Masukคมมีดที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วไม่ได้แทงเข้าที่ไกรสร แต่กลับเป็นร่างเล็กของปาริชาติที่ยืนอยู่ข้างหน้าเขาที่รับคมมีดนั้นไว้เต็มตัว
"ปาริชาติ!" ไกรสรตะโกนสุดเสียง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจและสับสน เขาไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นจริงๆ ปาริชาติตัวแข็งทื่อ เลือดสีแดงสดค่อยๆ ซึมออกมาจากบาดแผลบนแผ่นหลังเล็กๆ ของเธอ เสือเองก็ชะงักไปเช่นกัน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ เขาไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องเป็นเช่นนี้ "หนู...หนูปกป้องท่านเศรษฐีได้แล้ว..." ปาริชาติกระซิบเสียงแผ่วเบา เธอยิ้มให้ไกรสรทั้งน้ำตา ก่อนที่ร่างเล็กๆ ของเธอจะค่อยๆ ทรุดลงในอ้อมแขนของเขา ไกรสรรับร่างของปาริชาติไว้ เขากอดเธอแน่นราวกับจะหลอมรวมเธอเป็นหนึ่งเดียวกับเขา เขาพยายามจะเรียกสติของเธอ แต่ปาริชาติก็ไม่ตอบสนองแล้ว "ปาริชาติ! ได้ยินฉันไหม! ปาริชาติ!" ไกรสรตะโกนอย่างบ้าคลั่ง เขย่าร่างเล็กๆ ในอ้อมแขนเบาๆ แต่เธอก็ยังคงแน่นิ่ง เสือที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เขาไม่คิดว่าเมริสาจะลงมาขวางเขาในครั้งนั้น และไม่คิดว่าในครั้งนี้จะเป็นปาริชาติจะมาขวางเขาในวันนี้เช่นกัน ทุกอย่างย้อนกลับไปในคืนนั้นอีกครั้ง คืนที่เขาต้องสูญเสียคนที่รักที่สุดในชีวิตไปอย่างไม่มีวันกลับ เขาได้แต่ยืนนิ่งค้างเหมือนถูกสาป ไม่มีใครพูดอะไร มีเพียงแต่เสียงสะอื้นของไกรสรที่ดังขึ้นในความมืด เขาปล่อยมีดในมือทิ้งลงพื้นอย่างคนหมดอาลัยตายอยาก แล้วค่อยๆ เดินหนีหายไปในความมืดนั้น ไกรสรไม่สนใจเสืออีกต่อไปแล้ว ตอนนี้ในความคิดของเขามีเพียงแค่ปาริชาติเท่านั้น เขาตะโกนเรียกให้คนมาช่วยอย่างบ้าคลั่ง น้ำตาของเขาไหลอาบแก้มอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต "ปาริชาติ...เธอต้องไม่เป็นอะไรนะ...เธอต้องไม่เป็นอะไร!" เขาพูดกับตัวเองซ้ำๆ พร้อมกับอุ้มร่างของปาริชาติขึ้นแล้ววิ่งเข้าไปในคฤหาสน์ทันที เขาตะโกนเรียกให้คนในบ้านมาช่วย เขาสั่งให้ลูกน้องขับรถไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดอย่างรวดเร็วที่สุด ทุกคนในบ้านที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็ตกใจและพากันร้องไห้ พวกเขาไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับเด็กหญิงที่สดใสอย่างปาริชาติ พวกมึงจับตัวไอ้เสือไว้ขณะที่บอดี้การ์ดกูกันเข้ามานับ 10 คนจับตัวของเสือเอาไว้ตามคำสั่งของผู้เป็นนายเขาไม่เคยเห็นไกรสรน้ำตาไหลนี่เป็นครั้งแรกจะเรียกว่าน้ำตาพญาเสือก็คงจะได้ปาริชาติที่นอนหมดสติเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว บนรถที่กำลังมุ่งหน้าสู่โรงพยาบาล ไกรสรกอดร่างของปาริชาติไว้แน่น มือของเขาเปื้อนเลือดของเธอไปหมด เขาได้แต่ภาวนาในใจขอให้เธอปลอดภัย "ฉันสัญญานะปาริชาติ...ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเธอได้อีก" เขาพูดกับร่างที่ไร้สติในอ้อมแขอย่างแผ่วเบา "ฉันสัญญา..." คำสั่งของไกรสรนั้นทำให้เหล่าบอดี้การ์ดต่างพากันมองหน้ากันเองด้วยความประหลาดใจ แต่ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งของเขา ทุกคนจึงกรูกันเข้าไปควบคุมตัวเสือที่ยังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้น ใบหน้าของเขาซีดเผือด ไร้ซึ่งความรู้สึก "แกต้องอยู่รอฉัน...จนกว่าฉันจะกลับมา!" ไกรสรพูดเสียงกร้าวพร้อมกับจ้องตาเสือด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา เสือไม่ตอบอะไร เขาเพียงแต่พยักหน้าอย่างเชื่องช้าแบบไม่เต็มใจเพราะโดนสมุนไพร จับมัดเอาไว้แน่นหนา ไกรสรอุ้มร่างที่ไร้สติของปาริชาติขึ้นแล้วรีบวิ่งไปที่รถที่จอดรออยู่หน้าบ้าน เขาไม่สนใจแล้วว่าใครจะเป็นใคร ตอนนี้เขาขอเพียงแค่ให้ปาริชาติปลอดภัยก็พอแล้ว เขาต้องรีบพาปาริชาติไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด ทันทีที่มาถึงโรงพยาบาล ไกรสรก็อุ้มร่างของปาริชาติลงจากรถ เขาตะโกนเรียกให้หมอและพยาบาลช่วย เขาวิ่งนำเข้าไปในโรงพยาบาลอย่างไม่คิดชีวิต ราวกับมีเพียงแค่วินาทีสุดท้ายที่เขาจะสามารถทำอะไรเพื่อเด็กน้อยได้ ปาริชาติถูกนำตัวเข้าห้องฉุกเฉินทันที ไกรสรทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ เขาไม่สนใจใคร เขาเพียงแค่หวังว่าปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้น เขาเองก็ไม่เคยนึกไม่ฝันว่าเด็กตัวเล็กๆ จะสามารถเสียสละได้มากขนาดนี้ เขาได้แต่คิดในใจว่าเขาเป็นคนบอบบางขนาดนั้นเลยเหรอถึงได้มีคนมาปกป้องมากมายขนาดนี้ทั้งที่เขาเองคือป้อมปราการของทุกคน มือของเขาเต็มไปด้วยเลือดของปาริชาติเขาพยายามจะปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มออก แต่ก็ทำไม่ได้ มันไหลออกมาเรื่อยๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่นานนัก หมอและพยาบาลก็ออกมาจากห้องฉุกเฉิน ไกรสรีบเข้าไปหาหมอทันที "หมอ...ปาริชาติ...เธอเป็นยังไงบ้าง" "คนไข้ปลอดภัยแล้วครับ" หมอตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน "คมมีดไม่ได้ทำอันตรายอวัยวะสำคัญ แค่เป็นแผลลึกเล็กน้อยครับ เราทำการเย็บแผลให้แล้ว จากนี้ก็ต้องพักฟื้นสักระยะครับ" ไกรสรถึงกับทรุดตัวลงนั่งกับพื้นด้วยความโล่งใจ เขานั่งอยู่ตรงนั้นพักใหญ่ก่อนที่จะลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องพักฟื้น เขาเห็นปาริชาตินอนหลับอยู่บนเตียง ใบหน้าของเธอซีดเซียว มีผ้าพันแผลพันอยู่รอบตัว ไกรสรเดินเข้าไปนั่งข้างเตียงแล้วกุมมือเล็กๆ ของเธอไว้ เขาก้มลงจุมพิตที่หน้าผากของเธออย่างแผ่วเบา "ขอบใจนะ...ปาริชาติ...เธอมันบ้าปิ่นจริงๆ" เขาพูดเสียงแผ่วเบา "ฉันสัญญา...ฉันจะปกป้องเธอให้ดีกว่านี้" ปาริชาติยังคงหลับไหล ไกรสรนั่งเฝ้าเธอจนกระทั่งเช้า เขานั่งมองเธออยู่ตรงนั้นอย่างไม่ละสายตา ทันทีที่ฟ้าเริ่มสาง ไกรสรก็กลับมาที่คฤหาสน์ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชา ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ เขาตรงไปยังห้องขังใต้ดินที่ใช้สำหรับกักตัวคนที่ไม่น่าไว้วางใจ เขาเห็นเสือนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยสีหน้าสิ้นหวัง ไกรสรเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วตบหน้าเสืออย่างแรง "แก...แกทำอะไรลงไป..." ไกรสรพูดเสียงต่ำ "แกเกือบจะพรากคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของฉันไป" เสือเงยหน้าขึ้นมองไกรสรด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด "ฉัน...ฉันไม่ได้ตั้งใจ...ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเด็กคนนั้น" "แล้วแกตั้งใจจะทำร้ายใคร?" ไกรสรพูดพร้อมกับยิ้มเยาะเย้ย "ฉันงั้นเหรอ?" เสือไม่ตอบอะไร เขาก้มหน้าลง ไกรสรจึงพูดต่อว่า "แกต้องชดใช้ในสิ่งที่แกทำฉันไม่ได้ทำให้เมียของแกตายแกคิดจะฆ่าฉันย้อนคิดดูให้ดีสิว่าใครกันแน่ที่ทำให้เมลิษาต้องจากโลกนี้ไป" "ถ้าไม่ใช่เพราะแกเมย์ก็ไม่ต้องตายถ้าแกยอมร่วมมือกับฉันทุกอย่างมันก็ต้องผ่านไปได้ด้วยดีแล้วเมย์ก็จะยังมีชีวิตอยู่ฉันก็คงไม่ต้องกลายเป็นไอ้เสือหน้าผีแบบทุกวันนี้"เสือตะโกนด่าทอออกมาอย่างไม่รู้สึกเกรงกลัว "ในเมื่อวันนั้นแกคิดจะฆ่าฉัน วันนี้แกก็อย่ามีชีวิตอยู่อีกเลยแกไม่เคยเห็นฉันเป็นเพื่อนอยู่แล้วงั้นก็จงไปอยู่ในนรกซะ" ...ปัง! เสียงปืนนัดเดียวจ่อเข้าขมับคนที่เคยขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนรักไกรสรลั่นไกโดยไม่ต้องคิดเพราะครั้งนี้เขาไม่เคยโกรธใครได้ถึงขนาดเก็บคนๆนั้นด้วยตัวเอง "จัดการเรื่องทุกอย่างให้เรียบร้อยอย่าให้เหลือหลักฐานแม้แต่เศษเส้นผม" เขาจับปืนกระบอกนั้นด้วยถุงมือไม่มีแม้กระทั่งรอยนิ้วมือที่กระบอกปืนปืนกระบอกนั้นถูกยื่นคืนกลับที่แล้วเก็บเข้าเซฟ ลูกน้องทุกคนที่เห็นความใจเด็ดอำมหิตและโหดเห*้ยมของไกรษรไม่มีใครกล้าที่คิดจะลองดีกับไกรสรเลยเขาเป็นคนที่รักใครก็รักจนหมดใจถ้าคิดจะทำลายก็ไม่ให้เหลือรากหรือโคนกระทั่งเสือคนที่เคยขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนรักก็โดนปิดให้ไปนอนเฝ้ายมบาลเพียงกระสุนนัดเดียวขณะนั้นเขาอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยนุ่งผ้าขนหนูเพียงผืนเดียวแล้วเดินออกมาจากห้องน้ำ ในขณะที่เขาถือผ้าเช็ดตัวผืนเล็กสีขาวเช็ดปรอยผมที่เปียกหมาด ๆ ปาริชาติเธอที่เห็นว่าท่านเศรษฐีไกรสรของเธอเดินออกมาด้วยผ้าผืนเดียวเธอก็กลับรู้สึกชินชาไปซะแล้วเพราะเธอเห็นภาพนี้ทุกเช้า ถ้าเป็นสาว ๆคนอื่นคงรอบกลืนน้ำลายไม่รู้กี่รอบ มีแต่คนอยากได้เศรษฐีไกรสรเป็นผัวจนตัวสั่น ซึ่งปาริชาติเองก็รู้ดีเธอก็ภูมิอกภูมิใจเหลือเกินที่ท่านเศรษฐีไกรสรของเธอหล่อจนสาวๆ พากันแทบละลายทั้งจังหวัดระยองท่านเป็นคนดังและทรงอิทธิพล"แล้วทำไมยังไม่ไปอาบน้ำอีกล่ะ เดี๋ยวก็สายหรอก" เศรษฐีไกรสรที่เห็นปาริชาติใส่เสื้อสายเดี่ยวผ้าถุงผืนเล็กสั้น ๆ พับขึ้นเหนือเข่าเธอแต่งตัวไม่เหมือนเด็กทั่วไป คงเป็นเพราะความเคยชิน ทุกครั้งที่เธออยู่บ้านเธอก็มักจะแต่งตัวแบบนี้ โดยให้เหตุผลแค่ว่า เธอสะดวกสบายในการทำงานบ้านแม้ว่าเศรษฐีไกรสรจะสั่งห้ามแต่ก็คงขัดใจปาริชาติไม่ได้ เขาจึงออกคำสั่งเดียวที่ให้ปาริชาติทำคือจัดการเรื่องอาหารการกินและการดูแลเขาเท่านั้น"ให้ปาริชาติช่วยเช็ดผมให้ท่านเศรษฐีไหมจ๊ะ จะได้แห้งไว ๆ " ปาริชาติที่พูดจบก็พุ่งกระโจรปีนขึ้นไปบนที่
ในที่สุดวันที่จะออกจากโรงพยาบาลก็มาถึง ไกรสรจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดเขาดูแลปาริชาติเป็นอย่างดีเขาแทบจะไม่กระดิกกายห่างจากปาริชาติเลย เกิดเรื่องกับเขาและปาริชาติหลายครั้งหลายคราวแต่กลับกลายเป็นว่าปาริชาติคือคนที่จะต้องรับความซวยแทนเขาตลอดเขาพาเธอกลับบ้านด้วยรถเบนซ์คันหรูของเขาเอง ปาริชาตินั่งอยู่ข้าง ๆ เขา ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสุขและรอยยิ้มที่สดใสเมื่อมาถึงบ้าน ป้าหน่อย แม่บ้าน และคนอื่น ๆ ต่างมายืนต้อนรับกันอย่างอบอุ่น ป้าหน่อยโผเข้ากอดปาริชาติด้วยความรัก “คุณหนูปลอดภัยดีนะลูก ป้าเป็นห่วงแทบแย่”“ป้าหน่อย...หนูคิดถึงป้ามากเลยค่ะ” ปาริชาติกอดตอบป้าหน่อยแน่น เธอดีใจที่ได้กลับมาบ้านอีกครั้งไกรสรยืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มมุมปาก เขาเดินเข้าไปในบ้านก่อน แล้วหันไปพูดกับป้าหน่อย “ป้าหน่อยครับ วันนี้ป้าช่วยทำแกงจืดไข่น้ำให้ปาริชาติหน่อยนะครับ”“ได้เลยค่ะท่านเศรษฐี” ป้าหน่อยรับคำด้วยความเต็มใจ“เดี๋ยวผมจะไปส่งปาริชาติที่ห้องนะครับ” ไกรสรพูดแล้วเดินนำปาริชาติขึ้นไปบนห้องนอนของเธอเมื่อเข้าไปในห้องนอนของปาริชาติ ไกรสรก็มองไปรอบ ๆ ห้อง “มีอะไรที่เธออยากได้เพิ่มอีกหรือเปล่า”“ไม่ค่ะท่
ไกรสรเดินออกมาจากห้องใต้ดินอย่างเชื่องช้า สายตาของเขาเย็นชาจนลูกน้องทุกคนไม่กล้าสบตา ตอนนี้ความรู้สึกของเขาเต็มไปด้วยความแค้น เขาเกลียดตัวเองที่ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ เกลียดเสือที่ยังคงยึดติดอยู่กับอดีต และเกลียดความอ่อนแอของตัวเองที่ไม่สามารถปกป้องคนที่รักได้"เตรียมรถ" ไกรสรสั่งเสียงเรียบ "ฉันจะไปโรงพยาบาล"ลูกน้องรีบจัดเตรียมรถให้ทันที ไกรสรเดินขึ้นรถด้วยท่าทางที่สงบ แต่ภายในใจของเขาเดือดปุดๆ เขากำหมัดแน่น พยายามระงับความโกรธที่กำลังจะปะทุออกมาที่โรงพยาบาล ปาริชาตินอนหลับอย่างสงบอยู่บนเตียง เธอถูกย้ายมาอยู่ห้องพักฟื้นพิเศษ ไกรสรเดินเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชียบ เขานั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงแล้วมองดูเธอด้วยสายตาที่อ่อนโยน เมื่อครู่ความโหดเหี้ยมที่เขามีต่อเสือได้หายไปหมดแล้ว ตอนนี้ในใจของเขาเหลือเพียงความห่วงใยและความรักที่เขามีต่อเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่นอนอยู่ตรงหน้ามือของไกรสรค่อยๆ เลื่อนไปกุมมือของปาริชาติไว้ เขาบีบมือเธอเบาๆ แล้วพูดเสียงแผ่วเบา "ปาริชาติ...ฉันขอโทษ...ฉันผิดเองที่ปล่อยให้เธอต้องมาเจ็บตัวแบบนี้"เสียงพึมพำในลำคอแต่ยังคงดังก้องในโสตประสาทของปาริชาติแม้เธอจะหลั
คมมีดที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วไม่ได้แทงเข้าที่ไกรสร แต่กลับเป็นร่างเล็กของปาริชาติที่ยืนอยู่ข้างหน้าเขาที่รับคมมีดนั้นไว้เต็มตัว"ปาริชาติ!" ไกรสรตะโกนสุดเสียง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจและสับสน เขาไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นจริงๆ ปาริชาติตัวแข็งทื่อ เลือดสีแดงสดค่อยๆ ซึมออกมาจากบาดแผลบนแผ่นหลังเล็กๆ ของเธอ เสือเองก็ชะงักไปเช่นกัน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ เขาไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องเป็นเช่นนี้"หนู...หนูปกป้องท่านเศรษฐีได้แล้ว..." ปาริชาติกระซิบเสียงแผ่วเบา เธอยิ้มให้ไกรสรทั้งน้ำตา ก่อนที่ร่างเล็กๆ ของเธอจะค่อยๆ ทรุดลงในอ้อมแขนของเขาไกรสรรับร่างของปาริชาติไว้ เขากอดเธอแน่นราวกับจะหลอมรวมเธอเป็นหนึ่งเดียวกับเขา เขาพยายามจะเรียกสติของเธอ แต่ปาริชาติก็ไม่ตอบสนองแล้ว"ปาริชาติ! ได้ยินฉันไหม! ปาริชาติ!" ไกรสรตะโกนอย่างบ้าคลั่ง เขย่าร่างเล็กๆ ในอ้อมแขนเบาๆ แต่เธอก็ยังคงแน่นิ่งเสือที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เขาไม่คิดว่าเมริสาจะลงมาขวางเขาในครั้งนั้น และไม่คิดว่าในครั้งนี้จะเป็นปาริชาติจะมาขวางเขาในวันนี้เช่นกัน ทุกอย่างย้อนกลับไปในคืนนั้นอีกครั้ง คืนที่เขาต้อง
ไกรสรนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานของเขา มองดูแผ่นหลังเล็กๆ ของปาริชาติที่กำลังจดจ่ออยู่กับหนังสือภาพเล่มหนา เขาไม่อยากจะให้เธอต้องมาเจอกับเรื่องวุ่นวายที่เขาก่อขึ้นในอดีตอีกแล้ว แต่เขาก็ไม่อาจจะควบคุมได้ เมื่อคนบางคนเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่ในความแค้น ไม่ยอมปล่อยวางเขาตัดสินใจเดินเข้าไปหาปาริชาติและนั่งลงข้างๆ เธอ ปาริชาติเงยหน้าขึ้นมามองเขาแล้วยิ้มกว้าง "ท่านเศรษฐีคะ ท่านเศรษฐีจะมาอ่านหนังสือกับหนูเหรอคะ"เปล่าหรอก" ไกรสรพูดด้วยเสียงที่อ่อนโยน "ฉันแค่อยากจะมานั่งอยู่ข้างๆ เธอ"ปาริชาติวางหนังสือลงบนตัก แล้วหันมามองเขาด้วยสายตาที่สงสัย "ท่านเศรษฐีมีเรื่องไม่สบายใจหรือเปล่าคะ"ปาริชาติเธอลุกขึ้นยืนแล้วนั่งไปบนตักของเศรษฐีไกรสรอย่างคุ้นชินแล้วใช้สองมือเล็กๆคล้องคอของเศรษฐีไกรษรเธอจุ๊บลงบนแก้มสากๆของเขาไปมาซ้ายขวาสลับกันเพราะเธอคิดว่าเศรษฐีน่าจะอารมณ์ดีขึ้นไกรสรที่โดนทำแบบนี้เป็นประจำเขาก็คุ้นชินกับการที่โดนยัยหนูปาริชาติหอมแก้มเขาทั้งก่อนนอนไปโรงเรียนก็เป็นแบบนี้จนทุกคนในบ้านพากันชินตากับภาพที่เห็นยกเว้นนางน้ำตาลเห็นทีไรก็ปรี๊ดแตกต้องไประบายอารมณ์กับห้องครัวหลังคฤหาสน์เป็นประจำจนทุกคนหัวเราะมันว
"ผู้กำกับฯ ครับ...""ผู้กำกับฯ ครับ..." สารวัตรดอนพูดด้วยเสียงสั่นเครือ "ผม...""ไปได้แล้ว สารวัตรดอน" ผู้กำกับฯ พูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "ไปคิดทบทวนสิ่งที่ตัวเองทำลงไปให้ดี"สารวัตรดอนได้แต่ก้มหน้ารับคำสั่ง เขาเดินออกจากห้องของผู้กำกับฯ ด้วยความรู้สึกที่พังทลาย เขาเคยคิดว่าการล้มเศรษฐีไกรสรจะทำให้เขาเป็นที่ยอมรับและมีชื่อเสียง แต่ตอนนี้เขากลับกลายเป็นคนที่ไม่มีอนาคต เขาได้แต่โทษตัวเองที่ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจที่คฤหาสน์ของไกรสร บรรยากาศกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ปาริชาติที่หลับไปแล้วในอ้อมแขนของไกรสร ได้รับการประคบประหงมอย่างดีจากเขา เขานำเธอขึ้นไปนอนบนเตียง แล้วจัดหมอนและผ้าห่มให้เธออย่างเบามือ ไกรสรนั่งลงข้างเตียง มองดูใบหน้าใสซื่อของเด็กหญิงที่กำลังหลับใหล"หนูไม่ควรต้องมาเจอเรื่องแบบนี้เลย" เขาพึมพำกับตัวเอง เขารู้สึกผิดที่ทำให้เธอต้องมาเผชิญหน้ากับความอันตราย เขาไม่เคยคิดว่าความบาดหมางในอดีตของเขาจะส่งผลกระทบต่อคนที่เขารักและห่วงใย ตอนนี้ปาริชาติเปรียบเสมือนลมหายใจและดวงใจของเขาเขาไม่สามารถขาดทั้งลมหายใจและดวงใจได้ เขาเห็นทุกการกระทำของปาริชาติตั้งแต่เรื่องที่เธอใช้ตัวกระโดดบังคนร้า







