LOGINในงานรวมญาติ แม่เอาภาพผู้ชายสองสามคนมาให้ฉันดู ถามฉันว่าอยากแต่งงานกับคนไหน ชาตินี้ฉันจะไม่เลือกกู้เป่ยเฉินอีกแล้ว แต่เอาภาพใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้แม่ ในภาพคือกู้ถิงโจว น้าชายคนเล็กของกู้เป่ยเฉิน แล้วก็เป็นผู้กุมอำนาจในตระกูลกู้ด้วย ใบหน้าแม่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ เพราะฉันตามจีบกู้เป่ยเฉินมานานหลายปี แต่สิ่งที่แม่ไม่รู้ก็คือหลังจากฉันแต่งงานกับกู้เป่ยเฉินเมื่อชาติที่แล้ว กู้เป่ยเฉินแทบไม่กลับบ้านเลย ฉันนึกว่าเขางานยุ่งกับงาน ทุกครั้งที่โดนถาม เขาจะบอกว่าเป็นความผิดของตัวเองตลอด จนกระทั่งวันครบรอบแต่งงานปีที่ 20 ฉันเผลอทำกล่องที่เขาเก็บไว้ในตู้ที่ล็อกมาตลอดตกแตก ฉันถึงรู้ว่าคนที่เขารักมาตลอดคือน้องสาวของฉัน สาเหตุที่เขาไม่กลับบ้าน เพราะไม่อยากเห็นหน้าฉันนี่เอง ทว่าในวันแต่งงาน ตอนฉันยื่นแหวนเพชรให้กู้ถิงโจว กู้เป่ยเฉินกลับสติแตก
View Moreร่างบางเปลือยเปล่าสั่นสะท้านเมื่อถูกลำท่อนสีเนื้อขนาดใหญ่สอดเข้าไปในช่องทางสงวนจนสุดลำ พลันเกิดความรู้สึกเจ็บแปลบตรงใจกลางความเป็นสาว กับการสูญเสียครั้งแรกให้กับชายผู้เป็นสามีที่เพิ่งเข้าพิธีวิวาห์ไปเมื่อช่วงเช้า
และตอนนี้เขาก็กำลังเมาอย่างหนักจากงานเลี้ยง ซึ่งต้องดื่มเหล้ากับแขกที่มาร่วมงานตั้งแต่ช่วงเย็นจนถึงดึก
“อ่า… แน่นฉิบ”
เจ้าของแก่นกายใหญ่เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าอย่างพึงพอใจ รู้สึกเสียววาบตรงแก่นกายเมื่อถูกช่องทางคับแน่นบีบรัดจนขยับตัวได้ยาก ก่อนที่เอวสอบจะขยับอย่างเชื่องช้าจนเริ่มคล่องตัว
เตียงนอนขนาดคิงส์ไซซ์โยกคลอนตามแรงกระแทกของมาเฟียหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลา ทว่าดุดันเมื่อตอกตรึงท่อนเอ็นใหญ่เข้าใส่เจ้าของร่างบาง มือเล็กยกขึ้นปิดปากตัวเองไม่ให้ส่งเสียงน่าอาย แต่กลับถูกมือของอีกฝ่ายปัดออกราวกับรู้สึกขัดหูขัดตา
“อึก ฉะ ฉันเจ็บ อ๊ะ อื้อ… พะ พี่คิณ”
คิณเห็นสีหน้าเหยเกของหญิงสาวขณะเปล่งเสียงครางหวานออกมา ทำให้อารมณ์สวาทในกายชายหนุ่มปะทุขึ้นอย่างหนัก
ยิ่งเห็นอีกฝ่ายทรมานเพราะถูกท่อนเอ็นแข็งกระแทกเต็มแรงจนดิ้นพล่านครางชื่อของเขา ชายหนุ่มก็ยิ่งมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
เอวสอบออกแรงส่งลำกายสีเนื้อผลุบเข้าผลุบออกในช่องทางคับแคบที่ไม่เคยผ่านมือชายใด เขาจับเธอพลิกตัวเปลี่ยนท่า เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังระงมในห้องนอนขนาดใหญ่
“อ๊ะ อ๊ะ ซี้ด... พี่คิณขา อ๊ะ อ๊ะ”
ในเวลาต่อมา ร่องสาวก็ปรับตัวเข้ากับความเป็นชายใหญ่โต พลันเปลี่ยนจากความรู้สึกเหนียมอาย กลายเป็นความเสียวซ่าน และร้อนวูบวาบไปทั่วทั้งร่าง
มือหนาจับเอวบางในท่านอนคว่ำหน้าแล้วยกสะโพกขึ้น กระแทกเอวสอบเข้าใส่บั้นท้ายงามงอน ส่งลำท่อนใหญ่จ้วงแทงรูสวาทจากทางด้านหลัง ทำให้ปลายหัวบานกระทบกับปากมดลูก
พลันทำให้หญิงสาวจุกเสียดท้องน้อย จนต้องระบายออกมาเป็นเสียงครางฟังไม่ได้ศัพท์ ในขณะเดียวกันก็ทำให้อารมณ์ดิบเถื่อนของเขาปะทุขึ้น เร่งจังหวะซอยสะโพกถี่รัว
ปัก! ปัก! ปัก!
“พะ พี่คิณ อ๊ะ อ๊า… ฉันจะ ทะ ทนไม่ไหวแล้วค่ะ ซี้ด…”
“อ๊า… ใกล้แตกแล้ว”
ร่องสาวของเธอกำลังขมิบตอดลำท่อนอย่างรุนแรง ทำให้มาเฟียหนุ่มแทบจะอดทนไม่ไหวเช่นเดียวกัน
เขาตอกตรึงความเป็นชายใส่ร่องคับแคบเร็วแรง จนได้ยินหน้าขากระทบกับก้นงามที่ถูกเขาบีบจนเป็นรอยแดงของนิ้วมือ
ไม่คิดว่าหญิงสาวจะหอมหวานไปทั่วทั้งตัว ทำให้เขาพึงพอใจเป็นอย่างมาก
ในขณะที่ต่างฝ่ายต่างสุขสม พากันแตะขอบสวรรค์ไปพร้อมกันทั้งคู่ มาเฟียหนุ่มก็รีบถอนแก่นกายออก มือหนาชักรูดระบายน้ำสีขาวขุ่นออกมาจากรูเล็กตรงปลายหัวบานหยักลงบนบั้นท้ายของหญิงสาว
เขาได้ระบายความต้องการดั่งใจหวัง แต่ทว่าก็ยังไม่หนำใจ จับคนตัวเล็กนอนหงาย อ้าขาทั้งสองข้างพาดตรงข้อพับแขน แทงท่อนเอ็นอุ่นเข้าใส่รูฉ่ำเยิ้ม ออกแรงขยับเข้าออกอีกครั้ง
“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ กระแทกมาแรง ๆ ค่ะ ฉะ ฉันเสียว ไม่ไหวแล้ว”
เสียงครางหวานร้องขอความเห็นใจ เธอเสียดเสียวและร้อนรุ่มไปทั่วทั้งร่าง อยากให้เขามอบความรู้สึกลึกซึ้งของสองร่างที่ประสานเป็นหนึ่งเดียวกันรุนแรงขึ้น ราวกับหลงชอบบทรักอันเร่าร้อนที่ถูกอีกฝ่ายมอบให้ในคืนวิวาห์
ทว่าค่ำคืนอันแสนหวานก็พลันมลายหายไปในพริบตา เมื่อเจ้าบ่าวของเธอเผลอเรียกชื่อผู้หญิงอีกคนเสียงพร่า
“อืม… ครางชื่อพี่สิครับ อิงฟ้า”
อกข้างซ้ายของอิงดาวกระตุกวูบ พลันรู้สึกหน่วงขึ้นมากะทันหัน ดวงตาของเธอที่หลับตาพริ้มด้วยความเสียดเสียว ตอนนี้กลับเบิกตากว้าง เอ่ยกับอีกฝ่าย
“ฉะ ฉันคืออิงดาว”
ไม่รู้ว่าเขาลืมตัว หรือเป็นเพราะความเมาถึงทำให้เรียกชื่อของเธอผิด ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ได้รู้สึกเห็นใจเธอเลยสักนิด
เขาหยุดการกระทำไปชั่วขณะ แต่ทว่าแก่นกายใหญ่ยังเสียบคาอยู่ในร่องสาวคับแน่น ก่อนที่น้ำเสียงเข้มจะดังขึ้นอย่างออกคำสั่ง
“เธอไม่มีสิทธิ์ใช้ชื่อนั้นในบ้านของฉัน อยู่ที่นี่ เธอเป็นได้แค่อิงฟ้าเท่านั้น จำใส่สมองเอาไว้”
มาเฟียหนุ่มกัดกรามแน่น ดวงตาของเขาแข็งกร้าวจ้องใบหน้าของหญิงสาว แสดงออกถึงความไม่พอใจ
ใบหน้าของหญิงสาวร้อนผ่าวด้วยความโกรธ ทั้งที่มันเป็นชื่อของเธอ
เธอคืออิงดาว ไม่ใช่อิงฟ้า
เขากับเธอกำลังทำเรื่องที่สามีและภรรยากระทำร่วมกัน ในเวลานี้คิณไม่ควรเรียกชื่อของผู้หญิงอีกคนขึ้นมา
“อ่า… หุบปาก แล้วครางอย่างเดียวก็พอ ฉันไม่อยากได้ยินเธอพูดเรื่องไร้สาระ แม่งน่ารำคาญฉิบหาย”
ในที่สุดความฝันในวัยเด็กของฉันก็เป็นจริงแล้วได้ใส่ชุดเจ้าสาวที่ออกแบบเอง แต่งงานกับคนที่ตัวเองรักที่สุดขณะที่เราสองคนกำลังกล่าวคำสัญญาว่าจะซื่อสัตย์และอยู่เคียงกันตลอดชีวิตจู่ๆ กู้เป่ยเฉินก็โผล่มา“ฉันไม่ยอม!”ลุงกู้ตั้งสติได้เป็นคนแรก รีบสั่งบอดี้การ์ดไปจับตัวเขาไว้“พาเขากลับไปเดี๋ยวนี้! อย่ามาทำเรื่องน่าอายที่นี่!”“กู้เป่ยเฉิน! ถ้านายยังไม่เลิกสร้างความวุ่นวาย นายก็ไสหัวออกไปจากตระกูลกู้ซะ!”เมื่อก่อนลุงกู้พูดแค่ประโยคเดียว กู้เป่ยเฉินจะเงียบทันทีแต่ครั้งนี้เขาเถียงกลับด้วยความโมโห“ฉันไม่อยู่ในตระกูลก็ได้! แต่สามีของจิ่นเหยาต้องเป็นฉันเท่านั้น!”“จิ่นเหยา! ฟังฉันพูดก่อน ชาติที่แล้วฉันแต่งงานกับเธอ”“เราสองคนร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาหลายสิบปี นั่นคือชีวิตที่แท้จริงของเราสองคน!”ฉันในอดีตคงเชื่อคำพูดของเขา แล้วก็แต่งงานกับเขาแน่ๆแต่ฉันกลับมาเกิดใหม่แล้วฉันเข้าใจความรู้สึกในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาดีกว่าเขาแน่นอนฉันไม่เข้าใจว่าทำไมชาตินี้กู้เป่ยเฉินถึงดึงดันจะแต่งงานกับฉันให้ได้แต่ทุกอย่างไม่สำคัญอีกต่อไปแล้วฉันมองเขาอย่างเฉยเมย ปล่อยให้บอดี้การ์ดกดตัวเขาลงบนพื้น
จู่ๆ เสิ่นเจียวเจียวถือมีดปอกผลไม้วิ่งเข้ามา เธอเอามีดชี้ฉันแล้วด่าลั่น“เสิ่นจิ่นเหยา! ทำไมเธอต้องทำให้ชีวิตฉันพังพินาศ!”“พี่เป่ยเฉินรับปากว่าจะจดทะเบียนสมรสกับฉัน จะแต่งงานกับฉัน แต่ทุกอย่างพังเพราะเธอ!”“ชาติก่อนเธอทำให้ชีวิตฉันพังพินาศแล้ว ยังไม่พอใจอีกหรือไง! ชาตินี้เธอจะทำให้ชีวิตฉันพังพินาศอีกใช่ไหม! ตายซะเถอะ!”เธอพูดแล้วถือมีดวิ่งเข้ามาหาฉัน ฉันตกใจจนยืนช็อกอยู่ที่เดิมจู่ๆ ก็มีใครบางคนมายืนบังอยู่ข้างหน้าฉัน เขายิ้มแล้วพูดปลอบฉัน“ไม่ต้องกลัว ฉันมาแล้ว”เสียงกรี๊ดของเสิ่นเจียวเจียวดังขึ้นพร้อมกับใบหน้าเขาที่ซีดลงอย่างเห็นได้ชัดเธอกลัวจนโยนมีดในมือลงบนพื้นเสื้อเชิ้ตสีขาวของกู้เป่ยเฉินเปื้อนเลือดจนกลายเป็นสีแดง โชคดีที่เป็นแผลแค่เล็กน้อยเขาหันมามองเธอด้วยสีหน้าโมโหสุดขีด“เสิ่นเจียวเจียว! เธอมันจิตใจอำมหิต! ฉันโง่จริงๆ ที่รักคนอย่างเธอ!”เขาพูดจบแล้วค่อยๆ เดินเข้าไปหาเสิ่นเจียวเจียวทีละก้าว เสิ่นเจียวเจียวถอยหลังอย่างหวาดกลัว เธอสะดุดเก้าอี้จนล้มลงบนพื้นหญิงสาวล้มกระแทกพื้นอย่างแรง มีเลือดไหลออกมาจากส่วนล่างของร่างกายเยอะมากเธอเจ็บจนเหงื่อท่วมตัว พยายามยื่นม
ฉันมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อใช้ชีวิตมาสองชาติ ฉันไม่เคยเข้าใจคนอย่างกู้เป่ยเฉินเลยความไร้ยางอายของเขาทำให้ฉันต้องเปลี่ยนมุมมองครั้งใหญ่ ทำให้ฉันช็อกทุกครั้งฉันสะบัดตัวเองออกจากสองมือใหญ่ ใช้แรงทั้งหมดผลักเขาออกไป“คนที่ควรจะเลิกงี่เง่าคือนายต่างหาก! ฉันคือว่าที่น้าสะใภ้ของนาย ช่วยให้เกียรติฉันด้วย!”กู้เป่ยเฉินเห็นว่าฉันดื้อด้านมาก เขาพยายามรั้งท้ายทอยฉันเข้าไปจูบ“ฉันไม่อนุญาตให้เธอแต่งกับเขา! เธอเป็นของฉันคนเดียว!”ขณะที่ฉันหลับตาปี๋ พยายามขัดขืนสุดชีวิต จู่ๆ ฉันก็ถูกดึงเข้าไปในอ้อมกอดแสนอบอุ่นกู้ถิงโจวเอาสูทคลุมตัวฉัน จากนั้นเหวี่ยงหมัดใส่กู้เป่ยเฉินจนดั้งจมูกหัก“กู้เป่ยเฉิน นายอยากตายใช่ไหม!”เลือดไหลออกมาจากจมูกกู้เป่ยเฉิน เปื้อนไปทั่วใบหน้า ดูน่ากลัวเป็นอย่างมากเขายกมือขึ้นมาเช็ดเลือดแล้วแสยะยิ้มออกมา“ฉันคิดไม่ถึงว่าคนเก่งๆ อย่างน้าจะชอบใช้ของต่อจากคนอื่น”“แถมยังเป็นของเหลือเน่าๆ แบบนี้ด้วย”กู้ถิงโจวโดนยั่วโมโหจนตาแดงก่ำ เขาเหวี่ยงหมัดใส่กู้เป่ยเฉินอีกรอบ“วันนี้ฉันจะสั่งสอนนายแทนพี่สาวกับพี่เขยฉัน”“ถ้านายไม่อยากทำงานที่กู้ซื่อแล้ว ฉันจะช่วยให้นายสมหวังเอง
คนที่ไม่รู้อะไรเลยคือเขาต่างหากวินาทีต่อมาฉันสัมผัสถึงสายตาที่มองมาอย่างเคียดแค้นไม่ต้องดูฉันก็เดาได้ว่าใครขณะนั้นลุงกู้ยกแก้วเหล้าขึ้นมา เขายิ้มแล้วพูดว่า“ตระกูลกู้ของเรากำลังจะมีข่าวดีเร็วๆ นี้”“งานรวมญาติวันนี้ หลักๆ คือมาคุยเรื่องงานแต่งของบ่าวสาว”ลุงกู้ยังพูดไม่ทันจบ กู้เป่ยเฉินก็พูดแทรกขึ้นมา“เรื่องนี้พ่อไม่ต้องเป็นห่วง ส่วนเรื่องจดทะเบียนสมรส...เราจดเรียบร้อยแล้ว”“ใช่ไหม จิ่นเหยา”เขาส่งสายตาให้ฉันตามน้ำไปกับเขาฉันจิบชาในแก้ว ไม่พูดอะไรสักคำ คำพูดเมื่อกี้ยังวนเวียนอยู่ในหัวเขากับเสิ่นเจียวเจียว......จดทะเบียนสมรสกันแล้วเหรอ?!เมื่อเห็นว่าฉันไม่ให้ความร่วมมือ สีหน้าเขาขุ่นมัวเล็กน้อย ความโมโหในดวงตามากขึ้นกว่าเดิมมือถือดังอีกครั้ง กู้เป่ยเฉินส่งข้อความมาไม่หยุด“เสิ่นจิ่นเหยา เธอเป็นใบ้เหรอ? พูดสิ!”“จะเงียบทำไม! อย่ามาท้าทายความอดทนฉันนะ!”ฉันขมวดคิ้วเบาๆ ในดวงตาเต็มไปด้วยความหงุดหงิด ฉันกดปุ่มบล็อกทันทีในที่สุดโลกก็สงบสักทีกู้เป่ยเฉินยังส่งข้อความอยู่ ทันใดนั้นเขาเงยหน้าขึ้นมามองฉันอย่างรวดเร็วความโมโหในดวงตาถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึง แต่เส้นเลือด
เขาดูเป็นผู้ใหญ่และสุขุมกว่าเมื่อก่อนคนตระกูลกู้เคารพเขามาก พากันลุกขึ้นไปต้อนรับเขากู้ถิงโจวกับป้ากู้สูญเสียพ่อแม่ไปตั้งแต่เด็กๆ พวกเขาสองคนใช้ชีวิตมาด้วยกัน ดูแลกันและกันมาตลอดคุณย่ากู้เป็นคนรับพวกเขามาเลี้ยงพอโตขึ้น ป้ากู้แต่งงานกับลุงกู้ ส่วนกู้ถิงโจวไปทำธุรกิจที่ต่างประเทศสองสามปีมานี
โปรเจกต์โดนลบไปแล้ว ความอาลัยอาวรณ์สุดท้ายที่ฉันมีต่อกู้เป่ยเฉินก็หมดสิ้นลงแล้วเหมือนกันฉันถอนหายใจเหมือนยกภูเขาออกจากอก สะกดกลั้นความเจ็บปวดในใจคืนนี้ฉันจะได้เจอกู้ถิงโจวอย่างเป็นทางการฉันอดประหม่าไม่ได้ เพราะชาติที่แล้วเขาก็เป็นน้าชายฉันเหมือนกันฉันสูดหายใจลึก ต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด
ชาติที่แล้วแม้ว่าเธอจะมีความสัมพันธ์ล้ำเส้นกับกู้เป่ยเฉินแต่ก็ไม่กล้าเปิดเผย ทำได้แค่แอบกินกันลับ ๆมิน่าล่ะเพิ่งผ่านไปแค่ไม่กี่วัน แต่คนรู้เรื่องความสัมพันธ์ของพวกเขาสองคนกันเกือบหมดเมื่อคิดถึงชาติที่แล้ว สายตาฉันเย็นชาโดยไม่รู้ตัวหลังจากฉันแต่งเข้าตระกูลกู้ ธุรกิจของกู้กรุ๊ปก็เฟื่องฟูอย่างต่อ
พวกเขากอดกันกลมเหมือนตรงนี้มีแค่พวกเขาสองคน แถมตอนสุดท้ายยังจูบกันต่อหน้าทุกคนด้วยเขาโอบเอวบางของเธอไว้ ส่วนเธอก็ควงแขนเขาอย่างเป็นธรรมชาติพวกเขาดูเหมือนแฟนกันมากกว่าฉันอีกสีหน้าคนรอบ ๆ ดูอยากรู้อยากเห็นมาก แถมยังซุบซิบอยู่ข้างหูฉันอย่างสนุกปาก“ถ้าฉันเป็นเสิ่นจิ่นเหยาคงอายจนแทบมุดแผ่นดินหนี”











