LOGINฉันมักจะรู้สึกอยู่เสมอว่าเฉิงซีถูกบังคับให้เข้าพิธีแต่งงานกับฉัน ทุกครั้งที่มีอะไรกันตอนกลางคืน เขายอมใช้มือช่วยฉัน ดีกว่าที่จะครอบครองฉันจริง ๆ ฉันเริ่มหมดกำลังใจลงเรื่อย ๆ และตั้งใจจะหย่า แต่คืนก่อนหน้าที่ฉันจะพรินต์หนังสือหย่า ฉันกลับได้ยินบทสนทนาระหว่างเขากับกลุ่มเพื่อนสนิทที่ระเบียง “เพื่อน ไม่ได้อยากจุ้นจ้านนะ แต่นายก็ต้องการแทบตายอยู่แล้ว ทำไมถึงไม่แตะต้องเธอเลยล่ะ ผู้หญิงเพอร์เฟกต์อยู่ข้าง ๆ ขนาดนี้ รสชาติมันต้องยอดเยี่ยมมากแน่ ๆ” “ผู้หญิงทนถูกเมินไม่ได้หรอกนะ ถ้านายยังเอาแต่เก็บกดแบบนี้ ระวังสักวันเธอจะหนีไปกับผู้ชายคนอื่น ถึงตอนนั้นนายจะมานั่งเสียใจทีหลัง” ชายหนุ่มจิบวิสกี้เงียบ ๆ “แต่ผิวของเธอบอบบางขนาดนั้น เอวก็เล็กแถมยังเซนซิทีฟอีก ถ้าฉันควบคุมตัวเองไม่อยู่ ทำให้เธอตกใจกลัวขึ้นมาจะทำยังไง” “ผู้หญิงของฉัน ฉันก็ต้องทะนุถนอมสิ ถ้าเธอมีความต้องการ จะไปหาความสุขจากคนอื่นก็ไม่เป็นไร ขอแค่เธอยังยอมกลับบ้านของเรา ฉันก็ยินดีจะตามใจเธอตลอดไป” พอได้ยินคำพูดนี้ พวกเพื่อน ๆ ต่างก็พากันหัวเราะเยาะ “เลิกแกล้งทำตัวเป็นพ่อพระเถอะเพื่อน แน่จริงก็อย่าแอบไปเสิร์ชกูเกิลหาเรื่องพวกนั้นสิ” กลางดึกคืนนั้น ฉันแอบเปิดดูประวัติการเข้าเบราว์เซอร์ของเฉิงซี ทั้งหมดหนึ่งร้อยรายการล้วนตั้งคำถามเดียวกันหมด “ในที่สุดก็ได้แต่งงานกับผู้หญิงที่แอบชอบมานานหลายปี แต่ผมมีความต้องการทางเพศสูงมาก ต้องทำยังไงถึงจะทำให้เธอมีความสุข โดยที่ไม่ทิ้งแผลใจไว้ให้เธอครับ” ......
View Moreพอเฉิงซีพบว่าฉันเอาจริงก็รีบเปิดโหมดขอโทษทันทีฉันหมดปัญญาจะรับมือกับเขาจริง ๆ จึงคว้าคอเสื้อแล้วดึงเขาเข้ามาตรงหน้า“ขอโทษไปก็ไม่มีประโยชน์ บอกมาว่ายังมีความลับอะไรปิดบังฉันอยู่อีกมากแค่ไหน”เฉิงซีหน้าแดงก่ำ พูดจาอึกอัก “มี...ชุดชั้นในที่หายไปพวกนั้น จริง ๆ ผมเป็นคนเอาไป...ผมทำเรื่องที่ไม่ค่อยน่าดูเท่าไหร่ ขอโทษนะ”“...พูดต่อสิ”“เรื่องที่จู่ ๆ พี่สาวของคุณก็ตัดสินใจไปไล่ตามศิลปะที่ปารีส ผมก็เป็นคนวางแผนอยู่เบื้องหลังเอง”ฉันอุทานด้วยความตกใจ “อะไรนะ”ฉันยังจำได้ดีว่าก่อนไป พี่สาวแสนอ่อนโยนของฉันร้องไห้น้ำตาอาบแก้ม เธอบอกว่าชาตินี้ต้องไปตามหาจิตรกรคู่แท้ริมแม่น้ำแซนให้ได้ ถึงจะนอนตายตาหลับตอนนั้นฉันยังนึกสงสัยอยู่เลยว่าปกติเธอแทบจะไม่ออกจากบ้านด้วยซ้ำ แล้วไปเอาความรู้สึกอยากร่อนเร่พเนจรแบบนี้มาจากไหนเฉิงซีอธิบาย “ผมก็แค่ทำเรื่องสนับสนุนให้คนสมหวัง เป็นนายทุนให้เธอไปตามหาสิ่งที่เรียกว่าความฝัน ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ ผมจ่ายเงินให้จิตรกรคนนั้นไปสามร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อให้พวกเขาไปตั้งรกรากอยู่ที่นั่น มันก็แค่การแลกเปลี่ยนที่ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์”สำหรับพวกเขามันคือการแลกเป
ฉัน: ...วันเวลาหลังจากนั้นผ่านไปอย่างชุ่มชื่น เวินเจียนีหัวเราะเยาะว่าทั้งตัวฉันเปล่งประกายไปด้วยออร่าสีชมพูแห่งความรักผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ฉันถึงเพิ่งมีเวลาว่างเปิดดูแอ็กเคานต์ลับของเฉิงซีอีกครั้งด้านบนมีการอัปเดตสเตตัสสั้น ๆ เพิ่มขึ้นมาหลายโพสต์:“เธอรับรู้ความรู้สึกของฉันแล้ว ความรู้สึกนี้มันยอดเยี่ยมยิ่งกว่าตอนเซ็นสัญญาโปรเจกต์ห้าพันล้านซะอีก”“ฉันไม่ได้คาดหวังให้เธอต้องมารักฉันจนหมดหัวใจทันที ขอแค่เธอไม่คิดผลักไสฉันอีกก็พอแล้ว”“ในปีที่ฉันรักเธอมากที่สุด ฉันเลือกจะให้อภัยในความ ‘ไม่ซื่อสัตย์’ ของเธอ”ฉัน: ...ในหัวของหมอนี่กำลังถ่ายทำละครดราม่าเคล้าน้ำตาเรื่องอะไรอยู่อีกเนี่ยเรื่องนายแบบสองคนนั้น ฉันก็อธิบายไปชัดเจนแจ่มแจ้งแล้วไม่ใช่หรือไงฉันรู้สึกตะหงิด ๆ ว่ามันต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรซ่อนอยู่อีกแน่ฉันพับหน้าจอแล็ปท็อปปิดดัง ‘ปัง’ ก่อนเดินตรงไปยังห้องฟิตเนสบนชั้นสองเฉิงซีกำลังยกเวทอยู่เดิมทีรูปร่างของเขาก็ดีจนพวกเพื่อนสนิทพากันอิจฉาอยู่แล้ว นี่ยังจะบ้าออกกำลังกายเพิ่มอีก ทำเอาเรี่ยวแรงของฉันตกเป็นรองอย่างสมบูรณ์เลยฉันยืนชื่นชมกล้ามหลังอันเต็มเปี่ยมไปด้วย
เฉิงซีเป็นคนที่เพอร์เฟกต์ไปซะทุกอย่าง เสียก็แต่ชอบเก็บซ่อนความรู้สึกเอาไว้ในตู้เซฟฉันกำลังง่วนอยู่กับการคิดว่าจะฉวยโอกาสนี้ง้างปากเขาดีไหมจู่ ๆ ก็ได้ยินเฉิงซีใช้เสียงแหบพร่าอันทรงเสน่ห์นั้นถามฉัน“อันรุ่ย แต่งงานกับผม คุณมีความสุขไหม”ฉันลองชั่งน้ำหนักดูอย่างจริงจังก็ไม่เลวเลยนะ ได้อยู่ในเพนต์เฮาส์หรู สามีหล่อเหลาแถมยังมีเงินทองมากมาย บิลค่าใช้จ่ายก็มีคนคอยจ่ายให้เสมอฉันพอใจในตัวเฉิงซีมากที่สุดแล้วแน่นอนว่าถ้าเขารู้จักยับยั้งชั่งใจเรื่องบนเตียงขึ้นมาสักนิด มันจะเพอร์เฟกต์ยิ่งกว่านี้อีกทว่าความเงียบของฉัน ในสายตาของเฉิงซีกลับกลายเป็นความลังเลใจเขาประทับจูบแผ่วเบาลงบนรอยแดงที่ซอกคอของฉัน พลางพึมพำกับตัวเอง “ผมมีความสุขมากนะ ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะได้แต่งงานกับคุณจริง ๆ”“ผมรู้ดีว่าถ้ามีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้สึกอึดอัด ชีวิตคู่มันก็เป็นแค่กรงทอง ผมไม่อยากกลายเป็นเครื่องพันธนาการของคุณ”เขาสบตากับฉันตรง ๆ เรียกชื่อเต็มของฉันด้วยน้ำเสียงจริงจัง “อันรุ่ย ถ้าคุณอยากสูดอากาศแห่งอิสรภาพ ผมก็จะยอมปล่อยมือ”ฉันถึงเพิ่งตระหนักได้ว่า สำหรับเฉิงซีแล้ว การแต่งงานครั้งนี้มันเป็นเหมือนพรที่เข
เมื่อนึกถึงสมรภูมิอันดุเดือดเมื่อคืน ฉันก็รู้สึกหนังหัวชาหนึบอย่าได้ไปยั่วยุคนติดยาที่เก็บกดมานานถึงครึ่งปีเชียวความเงียบของฉันยิ่งทำให้เวินเจียนีหัวเราะเสียงดังขึ้น“ร้ายนักนะ ใช้แผนยั่วโมโหเป็นด้วยเหรอเนี่ย ดูท่าว่าที่บอกว่าจะหย่าก่อนหน้านี้ก็คงเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการจีบกันล่ะสิ”พอพูดถึงเรื่องหย่า สมองของฉันก็ตื่นตัวขึ้นมาทันทีแย่ละ หนังสือหย่าล่ะ!ฉันรีบกระโดดลงจากเตียงแล้วพุ่งตัวไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง แต่กลับพบว่าเอกสารเมื่อคืนได้อันตรธานหายไปเสียแล้วสัญชาตญาณแรกของฉันคือเฉิงซีเป็นคนเอาเอกสารนั้นไปนี่มันน่าอึดอัดจนถึงขีดสุด เห็น ๆ ว่าเมื่อคืนเรายังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอย่างบ้าคลั่งอยู่เลย พอหันหลังกลับมาเขาก็ดันมารู้ว่าฉันอยากหย่าซะงั้นฉันจินตนาการไม่ออกเลยว่าเขาจะใช้สายตาแบบไหนมามองประเมินฉันฉันแต่งหน้าอย่างประณีต แล้วขับรถไปที่บริษัทของเฉิงซีนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันก้าวเท้าเข้ามาในอาคารสำนักงานใหญ่ของเฉิงซีอินดัสทรี พนักงานต้อนรับจำฉันได้ทันที และพาฉันเดินไปที่ห้องทำงานประธานอย่างนอบน้อมเลขาส่งสัญญาณว่าเฉิงซีอยู่ด้านใน และให้ฉันเดินเข้าไปได้เลยฉันยืนลังเลอยู่หน้าป