Share

บทที่ 2

Penulis: มู่เหอ
ต่อให้จะแค่กดไหล่ฉันไว้ แล้วจูบอย่างดูดดื่มก็ยังดี

นี่เป็นครั้งที่เก้าแล้ว

ฉันอยากจะก้าวไปอีกขั้นด้วยใจที่พองโต แต่กลับถูกเขาผลักไสอีกครั้ง

ฉันลุกพรวดขึ้นยืน ก่อนจะกระแทกประตูแรง ๆ แล้วเดินจากมา

——

ณ บ้านของเพื่อนสนิท โทรศัพท์มือถือของฉันสั่นเตือนอย่างบ้าคลั่งไม่หยุด

“ไม่รับสายเหรอ” เวินเจียนีเอียงคอมองฉัน

ฉันแหงนหน้ากระดกเตกีลาอึกใหญ่ ฤทธิ์แอลกอฮอล์อันร้อนแรงแผดเผาจนคอของฉันขมปร่า

ฉันกดปุ่มปิดเครื่องไปดื้อ ๆ พลางบ่นอุบ “บุหรี่มวนนี้แรงจัง สูบแค่มวนเดียวคอแทบพัง”

เวินเจียนีลูบคลำกล่องในมือเล่น “แต่แพ็กเกจมันเท่ดีนะ ว่าไหม”

เดิมทีฉันก็ไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังอยู่แล้ว หลัก ๆ คือฉันคิดไม่ตกจริง ๆ “ทำไมเฉิงซีถึงไม่ยอมแตะต้องตัวฉันจริง ๆ สักที?! หรือว่าเขาชอบผู้ชาย”

ฉันส่ายหน้า

ตอนมัธยมปลายเฉิงซีเคยคบกับกัปตันเชียร์ลีดเดอร์ หลังจากนั้นมีสาวฮอตตั้งกี่คนทอดสะพานให้ แต่ก็ถูกเขาปฏิเสธ

จู่ ๆ ก็มีความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวของฉัน

ฉันหรี่ตาลง “มีความเป็นไปได้สูงว่าเขาจะกำลังคิดถึงพี่สาวของฉันที่หนีไปปารีส”

คนที่ควรจะแต่งงานกับเฉิงซีคือพี่สาวของฉัน แต่เพื่อสิ่งที่เรียกว่ารักแท้ เธอถึงหนีตามจิตรกรไส้แห้งไปอยู่ต่างประเทศ

เฉิงซีวางตัวเป็นสุภาพบุรุษที่สมบูรณ์แบบ ตลอดครึ่งปีที่แต่งงานกันมา นอกเหนือจากเรื่องบนเตียง เขาก็ตามใจฉันทุกอย่าง

แต่ทุกครั้งที่เขาใช้มือช่วยฉัน ตอนที่ฉันกำลังลุ่มหลง เขาก็มักจะรักษาสติและควบคุมอารมณ์เอาไว้ได้เสมอ

เขาคงไม่ได้คิดว่าร่างกายของฉันน่าขยะแขยงหรอกนะ

พอคิดมาถึงตรงนี้ สติของฉันก็ขาดผึง ความรู้สึกเหมือนถูกหยามพรั่งพรูออกมา

ฉันกระแทกแก้วเหล้าลงบนโต๊ะอย่างแรง

“ฉันตัดสินใจแล้ว!”

เวินเจียนีตกใจกับการกระทำของฉัน

“หย่า!”

ผู้ชายไร้น้ำยาแบบนี้ ต่อให้หล่อแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ ใช่ว่าฉันขาดเขาไม่ได้เสียหน่อย

“เอาละ ๆ เลิกดื่มเถอะ” เวินเจียนีคิดว่าฉันเมาจึงออกแรงลากฉันไปอาบน้ำ

เธอเพิ่งไปทำเล็บประดับคริสตัลแบบโอเวอร์มา เวลานอนก็ชอบขยับมือขยับเท้า วันรุ่งขึ้นพอฉันตื่นมา บนคอก็มีรอยแดงคล้ำฝีมือเธอข่วนอยู่หลายรอย

พอเปิดเครื่อง ข้อความและอีเมลที่เฉิงซีส่งมาก็เด้งขึ้นมาเต็มโทรศัพท์มือถือ

พอกลับมาถึงคฤหาสน์ เห็นว่าเขาอยู่บ้านก็ทำฉันแปลกใจมาก

ภายในห้องรับแขกคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นนิโคตินฉุนกึก ก้นบุหรี่อัดแน่นอยู่เต็มที่เขี่ยบุหรี่

เขาเงยหน้าขึ้น ใบหน้าคมคายนั้นดูดุดันและคุกคามอย่างถึงที่สุด

“กลับมาแล้วเหรอ” น้ำเสียงของเขาแหบพร่าหนัก

ตอนเห็นรอยแดงบนคอของฉัน รูม่านตาของเขาก็หดเกร็งอย่างรุนแรง แววตาพลันแปรเปลี่ยนเป็นมืดมนและน่าสะพรึงกลัว

เมื่อคืนฉันนอนหลับไม่สนิท คอเจ็บระบมเพราะสูบบุหรี่และดื่มเหล้าอย่างหนัก จึงไม่มีอารมณ์จะมานั่งอธิบายให้เขาฟัง

เขาเพิ่งจะอ้าปาก ฉันก็โบกมือด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “เมื่อคืนเหนื่อยมาก ฉันขึ้นข้างบนก่อนนะ”

ฉันไม่ได้ล้อเล่น ฉันอยากหย่าจริง ๆ

ชีวิตคู่ที่ไม่มีเซ็กซ์ ฉันไม่เอาหรอก

คืนนั้นฉันไข้ขึ้นสูง สมองมึนงงไปหมด

ประตูห้องถูกผลักออก

กลิ่นครีมอาบน้ำบนตัวเฉิงซีลอยมาปะทะจมูก จนฉันเวียนหัวขึ้นมาวูบหนึ่ง

ฉันขมวดคิ้ว “อย่ามาแตะตัวฉัน”

ร่างกายของเขาแข็งทื่อ “แล้วคุณอยากจะให้ใครมาแตะล่ะ” น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำราวกับกำลังอดกลั้น แต่กลับต้องยอมอ่อนเสียงลงเพื่อปลอบฉัน “เป็นเด็กดีนะ กินยาซะ”

ปลายนิ้วเย็นเฉียบแตะลงบนริมฝีปากของฉัน มืออีกข้างของเขาที่วางอยู่บนเอวฉันออกแรงรัดแน่น เขาจ้องริมฝีปากที่แดงจัดเพราะพิษไข้ของฉัน ขณะที่ลมหายใจเริ่มหนักหน่วงและถี่กระชั้น

ฉันรู้สึกอึดอัดที่ถูกเขากอด จึงพลิกตัวมุดเข้าไปในผ้าห่ม “กินเสร็จแล้ว คุณออกไปเถอะ”

ท่ามกลางความสะลึมสะลือ ฉันเหมือนจะได้ยินเสียงน้ำดังมาจากห้องน้ำอีกครั้ง
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จมดิ่งในห้วงรัก   บทที่ 12

    พอเฉิงซีพบว่าฉันเอาจริงก็รีบเปิดโหมดขอโทษทันทีฉันหมดปัญญาจะรับมือกับเขาจริง ๆ จึงคว้าคอเสื้อแล้วดึงเขาเข้ามาตรงหน้า“ขอโทษไปก็ไม่มีประโยชน์ บอกมาว่ายังมีความลับอะไรปิดบังฉันอยู่อีกมากแค่ไหน”เฉิงซีหน้าแดงก่ำ พูดจาอึกอัก “มี...ชุดชั้นในที่หายไปพวกนั้น จริง ๆ ผมเป็นคนเอาไป...ผมทำเรื่องที่ไม่ค่อยน่าดูเท่าไหร่ ขอโทษนะ”“...พูดต่อสิ”“เรื่องที่จู่ ๆ พี่สาวของคุณก็ตัดสินใจไปไล่ตามศิลปะที่ปารีส ผมก็เป็นคนวางแผนอยู่เบื้องหลังเอง”ฉันอุทานด้วยความตกใจ “อะไรนะ”ฉันยังจำได้ดีว่าก่อนไป พี่สาวแสนอ่อนโยนของฉันร้องไห้น้ำตาอาบแก้ม เธอบอกว่าชาตินี้ต้องไปตามหาจิตรกรคู่แท้ริมแม่น้ำแซนให้ได้ ถึงจะนอนตายตาหลับตอนนั้นฉันยังนึกสงสัยอยู่เลยว่าปกติเธอแทบจะไม่ออกจากบ้านด้วยซ้ำ แล้วไปเอาความรู้สึกอยากร่อนเร่พเนจรแบบนี้มาจากไหนเฉิงซีอธิบาย “ผมก็แค่ทำเรื่องสนับสนุนให้คนสมหวัง เป็นนายทุนให้เธอไปตามหาสิ่งที่เรียกว่าความฝัน ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ ผมจ่ายเงินให้จิตรกรคนนั้นไปสามร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อให้พวกเขาไปตั้งรกรากอยู่ที่นั่น มันก็แค่การแลกเปลี่ยนที่ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์”สำหรับพวกเขามันคือการแลกเป

  • จมดิ่งในห้วงรัก   บทที่ 11

    ฉัน: ...วันเวลาหลังจากนั้นผ่านไปอย่างชุ่มชื่น เวินเจียนีหัวเราะเยาะว่าทั้งตัวฉันเปล่งประกายไปด้วยออร่าสีชมพูแห่งความรักผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ฉันถึงเพิ่งมีเวลาว่างเปิดดูแอ็กเคานต์ลับของเฉิงซีอีกครั้งด้านบนมีการอัปเดตสเตตัสสั้น ๆ เพิ่มขึ้นมาหลายโพสต์:“เธอรับรู้ความรู้สึกของฉันแล้ว ความรู้สึกนี้มันยอดเยี่ยมยิ่งกว่าตอนเซ็นสัญญาโปรเจกต์ห้าพันล้านซะอีก”“ฉันไม่ได้คาดหวังให้เธอต้องมารักฉันจนหมดหัวใจทันที ขอแค่เธอไม่คิดผลักไสฉันอีกก็พอแล้ว”“ในปีที่ฉันรักเธอมากที่สุด ฉันเลือกจะให้อภัยในความ ‘ไม่ซื่อสัตย์’ ของเธอ”ฉัน: ...ในหัวของหมอนี่กำลังถ่ายทำละครดราม่าเคล้าน้ำตาเรื่องอะไรอยู่อีกเนี่ยเรื่องนายแบบสองคนนั้น ฉันก็อธิบายไปชัดเจนแจ่มแจ้งแล้วไม่ใช่หรือไงฉันรู้สึกตะหงิด ๆ ว่ามันต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรซ่อนอยู่อีกแน่ฉันพับหน้าจอแล็ปท็อปปิดดัง ‘ปัง’ ก่อนเดินตรงไปยังห้องฟิตเนสบนชั้นสองเฉิงซีกำลังยกเวทอยู่เดิมทีรูปร่างของเขาก็ดีจนพวกเพื่อนสนิทพากันอิจฉาอยู่แล้ว นี่ยังจะบ้าออกกำลังกายเพิ่มอีก ทำเอาเรี่ยวแรงของฉันตกเป็นรองอย่างสมบูรณ์เลยฉันยืนชื่นชมกล้ามหลังอันเต็มเปี่ยมไปด้วย

  • จมดิ่งในห้วงรัก   บทที่ 10

    เฉิงซีเป็นคนที่เพอร์เฟกต์ไปซะทุกอย่าง เสียก็แต่ชอบเก็บซ่อนความรู้สึกเอาไว้ในตู้เซฟฉันกำลังง่วนอยู่กับการคิดว่าจะฉวยโอกาสนี้ง้างปากเขาดีไหมจู่ ๆ ก็ได้ยินเฉิงซีใช้เสียงแหบพร่าอันทรงเสน่ห์นั้นถามฉัน“อันรุ่ย แต่งงานกับผม คุณมีความสุขไหม”ฉันลองชั่งน้ำหนักดูอย่างจริงจังก็ไม่เลวเลยนะ ได้อยู่ในเพนต์เฮาส์หรู สามีหล่อเหลาแถมยังมีเงินทองมากมาย บิลค่าใช้จ่ายก็มีคนคอยจ่ายให้เสมอฉันพอใจในตัวเฉิงซีมากที่สุดแล้วแน่นอนว่าถ้าเขารู้จักยับยั้งชั่งใจเรื่องบนเตียงขึ้นมาสักนิด มันจะเพอร์เฟกต์ยิ่งกว่านี้อีกทว่าความเงียบของฉัน ในสายตาของเฉิงซีกลับกลายเป็นความลังเลใจเขาประทับจูบแผ่วเบาลงบนรอยแดงที่ซอกคอของฉัน พลางพึมพำกับตัวเอง “ผมมีความสุขมากนะ ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะได้แต่งงานกับคุณจริง ๆ”“ผมรู้ดีว่าถ้ามีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้สึกอึดอัด ชีวิตคู่มันก็เป็นแค่กรงทอง ผมไม่อยากกลายเป็นเครื่องพันธนาการของคุณ”เขาสบตากับฉันตรง ๆ เรียกชื่อเต็มของฉันด้วยน้ำเสียงจริงจัง “อันรุ่ย ถ้าคุณอยากสูดอากาศแห่งอิสรภาพ ผมก็จะยอมปล่อยมือ”ฉันถึงเพิ่งตระหนักได้ว่า สำหรับเฉิงซีแล้ว การแต่งงานครั้งนี้มันเป็นเหมือนพรที่เข

  • จมดิ่งในห้วงรัก   บทที่ 9

    เมื่อนึกถึงสมรภูมิอันดุเดือดเมื่อคืน ฉันก็รู้สึกหนังหัวชาหนึบอย่าได้ไปยั่วยุคนติดยาที่เก็บกดมานานถึงครึ่งปีเชียวความเงียบของฉันยิ่งทำให้เวินเจียนีหัวเราะเสียงดังขึ้น“ร้ายนักนะ ใช้แผนยั่วโมโหเป็นด้วยเหรอเนี่ย ดูท่าว่าที่บอกว่าจะหย่าก่อนหน้านี้ก็คงเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการจีบกันล่ะสิ”พอพูดถึงเรื่องหย่า สมองของฉันก็ตื่นตัวขึ้นมาทันทีแย่ละ หนังสือหย่าล่ะ!ฉันรีบกระโดดลงจากเตียงแล้วพุ่งตัวไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง แต่กลับพบว่าเอกสารเมื่อคืนได้อันตรธานหายไปเสียแล้วสัญชาตญาณแรกของฉันคือเฉิงซีเป็นคนเอาเอกสารนั้นไปนี่มันน่าอึดอัดจนถึงขีดสุด เห็น ๆ ว่าเมื่อคืนเรายังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอย่างบ้าคลั่งอยู่เลย พอหันหลังกลับมาเขาก็ดันมารู้ว่าฉันอยากหย่าซะงั้นฉันจินตนาการไม่ออกเลยว่าเขาจะใช้สายตาแบบไหนมามองประเมินฉันฉันแต่งหน้าอย่างประณีต แล้วขับรถไปที่บริษัทของเฉิงซีนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันก้าวเท้าเข้ามาในอาคารสำนักงานใหญ่ของเฉิงซีอินดัสทรี พนักงานต้อนรับจำฉันได้ทันที และพาฉันเดินไปที่ห้องทำงานประธานอย่างนอบน้อมเลขาส่งสัญญาณว่าเฉิงซีอยู่ด้านใน และให้ฉันเดินเข้าไปได้เลยฉันยืนลังเลอยู่หน้าป

  • จมดิ่งในห้วงรัก   บทที่ 8

    คนนอกเหรอฉันถึงเพิ่งตั้งสติได้ เขายังคิดเรื่องนายแบบสองคนที่เดินจากไปแล้วอยู่ฉันไม่ได้บอกความจริงกับเขา เพราะอยากรู้ว่าเขาจะเล่นใหญ่ได้แค่ไหนห้องน้ำใหญ่มาก ภายในอากาศอบอวลไปด้วยความเย็นของน้ำเย็นเนื้อตัวของเฉิงซีเย็นเฉียบ แต่ฝ่ามือกลับร้อนผ่าวจนน่าตกใจ ฉันสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่บ้าคลั่งภายในอกของเขา“จริง ๆ ผมก็มีความลับอย่างหนึ่งอยากเปิดให้คุณดู”ฉันพอจะเดาออกเลือนลางว่าเขาหมายถึงรอยสักนั้นและก็เป็นอย่างที่คิด วินาทีต่อมา เขาก็ดึงมือของฉันเลื่อนต่ำลงไปเรื่อย ๆ ลากผ่านกล้ามหน้าท้องที่เป็นลอนราวกับช็อกโกแลต และไปหยุดอยู่ตรงบริเวณท้องน้อยที่มีเส้นเลือดปูดโปนขึ้นมาเล็กน้อย “รู้สึกถึงมันไหม”สัมผัสร้อนผ่าวที่ฝ่ามือทำเอาสมองของฉันหยุดทำงานไปชั่วขณะฉันสับสนไปหมด จนเผลอหลุดปากออกไป “ใหญ่...ใหญ่มากเลย”……ลมหายใจของเฉิงซีหยุดชะงัก “ผมหมายถึงรอยสัก...ที่มีชื่อของคุณอยู่บนนั้นต่างหาก”“อ๋อ แบบนี้นี่เอง...” ฉันแสร้งทำเป็นตกตะลึง “งั้นก็ถอดเสื้อผ้าออกให้ฉันดูชัด ๆ สิคะ”ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาคงหน้าแดงแล้วเบือนหน้าหนีไปแล้วแต่ตอนนี้ คำพูดประโยคนี้กลับเหมือนประกายไฟจุ

  • จมดิ่งในห้วงรัก   บทที่ 7

    แต่ฉันไม่ได้แฉเขาฉันเบี่ยงตัวหลบ “เชิญค่ะ”ตอนที่เฉิงซีเดินเข้ามาในห้อง นอกจากจานผลไม้แล้ว ในมือของเขายังกำถุงกระดาษปริศนาใบเล็กเอาไว้อีกใบหนึ่งสายตาอันเฉียบคมของเขากวาดมองผู้ชายสองคนที่อยู่บนโซฟาทั้งสองคนแสดงจนเหนื่อยหอบ ตอนนี้กำลังหอบหายใจด้วยใบหน้าแดงก่ำ เสื้อผ้าหลุดลุ่ยพอเห็นว่าผ้าปูที่นอนก็ยับยู่ยี่ จู่ ๆ หมัดของเฉิงซีก็กำแน่น จนกระดูกข้อนิ้วดังกรอบแกรบผ่านไปพักใหญ่ เขาถึงได้ดึงสายตาที่ราวกับจะฆ่าคนนั้นกลับไป แล้วเดินเข้าห้องน้ำประตูห้องน้ำเพิ่งจะปิดลง ไหล่ของนายแบบทั้งสองคนก็เริ่มสั่นเทา“พระเจ้าช่วย อันรุ่ย เมื่อกี้สายตาของสามีคุณแทบจะส่งเราเข้าห้องดับจิตอยู่แล้วนะ”ฉันไม่ได้เห็นใบหน้าตรง ๆ ของเฉิงซีพอได้ยินพวกเขาพูดแบบนี้ ฉันก็เลิกคิ้วขึ้น“วันนี้ลำบากพวกคุณแล้ว กลับกันไปก่อนเถอะ”“ก็ได้ ๆ ขอให้คุณมีค่ำคืนที่ลืมไม่ลงนะ”ก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นภายในห้องน้ำมีเสียงน้ำไหลดังออกมาฉันเปลี่ยนผ้าปูที่นอนที่ถูกทำจนยับยู่ยี่เสร็จ ก็แอบย่องไปที่หน้าประตูห้องน้ำด้านในเงียบสงบจนน่าแปลกใจฉันจึงทำได้เพียงกลับมานั่งที่โซฟา แล้วไถดูแอ็กเคานต์ลับของเฉิงซีเป็นไปตามค

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status