Share

พ่อไกรสรแรง

last update Huling Na-update: 2026-01-08 11:13:52

ไอ้กรที่เดินโซซัดโซเซออกมาจากโรงเลื่อย พลางสบถคำหยาบออกมาไม่หยุด เขานึกโกรธแค้นเศรษฐีไกรสรที่มาขัดขวางไม่ให้เขาได้เงินจากป้าแม้น แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกหวาดกลัวดวงตาที่ราวกับพญาเหยี่ยวของชายคนนั้น

ที่จ้องมองมายังเขาเพราะสายตายิ่งมองลุ่มเล็กลงไปยิ่งเผยถึงความเยือกเย็น ไอ้กรนักเลงขี้คลอกถึงกลับไม่กล้าที่จะแตะต้องเศรษฐีไกรสรเลย

“มึงเป็นใครวะ…” ไอ้กรพึมพำกับตัวเอง “กูจะไม่มีวันลืมเลย”

เขาเดินเตลิดไปตามถนนอย่างไร้จุดหมาย ในหัวคิดแต่เรื่องการหาเงินไปใช้หนี้พนันที่ติดไว้กับเจ้าพ่อเงินกู้รายใหญ่ ยิ่งนึกถึงเรื่องหนี้สินก็ยิ่งรู้สึกร้อนรนเหมือนถูกไฟสุม

“เหลือบ่ากว่าแรง” เขาถอนหายใจ “จะทำยังไงดีวะ”ในเมื่อป้าแม้นก็ไม่ยอมให้เงินส่วนพ่อก็ไม่รู้หายไปไหน

ทันใดนั้นเองก็มีเสียงเรียกจากข้างหลัง ไอ้กรหันไปมองเห็นชายร่างใหญ่สองคนกำลังเดินเข้ามาหาเขา พวกเขาคือลูกน้องของเจ้าพ่อเงินกู้ที่เขาติดหนี้อยู่

“ไงไอ้กร นึกว่าจะหนีรอด” หนึ่งในนั้นพูดขึ้น “เงินที่ติดไว้เมื่อไหร่จะเอามาคืน”ชายร่างใหญ่ที่เห็นไอ้กรก็รีบมาดักหน้าดักหลังแล้วตะโกนถามเพราะกลัวไอ้กรจะหนีไปอีก

“เดี๋ยว… เดี๋ยวนี้ยังไม่มีจริงๆ” ไอ้กรพูดเสียงสั่น “ขอเวลาอีกหน่อย”มันจ้องมองเจ้าหนี้ร่างสูงใหญ่ที่ลายล้อมหน้าล้อมหลังมันไม่ยอมให้มันขยับตัวไปไหนได้

“อีกหน่อยไม่ได้แล้ว” อีกคนพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะ “นายกูสั่งมาว่าถ้าวันนี้ไม่ได้เงินกูจะเอาชีวิตมึงมาแทน”เจ้าหนี้อีกคนนึงที่รับคำสั่งจากนายใหญ่พูดเสียงดังฟังชัดพร้อมกับโชว์กระบอกปืนที่เหน็บเอวให้กับไอ้กรได้ดู

ไอ้กรเริ่มหน้าซีด เขาพยายามจะวิ่งหนี แต่ก็ถูกชายทั้งสองจับตัวเอาไว้ ก่อนที่พวกเขาจะพาเขาขึ้นรถตู้สีดำที่จอดรออยู่ใกล้ๆ แล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว

และจบลงด้วยการที่ไอ้กรโดนกระทืบซ้อมกระอักเลือดแทบปางตายเพราะไม่มีเงินไปใช้หนี้บอลพนัน ภาพของมันเรียกว่าหยอดน้ำข้าวต้มเลยก็ไม่ต่างพ่อของมันก็ติดเหล้าเมายาเล่นการพนันพอกับลูกชายเมื่อกลับมาเห็นสภาพลูกก็ถึงกับต้องรีบเข้าช่วย

"มึงไปทำยังไง ให้มันจับได้ว่ะ" ตาทมที่เพิ่งกลับจากบ่อนพนันก็พยุงลูกชายมานอนที่พื้นบ้านเก่าๆหลังคาก็รั่วแทบจะไม่มีอะไรเหลือเป็นชิ้นดี

"โอ๊ย!..พ่อเบา ๆ มือหน่อย ก็ป้าแม้นน่ะสิไม่ยอมให้เงินฉันสักบาทอุตส่าห์ไปขอดีๆ "ไอ้กรหันมาบอกผู้เป็นพ่อ

"แหม! อีพี่สาวเฮงซวย หลานขอเงินนิดหน่อยก็ไม่ให้เดี๋ยวกูจะต้องไปเฉ่งสักหน่อยแล้ว" ตาทมก็ยังไม่มีสามัญสำนึกคิดจะมาด่าป้าแม้นที่โรงเลื่อยอีกทั้งที่ตัวเองก็เป็นพ่อของไอ้กรแท้ ๆ กลับไม่ดูแลลูกสอนให้ลูกทำแต่สิ่งไม่ดี

บนรถยนต์คันหรูของเศรษฐีไกรสร เข้มยังคงขับรถต่อไปตามเส้นทางในใจของเขา ปาริชาติยังคงเป็นเหมือนจุดศูนย์กลางของความคิด ความอ่อนโยนที่แผ่ออกมาจากเจ้านายของเขา

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ให้ท้ายปาริชาติยอมไปส่งถึงโรงเรียน หรือการยืนปกป้องป้าแม้นเพราะเห็นแก่ความดีที่เคยดูแลปาริชาติมาตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา

“เมื่อก่อนท่านเศรษฐีไม่ใช่คนแบบนี้” เข้มคิด “แต่ก่อนมีแต่ความดุดัน อำมหิต และไร้หัวใจ แต่ตอนนี้กลับมีความอ่อนโยนและเห็นอกเห็นใจคนอื่นมากขึ้น”

เข้มเงยหน้าขึ้นมองเศรษฐีไกรสรผ่านกระจกมองหลัง เจ้านายของเขายังคงนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อย่างสงบ แต่เขาสังเกตเห็นว่าดวงตาของเศรษฐีไกรสรดูผ่อนคลายลงกว่าเมื่อก่อนมาก

“คงเป็นเพราะหนูปาริชาติแน่ๆ” เข้มคิดในใจ “เธอเหมือนเป็นดอกไม้ดอกเล็กๆ ที่เข้ามาเติมเต็มชีวิตที่แห้งแล้งของท่านเศรษฐีให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง”

ในตอนเย็น เศรษฐีไกรสรกลับมาถึงคฤหาสน์ของเขา เขารู้สึกเหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งวัน แต่เมื่อนึกถึงปาริชาติ ความเหนื่อยก็พลันหายไป

เขาเดินตรงไปที่ห้องสมุดที่เคยใช้เป็นที่ทำงานประจำ แต่ในวันนี้มันกลับถูกดัดแปลงเป็นห้องนั่งเล่นให้ดูเป็นกันเองมากยิ่งขึ้นสำหรับปาริชาติ

ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป เขาก็เห็นร่างเล็กๆ ของปาริชาติกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาตัวใหญ่ หนังสือในมือของเธอดูเก่าและถูกอ่านจนขาดวิ่น เธอสวมแว่นตาหนาเตอะขนาดใหญ่จนแทบปิดหน้าปิดตาของเธอทั้งหมด วันนี้เขาค่อนข้างยุ่งจึงให้คนรถที่บ้านไปรับปาริชาติกลับจากโรงเรียน

“อ่านหนังสืออะไรอยู่” เศรษฐีไกรสรเอ่ยถาม ปาริชาติสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองเขาด้วยรอยยิ้ม

“หนูกำลังอ่านวรรณคดีค่ะ” เธอบอกพร้อมชูหนังสือขึ้น “ครูให้การบ้านมาค่ะ ท่านเศรษฐีไปทำงานมาเหนื่อยไหมคะ”ปาริชาติเริ่มใช้คำพูดคะขามากขึ้นในการพูดคุยกับเศรษฐีไกรสรพัฒนาการของเธอไปค่อนข้างดี

“ไม่เหนื่อยหรอก” เขาตอบพร้อมยิ้มบางๆ แล้วนั่งลงบนโซฟาตรงข้ามกับเธอ “อ่านให้ฉันฟังหน่อยสิ”

ปาริชาติพยักหน้า ก่อนจะเริ่มอ่านวรรณคดีให้เขาฟังด้วยน้ำเสียงใสซื่อ เศรษฐีไกรสรเงยหน้าขึ้นมองเพดาน เขาค่อยๆ จินตนาการตามเรื่องราวที่ปาริชาติอ่านให้ฟัง รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังย้อนกลับไปในวัยเด็กอีกครั้งหนึ่ง

ในขณะที่ปาริชาติกำลังอ่านหนังสือด้วยความตั้งใจ จู่ๆ ก็มีเสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น ทำให้ทั้งสองคนหันไปมองหน้ากันด้วยความสงสัย

“ใครมาตอนค่ำๆ แบบนี้” เศรษฐีไกรสรพึมพำกับตัวเอง เขารู้สึกแปลกใจและเริ่มมีลางสังหรณ์ไม่ดีบางอย่าง

ในที่สุดประตูห้องก็เปิดออก ชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่าในชุดสูทสีดำสนิทเดินเข้ามาในห้อง เขาคือสารวัตรดอน ชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับเศรษฐีไกรสร ดวงตาของเขามองตรงมาที่เศรษฐีไกรสรด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคับแค้นใจ และตรงไปยังปาริชาติ

“สวัสดีครับเศรษฐีไกรสร” สารวัตรดอนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา “ผมมาที่นี่เพื่อนำตัวคุณไปสอบสวนที่สถานีตำรวจเรื่องไม้พยุงที่มาอยู่ในโรงเลื่อยของคุณได้ยังไง"

เศรษฐีไกรสรลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียด “เรื่องนั้นมันจบไปนานแล้ว” เขากล่าว “แล้วคุณมาที่นี่ทำไมกัน แล้วคุณเข้ามาในบ้านของผมได้อย่างไร”

สารวัตรดอนยิ้มมุมปาก “ผมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาเจอกับคุณ และตอนนี้ผมมีข้อมูลใหม่ที่คุณจะต้องไปให้ปากคำเพิ่มเติมสักหน่อย”สารวัตรดอนยิ้มมุมปากขึ้นอีกครั้งเพราะเขาไม่ชอบเศรษฐีไกรสรเป็นทุนเดิม

ปาริชาติเริ่มรู้สึกหวาดกลัวกับบรรยากาศที่ตึงเครียด เธอจับจ้องไปที่สารวัตรดอน และรู้สึกได้ถึงพลังงานด้านลบที่แผ่ออกมาจากตัวเขา ปาริชาติที่รู้สึกถึงความหวาดกลัวแต่ก็ต้องเข้มแข็ง

“ท่านเศรษฐีต้องไปกับเขาหรือจ๊ะ” ปาริชาติเอ่ยขึ้น “ท่านเศรษฐีเป็นคนดี”ปาริชาติเด็กหญิงวัย 12 ลุกขึ้นยืนแล้วกอดเอวของเศรษฐีไกรสรเอาไว้แน่นราวกับกลัวว่าเขาจะหายไป

สารวัตรดอนหันมามองปาริชาติด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม “เด็กน้อย” เขากล่าว “เธอยังไม่รู้อะไรอีกเยอะ”สารวัตรจ้องมองปาริชาติพร้อมกับรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก

เศรษฐีไกรสรเดินมาบังปาริชาติไว้ราวกับจะปกป้องเธอจากภัยอันตรายที่มองไม่เห็นเขาเริ่มไม่พอใจกับสิ่งที่สารวัตรดอนคนนี้กำลังทำให้เด็กผู้หญิงตัวเล็กหวาดกลัว

“อย่ามาวุ่นวายกับปาริชาติ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน “ถ้าไม่มีหมายศาลเชิญคุณออกนอกบ้านผมอย่าให้ผมต้องหมดความอดทน”

สารวัตรดอนหัวเราะเบาๆ “อย่าเพิ่งรีบร้อนครับเศรษฐีไกรสร” เขากล่าว “ผมไม่ได้มาคนเดียว”

ทันใดนั้นเองก็มีชายฉกรรจ์อีกหลายคนเดินเข้ามาในห้อง แต่ละคนสวมชุดสีดำสนิทพร้อมกับปืนพกในมือ และหนึ่งในนั้นก็คือคุณหนูพิมพ์ภัทรา น้องสาวของสารวัตรดอน

ซึ่งเป็นอดีตคู่หมั้นของเศรษฐีไกรสร ที่เคยโดนปฏิเสธจากเศรษฐีไกรสรเพราะเขาไม่ได้รักเธอเธอจึงอาฆาตเขามาตั้งแต่บัดนั้นแต่เธอเป็นคนพูดไม่ค่อยเก่งแต่เธอก็เป็นผู้หญิงที่หน้าตาสวยและมีฐานะดี

“คุณไกรสร!” พิมพ์ภัทราเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น “พิมพ์จะไม่มีวันให้อภัยคุณเด็ดขาด!”

เศรษฐีไกรสรจ้องหน้าพิมพ์ภัทราด้วยสายตาเรียบนิ่ง “พิมพ์ภัทรา” เขากล่าว “เธอไม่น่ามาทำแบบนี้เลยคุณกำลังทำให้ผมหมดความอดทนทั้งพี่ชายของคุณและตัวคุณเอง”

เศรษฐีไกรสรเขารู้ว่าสารวัตรดอนคงเล่นไม่เลิกเรื่องไม้พยุงซึ่งเขาเองไม่ได้รับซื้อมาแบบผิดกฎหมายมีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง แต่คนที่ต้องการจะหาเรื่องและใส่ความก็คือสารวัตรดอน

ที่ไม่ยอมเลิกราเพราะเสียหน้าเรื่องที่น้องสาวโดนเขาปฏิเสธการแต่งงานอย่างมัดมือชก บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ แต่ละฝ่ายต่างจ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร.....

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • จงอางหวงไข่(ดุตัวพ่อ)   สั่งสอนคนปากดี

    “ท่านผู้กำกับฯ” ทนายความของไกรสรเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความจริงจัง “การกระทำของสารวัตรดอนนี่ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ครับ”ผู้กำกับฯ หน้าถอดสี เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “คุณไกรสร... เรื่องนี้ผมต้องขอโทษด้วยจริง ๆ ครับ ผมไม่ทราบเรื่องนี้เลย” เขาหันไปตวาดใส่สารวัตรดอนอย่างเหลืออด “ไอ้ดอน! แกไปทำอะไรไว้ แกทำแบบนี้ได้ยังไง!”“คุณผู้กำกับฯ! ผมแค่ทำตามหน้าที่ ผมได้รับแจ้งว่าไกรสรมีไม้พยุงหมายและพรากผู้เยาว์!” สารวัตรดอนโต้เถียงอย่างร้อนรนไกรสรหัวเราะในลำคอ ไม้พยุงเหรอ? คุณสารวัตรเห็นมันแล้วหรือยัง” เขาชี้ไปที่เด็กหญิงปาริชาติที่ยังคงหลบอยู่หลังเขา “ส่วนพรากผู้เยาว์... ผมรับเธอมาอุปการะเลี้ยงดูเพราะเธอเป็นเด็กกำพร้า มีเอกสารรับรองถูกต้องทุกอย่าง แล้วที่สำคัญ...ใครเป็นคนแจ้งคุณว่าผมทำแบบนั้น”สารวัตรดอนหันไปมองพิมพ์ภัทราด้วยสายตาตำหนิ พิมพ์ภัทราหน้าซีดเผือด เธอรู้ดีว่าเธอเป็นคนให้ข้อมูล แต่เธอไม่ได้คิดว่าเรื่องจะบานปลายขนาดนี้“ไม่มีใครแจ้งหรอกครับ” ไกรสรพูดตัดบทพร้อมรอยยิ้มเย็นชา “คุณแค่ต้องการจัดการผม...เพราะคุณคิดว่าผมเป็นคนที่คุณจัดการได้ง่าย ๆ สินะ”“ค

  • จงอางหวงไข่(ดุตัวพ่อ)   อย่าแตะต้องคนของกู

    ภาพของเด็กหญิงที่กำลังถูกกระทำเหมือนกับถูกไฟช็อตเข้าที่กลางใจของไกรสร เขารู้สึกเหมือนมีคลื่นความโกรธแล่นผ่านทุกอณูของร่างกาย ความสุขุมที่เคยมีหายไปหมดสิ้น เขาก้าวเท้าออกไปอย่างรวดเร็ว​“ไอ้สารวัตรชั่ว!”​ไกรสรยกขาขึ้นเตะเข้าที่หน้าอกของสารวัตรดอนเต็มแรงจนเขาล้มลงไปกองกับพื้น ก่อนจะรีบคว้าตัวปาริชาติเข้ามาโอบกอดไว้ในอ้อมแขน​“ปาริชาติ ไม่เป็นไรแล้วนะ”​ไกรสรพูดด้วยเสียงสั่นเครือ เขาลูบหัวของปาริชาติที่ยังคงร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวอยู่ไม่ขาดปาก สายตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากความโกรธที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างที่ขวางทางให้มอดไหม้จนหมดสิ้น ไกรสรปล่อยออร่าสังหารออกมาจากร่างกาย เขาต้องการสังหารคนที่บังอาจแตะต้องเด็กน้อยคนนี้!ไกรสรกอดปาริชาติไว้แน่น เขาลูบผมเธอปลอบโยนความหวาดกลัวที่ยังคงเกาะกุมจิตใจของเด็กน้อยอยู่ น้ำเสียงที่เคยเกรี้ยวกราดเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยน “หนูปลอดภัยแล้ว ไม่ต้องกลัวนะ”สารวัตรดอนที่ถูกเตะกระเด็นไปกองกับพื้น ลุกขึ้นมาอย่างทุลักทุเล เขามองไกรสรด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้น “แก...ไอ้ไกรสร!”เขาเห็นไกรสรหันหลังให้ เขารู้ว่านี่เป็นโอกาสเดียวที่จะจัดการกั

  • จงอางหวงไข่(ดุตัวพ่อ)   สถานการณ์ที่ตึงเครียด

    "ไม่น่าเลยจริง ๆ” เศรษฐีไกรสรพูดเสียงแผ่ว แต่แววตาของเขากลับฉายชัดถึงความผิดหวัง“ไกรสร!” พิมพ์ภัทราตะโกน “คุณไม่น่ามาทำแบบนี้กับฉันเลย!”เธอก้าวเข้ามาข้างหน้าด้วยท่าทางที่ดูมั่นใจ พร้อมกับจ้องมองเศรษฐีไกรสรด้วยสายตาเกรี้ยวกราด “คุณทิ้งฉันไปเพราะอะไรละค่ะ!”พิมพ์ภัทราที่เพิ่งเลิกกับเศรษฐีไกรสรไปได้ไม่นานก็เริ่มมีน้ำเสียงที่แผ่วลง แล้วเธอก็ชี้ไปที่เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่กำลังยืนหลบอยู่ด้านหลังของเขา"เพราะเหตุผลเดียวคือฉันไม่ได้รักเธอมันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันพิมพ์เลย คุณก็รู้อยู่แล้วว่าเราไม่ได้รักกัน”คำพูดราบเรียบแต่กรีดแทงหัวใจของพิมพ์หญิงสาวตรงหน้าแทบจะกระอักออกมาเป็นเลือดเธอรู้สึกโกรธเคืองแค้นและเสียหน้าไปทั้งเมืองระยองเมื่อถูกปฏิเสธการแต่งงานเศรษฐีไกรสรไม่ได้ต้องการเธอเป็นเจ้าสาวเพียงเพราะพ่อของทั้งสองสนิทกันทำให้พิมพ์คิดไปเองว่าเธอจะได้ไกลสรมาเป็นสามีในอนาคต“ไม่จริง! ถ้าไม่รักกันแล้วทำไมถึงมาหมั้นกับฉันตั้งแต่แรก” พิมพ์ภัทราสวนกลับทันทีทั้งที่เธอก็รู้อยู่แก่ใจว่าเหตุผลมันเกิดจากอะไรพิมพ์ภัทราเริ่มพรั่งพรูความในใจออกมา “เพราะคุณพ่อของคุณกับคุณพ่อของฉันเป็นเพื่อนกันใช่ไหมล่ะ”พิมพ

  • จงอางหวงไข่(ดุตัวพ่อ)   พ่อไกรสรแรง

    ไอ้กรที่เดินโซซัดโซเซออกมาจากโรงเลื่อย พลางสบถคำหยาบออกมาไม่หยุด เขานึกโกรธแค้นเศรษฐีไกรสรที่มาขัดขวางไม่ให้เขาได้เงินจากป้าแม้น แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกหวาดกลัวดวงตาที่ราวกับพญาเหยี่ยวของชายคนนั้นที่จ้องมองมายังเขาเพราะสายตายิ่งมองลุ่มเล็กลงไปยิ่งเผยถึงความเยือกเย็น ไอ้กรนักเลงขี้คลอกถึงกลับไม่กล้าที่จะแตะต้องเศรษฐีไกรสรเลย“มึงเป็นใครวะ…” ไอ้กรพึมพำกับตัวเอง “กูจะไม่มีวันลืมเลย”เขาเดินเตลิดไปตามถนนอย่างไร้จุดหมาย ในหัวคิดแต่เรื่องการหาเงินไปใช้หนี้พนันที่ติดไว้กับเจ้าพ่อเงินกู้รายใหญ่ ยิ่งนึกถึงเรื่องหนี้สินก็ยิ่งรู้สึกร้อนรนเหมือนถูกไฟสุม“เหลือบ่ากว่าแรง” เขาถอนหายใจ “จะทำยังไงดีวะ”ในเมื่อป้าแม้นก็ไม่ยอมให้เงินส่วนพ่อก็ไม่รู้หายไปไหนทันใดนั้นเองก็มีเสียงเรียกจากข้างหลัง ไอ้กรหันไปมองเห็นชายร่างใหญ่สองคนกำลังเดินเข้ามาหาเขา พวกเขาคือลูกน้องของเจ้าพ่อเงินกู้ที่เขาติดหนี้อยู่“ไงไอ้กร นึกว่าจะหนีรอด” หนึ่งในนั้นพูดขึ้น “เงินที่ติดไว้เมื่อไหร่จะเอามาคืน”ชายร่างใหญ่ที่เห็นไอ้กรก็รีบมาดักหน้าดักหลังแล้วตะโกนถามเพราะกลัวไอ้กรจะหนีไปอีก“เดี๋ยว… เดี๋ยวนี้ยังไม่มีจริงๆ” ไอ้กรพูดเสียงสั่

  • จงอางหวงไข่(ดุตัวพ่อ)   ความเปลี่ยนแปลง

    รถหรูที่แล่นพ้นเขตรั้วโรงเรียนของปาริชาติเขาที่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ด้านหลังอยู่ดีๆก็เอ่ยขึ้นมา"ขับไปที่ตลาดใหญ่” เศรษฐีไกรสรสั่งเสียงเรียบ “ไปดูที่โรงเลื่อยของฉันด้วย”เข้มพยักหน้า ก่อนจะค่อยๆ เลี้ยวรถมุ่งหน้าไปยังตลาดตามคำสั่งของผู้เป็นนาย ในใจก็ยังคงนึกถึงเหตุการณ์เมื่อเช้า เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่านายใหญ่ผู้ยิ่งใหญ่และเด็ดขาดจะยอมทำตามคำพูดของเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ได้ถึงขนาดนี้ ความรู้สึกตกใจที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความทึ่งและชื่นชม เขาเห็นความอ่อนโยนในตัวเจ้านายที่ไม่เคยเห็นมาก่อน“ท่านเศรษฐีครับ... ปาริชาตินี่เป็นเด็กที่มีอิทธิพลกับท่านมากเลยนะครับ” เข้มพูดขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ “ไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับท่านได้มาก่อน”เศรษฐีไกรสรหันมามองเข้มด้วยสายตาเรียบนิ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงเข้ม “อย่าพูดมาก ขับรถไปเถอะ”เข้มรีบหุบปากฉับ แต่ในใจก็ยังคงเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของเจ้านายตลอดทาง เศรษฐีไกรสรยังคงก้มมองนาฬิกาข้อมือเป็นระยะๆ ดูเหมือนเขากำลังกังวลกับบางสิ่งบางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้นเมื่อรถมาถึงโรงเลื่อย กลิ่นฝุ่นไม้และขี้เลื่อยที่คุ้นเคยก็ลอยมาแตะจมูก เศรษฐีไกรสรลงจากรถโดยม

  • จงอางหวงไข่(ดุตัวพ่อ)   ความผูกพัน

    เมื่อถึงยามค่ำคืน ท้องฟ้าเริ่มมืดมิด มีเพียงแสงจากดวงจันทร์ที่สาดส่องลงมาในห้องนอนของเศรษฐีไกรสร เขากำลังยืนอยู่ริมระเบียงพลางคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ มือใหญ่หยิบซิการ์ขึ้นมาจุดสูบ พ่นควันออกมาอย่างช้าๆ แล้วปล่อยให้มันล่องลอยไปในอากาศในใจยังคงก้องกังวานด้วยเสียงของปาริชาติที่กล่าวว่า "เธอจะเป็นเกราะกำบังให้เขา" คำพูดนั้นทำให้หัวใจที่เคยแข็งกระด้างราวกับหินผาเริ่มอ่อนยวบลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เจ้าตัวเล็กนี่...” เสียงทุ้มต่ำพึมพำออกมาเพียงลำพัง “ช่างกล้าหาญเกินตัวจริง ๆ ”เศรษฐีไกรสรที่กำลังนั่งคิดอะไรเพลินๆก็มักจะแว๊บนึกถึงปาริชาติในวันนี้แล้วเผลอยิ้มมุมปากออกมาอย่างไม่รู้ตัวเขารู้สึกถึงความรับผิดชอบที่เพิ่มมากขึ้น เขามองไปยังหน้าต่างห้องนอนของปาริชาติ เห็นแสงไฟสลัวๆ ผ่านม่านบางๆ รู้สึกอบอุ่นในใจอย่างประหลาด ความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อน... ความรู้สึกที่เรียกว่า "ห่วงใย"เช้าวันรุ่งขึ้น ปาริชาติรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาด้วยแสงแดดที่ลอดผ่านม่านเข้ามาในห้อง เธอลุกขึ้นจากเตียงและเดินออกไปที่ระเบียงห้องทันที เธอเห็นเศรษฐีไกรสรยืนสูบบุหรี่อยู่ที่หน้าระเบียงเธอพอดีไม่รู้ว่าท่านเศรษฐีไกรสรข

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status