مشاركة

ความเป็นห่วง

last update آخر تحديث: 2026-01-10 14:40:37

"ผู้กำกับฯ ครับ..."

"ผู้กำกับฯ ครับ..." สารวัตรดอนพูดด้วยเสียงสั่นเครือ "ผม..."

"ไปได้แล้ว สารวัตรดอน" ผู้กำกับฯ พูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "ไปคิดทบทวนสิ่งที่ตัวเองทำลงไปให้ดี"

สารวัตรดอนได้แต่ก้มหน้ารับคำสั่ง เขาเดินออกจากห้องของผู้กำกับฯ ด้วยความรู้สึกที่พังทลาย เขาเคยคิดว่าการล้มเศรษฐีไกรสรจะทำให้เขาเป็นที่ยอมรับและมีชื่อเสียง แต่ตอนนี้เขากลับกลายเป็นคนที่ไม่มีอนาคต เขาได้แต่โทษตัวเองที่ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ

ที่คฤหาสน์ของไกรสร บรรยากาศกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ปาริชาติที่หลับไปแล้วในอ้อมแขนของไกรสร ได้รับการประคบประหงมอย่างดีจากเขา เขานำเธอขึ้นไปนอนบนเตียง แล้วจัดหมอนและผ้าห่มให้เธออย่างเบามือ ไกรสรนั่งลงข้างเตียง มองดูใบหน้าใสซื่อของเด็กหญิงที่กำลังหลับใหล

"หนูไม่ควรต้องมาเจอเรื่องแบบนี้เลย" เขาพึมพำกับตัวเอง เขารู้สึกผิดที่ทำให้เธอต้องมาเผชิญหน้ากับความอันตราย เขาไม่เคยคิดว่าความบาดหมางในอดีตของเขาจะส่งผลกระทบต่อคนที่เขารักและห่วงใย ตอนนี้ปาริชาติเปรียบเสมือนลมหายใจและดวงใจของเขา

เขาไม่สามารถขาดทั้งลมหายใจและดวงใจได้ เขาเห็นทุกการกระทำของปาริชาติตั้งแต่เรื่องที่เธอใช้ตัวกระโดดบังคนร้าย และแม้กระทั่งตำรวจพยายามนำตัวเขาออกจากคฤหาสน์ แต่ปาริชาติเลือกที่จะยืนกอดเอวของเขาไว้แน่น ไม่แม้แต่จะก้าวขาเล็กๆ ไปหาเข้มตามคำสั่งของเขา

คืนนี้เขาพาปาริชาติเข้านอนเหมือนทุกวัน และเขาก็ได้ปีนป่ายขึ้นไปนอนบนเตียงกว้างกับปาริชาติ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของปาริชาติทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย

ในขณะนั้นเขารู้สึกว่าปาริชาติทำให้เขาหลับสนิทในรอบหลายปี ณ ปัจจุบันนี้เขาอายุ 32 ปี ส่วนปาริชาติอายุ 12 ปี แต่เขารู้สึกแค่ว่าอยากจะดูแลปกป้องเด็กคนนี้ให้มีความสุขที่สุด

ในห้วงเวลานี้ เขาไม่มีความคิดเกินเลยกับปาริชาติเลย แต่ใครจะรู้อนาคตข้างหน้าว่าสถานะของปาริชาติอาจจะเปลี่ยนเป็นว่าที่นายหญิงก็เป็นได้

"ท่านเศรษฐีจ๊ะ ท่านเศรษฐีเจ็บตรงไหนหรือเปล่า" ขณะที่เศรษฐีไกรสรกำลังปีนขึ้นมาบนเตียงเพื่อจะกอดปาริชาติให้หลับ เธอก็ยิงคำถามขึ้นมาท่ามกลางแสงไฟสลัวที่หัวเตียง

"ทำไม ฉันทำให้เธอเป็นห่วงอีกแล้วเหรอ" เศรษฐีไกรสรกระซิบถาม

"เป็นห่วงมากจ้ะ ปาริชาติเป็นห่วงท่านเศรษฐี แล้วก็รักท่านเศรษฐีที่สุดในโลกเลย"

ปาริชาติพูดจบก็กระชับอ้อมกอดเล็กๆ ของเธอเข้ากับร่างหนาเหมือนกลัวว่าเศรษฐีไกรสรจะหายไปจากตรงนี้ เธอที่สูญเสียพ่อและแม่และไม่ได้รับความรักจากใครเป็นเวลานาน ตลอดหนึ่งปีนอกจากป้าแม้นที่ก็ไม่ค่อยมีเงินเลี้ยงดูเธอตามมีตามเกิดให้อยู่ในโรงเลื่อย

"ขอบใจมากที่เป็นห่วงฉัน แต่อย่าทำอะไรเพื่อฉันหรือต้องเสี่ยงเพื่อฉันอีก นี่เป็นคำสั่ง เข้าใจหรือเปล่า" เศรษฐีไกรสรไม่รู้หรอกว่าเด็กสาวอายุสิบสอง จะเข้าใจในสิ่งที่เขาพยายามสื่อสารในขณะนั้นหรือไม่

แต่นั่นมันก็เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เขารู้ว่าอยากให้เธอเข้าใจว่าเขาพยายามปกป้องเธอทุกวิถีทาง คนทั้งสองที่พากันพูดคุยแลกเปลี่ยนเหมือนเป็นเพื่อนต่างวัยก็พากันผล็อยหลับไปในที่สุด จวบจนเวลาเช้ามาถึง

ในตอนเช้า ไกรสรตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่สดชื่น เขาเดินลงมาที่ห้องอาหาร พบว่าปาริชาติกำลังนั่งรอทานอาคารเช้าอยู่กับป้าหน่อยแม่บ้านอาวุโสประจำบ้าน

"อรุณสวัสดิ์ค่ะท่านเศรษฐี" ปาริชาติทักทายด้วยรอยยิ้มสดใสราวกับเมื่อคืนไม่มีอะไรเกิดขึ้น "มาทานข้าวกันเถอะค่ะ"

ไกรสรยิ้มบางๆ เขาเดินไปนั่งลงข้างปาริชาติ แล้วเริ่มกินอาหารเช้าอย่างเงียบๆ เขารู้สึกประหลาดใจกับความเข้มแข็งของเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่สามารถลืมเรื่องร้ายๆ ได้อย่างรวดเร็วและกลับมาเป็นปาริชาติคนเดิม

หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จ ไกรสรก็เดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานในห้องสมุด ปาริชาติเดินตามเข้ามาหาเขาพร้อมหนังสือในมือ

"ท่านเศรษฐี..." เธอเอ่ย "วันนี้มีนิทานเรื่องใหม่มาเล่าให้ฟังด้วยนะคะ"

ไกรสรยิ้ม "เอาสิ"

ปาริชาติเริ่มเล่านิทานเรื่อง "ราชินีผู้เข้มแข็ง" ซึ่งเป็นเรื่องราวของราชินีที่ต้องปกป้องอาณาจักรจากศัตรูที่มาคุกคาม ถึงแม้จะหวาดกลัวแต่เธอก็สามารถเอาชนะศัตรูได้ด้วยความกล้าหาญและสติปัญญา

ไกรสรนั่งฟังอย่างตั้งใจ เขารู้สึกว่านิทานเรื่องนี้เหมือนกำลังพูดถึงตัวเขาเอง การที่เขาต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่คอยจ้องจะทำร้ายเขา แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ต้องดูแลและปกป้องคนที่เขารัก นั่นก็คือปาริชาตินั่นเอง

เมื่อเล่านิทานจบ ปาริชาติเงยหน้าขึ้นมามองไกรสร "ท่านเศรษฐีคะ" เธอเอ่ย "หนูว่าท่านเศรษฐีเหมือนราชินีในนิทานเลยค่ะ"

ไกรสรหัวเราะเบาๆ "ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ"

"ก็ท่านเศรษฐีปกป้องหนูจากคนไม่ดี" เธอตอบ "และท่านเศรษฐีก็เข้มแข็งมากเลยค่ะ"

คำพูดของปาริชาติทำให้ไกรสรยิ้มออกมาจากใจ เขาไม่เคยคิดว่าจะมีใครเข้าใจความรู้สึกของเขาได้มากขนาดนี้

ในตอนเย็น ไกรสรได้รับโทรศัพท์จากทนายศักดา "คุณไกรสรครับ" ทนายศักดาเอ่ย "ผมมีเรื่องด่วนจะเรียนให้ทราบครับ"

"ว่ามาสิ" ไกรสรตอบ "เกิดอะไรขึ้น"

"ทางกรมตำรวจมีคำสั่งให้สารวัตรดอนถูกพักงานและให้ไปบำเพ็ญประโยชน์สามเดือนครับ" ทนายศักดาแจ้งข่าว "และเรื่องคดีของคุณไกรสร... ได้ถูกยกฟ้องแล้วครับ"

ไกรสรยิ้มอย่างพอใจ "ดีมาก"

"แต่..." ทนายศักดาพูดต่อ "ผมรู้สึกว่าเรื่องนี้ยังไม่จบครับ"

"ทำไมถึงคิดแบบนั้น"

"เพราะว่าผมยังหาตัวคนแจ้งความไม่ได้ครับ" ทนายศักดาอธิบาย "ถ้าเราหาตัวคนแจ้งความได้ ผมก็สามารถฟ้องกลับได้ครับ แต่ถ้าเราหาตัวคนแจ้งความไม่ได้ เรื่องนี้ก็อาจจะยังไม่จบ"

ไกรสรเงียบไปครู่หนึ่ง เขารู้ดีว่าคนที่แจ้งความคือพิมพ์ภัทรา แต่เขาก็ไม่อยากจะให้เรื่องมันบานปลายไปมากกว่านี้

"ไม่ต้องหรอกศักดา" เขาตอบ "ปล่อยให้เรื่องนี้มันจบไปเถอะ"

ทนายศักดาแปลกใจเล็กน้อย แต่เขาก็ทำตามคำสั่งของลูกความ "ครับ คุณไกรสร"

หลังจากวางสาย ไกรสรก็เดินเข้าไปในห้องสมุดอีกครั้ง เขามองดูปาริชาติที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟา เขารู้ดีว่าเขามีหน้าที่ที่จะต้องปกป้องเธอจากเรื่องร้ายๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตหรือเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคตก็ตาม...

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • จงอางหวงไข่(ดุตัวพ่อ)   ความน่ารักของปาริชาติ

    ไกรสรนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานของเขา มองดูแผ่นหลังเล็กๆ ของปาริชาติที่กำลังจดจ่ออยู่กับหนังสือภาพเล่มหนา เขาไม่อยากจะให้เธอต้องมาเจอกับเรื่องวุ่นวายที่เขาก่อขึ้นในอดีตอีกแล้ว แต่เขาก็ไม่อาจจะควบคุมได้ เมื่อคนบางคนเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่ในความแค้น ไม่ยอมปล่อยวางเขาตัดสินใจเดินเข้าไปหาปาริชาติและนั่งลงข้างๆ เธอ ปาริชาติเงยหน้าขึ้นมามองเขาแล้วยิ้มกว้าง "ท่านเศรษฐีคะ ท่านเศรษฐีจะมาอ่านหนังสือกับหนูเหรอคะ"เปล่าหรอก" ไกรสรพูดด้วยเสียงที่อ่อนโยน "ฉันแค่อยากจะมานั่งอยู่ข้างๆ เธอ"ปาริชาติวางหนังสือลงบนตัก แล้วหันมามองเขาด้วยสายตาที่สงสัย "ท่านเศรษฐีมีเรื่องไม่สบายใจหรือเปล่าคะ"ปาริชาติเธอลุกขึ้นยืนแล้วนั่งไปบนตักของเศรษฐีไกรสรอย่างคุ้นชินแล้วใช้สองมือเล็กๆคล้องคอของเศรษฐีไกรษรเธอจุ๊บลงบนแก้มสากๆของเขาไปมาซ้ายขวาสลับกันเพราะเธอคิดว่าเศรษฐีน่าจะอารมณ์ดีขึ้นไกรสรที่โดนทำแบบนี้เป็นประจำเขาก็คุ้นชินกับการที่โดนยัยหนูปาริชาติหอมแก้มเขาทั้งก่อนนอนไปโรงเรียนก็เป็นแบบนี้จนทุกคนในบ้านพากันชินตากับภาพที่เห็นยกเว้นนางน้ำตาลเห็นทีไรก็ปรี๊ดแตกต้องไประบายอารมณ์กับห้องครัวหลังคฤหาสน์เป็นประจำจนทุกคนหัวเราะมันว

  • จงอางหวงไข่(ดุตัวพ่อ)   ความเป็นห่วง

    "ผู้กำกับฯ ครับ...""ผู้กำกับฯ ครับ..." สารวัตรดอนพูดด้วยเสียงสั่นเครือ "ผม...""ไปได้แล้ว สารวัตรดอน" ผู้กำกับฯ พูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "ไปคิดทบทวนสิ่งที่ตัวเองทำลงไปให้ดี"สารวัตรดอนได้แต่ก้มหน้ารับคำสั่ง เขาเดินออกจากห้องของผู้กำกับฯ ด้วยความรู้สึกที่พังทลาย เขาเคยคิดว่าการล้มเศรษฐีไกรสรจะทำให้เขาเป็นที่ยอมรับและมีชื่อเสียง แต่ตอนนี้เขากลับกลายเป็นคนที่ไม่มีอนาคต เขาได้แต่โทษตัวเองที่ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจที่คฤหาสน์ของไกรสร บรรยากาศกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ปาริชาติที่หลับไปแล้วในอ้อมแขนของไกรสร ได้รับการประคบประหงมอย่างดีจากเขา เขานำเธอขึ้นไปนอนบนเตียง แล้วจัดหมอนและผ้าห่มให้เธออย่างเบามือ ไกรสรนั่งลงข้างเตียง มองดูใบหน้าใสซื่อของเด็กหญิงที่กำลังหลับใหล"หนูไม่ควรต้องมาเจอเรื่องแบบนี้เลย" เขาพึมพำกับตัวเอง เขารู้สึกผิดที่ทำให้เธอต้องมาเผชิญหน้ากับความอันตราย เขาไม่เคยคิดว่าความบาดหมางในอดีตของเขาจะส่งผลกระทบต่อคนที่เขารักและห่วงใย ตอนนี้ปาริชาติเปรียบเสมือนลมหายใจและดวงใจของเขาเขาไม่สามารถขาดทั้งลมหายใจและดวงใจได้ เขาเห็นทุกการกระทำของปาริชาติตั้งแต่เรื่องที่เธอใช้ตัวกระโดดบังคนร้า

  • จงอางหวงไข่(ดุตัวพ่อ)   สั่งสอนคนปากดี

    “ท่านผู้กำกับฯ” ทนายความของไกรสรเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความจริงจัง “การกระทำของสารวัตรดอนนี่ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ครับ”ผู้กำกับฯ หน้าถอดสี เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “คุณไกรสร... เรื่องนี้ผมต้องขอโทษด้วยจริง ๆ ครับ ผมไม่ทราบเรื่องนี้เลย” เขาหันไปตวาดใส่สารวัตรดอนอย่างเหลืออด “ไอ้ดอน! แกไปทำอะไรไว้ แกทำแบบนี้ได้ยังไง!”“คุณผู้กำกับฯ! ผมแค่ทำตามหน้าที่ ผมได้รับแจ้งว่าไกรสรมีไม้พยุงหมายและพรากผู้เยาว์!” สารวัตรดอนโต้เถียงอย่างร้อนรนไกรสรหัวเราะในลำคอ ไม้พยุงเหรอ? คุณสารวัตรเห็นมันแล้วหรือยัง” เขาชี้ไปที่เด็กหญิงปาริชาติที่ยังคงหลบอยู่หลังเขา “ส่วนพรากผู้เยาว์... ผมรับเธอมาอุปการะเลี้ยงดูเพราะเธอเป็นเด็กกำพร้า มีเอกสารรับรองถูกต้องทุกอย่าง แล้วที่สำคัญ...ใครเป็นคนแจ้งคุณว่าผมทำแบบนั้น”สารวัตรดอนหันไปมองพิมพ์ภัทราด้วยสายตาตำหนิ พิมพ์ภัทราหน้าซีดเผือด เธอรู้ดีว่าเธอเป็นคนให้ข้อมูล แต่เธอไม่ได้คิดว่าเรื่องจะบานปลายขนาดนี้“ไม่มีใครแจ้งหรอกครับ” ไกรสรพูดตัดบทพร้อมรอยยิ้มเย็นชา “คุณแค่ต้องการจัดการผม...เพราะคุณคิดว่าผมเป็นคนที่คุณจัดการได้ง่าย ๆ สินะ”“ค

  • จงอางหวงไข่(ดุตัวพ่อ)   อย่าแตะต้องคนของกู

    ภาพของเด็กหญิงที่กำลังถูกกระทำเหมือนกับถูกไฟช็อตเข้าที่กลางใจของไกรสร เขารู้สึกเหมือนมีคลื่นความโกรธแล่นผ่านทุกอณูของร่างกาย ความสุขุมที่เคยมีหายไปหมดสิ้น เขาก้าวเท้าออกไปอย่างรวดเร็ว​“ไอ้สารวัตรชั่ว!”​ไกรสรยกขาขึ้นเตะเข้าที่หน้าอกของสารวัตรดอนเต็มแรงจนเขาล้มลงไปกองกับพื้น ก่อนจะรีบคว้าตัวปาริชาติเข้ามาโอบกอดไว้ในอ้อมแขน​“ปาริชาติ ไม่เป็นไรแล้วนะ”​ไกรสรพูดด้วยเสียงสั่นเครือ เขาลูบหัวของปาริชาติที่ยังคงร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวอยู่ไม่ขาดปาก สายตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากความโกรธที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างที่ขวางทางให้มอดไหม้จนหมดสิ้น ไกรสรปล่อยออร่าสังหารออกมาจากร่างกาย เขาต้องการสังหารคนที่บังอาจแตะต้องเด็กน้อยคนนี้!ไกรสรกอดปาริชาติไว้แน่น เขาลูบผมเธอปลอบโยนความหวาดกลัวที่ยังคงเกาะกุมจิตใจของเด็กน้อยอยู่ น้ำเสียงที่เคยเกรี้ยวกราดเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยน “หนูปลอดภัยแล้ว ไม่ต้องกลัวนะ”สารวัตรดอนที่ถูกเตะกระเด็นไปกองกับพื้น ลุกขึ้นมาอย่างทุลักทุเล เขามองไกรสรด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้น “แก...ไอ้ไกรสร!”เขาเห็นไกรสรหันหลังให้ เขารู้ว่านี่เป็นโอกาสเดียวที่จะจัดการกั

  • จงอางหวงไข่(ดุตัวพ่อ)   สถานการณ์ที่ตึงเครียด

    "ไม่น่าเลยจริง ๆ” เศรษฐีไกรสรพูดเสียงแผ่ว แต่แววตาของเขากลับฉายชัดถึงความผิดหวัง“ไกรสร!” พิมพ์ภัทราตะโกน “คุณไม่น่ามาทำแบบนี้กับฉันเลย!”เธอก้าวเข้ามาข้างหน้าด้วยท่าทางที่ดูมั่นใจ พร้อมกับจ้องมองเศรษฐีไกรสรด้วยสายตาเกรี้ยวกราด “คุณทิ้งฉันไปเพราะอะไรละค่ะ!”พิมพ์ภัทราที่เพิ่งเลิกกับเศรษฐีไกรสรไปได้ไม่นานก็เริ่มมีน้ำเสียงที่แผ่วลง แล้วเธอก็ชี้ไปที่เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่กำลังยืนหลบอยู่ด้านหลังของเขา"เพราะเหตุผลเดียวคือฉันไม่ได้รักเธอมันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันพิมพ์เลย คุณก็รู้อยู่แล้วว่าเราไม่ได้รักกัน”คำพูดราบเรียบแต่กรีดแทงหัวใจของพิมพ์หญิงสาวตรงหน้าแทบจะกระอักออกมาเป็นเลือดเธอรู้สึกโกรธเคืองแค้นและเสียหน้าไปทั้งเมืองระยองเมื่อถูกปฏิเสธการแต่งงานเศรษฐีไกรสรไม่ได้ต้องการเธอเป็นเจ้าสาวเพียงเพราะพ่อของทั้งสองสนิทกันทำให้พิมพ์คิดไปเองว่าเธอจะได้ไกลสรมาเป็นสามีในอนาคต“ไม่จริง! ถ้าไม่รักกันแล้วทำไมถึงมาหมั้นกับฉันตั้งแต่แรก” พิมพ์ภัทราสวนกลับทันทีทั้งที่เธอก็รู้อยู่แก่ใจว่าเหตุผลมันเกิดจากอะไรพิมพ์ภัทราเริ่มพรั่งพรูความในใจออกมา “เพราะคุณพ่อของคุณกับคุณพ่อของฉันเป็นเพื่อนกันใช่ไหมล่ะ”พิมพ

  • จงอางหวงไข่(ดุตัวพ่อ)   พ่อไกรสรแรง

    ไอ้กรที่เดินโซซัดโซเซออกมาจากโรงเลื่อย พลางสบถคำหยาบออกมาไม่หยุด เขานึกโกรธแค้นเศรษฐีไกรสรที่มาขัดขวางไม่ให้เขาได้เงินจากป้าแม้น แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกหวาดกลัวดวงตาที่ราวกับพญาเหยี่ยวของชายคนนั้นที่จ้องมองมายังเขาเพราะสายตายิ่งมองลุ่มเล็กลงไปยิ่งเผยถึงความเยือกเย็น ไอ้กรนักเลงขี้คลอกถึงกลับไม่กล้าที่จะแตะต้องเศรษฐีไกรสรเลย“มึงเป็นใครวะ…” ไอ้กรพึมพำกับตัวเอง “กูจะไม่มีวันลืมเลย”เขาเดินเตลิดไปตามถนนอย่างไร้จุดหมาย ในหัวคิดแต่เรื่องการหาเงินไปใช้หนี้พนันที่ติดไว้กับเจ้าพ่อเงินกู้รายใหญ่ ยิ่งนึกถึงเรื่องหนี้สินก็ยิ่งรู้สึกร้อนรนเหมือนถูกไฟสุม“เหลือบ่ากว่าแรง” เขาถอนหายใจ “จะทำยังไงดีวะ”ในเมื่อป้าแม้นก็ไม่ยอมให้เงินส่วนพ่อก็ไม่รู้หายไปไหนทันใดนั้นเองก็มีเสียงเรียกจากข้างหลัง ไอ้กรหันไปมองเห็นชายร่างใหญ่สองคนกำลังเดินเข้ามาหาเขา พวกเขาคือลูกน้องของเจ้าพ่อเงินกู้ที่เขาติดหนี้อยู่“ไงไอ้กร นึกว่าจะหนีรอด” หนึ่งในนั้นพูดขึ้น “เงินที่ติดไว้เมื่อไหร่จะเอามาคืน”ชายร่างใหญ่ที่เห็นไอ้กรก็รีบมาดักหน้าดักหลังแล้วตะโกนถามเพราะกลัวไอ้กรจะหนีไปอีก“เดี๋ยว… เดี๋ยวนี้ยังไม่มีจริงๆ” ไอ้กรพูดเสียงสั่

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status