Share

บทที่ 4

Penulis: มู่เหอ
เฉิงซีลุกขึ้นแล้วออกจากบ้านไป

ฉันตบบริเวณหัวใจที่เต้นผิดไปจังหวะหนึ่ง แล้วลูบใบหูที่จู่ ๆ ก็ร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ

รู้สึกทั้งเขินทั้งโมโห

เขาพูดจาดี ๆ ไม่ได้หรือไง ทำไมต้องมาปล่อยฟีโรโมนเอาตอนเวลาแบบนี้ด้วย!

ช่วงบ่าย ฉันแวะไปที่คลินิกเอกชนแห่งหนึ่ง

หมอบอกว่าช่วงนี้ฉันเครียดมากเกินไปจนทำให้ฮอร์โมนผิดปกติ เลยแนะนำให้ฉันหาคู่นอนเพื่อปลดปล่อยอารมณ์บนเตียงบ้าง

พอเวินเจียนีได้ยินก็รีบร้อนจะเอาพวกหนุ่มน้อยมีซิกซ์แพ็กแปดลอนจากโมเดลลิ่งของเธอมาให้ฉันยืมใช้งานทันที

ตอนนั้น ฉันกำลังกินแตงโม พลางไถดูคลิปวิดีโอในไอแพดไปเรื่อยเปื่อย

ฉันปฏิเสธกลับไปทันที

“ช่วงนี้เธอสิวขึ้นใช่ไหม”

ฉันรู้สึกจุกในอก

ขึ้นมาสองเม็ดจริง ๆ ด้วย! ขึ้นตรงคางของฉันเนี่ยแหละ!

“เพื่อนสาว ของกินนอกบ้านยังไงก็หอมกว่าข้าวเหลือในบ้านอยู่แล้ว อีกอย่างพวกเธอก็กำลังจะเซ็นหนังสือหย่ากันแล้ว ไม่ลองดูหน่อยจริง ๆ เหรอ”

เวินเจียนีพยายามพูดตะล่อมอย่างใจเย็น

ฉันหยุดมือ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง พอดีกับที่ไม่มีธุระอะไร ไปดูหน่อยก็ไม่เสียหาย

ก็แค่ฮอร์โมนเพศชายเสียสมดุลไม่ใช่เหรอ รอให้ฉันได้รับอิสระเมื่อไหร่ ฉันจะหานายแบบสักร้อยคนเลยคอยดู

แต่ตอนนี้ยังไม่ได้

ไม่ใช่ว่าฉันปอดแหกนะ แต่นี่เป็นบรรทัดฐานทางศีลธรรมในฐานะคนดังของฉันต่างหาก

เวินเจียนีหัวเราะออกมาสองเสียง เห็นได้ชัดว่าไม่เชื่อในความยับยั้งชั่งใจของฉัน

เดิมทีฉันยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ แต่ผลลัพธ์ในความเป็นจริงก็คือ...ฉันดันฝันเรื่องอย่างว่าสุดแสนจะเร่าร้อนไปหนึ่งตื่น

ในความฝัน ฉันกับผู้ชายคนหนึ่งจูบกันอย่างดูดดื่มจนไม่อยากพรากจาก

ลมหายใจสอดประสาน กลิ่นอายร้อนผ่าวของผู้ชายคนนั้นประกอบกับเสียงน้ำแฉะชื้นอันคลุมเครือ ค่อย ๆ ดึงฉันให้จมดิ่งลงสู่คลื่นความรู้สึกอันไร้ที่สิ้นสุดทีละนิด

ฉันตกหลุมพรางของการหยอกเย้าอันเร่าร้อนนั้น และลุ่มหลงไปกับความสุขสมของกันและกัน

ทว่าในวินาทีที่กำลังจะแตะจุดสูงสุดนั้นเอง—

ฉันก็มองเห็น...ใบหน้าของเฉิงซีอยู่ใกล้แค่เอื้อม

ฉันสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ

หัวใจเต้นแรงราวกับรัวกลอง เหงื่อเย็นแตกพลั่กไปทั้งตัว

ฉันแข้งขาไร้เรี่ยวแรง คิดจะลงชั้นล่างไปรินเหล้ามาเรียกขวัญกำลังใจสักแก้ว

จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงหัวเราะอย่างไม่จริงจังดังมาจากห้องโถง

“ผู้ชายบางคนนะ ทั้งที่ในใจต้องการจนแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว แต่เพราะกลัวว่าจะทำให้คนในใจตกใจกลัว ก็เลยพยายามแกล้งทำตัวเป็นพ่อพระอยู่นั่นแหละ เป็นใครฉันก็ไม่ขอเอ่ยชื่อแล้วกัน”

พวกเพื่อน ๆ ของเฉิงซีนั่งพิงโซฟากันอย่างเกียจคร้าน

ในมือของพวกเขาแกว่งแก้ววิสกี้ไปมา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหยอกล้อ

“ผู้หญิงทนถูกเมินไม่ได้หรอกนะเพื่อน ถ้านายยังเอาแต่อั้นไว้แบบนี้ เมียของนายได้หนีไปปาร์ตี้สุดเหวี่ยงกับผู้ชายคนอื่นที่ลาสเวกัสเข้าสักวันแน่ ถึงตอนนั้นนายจะร้องไห้ก็ไม่มีที่ให้ร้องหรอกนะ”

คนพวกนี้สนิทกับเฉิงซีมาก เวลาพูดจาจึงไม่เคยระวังปาก

ส่วนเฉิงซีก็ทำเพียงแค่จิบเหล้าเงียบ ๆ

บนใบหน้าหล่อเหลามองไม่ออกถึงความหวั่นไหวใด ๆ

หลังจากนั้นเขาก็พูดประโยคหนึ่งออกมา พวกเพื่อน ๆ ต่างก็พากันระเบิดเสียงหัวเราะลั่น

และฉันเองก็รับรู้ได้ถึงความผิดปกติอย่างฉับไว

พวกเขาพูดขึ้นมาว่าเฉิงซีก็มีแอ็กเคานต์โซเชียลมีเดียลับอยู่แอ็กเคานต์หนึ่ง

ฉันอุ้มความรู้สึกที่อยากจับผิดเขาเอาไว้ แล้วลองค้นหาชื่อเล่นตามความทรงจำนั้น และก็พบบัญชีที่ใช้รูปโปรไฟล์แบบเดียวกันจริง ๆ

โพสต์ที่ปักหมุดไว้ทำเอาฉันอึ้งไปเลย

ด้านบนนั้นเขียนเอาไว้ว่า:

“ในที่สุดก็ได้แต่งงานกับผู้หญิงที่แอบชอบมานานหลายปี แต่ผมมีความต้องการทางเพศสูงมาก ต้องทำยังไงถึงจะทำให้เธอมีความสุข โดยที่ไม่ทิ้งแผลใจไว้ให้เธอครับ”

โพสต์ถัดมา:

“โลกภายนอกมีสิ่งยั่วยวนมากเกินไป เธอมองว่าผมน่าเบื่อก็เป็นเพราะผมไร้น้ำยา ถ้าผมลองใช้วิธีนี้เอาใจเธอ เธอจะไล่ผมออกจากบ้านไหมครับ”

รูปภาพประกอบเป็นเสื้อผ้าที่เปิดเผยสัดส่วนและโซ่โลหะ

เลือดในกายของฉันเดือดพล่านขึ้นมาทันที...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จมดิ่งในห้วงรัก   บทที่ 12

    พอเฉิงซีพบว่าฉันเอาจริงก็รีบเปิดโหมดขอโทษทันทีฉันหมดปัญญาจะรับมือกับเขาจริง ๆ จึงคว้าคอเสื้อแล้วดึงเขาเข้ามาตรงหน้า“ขอโทษไปก็ไม่มีประโยชน์ บอกมาว่ายังมีความลับอะไรปิดบังฉันอยู่อีกมากแค่ไหน”เฉิงซีหน้าแดงก่ำ พูดจาอึกอัก “มี...ชุดชั้นในที่หายไปพวกนั้น จริง ๆ ผมเป็นคนเอาไป...ผมทำเรื่องที่ไม่ค่อยน่าดูเท่าไหร่ ขอโทษนะ”“...พูดต่อสิ”“เรื่องที่จู่ ๆ พี่สาวของคุณก็ตัดสินใจไปไล่ตามศิลปะที่ปารีส ผมก็เป็นคนวางแผนอยู่เบื้องหลังเอง”ฉันอุทานด้วยความตกใจ “อะไรนะ”ฉันยังจำได้ดีว่าก่อนไป พี่สาวแสนอ่อนโยนของฉันร้องไห้น้ำตาอาบแก้ม เธอบอกว่าชาตินี้ต้องไปตามหาจิตรกรคู่แท้ริมแม่น้ำแซนให้ได้ ถึงจะนอนตายตาหลับตอนนั้นฉันยังนึกสงสัยอยู่เลยว่าปกติเธอแทบจะไม่ออกจากบ้านด้วยซ้ำ แล้วไปเอาความรู้สึกอยากร่อนเร่พเนจรแบบนี้มาจากไหนเฉิงซีอธิบาย “ผมก็แค่ทำเรื่องสนับสนุนให้คนสมหวัง เป็นนายทุนให้เธอไปตามหาสิ่งที่เรียกว่าความฝัน ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ ผมจ่ายเงินให้จิตรกรคนนั้นไปสามร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อให้พวกเขาไปตั้งรกรากอยู่ที่นั่น มันก็แค่การแลกเปลี่ยนที่ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์”สำหรับพวกเขามันคือการแลกเป

  • จมดิ่งในห้วงรัก   บทที่ 11

    ฉัน: ...วันเวลาหลังจากนั้นผ่านไปอย่างชุ่มชื่น เวินเจียนีหัวเราะเยาะว่าทั้งตัวฉันเปล่งประกายไปด้วยออร่าสีชมพูแห่งความรักผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ฉันถึงเพิ่งมีเวลาว่างเปิดดูแอ็กเคานต์ลับของเฉิงซีอีกครั้งด้านบนมีการอัปเดตสเตตัสสั้น ๆ เพิ่มขึ้นมาหลายโพสต์:“เธอรับรู้ความรู้สึกของฉันแล้ว ความรู้สึกนี้มันยอดเยี่ยมยิ่งกว่าตอนเซ็นสัญญาโปรเจกต์ห้าพันล้านซะอีก”“ฉันไม่ได้คาดหวังให้เธอต้องมารักฉันจนหมดหัวใจทันที ขอแค่เธอไม่คิดผลักไสฉันอีกก็พอแล้ว”“ในปีที่ฉันรักเธอมากที่สุด ฉันเลือกจะให้อภัยในความ ‘ไม่ซื่อสัตย์’ ของเธอ”ฉัน: ...ในหัวของหมอนี่กำลังถ่ายทำละครดราม่าเคล้าน้ำตาเรื่องอะไรอยู่อีกเนี่ยเรื่องนายแบบสองคนนั้น ฉันก็อธิบายไปชัดเจนแจ่มแจ้งแล้วไม่ใช่หรือไงฉันรู้สึกตะหงิด ๆ ว่ามันต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรซ่อนอยู่อีกแน่ฉันพับหน้าจอแล็ปท็อปปิดดัง ‘ปัง’ ก่อนเดินตรงไปยังห้องฟิตเนสบนชั้นสองเฉิงซีกำลังยกเวทอยู่เดิมทีรูปร่างของเขาก็ดีจนพวกเพื่อนสนิทพากันอิจฉาอยู่แล้ว นี่ยังจะบ้าออกกำลังกายเพิ่มอีก ทำเอาเรี่ยวแรงของฉันตกเป็นรองอย่างสมบูรณ์เลยฉันยืนชื่นชมกล้ามหลังอันเต็มเปี่ยมไปด้วย

  • จมดิ่งในห้วงรัก   บทที่ 10

    เฉิงซีเป็นคนที่เพอร์เฟกต์ไปซะทุกอย่าง เสียก็แต่ชอบเก็บซ่อนความรู้สึกเอาไว้ในตู้เซฟฉันกำลังง่วนอยู่กับการคิดว่าจะฉวยโอกาสนี้ง้างปากเขาดีไหมจู่ ๆ ก็ได้ยินเฉิงซีใช้เสียงแหบพร่าอันทรงเสน่ห์นั้นถามฉัน“อันรุ่ย แต่งงานกับผม คุณมีความสุขไหม”ฉันลองชั่งน้ำหนักดูอย่างจริงจังก็ไม่เลวเลยนะ ได้อยู่ในเพนต์เฮาส์หรู สามีหล่อเหลาแถมยังมีเงินทองมากมาย บิลค่าใช้จ่ายก็มีคนคอยจ่ายให้เสมอฉันพอใจในตัวเฉิงซีมากที่สุดแล้วแน่นอนว่าถ้าเขารู้จักยับยั้งชั่งใจเรื่องบนเตียงขึ้นมาสักนิด มันจะเพอร์เฟกต์ยิ่งกว่านี้อีกทว่าความเงียบของฉัน ในสายตาของเฉิงซีกลับกลายเป็นความลังเลใจเขาประทับจูบแผ่วเบาลงบนรอยแดงที่ซอกคอของฉัน พลางพึมพำกับตัวเอง “ผมมีความสุขมากนะ ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะได้แต่งงานกับคุณจริง ๆ”“ผมรู้ดีว่าถ้ามีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้สึกอึดอัด ชีวิตคู่มันก็เป็นแค่กรงทอง ผมไม่อยากกลายเป็นเครื่องพันธนาการของคุณ”เขาสบตากับฉันตรง ๆ เรียกชื่อเต็มของฉันด้วยน้ำเสียงจริงจัง “อันรุ่ย ถ้าคุณอยากสูดอากาศแห่งอิสรภาพ ผมก็จะยอมปล่อยมือ”ฉันถึงเพิ่งตระหนักได้ว่า สำหรับเฉิงซีแล้ว การแต่งงานครั้งนี้มันเป็นเหมือนพรที่เข

  • จมดิ่งในห้วงรัก   บทที่ 9

    เมื่อนึกถึงสมรภูมิอันดุเดือดเมื่อคืน ฉันก็รู้สึกหนังหัวชาหนึบอย่าได้ไปยั่วยุคนติดยาที่เก็บกดมานานถึงครึ่งปีเชียวความเงียบของฉันยิ่งทำให้เวินเจียนีหัวเราะเสียงดังขึ้น“ร้ายนักนะ ใช้แผนยั่วโมโหเป็นด้วยเหรอเนี่ย ดูท่าว่าที่บอกว่าจะหย่าก่อนหน้านี้ก็คงเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการจีบกันล่ะสิ”พอพูดถึงเรื่องหย่า สมองของฉันก็ตื่นตัวขึ้นมาทันทีแย่ละ หนังสือหย่าล่ะ!ฉันรีบกระโดดลงจากเตียงแล้วพุ่งตัวไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง แต่กลับพบว่าเอกสารเมื่อคืนได้อันตรธานหายไปเสียแล้วสัญชาตญาณแรกของฉันคือเฉิงซีเป็นคนเอาเอกสารนั้นไปนี่มันน่าอึดอัดจนถึงขีดสุด เห็น ๆ ว่าเมื่อคืนเรายังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอย่างบ้าคลั่งอยู่เลย พอหันหลังกลับมาเขาก็ดันมารู้ว่าฉันอยากหย่าซะงั้นฉันจินตนาการไม่ออกเลยว่าเขาจะใช้สายตาแบบไหนมามองประเมินฉันฉันแต่งหน้าอย่างประณีต แล้วขับรถไปที่บริษัทของเฉิงซีนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันก้าวเท้าเข้ามาในอาคารสำนักงานใหญ่ของเฉิงซีอินดัสทรี พนักงานต้อนรับจำฉันได้ทันที และพาฉันเดินไปที่ห้องทำงานประธานอย่างนอบน้อมเลขาส่งสัญญาณว่าเฉิงซีอยู่ด้านใน และให้ฉันเดินเข้าไปได้เลยฉันยืนลังเลอยู่หน้าป

  • จมดิ่งในห้วงรัก   บทที่ 8

    คนนอกเหรอฉันถึงเพิ่งตั้งสติได้ เขายังคิดเรื่องนายแบบสองคนที่เดินจากไปแล้วอยู่ฉันไม่ได้บอกความจริงกับเขา เพราะอยากรู้ว่าเขาจะเล่นใหญ่ได้แค่ไหนห้องน้ำใหญ่มาก ภายในอากาศอบอวลไปด้วยความเย็นของน้ำเย็นเนื้อตัวของเฉิงซีเย็นเฉียบ แต่ฝ่ามือกลับร้อนผ่าวจนน่าตกใจ ฉันสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่บ้าคลั่งภายในอกของเขา“จริง ๆ ผมก็มีความลับอย่างหนึ่งอยากเปิดให้คุณดู”ฉันพอจะเดาออกเลือนลางว่าเขาหมายถึงรอยสักนั้นและก็เป็นอย่างที่คิด วินาทีต่อมา เขาก็ดึงมือของฉันเลื่อนต่ำลงไปเรื่อย ๆ ลากผ่านกล้ามหน้าท้องที่เป็นลอนราวกับช็อกโกแลต และไปหยุดอยู่ตรงบริเวณท้องน้อยที่มีเส้นเลือดปูดโปนขึ้นมาเล็กน้อย “รู้สึกถึงมันไหม”สัมผัสร้อนผ่าวที่ฝ่ามือทำเอาสมองของฉันหยุดทำงานไปชั่วขณะฉันสับสนไปหมด จนเผลอหลุดปากออกไป “ใหญ่...ใหญ่มากเลย”……ลมหายใจของเฉิงซีหยุดชะงัก “ผมหมายถึงรอยสัก...ที่มีชื่อของคุณอยู่บนนั้นต่างหาก”“อ๋อ แบบนี้นี่เอง...” ฉันแสร้งทำเป็นตกตะลึง “งั้นก็ถอดเสื้อผ้าออกให้ฉันดูชัด ๆ สิคะ”ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาคงหน้าแดงแล้วเบือนหน้าหนีไปแล้วแต่ตอนนี้ คำพูดประโยคนี้กลับเหมือนประกายไฟจุ

  • จมดิ่งในห้วงรัก   บทที่ 7

    แต่ฉันไม่ได้แฉเขาฉันเบี่ยงตัวหลบ “เชิญค่ะ”ตอนที่เฉิงซีเดินเข้ามาในห้อง นอกจากจานผลไม้แล้ว ในมือของเขายังกำถุงกระดาษปริศนาใบเล็กเอาไว้อีกใบหนึ่งสายตาอันเฉียบคมของเขากวาดมองผู้ชายสองคนที่อยู่บนโซฟาทั้งสองคนแสดงจนเหนื่อยหอบ ตอนนี้กำลังหอบหายใจด้วยใบหน้าแดงก่ำ เสื้อผ้าหลุดลุ่ยพอเห็นว่าผ้าปูที่นอนก็ยับยู่ยี่ จู่ ๆ หมัดของเฉิงซีก็กำแน่น จนกระดูกข้อนิ้วดังกรอบแกรบผ่านไปพักใหญ่ เขาถึงได้ดึงสายตาที่ราวกับจะฆ่าคนนั้นกลับไป แล้วเดินเข้าห้องน้ำประตูห้องน้ำเพิ่งจะปิดลง ไหล่ของนายแบบทั้งสองคนก็เริ่มสั่นเทา“พระเจ้าช่วย อันรุ่ย เมื่อกี้สายตาของสามีคุณแทบจะส่งเราเข้าห้องดับจิตอยู่แล้วนะ”ฉันไม่ได้เห็นใบหน้าตรง ๆ ของเฉิงซีพอได้ยินพวกเขาพูดแบบนี้ ฉันก็เลิกคิ้วขึ้น“วันนี้ลำบากพวกคุณแล้ว กลับกันไปก่อนเถอะ”“ก็ได้ ๆ ขอให้คุณมีค่ำคืนที่ลืมไม่ลงนะ”ก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นภายในห้องน้ำมีเสียงน้ำไหลดังออกมาฉันเปลี่ยนผ้าปูที่นอนที่ถูกทำจนยับยู่ยี่เสร็จ ก็แอบย่องไปที่หน้าประตูห้องน้ำด้านในเงียบสงบจนน่าแปลกใจฉันจึงทำได้เพียงกลับมานั่งที่โซฟา แล้วไถดูแอ็กเคานต์ลับของเฉิงซีเป็นไปตามค

  • จมดิ่งในห้วงรัก   บทที่ 5

    เฉิงซีในความทรงจำของฉัน มักจะไม่ค่อยพูดไม่ค่อยยิ้ม ราวกับพวกนักบวชผู้ละทิ้งกิเลสต่อให้ฝันฉันก็ยังคิดไม่ถึงว่าอีกด้านหนึ่งของเขาจะเก็บความร้อนแรงไว้ภายในแถมยังขาดความมั่นใจขนาดนี้ปฏิกิริยาแรกของฉันคือคิดว่าตัวเองเสิร์ชหาผิดฉันไม่ยอมแพ้และเลื่อนหน้าจอลงไปดูต่อบัญชีไอดี “ฉลามน้ำลึก” :“ทนไม่ไห

  • จมดิ่งในห้วงรัก   บทที่ 3

    ใครกำลังอาบน้ำ——ฉันตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็ถูกเฉิงซีกอดรัดไว้ในอ้อมแขนแน่นทั้งตัวแล้วความรู้สึกผิดปกติที่โคนขาด้านในรุนแรงมาก มันแข็งขืนลมหายใจของชายหนุ่มร้อนผ่าว เฉิงซีเองก็เพิ่งตื่น เขาลูบหน้าผากของฉันช้า ๆ “ยังตัวร้อนอยู่นิด ๆ คุณรู้สึกยังไงบ้าง”ฉันตาสว่างขึ้นมาทันทีโธ่เอ๊ย นั่นมันเพราะอุ

  • จมดิ่งในห้วงรัก   บทที่ 2

    ต่อให้จะแค่กดไหล่ฉันไว้ แล้วจูบอย่างดูดดื่มก็ยังดีนี่เป็นครั้งที่เก้าแล้วฉันอยากจะก้าวไปอีกขั้นด้วยใจที่พองโต แต่กลับถูกเขาผลักไสอีกครั้งฉันลุกพรวดขึ้นยืน ก่อนจะกระแทกประตูแรง ๆ แล้วเดินจากมา——ณ บ้านของเพื่อนสนิท โทรศัพท์มือถือของฉันสั่นเตือนอย่างบ้าคลั่งไม่หยุด“ไม่รับสายเหรอ” เวินเจียนี

  • จมดิ่งในห้วงรัก   บทที่ 1

    ในที่สุดเฉิงซีก็กลับมาจากการไปทำงานต่างเมืองฉันเตรียมตัวเต็มที่ อาบน้ำ แต่งหน้าอย่างประณีต เปลี่ยนมาสวมชุดชั้นในลูกไม้ราคาแพง และมุดเข้าไปนอนรอเขาอยู่ในผ้าห่มล่วงหน้าทว่าพอเขาอาบน้ำเสร็จและผลักประตูเข้ามาเห็นฉันอยู่บนเตียง เขากลับยืนนิ่งไป“คุณมาทำอะไรที่นี่” น้ำเสียงของเขาไม่มีความอ่อนโยนเลยแม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status