Masukขณะนั้นเขาอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยนุ่งผ้าขนหนูเพียงผืนเดียวแล้วเดินออกมาจากห้องน้ำ ในขณะที่เขาถือผ้าเช็ดตัวผืนเล็กสีขาวเช็ดปรอยผมที่เปียกหมาด ๆ ปาริชาติเธอที่เห็นว่าท่านเศรษฐีไกรสรของเธอเดินออกมาด้วยผ้าผืนเดียวเธอก็กลับรู้สึกชินชาไปซะแล้ว
เพราะเธอเห็นภาพนี้ทุกเช้า ถ้าเป็นสาว ๆคนอื่นคงรอบกลืนน้ำลายไม่รู้กี่รอบ มีแต่คนอยากได้เศรษฐีไกรสรเป็นผัวจนตัวสั่น ซึ่งปาริชาติเองก็รู้ดี เธอก็ภูมิอกภูมิใจเหลือเกินที่ท่านเศรษฐีไกรสรของเธอหล่อจนสาวๆ พากันแทบละลายทั้งจังหวัดระยองท่านเป็นคนดังและทรงอิทธิพล "แล้วทำไมยังไม่ไปอาบน้ำอีกล่ะ เดี๋ยวก็สายหรอก" เศรษฐีไกรสรที่เห็นปาริชาติใส่เสื้อสายเดี่ยวผ้าถุงผืนเล็กสั้น ๆ พับขึ้นเหนือเข่า เธอแต่งตัวไม่เหมือนเด็กทั่วไป คงเป็นเพราะความเคยชิน ทุกครั้งที่เธออยู่บ้านเธอก็มักจะแต่งตัวแบบนี้ โดยให้เหตุผลแค่ว่า เธอสะดวกสบายในการทำงานบ้าน แม้ว่าเศรษฐีไกรสรจะสั่งห้ามแต่ก็คงขัดใจปาริชาติไม่ได้ เขาจึงออกคำสั่งเดียวที่ให้ปาริชาติทำคือจัดการเรื่องอาหารการกินและการดูแลเขาเท่านั้น "ให้ปาริชาติช่วยเช็ดผมให้ท่านเศรษฐีไหมจ๊ะ จะได้แห้งไว ๆ " ปาริชาติที่พูดจบก็พุ่งกระโจรปีนขึ้นไปบนที่นอนด้วยความสูงเพียง 157 ซม. อยู่เพียงครึ่งอกของเศรษฐีไกรสร เธอคว้าผ้าขนหนูผืนเล็กออกจากมือของเศรษฐีไกรสร และบังคับให้เศรษฐีไกรสรนั่งลงบนเตียงอย่างว่าง่ายขณะที่เธอกำลังยืนเช็ดผมให้กับเขา "ปาริชาติเธอนี่มันจริง ๆ เลยเป็นสาวเป็นนางใครสั่งใครสอนให้ทำแบบนี้" เศรษฐีไกรสรปากก็บ่นแต่ตัวเขาก็นั่งลงหันหลังออกมาที่หน้ากระจกแล้วก็นึกขำในใจ ปาริชาติตัวเตี้ยกว่าที่เขาคิดเอาไว้เยอะมาก ขนาดเธอยืนบนที่นอนแล้วเขานั่งลงบนที่นอนก็ยังเห็นความสูงเพียงนิดเดียว "นี่ฉันให้เธอกินนมน้อยไปหรือไงเนี่ย ถึงไม่สูงขึ้นเลยปาริชาติ" เศรษฐีไกรสรที่กำลังเงยหัวให้ปาริชาติเช็ดผมอยู่เธอก็ถึงกับหยุดชะงักทำปากจู๋ทำหน้างอน ๆ ใส่ "ไม่ใช่สักหน่อยนะจ๊ะ ก็มันไม่ยอมสูงขึ้นจะให้ปาริชาติทำยังไงล่ะจ๊ะ" "ปาริชาติเตี้ยที่สุดในห้องเลยอ่ะ"เธอก็บ่นอุบอิบว่าเธอตัวเตี้ย แต่ใครจะรู้ว่าเธอนั้นสวยน่ารักและดูสมส่วนไปหมดยิ่งหน้าอกหน้าใจคับซีขนาดนี้ ขณะที่เธอกำลังเช็ดผมให้เศรษฐีไกรสร เธอเองก็ไม่รู้สึกตัวเลยว่าหน้าอกกำลังถูไถไปกับแผ่นหลังกว้าง เศรษฐีไกรสรได้เก็บข่มอารมณ์ทุกอย่างเอาไว้ภายใต้จิตสำนึกเป็นอย่างดีเพราะเขาไม่อยากเป็นสมภารกินไก่วัดในเวลานี้ แต่จิตใจมนุษย์ยากแท้หยั่งถึงภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่งกำลังคิดอะไรอยู่ใครจะรู้ ไกรสรที่นั่งอยู่บนเตียงเขาที่กำลังคิดเรื่องของปาริชาติอยู่ภายในใจ และแอบลอบยิ้มเล็กน้อยอย่างที่ปาริชาติไม่ทันสังเกตเห็น ปาริชาติยืนเขย่งปลายเท้าเล็กน้อยพร้อมกับใช้มืออีกข้างหนึ่งจับไหล่กว้างของเขาเพื่อทรงตัว เธอกำลังเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งอกตั้งใจ “โอ๊ย! ท่านเศรษฐีปาริชาติเจ็บนะจ๊ะ!” เสียงของปาริชาติร้องออกมาเมื่อไกรสรขยับตัวแรงๆ จนศีรษะของเขาชนเข้ากับหน้าผากของเธออย่างจัง ไกรสรหันมามองด้วยความตกใจ “ฉันขอโทษ เธอเจ็บมากไหม?” เขาเอามือแตะหน้าผากของปาริชาติเบา ๆ “ไม่เป็นไรจ้ะ” ปาริชาติบอกก่อนจะเช็ดผมให้เขาต่ออย่างตั้งใจ ไกรสรมองปาริชาติผ่านกระจก เธอยังคงตั้งใจเช็ดผมให้เขาอย่างไม่ลดละ แต่แววตาของเธอส่องประกายด้วยความสดใสและรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุข ทำให้หัวใจของไกรสรเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “ปาริชาติ..” ไกรสรเรียกชื่อเธอเบาๆ ปาริชาติเงยหน้าขึ้นมองเขาผ่านกระจก “เธออยากได้อะไรเป็นของขวัญวันเกิดไหม?” เศรษฐีไกรสรที่เขามักจะซื้อของขวัญให้กับปาริชาติในทุก ๆ ปีเป็นเพียงของขวัญชิ้นเล็ก ๆ ที่ปาริชาติอยากได้ แต่ปีนี้เธออายุ 19 ปีแล้วโตเป็นสาวก็ควรจะได้อะไรในแบบที่เป็นชิ้นเป็นอันเช่นที่ดินบ้านรถหรือเงินสดฝากธนาคาร เขาอยากให้ปาริชาติโตขึ้นไปอย่างมีคุณภาพและไม่ต้องลำบากหากวันที่เขาไม่อยู่แล้ว “ของขวัญวันเกิด?” ปาริชาติถามด้วยความประหลาดใจ "ไม่รู้ว่าจะเอาอะไรเป็นของขวัญวันเกิดเพราะท่านเศรษฐีให้ทุกอย่างกับปาริชาติจนไม่รู้ว่าขาดอะไรแล้วตอนนี้" ปกติทุกปีเศรษฐีไกรสรเขาจะเลือกทุกอย่างให้ปาริชาติเสร็จสรรพโดย ไม่เคยถามเธอสักเท่าไหร่เพราะทุกอย่างที่เขาให้เป็นของขวัญที่พิเศษมากสำหรับปาริชาติ ไกรสรยิ้ม “ก็เธอกำลังจะอายุ 19 แล้วนี่ อีกไม่นานก็จะถึงวันเกิดของเธอแล้ว ฉันอยากจะให้เธอมีสมบัติพัสถานเป็นชิ้นเป็นอัน บ้าน ที่ดิน รถยนต์เธออยากได้อะไร สร้อยทองฉันก็เพิ่งจะสั่งให้เธอไปสามบาท ฉันไม่รู้ว่าเธออยากจะได้อะไรอีกบ้าง” เศรษฐีไกรษรถามออกไปตรง ๆ เขาที่ผ่านผู้หญิงมามากมาย แม้จะมีปาริชาติเข้ามาในชีวิตแต่รสชาติเรื่องเซ็กส์ของเขาไม่ได้จางหายไปบางครั้งเขาจะเรียกสาว ๆ มาบริการ แต่ต้องไม่ใช่ที่คฤหาสน์บ้านไม้สักหลังนี้เขาไม่เคยอนุญาตให้ใครเข้ามาเหยียบนอกจากพวกที่มาอย่างถือวิสาสะโดยไม่ได้รับเชิญหรือได้รับอนุญาตจากเขา อยู่ดี ๆ ปาริชาติหัวเราะคิกคัก “ปาริชาติไม่ได้อยากได้อะไรเลยจ้ะ ขอแค่ท่านเศรษฐีอยู่กับปาริชาติแบบนี้ก็พอแล้วจ้ะ ท่านเศรษฐีเป็นของขวัญที่พิเศษที่สุดในชีวิตของปาริชาติ" ปาริชาติที่อยู่ด้านหลังเธอวางผ้าขนหนูผืนเล็กลงแล้วใช้สองมือสองแขนของเธอกอดไปที่ต้นคอแล้วหอมแก้มซ้ายขวาของเศรษฐีไกรสรอย่างที่เธอทำทุกครั้ง ราวกับเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งที่มันไม่ปกติสำหรับบริบทปัจจุบันนี้คือปาริชาติโตเป็นสาวเกินกว่าที่จะทำแบบนี้ได้ คำพูดของและการกระทำของปาริชาติทำให้หัวใจของไกรสร พองโตไปด้วยความรู้สึกที่ไม่สามารถบรรยายได้ เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ทำให้เขารู้สึกดีได้ขนาดนี้ ความรู้สึกที่อยากปกป้องและทะนุถนอมปาริชาติมันท่วมท้นในหัวใจของเขา เขาอยากจะให้เธอมีความสุขที่สุดเท่าที่จะทำได้ “แต่ฉันอยากให้” ไกรสรพูดด้วยเสียงนุ่มนวล “บอกฉันมาเถอะว่าเธออยากได้อะไร” หัวใจก็เต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาเขาพยายามเก็บกลั้นทุกอารมณ์ให้มันจมดิ่งไปในก้นบึ้งที่มืดดำที่สุดของหัวใจของเขาที่มีต่อเด็กอุปการะคนนี้ “อืม...ถ้าอย่างนั้นปาริชาติอยากไปเที่ยวทะเลค่ะ” ปาริชาติบอก “ไปแบบไปพักผ่อนจริงๆ ไม่ใช่แค่ไปเดินเล่นเฉยๆ” ไกรสรยิ้มกว้าง “ได้สิ” เขายืนขึ้นแล้วหันไปเผชิญหน้ากับเธอ “เดี๋ยวฉันจะจัดเตรียมทุกอย่างให้ เราจะไปเที่ยวกันสองคน” ปาริชาติตื่นเต้นจนแทบจะเก็บอาการไว้ไม่อยู่ “จริงเหรอคะ?” “จริงสิ” ไกรสรบอกแล้วลูบหัวเธออีกครั้ง “ตอนนี้ไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวจะไปสายจะได้ไปเยี่ยมป้าแม้นที่โรงเลื่อยกับฉันดีไหม” เศรษฐีไกรสรจะพาปาริชาติไปทำงานที่โรงเลื่อยตั้งแต่ที่เขามีปาริชาติเขาสั่งขยายห้องพิเศษติดพัดลมให้เธอ ปลูกดอกไม้สวยงามบริเวณข้างออฟฟิศและให้ห่างไกลจากฝุ่นละอองเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ปาริชาติไม่สบายหรือคันจากเศษขี้เลื่อย ปาริชาติยิ้มกว้างให้ไกรสร เธอรีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำด้วยความตื่นเต้น ไกรสรยืนมองประตูเชื่อมทางเข้าออกห้องของทั้งสองคนเขามีความรู้สึกดี ๆ ให้กับเด็กในอุปการะเพียงแต่เขายังไม่แน่ใจในความสัมพันธ์ครั้งนี้ว่ามันควรเป็นแบบนี้ต่อไปหรือมันควรต้องเปลี่ยนแปลง.....ขณะนั้นเขาอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยนุ่งผ้าขนหนูเพียงผืนเดียวแล้วเดินออกมาจากห้องน้ำ ในขณะที่เขาถือผ้าเช็ดตัวผืนเล็กสีขาวเช็ดปรอยผมที่เปียกหมาด ๆ ปาริชาติเธอที่เห็นว่าท่านเศรษฐีไกรสรของเธอเดินออกมาด้วยผ้าผืนเดียวเธอก็กลับรู้สึกชินชาไปซะแล้วเพราะเธอเห็นภาพนี้ทุกเช้า ถ้าเป็นสาว ๆคนอื่นคงรอบกลืนน้ำลายไม่รู้กี่รอบ มีแต่คนอยากได้เศรษฐีไกรสรเป็นผัวจนตัวสั่น ซึ่งปาริชาติเองก็รู้ดีเธอก็ภูมิอกภูมิใจเหลือเกินที่ท่านเศรษฐีไกรสรของเธอหล่อจนสาวๆ พากันแทบละลายทั้งจังหวัดระยองท่านเป็นคนดังและทรงอิทธิพล"แล้วทำไมยังไม่ไปอาบน้ำอีกล่ะ เดี๋ยวก็สายหรอก" เศรษฐีไกรสรที่เห็นปาริชาติใส่เสื้อสายเดี่ยวผ้าถุงผืนเล็กสั้น ๆ พับขึ้นเหนือเข่าเธอแต่งตัวไม่เหมือนเด็กทั่วไป คงเป็นเพราะความเคยชิน ทุกครั้งที่เธออยู่บ้านเธอก็มักจะแต่งตัวแบบนี้ โดยให้เหตุผลแค่ว่า เธอสะดวกสบายในการทำงานบ้านแม้ว่าเศรษฐีไกรสรจะสั่งห้ามแต่ก็คงขัดใจปาริชาติไม่ได้ เขาจึงออกคำสั่งเดียวที่ให้ปาริชาติทำคือจัดการเรื่องอาหารการกินและการดูแลเขาเท่านั้น"ให้ปาริชาติช่วยเช็ดผมให้ท่านเศรษฐีไหมจ๊ะ จะได้แห้งไว ๆ " ปาริชาติที่พูดจบก็พุ่งกระโจรปีนขึ้นไปบนที่
ในที่สุดวันที่จะออกจากโรงพยาบาลก็มาถึง ไกรสรจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดเขาดูแลปาริชาติเป็นอย่างดีเขาแทบจะไม่กระดิกกายห่างจากปาริชาติเลย เกิดเรื่องกับเขาและปาริชาติหลายครั้งหลายคราวแต่กลับกลายเป็นว่าปาริชาติคือคนที่จะต้องรับความซวยแทนเขาตลอดเขาพาเธอกลับบ้านด้วยรถเบนซ์คันหรูของเขาเอง ปาริชาตินั่งอยู่ข้าง ๆ เขา ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสุขและรอยยิ้มที่สดใสเมื่อมาถึงบ้าน ป้าหน่อย แม่บ้าน และคนอื่น ๆ ต่างมายืนต้อนรับกันอย่างอบอุ่น ป้าหน่อยโผเข้ากอดปาริชาติด้วยความรัก “คุณหนูปลอดภัยดีนะลูก ป้าเป็นห่วงแทบแย่”“ป้าหน่อย...หนูคิดถึงป้ามากเลยค่ะ” ปาริชาติกอดตอบป้าหน่อยแน่น เธอดีใจที่ได้กลับมาบ้านอีกครั้งไกรสรยืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มมุมปาก เขาเดินเข้าไปในบ้านก่อน แล้วหันไปพูดกับป้าหน่อย “ป้าหน่อยครับ วันนี้ป้าช่วยทำแกงจืดไข่น้ำให้ปาริชาติหน่อยนะครับ”“ได้เลยค่ะท่านเศรษฐี” ป้าหน่อยรับคำด้วยความเต็มใจ“เดี๋ยวผมจะไปส่งปาริชาติที่ห้องนะครับ” ไกรสรพูดแล้วเดินนำปาริชาติขึ้นไปบนห้องนอนของเธอเมื่อเข้าไปในห้องนอนของปาริชาติ ไกรสรก็มองไปรอบ ๆ ห้อง “มีอะไรที่เธออยากได้เพิ่มอีกหรือเปล่า”“ไม่ค่ะท่
ไกรสรเดินออกมาจากห้องใต้ดินอย่างเชื่องช้า สายตาของเขาเย็นชาจนลูกน้องทุกคนไม่กล้าสบตา ตอนนี้ความรู้สึกของเขาเต็มไปด้วยความแค้น เขาเกลียดตัวเองที่ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ เกลียดเสือที่ยังคงยึดติดอยู่กับอดีต และเกลียดความอ่อนแอของตัวเองที่ไม่สามารถปกป้องคนที่รักได้"เตรียมรถ" ไกรสรสั่งเสียงเรียบ "ฉันจะไปโรงพยาบาล"ลูกน้องรีบจัดเตรียมรถให้ทันที ไกรสรเดินขึ้นรถด้วยท่าทางที่สงบ แต่ภายในใจของเขาเดือดปุดๆ เขากำหมัดแน่น พยายามระงับความโกรธที่กำลังจะปะทุออกมาที่โรงพยาบาล ปาริชาตินอนหลับอย่างสงบอยู่บนเตียง เธอถูกย้ายมาอยู่ห้องพักฟื้นพิเศษ ไกรสรเดินเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชียบ เขานั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงแล้วมองดูเธอด้วยสายตาที่อ่อนโยน เมื่อครู่ความโหดเหี้ยมที่เขามีต่อเสือได้หายไปหมดแล้ว ตอนนี้ในใจของเขาเหลือเพียงความห่วงใยและความรักที่เขามีต่อเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่นอนอยู่ตรงหน้ามือของไกรสรค่อยๆ เลื่อนไปกุมมือของปาริชาติไว้ เขาบีบมือเธอเบาๆ แล้วพูดเสียงแผ่วเบา "ปาริชาติ...ฉันขอโทษ...ฉันผิดเองที่ปล่อยให้เธอต้องมาเจ็บตัวแบบนี้"เสียงพึมพำในลำคอแต่ยังคงดังก้องในโสตประสาทของปาริชาติแม้เธอจะหลั
คมมีดที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วไม่ได้แทงเข้าที่ไกรสร แต่กลับเป็นร่างเล็กของปาริชาติที่ยืนอยู่ข้างหน้าเขาที่รับคมมีดนั้นไว้เต็มตัว"ปาริชาติ!" ไกรสรตะโกนสุดเสียง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจและสับสน เขาไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นจริงๆ ปาริชาติตัวแข็งทื่อ เลือดสีแดงสดค่อยๆ ซึมออกมาจากบาดแผลบนแผ่นหลังเล็กๆ ของเธอ เสือเองก็ชะงักไปเช่นกัน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ เขาไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องเป็นเช่นนี้"หนู...หนูปกป้องท่านเศรษฐีได้แล้ว..." ปาริชาติกระซิบเสียงแผ่วเบา เธอยิ้มให้ไกรสรทั้งน้ำตา ก่อนที่ร่างเล็กๆ ของเธอจะค่อยๆ ทรุดลงในอ้อมแขนของเขาไกรสรรับร่างของปาริชาติไว้ เขากอดเธอแน่นราวกับจะหลอมรวมเธอเป็นหนึ่งเดียวกับเขา เขาพยายามจะเรียกสติของเธอ แต่ปาริชาติก็ไม่ตอบสนองแล้ว"ปาริชาติ! ได้ยินฉันไหม! ปาริชาติ!" ไกรสรตะโกนอย่างบ้าคลั่ง เขย่าร่างเล็กๆ ในอ้อมแขนเบาๆ แต่เธอก็ยังคงแน่นิ่งเสือที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เขาไม่คิดว่าเมริสาจะลงมาขวางเขาในครั้งนั้น และไม่คิดว่าในครั้งนี้จะเป็นปาริชาติจะมาขวางเขาในวันนี้เช่นกัน ทุกอย่างย้อนกลับไปในคืนนั้นอีกครั้ง คืนที่เขาต้อง
ไกรสรนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานของเขา มองดูแผ่นหลังเล็กๆ ของปาริชาติที่กำลังจดจ่ออยู่กับหนังสือภาพเล่มหนา เขาไม่อยากจะให้เธอต้องมาเจอกับเรื่องวุ่นวายที่เขาก่อขึ้นในอดีตอีกแล้ว แต่เขาก็ไม่อาจจะควบคุมได้ เมื่อคนบางคนเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่ในความแค้น ไม่ยอมปล่อยวางเขาตัดสินใจเดินเข้าไปหาปาริชาติและนั่งลงข้างๆ เธอ ปาริชาติเงยหน้าขึ้นมามองเขาแล้วยิ้มกว้าง "ท่านเศรษฐีคะ ท่านเศรษฐีจะมาอ่านหนังสือกับหนูเหรอคะ"เปล่าหรอก" ไกรสรพูดด้วยเสียงที่อ่อนโยน "ฉันแค่อยากจะมานั่งอยู่ข้างๆ เธอ"ปาริชาติวางหนังสือลงบนตัก แล้วหันมามองเขาด้วยสายตาที่สงสัย "ท่านเศรษฐีมีเรื่องไม่สบายใจหรือเปล่าคะ"ปาริชาติเธอลุกขึ้นยืนแล้วนั่งไปบนตักของเศรษฐีไกรสรอย่างคุ้นชินแล้วใช้สองมือเล็กๆคล้องคอของเศรษฐีไกรษรเธอจุ๊บลงบนแก้มสากๆของเขาไปมาซ้ายขวาสลับกันเพราะเธอคิดว่าเศรษฐีน่าจะอารมณ์ดีขึ้นไกรสรที่โดนทำแบบนี้เป็นประจำเขาก็คุ้นชินกับการที่โดนยัยหนูปาริชาติหอมแก้มเขาทั้งก่อนนอนไปโรงเรียนก็เป็นแบบนี้จนทุกคนในบ้านพากันชินตากับภาพที่เห็นยกเว้นนางน้ำตาลเห็นทีไรก็ปรี๊ดแตกต้องไประบายอารมณ์กับห้องครัวหลังคฤหาสน์เป็นประจำจนทุกคนหัวเราะมันว
"ผู้กำกับฯ ครับ...""ผู้กำกับฯ ครับ..." สารวัตรดอนพูดด้วยเสียงสั่นเครือ "ผม...""ไปได้แล้ว สารวัตรดอน" ผู้กำกับฯ พูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "ไปคิดทบทวนสิ่งที่ตัวเองทำลงไปให้ดี"สารวัตรดอนได้แต่ก้มหน้ารับคำสั่ง เขาเดินออกจากห้องของผู้กำกับฯ ด้วยความรู้สึกที่พังทลาย เขาเคยคิดว่าการล้มเศรษฐีไกรสรจะทำให้เขาเป็นที่ยอมรับและมีชื่อเสียง แต่ตอนนี้เขากลับกลายเป็นคนที่ไม่มีอนาคต เขาได้แต่โทษตัวเองที่ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจที่คฤหาสน์ของไกรสร บรรยากาศกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ปาริชาติที่หลับไปแล้วในอ้อมแขนของไกรสร ได้รับการประคบประหงมอย่างดีจากเขา เขานำเธอขึ้นไปนอนบนเตียง แล้วจัดหมอนและผ้าห่มให้เธออย่างเบามือ ไกรสรนั่งลงข้างเตียง มองดูใบหน้าใสซื่อของเด็กหญิงที่กำลังหลับใหล"หนูไม่ควรต้องมาเจอเรื่องแบบนี้เลย" เขาพึมพำกับตัวเอง เขารู้สึกผิดที่ทำให้เธอต้องมาเผชิญหน้ากับความอันตราย เขาไม่เคยคิดว่าความบาดหมางในอดีตของเขาจะส่งผลกระทบต่อคนที่เขารักและห่วงใย ตอนนี้ปาริชาติเปรียบเสมือนลมหายใจและดวงใจของเขาเขาไม่สามารถขาดทั้งลมหายใจและดวงใจได้ เขาเห็นทุกการกระทำของปาริชาติตั้งแต่เรื่องที่เธอใช้ตัวกระโดดบังคนร้า







