นห่วงแทบแย่”“ป้าหน่อย...หนูคิดถึงป้ามากเลยค่ะ” ปาริชาติกอดตอบป้าหน่อยแน่น เธอดีใจที่ได้กลับมาบ้านอีกครั้งไกรสรยืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มมุมปาก เขาเดินเข้าไปในบ้านก่อน แล้วหันไปพูดกับป้าหน่อย “ป้าหน่อยครับ วันนี้ป้าช่วยทำแกงจืดไข่น้ำให้ปาริชาติหน่อยนะครับ”“ได้เลยค่ะท่านเศรษฐี” ป้าหน่อยรับคำด้วยความเต็มใจ“เดี๋ยวผมจะไปส่งปาริชาติที่ห้องนะครับ” ไกรสรพูดแล้วเดินนำปาริชาติขึ้นไปบนห้องนอนของเธอเมื่อเข้าไปในห้องนอนของปาริชาติ ไกรสรก็มองไปรอบ ๆ ห้อง “มีอะไรที่เธออยากได้เพิ่มอีกหรือเปล่า”“ไม่ค่ะท่
ไกรสรเดินออกมาจากห้องใต้ดินอย่างเชื่องช้า สายตาของเขาเย็นชาจนลูกน้องทุกคนไม่กล้าสบตา ตอนนี้ความรู้สึกของเขาเต็มไปด้วยความแค้น เขาเกลียดตัวเองที่ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ เกลียดเสือที่ยังคงยึดติดอยู่กับอดีต และเกลียดความอ่อนแอของตัวเองที่ไม่สามารถปกป้องคนที่รักได้"เตรียมรถ" ไกรสรสั่งเสียงเรียบ "ฉันจะไปโรงพยาบาล"ลูกน้องรีบจัดเตรียมรถให้ทันที ไกรสรเดินขึ้นรถด้วยท่าทางที่สงบ แต่ภายในใจของเขาเดือดปุดๆ เขากำหมัดแน่น พยายามระงับความโกรธที่กำลังจะปะทุออกมาที่โรงพยาบาล ปาริชาตินอนหลับอย่างสงบอยู่บนเตียง เธอถูกย้ายมาอยู่ห้องพักฟื้นพิเศษ ไกรสรเดินเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชียบ เขานั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงแล้วมองดูเธอด้วยสายตาที่อ่อนโยน เมื่อครู่ความโหดเหี้ยมที่เขามีต่อเสือได้หายไปหมดแล้ว ตอนนี้ในใจของเขาเหลือเพียงความห่วงใยและความรักที่เขามีต่อเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่นอนอยู่ตรงหน้ามือของไกรสรค่อยๆ เลื่อนไปกุมมือของปาริชาติไว้ เขาบีบมือเธอเบาๆ แล้วพูดเสียงแผ่วเบา "ปาริชาติ...ฉันขอโทษ...ฉันผิดเองที่ปล่อยให้เธอต้องมาเจ็บตัวแบบนี้"เสียงพึมพำในลำคอแต่ยังคงดังก้องในโสตประสาทของปาริชาติแม้เธอจะหลั
คมมีดที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วไม่ได้แทงเข้าที่ไกรสร แต่กลับเป็นร่างเล็กของปาริชาติที่ยืนอยู่ข้างหน้าเขาที่รับคมมีดนั้นไว้เต็มตัว"ปาริชาติ!" ไกรสรตะโกนสุดเสียง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจและสับสน เขาไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นจริงๆ ปาริชาติตัวแข็งทื่อ เลือดสีแดงสดค่อยๆ ซึมออกมาจากบาดแผลบนแผ่นหลังเล็กๆ ของเธอ เสือเองก็ชะงักไปเช่นกัน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ เขาไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องเป็นเช่นนี้"หนู...หนูปกป้องท่านเศรษฐีได้แล้ว..." ปาริชาติกระซิบเสียงแผ่วเบา เธอยิ้มให้ไกรสรทั้งน้ำตา ก่อนที่ร่างเล็กๆ ของเธอจะค่อยๆ ทรุดลงในอ้อมแขนของเขาไกรสรรับร่างของปาริชาติไว้ เขากอดเธอแน่นราวกับจะหลอมรวมเธอเป็นหนึ่งเดียวกับเขา เขาพยายามจะเรียกสติของเธอ แต่ปาริชาติก็ไม่ตอบสนองแล้ว"ปาริชาติ! ได้ยินฉันไหม! ปาริชาติ!" ไกรสรตะโกนอย่างบ้าคลั่ง เขย่าร่างเล็กๆ ในอ้อมแขนเบาๆ แต่เธอก็ยังคงแน่นิ่งเสือที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เขาไม่คิดว่าเมริสาจะลงมาขวางเขาในครั้งนั้น และไม่คิดว่าในครั้งนี้จะเป็นปาริชาติจะมาขวางเขาในวันนี้เช่นกัน ทุกอย่างย้อนกลับไปในคืนนั้นอีกครั้ง คืนที่เขาต้อง
ไกรสรนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานของเขา มองดูแผ่นหลังเล็กๆ ของปาริชาติที่กำลังจดจ่ออยู่กับหนังสือภาพเล่มหนา เขาไม่อยากจะให้เธอต้องมาเจอกับเรื่องวุ่นวายที่เขาก่อขึ้นในอดีตอีกแล้ว แต่เขาก็ไม่อาจจะควบคุมได้ เมื่อคนบางคนเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่ในความแค้น ไม่ยอมปล่อยวางเขาตัดสินใจเดินเข้าไปหาปาริชาติและนั่งลงข้างๆ เธอ ปาริชาติเงยหน้าขึ้นมามองเขาแล้วยิ้มกว้าง "ท่านเศรษฐีคะ ท่านเศรษฐีจะมาอ่านหนังสือกับหนูเหรอคะ"เปล่าหรอก" ไกรสรพูดด้วยเสียงที่อ่อนโยน "ฉันแค่อยากจะมานั่งอยู่ข้างๆ เธอ"ปาริชาติวางหนังสือลงบนตัก แล้วหันมามองเขาด้วยสายตาที่สงสัย "ท่านเศรษฐีมีเรื่องไม่สบายใจหรือเปล่าคะ"ปาริชาติเธอลุกขึ้นยืนแล้วนั่งไปบนตักของเศรษฐีไกรสรอย่างคุ้นชินแล้วใช้สองมือเล็กๆคล้องคอของเศรษฐีไกรษรเธอจุ๊บลงบนแก้มสากๆของเขาไปมาซ้ายขวาสลับกันเพราะเธอคิดว่าเศรษฐีน่าจะอารมณ์ดีขึ้นไกรสรที่โดนทำแบบนี้เป็นประจำเขาก็คุ้นชินกับการที่โดนยัยหนูปาริชาติหอมแก้มเขาทั้งก่อนนอนไปโรงเรียนก็เป็นแบบนี้จนทุกคนในบ้านพากันชินตากับภาพที่เห็นยกเว้นนางน้ำตาลเห็นทีไรก็ปรี๊ดแตกต้องไประบายอารมณ์กับห้องครัวหลังคฤหาสน์เป็นประจำจนทุกคนหัวเราะมันว
"ผู้กำกับฯ ครับ...""ผู้กำกับฯ ครับ..." สารวัตรดอนพูดด้วยเสียงสั่นเครือ "ผม...""ไปได้แล้ว สารวัตรดอน" ผู้กำกับฯ พูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "ไปคิดทบทวนสิ่งที่ตัวเองทำลงไปให้ดี"สารวัตรดอนได้แต่ก้มหน้ารับคำสั่ง เขาเดินออกจากห้องของผู้กำกับฯ ด้วยความรู้สึกที่พังทลาย เขาเคยคิดว่าการล้มเศรษฐีไกรสรจะทำให้เขาเป็นที่ยอมรับและมีชื่อเสียง แต่ตอนนี้เขากลับกลายเป็นคนที่ไม่มีอนาคต เขาได้แต่โทษตัวเองที่ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจที่คฤหาสน์ของไกรสร บรรยากาศกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ปาริชาติที่หลับไปแล้วในอ้อมแขนของไกรสร ได้รับการประคบประหงมอย่างดีจากเขา เขานำเธอขึ้นไปนอนบนเตียง แล้วจัดหมอนและผ้าห่มให้เธออย่างเบามือ ไกรสรนั่งลงข้างเตียง มองดูใบหน้าใสซื่อของเด็กหญิงที่กำลังหลับใหล"หนูไม่ควรต้องมาเจอเรื่องแบบนี้เลย" เขาพึมพำกับตัวเอง เขารู้สึกผิดที่ทำให้เธอต้องมาเผชิญหน้ากับความอันตราย เขาไม่เคยคิดว่าความบาดหมางในอดีตของเขาจะส่งผลกระทบต่อคนที่เขารักและห่วงใย ตอนนี้ปาริชาติเปรียบเสมือนลมหายใจและดวงใจของเขาเขาไม่สามารถขาดทั้งลมหายใจและดวงใจได้ เขาเห็นทุกการกระทำของปาริชาติตั้งแต่เรื่องที่เธอใช้ตัวกระโดดบังคนร้า







