مشاركة

สั่งสอนคนปากดี

last update آخر تحديث: 2026-01-08 11:15:16

“ท่านผู้กำกับฯ” ทนายความของไกรสรเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความจริงจัง “การกระทำของสารวัตรดอนนี่ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ครับ”

ผู้กำกับฯ หน้าถอดสี เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “คุณไกรสร... เรื่องนี้ผมต้องขอโทษด้วยจริง ๆ ครับ ผมไม่ทราบเรื่องนี้เลย” เขาหันไปตวาดใส่สารวัตรดอนอย่างเหลืออด

“ไอ้ดอน! แกไปทำอะไรไว้ แกทำแบบนี้ได้ยังไง!”

“คุณผู้กำกับฯ! ผมแค่ทำตามหน้าที่ ผมได้รับแจ้งว่าไกรสรมีไม้พยุงหมายและพรากผู้เยาว์!” สารวัตรดอนโต้เถียงอย่างร้อนรน

ไกรสรหัวเราะในลำคอ ไม้พยุงเหรอ? คุณสารวัตรเห็นมันแล้วหรือยัง” เขาชี้ไปที่เด็กหญิงปาริชาติที่ยังคงหลบอยู่หลังเขา

“ส่วนพรากผู้เยาว์... ผมรับเธอมาอุปการะเลี้ยงดูเพราะเธอเป็นเด็กกำพร้า มีเอกสารรับรองถูกต้องทุกอย่าง แล้วที่สำคัญ...ใครเป็นคนแจ้งคุณว่าผมทำแบบนั้น”

สารวัตรดอนหันไปมองพิมพ์ภัทราด้วยสายตาตำหนิ พิมพ์ภัทราหน้าซีดเผือด เธอรู้ดีว่าเธอเป็นคนให้ข้อมูล แต่เธอไม่ได้คิดว่าเรื่องจะบานปลายขนาดนี้

“ไม่มีใครแจ้งหรอกครับ” ไกรสรพูดตัดบทพร้อมรอยยิ้มเย็นชา “คุณแค่ต้องการจัดการผม...เพราะคุณคิดว่าผมเป็นคนที่คุณจัดการได้ง่าย ๆ สินะ”

“คุณไกรสรครับ” ผู้กำกับฯ ก้าวเข้ามาอย่างประนีประนอม “ผมขอให้เรื่องนี้จบลงแค่นี้ได้ไหมครับ”

ไกรสรหันไปสบตาผู้กำกับฯ “ไม่ได้ครับ ผู้กำกับฯ เพราะถ้าเรื่องนี้ไม่ถูกจัดการให้เด็ดขาดในวันนี้...ในวันข้างหน้าก็อาจจะมีตำรวจที่ใช้อำนาจตามอำเภอใจมาทำแบบนี้อีก” เขาหันไปมองหน้าสารวัตรดอนอย่างไม่ลดละ

“และผมก็ไม่ชอบให้ใครมาแตะต้องคนของผม”คำตอบของเศรษฐีไกรสรเฉียบขาดและเด็ดขาดมากเขาไม่ยอมเรื่องนี้เป็นอันขาดที่ถึงขนาดมีคนกล้าเอาปืนจ่อหัวเขาแล้วจะหลุดรอดออกไปอย่างง่ายๆเหมือนกำลังหยามเกลียดเขาเช่นกัน

ทนายความของไกรสรหยิบเอกสารขึ้นมาปึกหนึ่ง “ผมมีพยานหลักฐานครับท่านผู้กำกับฯ ว่าสารวัตรดอนใช้อำนาจเกินกว่าเหตุ มีพยานบุคคลมากมายและเสียงที่บันทึกไว้ในขณะที่สารวัตรดอนใช้ปืนจ่อหัวคุณไกรสรและข่มขู่พยานที่เป็นเด็กก็มีเด็กไม่โกหกแน่นอนครับ”ทนายประจำตัวของไกรสรพูดขึ้น

สารวัตรดอนทรุดฮวบลงกับพื้น เขารู้ดีว่าทุกอย่างจบสิ้นแล้ว ชื่อเสียงที่เขาสร้างมาพังทลายลงในพริบตาเดียว เขาหันไปมองพิมพ์ภัทราที่ยืนนิ่งและรู้สึกผิดอย่างรุนแรงเขาคิดว่ากำลังแก้แค้นให้กับน้องสาว

และทำไปเพราะความแค้นส่วนตัวหากเขาล้มไกรสอนได้ชื่อเสียงของเขาจะมีคนนับหน้าถือตามากอีกขึ้นเป็นเท่าตัว แต่วันนี้เขาก้าวพลาดอย่าว่าแต่จัดการไกรสรได้เลยแค่เขาคิดจะแตะต้องเขาก็พลาดตั้งแต่ออกจากโรงพักมาแล้ว

“เราคงต้องไปที่สถานีตำรวจกันแล้วนะครับสารวัตร” ผู้กำกับฯ พูดด้วยน้ำเสียงหมดหวัง เขารู้ดีว่าสารวัตรดอนจะถูกปลดออกจากราชการอย่างแน่นอน

หลังจากที่ผู้กำกับฯ และตำรวจที่เหลือจากเหตุการณ์ทั้งหมดออกไปแล้ว คฤหาสน์ของไกรสรก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง

ไกรสรก้มลงมองปาริชาติที่หลับไปในอ้อมแขนของเขา เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่ต้องมาเจอกับเรื่องราวที่โหดร้ายเกินกว่าที่เด็กคนหนึ่งจะรับได้ เขาลูบผมเธอเบา ๆ แล้วเดินเข้าไปในบ้าน

“นายครับ...” เข้มเดินตามเข้ามา “แล้ว...จะเอายังไงกับพิมพ์ภัทราดีครับ”

ไกรสรหันไปมองพิมพ์ภัทราที่ยังคงยืนอยู่หน้าบ้าน เธอไม่ได้หนีไปไหน เธอยังคงยืนนิ่งเหมือนรูปปั้น ดวงตาของเธอแดงก่ำจากการร้องไห้

“ปล่อยเธอไปเถอะ” ไกรสรพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย “ให้เธอรับผิดชอบสิ่งที่เธอทำก็พอแล้ว”

ไกรสรไม่อยากจะสร้างรอยแผลเป็นใดๆให้กับพิมพ์ภัทราเธอไม่ได้เป็นคนเลวร้ายตั้งแต่แรกเริ่มแต่หากความแค้นที่ฝังอยู่ในใจของเธอมันบดบังความถูกต้องแต่ตอนนี้ไกรสรคิดว่าเธอคงได้รับบทเรียนที่สาสมไกรสรเดินออกไปพบพิมพ์ภัทรา

เข้มพยักหน้าเข้าใจ ก่อนที่จะเดินเข้าไปในบ้านอย่างเงียบ ๆ ปล่อยให้ไกรสรและพิมพ์ภัทรายืนอยู่ตามลำพัง

“ไกรสร...” พิมพ์ภัทราพูดด้วยเสียงสั่นเครือ “ฉันขอโทษ”

ไกรสรไม่ได้ตอบ เขาแค่ยืนมองเธอด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา

“ฉัน...ฉันไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องมันเป็นแบบนี้” เธอพูดต่อ “ฉันแค่...ฉันแค่อยากให้พี่ชายของฉันได้แสดงฝีมือ ฉันก็อยากจะแก้แค้นกับสิ่งที่คุณทำให้ฉันเสียหน้าในวันนั้นฉันไม่คิดว่าเรื่องมันจะบานปลายเลยเถิดถึงขนาดนี้"

พิมพ์ภัทราเธอรู้สึกผิดจึงได้เอ่ยทุกความในใจออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้มเธอทำให้พี่ชายถูกเด้งจากตำแหน่งตำรวจและหมดอนาคตส่วนตัวเธอก็เจ็บซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะผู้คนก็คงพากันพูดเรื่องของเธอไปอีกนานว่าผู้ชายไม่เอาก็เลยส่งพี่ชายมาบังคับขู่เข็ญ

ไกรสรหันหลังให้เธอ เขาเดินเข้ามาในบ้านโดยไม่พูดอะไรอีก ปล่อยให้พิมพ์ภัทราจมอยู่กับความรู้สึกผิดเพียงลำพังบางครั้งการที่เราไม่พูดอะไรเลยอาจจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับพิมพ์ภัทราเหมือนเธอได้ยินเสียงในหัวของตัวเองและได้เห็นความผิดที่เธอได้ทำลงไป

พิมพ์ภัทรามองตามหลังเขาจนลับตา เธอรู้ดีว่าไกรสรไม่ได้โกรธเธอ แต่เขาแค่ไม่ใส่ใจเธออีกต่อไปแล้ว เธอพยายามจะก้าวตามเข้าไปในบ้าน แต่ก็ทำไม่ได้เพราะความรู้สึกผิดที่พรั่งพรูเข้ามาทำให้เธอไม่แม้แต่จะกล้าสบตาไกรสรอดีตว่าที่คู่หมั้นของเธอ

เธอหันหลังกลับเดินออกจากคฤหาสน์ของไกรสรไปอย่างช้า ๆ น้ำตาหยดลงมาบนพื้นดินอย่างเงียบเชียบ เธอรู้ดีว่าเธอได้สูญเสียทุกอย่างแล้ว... รวมทั้งความรักที่เธอเคยมีให้กับไกรสร

ตัดภาพมาที่สารวัตรดอนที่ตอนนี้กำลังร้องขออ้อนวอนผู้กำกับไม่ให้ถอดยศถอดตำแหน่งของเขาออกจากการเป็นตำรวจ

เขามุมานะอุตสาหะมาตั้งนานสร้างผลงานมากมายแต่ด้วยเรื่องของไกรสรถึงขนาดเด้งเข้าออกจากตำแหน่งสารวัตรดอนจึงมองว่าไม่ยุติธรรมและได้ทำการร้องประท้วงผู้กำกับของตน

"คุณกล้ามากที่มากร้องประท้วงผม สารวัตรดอน" ผู้กำกับหันมาตอบด้วยท่าทีโมโหและขึงขัง

"แต่ผมไม่ได้ทำอะไรผิด ผมอาจจะผิดที่บุ๋มบ่ามเข้าไปโดยไม่มีหมายค้น แต่สิ่งที่ผมทำเพราะผมได้รับแจ้งความมาว่านายไกรสรมีไม้พยุงอยู่จริงๆ" สารวัตรดอนยังคงเถียงข้างๆคูๆทั้งที่เขารู้เต็มอกว่าเรื่องทุกอย่างนั้นเมคขึ้นเพราะว่าเรื่องส่วนตัวล้วนๆ

"แต่เขาก็โชว์เอกสารสิทธิ์ให้คุณดู ทั้งที่คุณไม่มีอำนาจในการเป็นค้นบ้านของเขา โดยที่ไม่ได้รับคำสั่งหรือมีหมายศาล คุณทำเกินกว่าเหตุโดยการใช้ความรุนแรง ต่อหน้าเด็ก คุณคิดว่าเรื่องแค่นี้ผมยังไม่มีสิทธิ์ถอดถอนหรือปลดคุณออกจากการเป็นตำรวจเลยหรือไง.!" ผู้กำกับอธิบายความผิดของสารวัตรดอนออกมาเป็นข้อๆจนเขาเถียงไม่ออก

"เอาอย่างนี้ผมสั่งพักงานคุณ เป็นระยะเวลาสาม เดือน แล้วให้คุณบำเพ็ญประโยชน์ในทุกๆวันส่งรายงานผม แต่ถ้าหลังจากสามเดือนนี้คุณยังไม่ปรับปรุงตัวหรือดีขึ้น ผมจะไล่คุณและถอดตำแหน่งของคุณออก"

ผู้กำกับสั่งคำสั่งเด็ดขาดกับสารวัตรดอนเขาทำอะไรไม่ได้นอกจากน้อมรับอย่างน้อยก็ผ่อนหนักกลายเป็นเบา...

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • จงอางหวงไข่(ดุตัวพ่อ)   ความเป็นห่วง

    "ผู้กำกับฯ ครับ...""ผู้กำกับฯ ครับ..." สารวัตรดอนพูดด้วยเสียงสั่นเครือ "ผม...""ไปได้แล้ว สารวัตรดอน" ผู้กำกับฯ พูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "ไปคิดทบทวนสิ่งที่ตัวเองทำลงไปให้ดี"สารวัตรดอนได้แต่ก้มหน้ารับคำสั่ง เขาเดินออกจากห้องของผู้กำกับฯ ด้วยความรู้สึกที่พังทลาย เขาเคยคิดว่าการล้มเศรษฐีไกรสรจะทำให้เขาเป็นที่ยอมรับและมีชื่อเสียง แต่ตอนนี้เขากลับกลายเป็นคนที่ไม่มีอนาคต เขาได้แต่โทษตัวเองที่ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจที่คฤหาสน์ของไกรสร บรรยากาศกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ปาริชาติที่หลับไปแล้วในอ้อมแขนของไกรสร ได้รับการประคบประหงมอย่างดีจากเขา เขานำเธอขึ้นไปนอนบนเตียง แล้วจัดหมอนและผ้าห่มให้เธออย่างเบามือ ไกรสรนั่งลงข้างเตียง มองดูใบหน้าใสซื่อของเด็กหญิงที่กำลังหลับใหล"หนูไม่ควรต้องมาเจอเรื่องแบบนี้เลย" เขาพึมพำกับตัวเอง เขารู้สึกผิดที่ทำให้เธอต้องมาเผชิญหน้ากับความอันตราย เขาไม่เคยคิดว่าความบาดหมางในอดีตของเขาจะส่งผลกระทบต่อคนที่เขารักและห่วงใย ตอนนี้ปาริชาติเปรียบเสมือนลมหายใจและดวงใจของเขาเขาไม่สามารถขาดทั้งลมหายใจและดวงใจได้ เขาเห็นทุกการกระทำของปาริชาติตั้งแต่เรื่องที่เธอใช้ตัวกระโดดบังคนร้า

  • จงอางหวงไข่(ดุตัวพ่อ)   สั่งสอนคนปากดี

    “ท่านผู้กำกับฯ” ทนายความของไกรสรเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความจริงจัง “การกระทำของสารวัตรดอนนี่ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ครับ”ผู้กำกับฯ หน้าถอดสี เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “คุณไกรสร... เรื่องนี้ผมต้องขอโทษด้วยจริง ๆ ครับ ผมไม่ทราบเรื่องนี้เลย” เขาหันไปตวาดใส่สารวัตรดอนอย่างเหลืออด “ไอ้ดอน! แกไปทำอะไรไว้ แกทำแบบนี้ได้ยังไง!”“คุณผู้กำกับฯ! ผมแค่ทำตามหน้าที่ ผมได้รับแจ้งว่าไกรสรมีไม้พยุงหมายและพรากผู้เยาว์!” สารวัตรดอนโต้เถียงอย่างร้อนรนไกรสรหัวเราะในลำคอ ไม้พยุงเหรอ? คุณสารวัตรเห็นมันแล้วหรือยัง” เขาชี้ไปที่เด็กหญิงปาริชาติที่ยังคงหลบอยู่หลังเขา “ส่วนพรากผู้เยาว์... ผมรับเธอมาอุปการะเลี้ยงดูเพราะเธอเป็นเด็กกำพร้า มีเอกสารรับรองถูกต้องทุกอย่าง แล้วที่สำคัญ...ใครเป็นคนแจ้งคุณว่าผมทำแบบนั้น”สารวัตรดอนหันไปมองพิมพ์ภัทราด้วยสายตาตำหนิ พิมพ์ภัทราหน้าซีดเผือด เธอรู้ดีว่าเธอเป็นคนให้ข้อมูล แต่เธอไม่ได้คิดว่าเรื่องจะบานปลายขนาดนี้“ไม่มีใครแจ้งหรอกครับ” ไกรสรพูดตัดบทพร้อมรอยยิ้มเย็นชา “คุณแค่ต้องการจัดการผม...เพราะคุณคิดว่าผมเป็นคนที่คุณจัดการได้ง่าย ๆ สินะ”“ค

  • จงอางหวงไข่(ดุตัวพ่อ)   อย่าแตะต้องคนของกู

    ภาพของเด็กหญิงที่กำลังถูกกระทำเหมือนกับถูกไฟช็อตเข้าที่กลางใจของไกรสร เขารู้สึกเหมือนมีคลื่นความโกรธแล่นผ่านทุกอณูของร่างกาย ความสุขุมที่เคยมีหายไปหมดสิ้น เขาก้าวเท้าออกไปอย่างรวดเร็ว​“ไอ้สารวัตรชั่ว!”​ไกรสรยกขาขึ้นเตะเข้าที่หน้าอกของสารวัตรดอนเต็มแรงจนเขาล้มลงไปกองกับพื้น ก่อนจะรีบคว้าตัวปาริชาติเข้ามาโอบกอดไว้ในอ้อมแขน​“ปาริชาติ ไม่เป็นไรแล้วนะ”​ไกรสรพูดด้วยเสียงสั่นเครือ เขาลูบหัวของปาริชาติที่ยังคงร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวอยู่ไม่ขาดปาก สายตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากความโกรธที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างที่ขวางทางให้มอดไหม้จนหมดสิ้น ไกรสรปล่อยออร่าสังหารออกมาจากร่างกาย เขาต้องการสังหารคนที่บังอาจแตะต้องเด็กน้อยคนนี้!ไกรสรกอดปาริชาติไว้แน่น เขาลูบผมเธอปลอบโยนความหวาดกลัวที่ยังคงเกาะกุมจิตใจของเด็กน้อยอยู่ น้ำเสียงที่เคยเกรี้ยวกราดเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยน “หนูปลอดภัยแล้ว ไม่ต้องกลัวนะ”สารวัตรดอนที่ถูกเตะกระเด็นไปกองกับพื้น ลุกขึ้นมาอย่างทุลักทุเล เขามองไกรสรด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้น “แก...ไอ้ไกรสร!”เขาเห็นไกรสรหันหลังให้ เขารู้ว่านี่เป็นโอกาสเดียวที่จะจัดการกั

  • จงอางหวงไข่(ดุตัวพ่อ)   สถานการณ์ที่ตึงเครียด

    "ไม่น่าเลยจริง ๆ” เศรษฐีไกรสรพูดเสียงแผ่ว แต่แววตาของเขากลับฉายชัดถึงความผิดหวัง“ไกรสร!” พิมพ์ภัทราตะโกน “คุณไม่น่ามาทำแบบนี้กับฉันเลย!”เธอก้าวเข้ามาข้างหน้าด้วยท่าทางที่ดูมั่นใจ พร้อมกับจ้องมองเศรษฐีไกรสรด้วยสายตาเกรี้ยวกราด “คุณทิ้งฉันไปเพราะอะไรละค่ะ!”พิมพ์ภัทราที่เพิ่งเลิกกับเศรษฐีไกรสรไปได้ไม่นานก็เริ่มมีน้ำเสียงที่แผ่วลง แล้วเธอก็ชี้ไปที่เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่กำลังยืนหลบอยู่ด้านหลังของเขา"เพราะเหตุผลเดียวคือฉันไม่ได้รักเธอมันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันพิมพ์เลย คุณก็รู้อยู่แล้วว่าเราไม่ได้รักกัน”คำพูดราบเรียบแต่กรีดแทงหัวใจของพิมพ์หญิงสาวตรงหน้าแทบจะกระอักออกมาเป็นเลือดเธอรู้สึกโกรธเคืองแค้นและเสียหน้าไปทั้งเมืองระยองเมื่อถูกปฏิเสธการแต่งงานเศรษฐีไกรสรไม่ได้ต้องการเธอเป็นเจ้าสาวเพียงเพราะพ่อของทั้งสองสนิทกันทำให้พิมพ์คิดไปเองว่าเธอจะได้ไกลสรมาเป็นสามีในอนาคต“ไม่จริง! ถ้าไม่รักกันแล้วทำไมถึงมาหมั้นกับฉันตั้งแต่แรก” พิมพ์ภัทราสวนกลับทันทีทั้งที่เธอก็รู้อยู่แก่ใจว่าเหตุผลมันเกิดจากอะไรพิมพ์ภัทราเริ่มพรั่งพรูความในใจออกมา “เพราะคุณพ่อของคุณกับคุณพ่อของฉันเป็นเพื่อนกันใช่ไหมล่ะ”พิมพ

  • จงอางหวงไข่(ดุตัวพ่อ)   พ่อไกรสรแรง

    ไอ้กรที่เดินโซซัดโซเซออกมาจากโรงเลื่อย พลางสบถคำหยาบออกมาไม่หยุด เขานึกโกรธแค้นเศรษฐีไกรสรที่มาขัดขวางไม่ให้เขาได้เงินจากป้าแม้น แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกหวาดกลัวดวงตาที่ราวกับพญาเหยี่ยวของชายคนนั้นที่จ้องมองมายังเขาเพราะสายตายิ่งมองลุ่มเล็กลงไปยิ่งเผยถึงความเยือกเย็น ไอ้กรนักเลงขี้คลอกถึงกลับไม่กล้าที่จะแตะต้องเศรษฐีไกรสรเลย“มึงเป็นใครวะ…” ไอ้กรพึมพำกับตัวเอง “กูจะไม่มีวันลืมเลย”เขาเดินเตลิดไปตามถนนอย่างไร้จุดหมาย ในหัวคิดแต่เรื่องการหาเงินไปใช้หนี้พนันที่ติดไว้กับเจ้าพ่อเงินกู้รายใหญ่ ยิ่งนึกถึงเรื่องหนี้สินก็ยิ่งรู้สึกร้อนรนเหมือนถูกไฟสุม“เหลือบ่ากว่าแรง” เขาถอนหายใจ “จะทำยังไงดีวะ”ในเมื่อป้าแม้นก็ไม่ยอมให้เงินส่วนพ่อก็ไม่รู้หายไปไหนทันใดนั้นเองก็มีเสียงเรียกจากข้างหลัง ไอ้กรหันไปมองเห็นชายร่างใหญ่สองคนกำลังเดินเข้ามาหาเขา พวกเขาคือลูกน้องของเจ้าพ่อเงินกู้ที่เขาติดหนี้อยู่“ไงไอ้กร นึกว่าจะหนีรอด” หนึ่งในนั้นพูดขึ้น “เงินที่ติดไว้เมื่อไหร่จะเอามาคืน”ชายร่างใหญ่ที่เห็นไอ้กรก็รีบมาดักหน้าดักหลังแล้วตะโกนถามเพราะกลัวไอ้กรจะหนีไปอีก“เดี๋ยว… เดี๋ยวนี้ยังไม่มีจริงๆ” ไอ้กรพูดเสียงสั่

  • จงอางหวงไข่(ดุตัวพ่อ)   ความเปลี่ยนแปลง

    รถหรูที่แล่นพ้นเขตรั้วโรงเรียนของปาริชาติเขาที่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ด้านหลังอยู่ดีๆก็เอ่ยขึ้นมา"ขับไปที่ตลาดใหญ่” เศรษฐีไกรสรสั่งเสียงเรียบ “ไปดูที่โรงเลื่อยของฉันด้วย”เข้มพยักหน้า ก่อนจะค่อยๆ เลี้ยวรถมุ่งหน้าไปยังตลาดตามคำสั่งของผู้เป็นนาย ในใจก็ยังคงนึกถึงเหตุการณ์เมื่อเช้า เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่านายใหญ่ผู้ยิ่งใหญ่และเด็ดขาดจะยอมทำตามคำพูดของเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ได้ถึงขนาดนี้ ความรู้สึกตกใจที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความทึ่งและชื่นชม เขาเห็นความอ่อนโยนในตัวเจ้านายที่ไม่เคยเห็นมาก่อน“ท่านเศรษฐีครับ... ปาริชาตินี่เป็นเด็กที่มีอิทธิพลกับท่านมากเลยนะครับ” เข้มพูดขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ “ไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับท่านได้มาก่อน”เศรษฐีไกรสรหันมามองเข้มด้วยสายตาเรียบนิ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงเข้ม “อย่าพูดมาก ขับรถไปเถอะ”เข้มรีบหุบปากฉับ แต่ในใจก็ยังคงเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของเจ้านายตลอดทาง เศรษฐีไกรสรยังคงก้มมองนาฬิกาข้อมือเป็นระยะๆ ดูเหมือนเขากำลังกังวลกับบางสิ่งบางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้นเมื่อรถมาถึงโรงเลื่อย กลิ่นฝุ่นไม้และขี้เลื่อยที่คุ้นเคยก็ลอยมาแตะจมูก เศรษฐีไกรสรลงจากรถโดยม

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status