Share

บทที่ 6

Author: เจ้าเก้า
ในช่วงเวลาที่ซ่งเจียวเจียวย้ายเข้ามาอยู่ด้วย เหวินม่านได้เห็นต้วนหวยซ่งในมุมที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน

เขาจำได้ว่าซ่งเจียวเจียวไม่กินผักชีและจะเปลี่ยนอาหารที่เธอไม่ชอบทันทีที่เห็นเธอขมวดคิ้ว

ในคืนที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง เขาจะเป็นคนแรกที่ไปปลอบเธอเมื่อเธอตกใจ

ห้องหนังสือที่แต่ก่อนเขาไม่เคยอนุญาตให้เหวินม่านเข้า ตอนนี้ซ่งเจียวเจียวกลับเข้าออกได้ตามใจ

ในที่สุดเหวินม่านก็เข้าใจ ที่แท้เวลาต้วนหวยซ่งรักใครสักคน เขาจะเป็นแบบนี้นี่เอง

เธอนึกถึงหลายปีที่ผ่านมาที่เคยแอบดีใจเพราะทุกครั้งที่อาการซึมเศร้าหนักกำเริบ เขาจะหยุดทำร้ายตัวเองเมื่อมีเธออยู่ด้วย เธอเคยคิดว่านั่นคือหลักฐานว่าเขาเริ่มชอบเธอแล้ว ช่างน่าขันเสียจริง

วันหนึ่ง ขณะเดินผ่านห้องหนังสือ หางตาของเหวินม่านเหลือบไปเห็นซ่งเจียวเจียวกำลังเล่นอะไรบางอย่างอยู่ในมือ

เธอหยุดเดินก่อนจะมองผ่านช่องประตูที่เปิดแง้มไว้

สิ่งที่อยู่ในมือของซ่งเจียวเจียวคือหยกไขมันแพะแกะสลักที่คุณย่าของต้วนหวยซ่งทิ้งไว้ให้

หยกแกว่งไปมาบนปลายนิ้วของเธอหลายครั้งจนแทบหลุดมือ

เหวินม่านมองแล้วใจหายวาบ รีบพุ่งเข้าไปแย่งหยกมา

“คุณทำอะไร? นี่เป็นของที่ระลึกจากคุณย่าของต้วนหวยซ่ง คุณจะมาจับเล่นส่งเดชได้ยังไง...”

“เกี่ยวอะไรกับเธอ?” ซ่งเจียวเจียวแย่งกลับไปอย่างรำคาญ พอเห็นเธอร้อนรนขนาดนี้ จู่ ๆ มุมปากก็ยกขึ้นอย่างร้ายกาจ “เธอหวงมากสินะ ถ้างั้น...”

เธอจงใจปล่อยมือ

เพล้ง !

หยกตกกระแทกพื้นอย่างแรง จนแตกออกเป็นสองท่อน

หัวใจของเหวินม่านแทบหยุดเต้น

นั่นคือของที่ต้วนหวยซ่งหวงที่สุด เป็นมรดกตกทอดที่คุณย่ามอบให้เขาด้วยตัวเองก่อนเสียชีวิต!

“เกิดอะไรขึ้น?”

เสียงของต้วนหวยซ่งดังมาจากหน้าประตู เหวินม่านเงยหน้าขึ้น เห็นเขากำลังจ้องเศษหยกบนพื้นด้วยสีหน้ามืดมน

“คุณเหวินทำตกค่ะ” ซ่งเจียวเจียวชิงพูดก่อน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความน้อยใจ “ฉันแค่หยิบขึ้นมาดู เธอก็พุ่งเข้ามาแย่ง...”

สายตาของต้วนหวยซ่งเย็นเยียบลงในทันที “เหวินม่าน กล้าดียังไง...”

“ในห้องหนังสือมีกล้องวงจรปิด” เหวินม่านขัดขึ้นเบาๆ เสียงสั่นเล็กน้อย “คุณเปิดดูก็ได้ ว่าความจริงเป็นอย่างไรกันแน่”

บรรยากาศพลันแข็งค้าง

สีหน้าของซ่งเจียวเจียวเปลี่ยนไปทันที ก่อนรีบเปลี่ยนคำพูดอย่างไม่เต็มใจ “ขอโทษนะหวยซ่ง ฉัน... ทำมันแตกเองโดยไม่ระวัง... มันสำคัญกับนายมากเหรอ ฉันจะหามาคืนให้เหมือนเดิมเลย”

สิ่งที่คาดไม่ถึงก็คือความโกรธของต้วนหวยซ่งสลายหายไปในทันที

เขารีบเดินไปหาซ่งเจียวเจียว ก่อนจับมือเธอขึ้นมาดู “บาดเจ็บหรือเปล่า?”

เหวินม่านยืนอยู่ที่เดิมพลางมองต้วนหวยซ่งตรวจดูนิ้วมือของซ่งเจียวเจียวอย่างละเอียด หัวใจเหมือนถูกควักหายไปทั้งชิ้น

ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเธออีกแล้วว่า หยกชิ้นนี้มีความหมายกับต้วนหวยซ่งมากแค่ไหน

เมื่อสามปีก่อน ตอนที่แม่ต้วนทำหยกชิ้นนี้หายโดยไม่ตั้งใจ ต้วนหวยซ่งเพิ่งผ่าตัดขาเสร็จ

เขาฝืนร่างกายที่ยังไม่ฟื้นดี ออกตามหามันกลางหิมะนานสามชั่วโมง หลังกลับมาก็ทะเลาะกับแม่อย่างรุนแรง ก่อนจะขังตัวเองอยู่ในห้องและทุบทำลายข้าวของ

เป็นเหวินม่านที่ฝ่าพายุหิมะออกไปค้นหาทีละตารางนิ้วในสวน นิ้วมือของเธอหนาวจนไร้ความรู้สึก กว่าจะเจอหยกชิ้นนั้นก็เกือบรุ่งสาง

แต่ตอนนี้ ซ่งเจียวเจียวจงใจทำมันแตก แต่สิ่งที่เขาสนใจก็คือเธอได้รับบาดเจ็บหรือไม่

เหวินม่านหัวเราะเยาะตัวเอง

ที่แท้เขารักซ่งเจียวเจียวมากถึงขนาดนี้

แต่เธอกลับไร้เดียงสาเสียเหลือเกิน ถึงเคยคิดว่าหลังจากต้วนหวยซ่งหายดีแล้ว เขาจะแต่งงานกับเธอ

หลายวันหลายคืนที่เธอเฝ้าอยู่ข้างเตียงคนไข้ของเขา มองเขาฝึกฟื้นฟูร่างกายอย่างทุกข์ทรมาน พร้อมให้คำมั่นกับตัวเองเงียบๆ ว่าจะอยู่กับเขาไปตลอดชีวิต

แม้กระทั่งในช่วงเวลาที่เขาหมดหวังที่สุด เธอยังเคยเขียนลงในไดอารี่ว่า “ถ้าเขายืนขึ้นได้เมื่อไร ฉันจะแต่งงานกับเขา” ความปรารถนาอันน่าขันนั้น

ตอนนี้มองย้อนกลับไป เธอก็เป็นเพียงตัวตลกคนหนึ่งเท่านั้น

โชคดีที่ในที่สุดเธอก็ตื่นจากความฝันแล้ว

ความจริงใจที่ไม่เคยได้รับการเห็นค่าเหล่านั้น ต่อจากนี้ เธอจะไม่มอบให้ใครอีกแล้ว

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • จอกสุราสิ้นยามอัสดง   บทที่ 23

    เหวินม่านจากไปแล้ว เธอจากไปอย่างไม่ลังเล และเป็นสิ่งที่ทุกคนคาดไว้อยู่แล้วแม้แต่ถานหานโจวและคนอื่นๆ เมื่อเห็นเธอจากไป ก็อดถอนหายใจด้วยความโล่งอกไม่ได้ทุกคนต่างเดาได้ว่า หากเหวินม่านถูกบังคับให้อยู่ต่อจริงๆ ชีวิตหลังจากนี้ของเธออาจเป็นเหมือนวันนี้ทุกวัน ถูกบังคับให้รับความรักจากต้วนหวยซ่ง แต่กลับไม่มีวันได้รับความสุขที่แท้จริงบางทีนี่อาจเป็นความหมายของคำว่ามีวาสนาพบกันแต่ไร้วาสนาคู่ครอง พวกเขาเคยรักกันทั้งคู่ น่าเสียดายที่ไม่เคยอยู่ในจังหวะเดียวกันเลยในวันที่เธอรักเขามากที่สุด ในใจและสายตาของเขากลับมีเพียงศักดิ์ศรีของตัวเอง ถึงขั้นยอมทุ่มเทความสนใจทั้งหมดให้กับคนที่เคยทอดทิ้งเขาไป แต่ไม่ยอมแบ่งมันให้คนที่อยู่ข้างกาย และควรค่าแก่การใส่ใจจริง ๆทว่าเมื่อเหวินม่านจากไป เขากลับเสียใจ อยากแก้ไข อยากดึงเธอกลับมา แต่บนโลกนี้ไม่มีใครจะยืนรอใครได้ตลอดไปหนึ่งสัปดาห์ต่อมา งานแต่งงานก็จัดขึ้นตามกำหนดเหวินม่านไม่ได้เชิญพ่อแม่ของตัวเองมา ดังนั้นในพิธีแต่งงาน ส่วนที่เดิมควรเป็นหน้าที่ของพ่อเธอ ตอนนี้จึงถูกแทนที่ด้วยพ่อของฉู่สิงจือทั้งหมดเธอคล้องแขนคุณพ่อฉู่ กระโปรงเจ้าสาวฟูฟ่องลากยาวไปบ

  • จอกสุราสิ้นยามอัสดง   บทที่ 22

    “ม่านม่าน สุขสันต์วันเกิดนะ”เสียงของต้วนหวยซ่งดึงเธอกลับมาจากห้วงความคิด เหวินม่านยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ก้มตาลงซ่อนอารมณ์ทั้งหมดในแววตา ก่อนเอ่ยขอบคุณเบา ๆ “ขอบคุณค่ะ”ระหว่างที่เธอกำลังคิดฟุ้งซ่าน เค้กชิ้นหนึ่งก็ถูกยื่นมาตรงหน้า พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของต้วนหวยซ่ง“ม่านม่าน ระหว่างเธอกับฉันไม่จำเป็นต้องพูดแบบนี้หรอก ครั้งนี้เตรียมงานกะทันหันเกินไปจริงๆ ปีหน้าฉันจะจัดงานวันเกิดที่เหมาะกับเธอและยิ่งใหญ่กว่านี้แน่นอน ว่าไง?”เหวินม่านไม่ตอบ เธอตักเค้กเข้าปากหนึ่งคำ ครีมราคาแพงเนื้อนุ่มละมุน หวานกำลังดีไม่เลี่ยน แต่เมื่อกินเข้าไปกลับรู้สึกไร้รสชาติอย่างบอกไม่ถูกเธอกำสร้อยข้อมือในมือแน่นโดยไม่รู้ตัว อเมทิสต์กระทบกันเกิดเสียงกึกกักเบาๆที่จริงของขวัญพวกนี้เธอไม่ได้ชอบเลย สิ่งที่เธอต้องการจริง ๆ คือการได้ออกไปจากที่นี่ และกลับไปอยู่ข้างกายฉู่สิงจือถ้าฉู่สิงจืออยู่ด้วยก็คงดีเธอคิดถึงเขาอยู่บ้าง ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาสืบเจอหรือยังว่าเธออยู่ที่ไหน ยังตามหาเธออย่างร้อนใจอยู่หรือเปล่าพอกลับบ้านได้เมื่อไร เธอจะอยู่บ้านดีๆ ไม่ว่าไปไหนก็จะพาเขาไปด้วยตลอดนี่น่าจะเป็น

  • จอกสุราสิ้นยามอัสดง   บทที่ 21

    อีกสองวันต่อมา ก็ถึงวันเกิดของเหวินม่านต้วนหวยซ่งตั้งใจยกเลิกงานทั้งหมด แต่ตอนเตรียมเค้ก เขาถึงได้พบว่าตัวเองรู้จักเธอน้อยเกินไปจริง ๆเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอชอบเค้กรสอะไร สุดท้ายจึงทำได้เพียงซื้อทุกแบบ ทุกรสชาติกลับมาทั้งหมดเมื่อลองนับดูแล้ว นี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่เขาได้ฉลองวันเกิดกับเหวินม่านอย่างจริงจังเพราะก่อนที่เขาจะเป็นอัมพาต คนที่เป็นดั่งบุตรแห่งสวรรค์อย่างเขา ย่อมไม่มีทางสนใจวันเกิดของนักเรียนยากจนที่ครอบครัวอุปถัมภ์อยู่ ต่อมาเมื่อเธอมาอยู่ข้างกายเขา เขากลับกลายเป็นคนอารมณ์แปรปรวนเพราะอาการอัมพาต ในใจมีแต่ความอับอายที่ถูกคนอื่นเห็นสภาพน่าเวทนาของตัวเอง จึงคอยระบายอารมณ์ใส่เธออยู่เสมอหลังจากนั้น ต้วนหวยซ่งค่อย ๆ ดีขึ้นภายใต้การดูแลและกำลังใจจากเธอและในที่สุดเขาก็เรียนรู้ที่จะเก็บหนามแหลมของตัวเองลง ปฏิบัติต่อคนรอบข้างอย่างอ่อนโยนขึ้นน่าเสียดายที่ในบรรดาคนรอบตัวเหล่านั้น ไม่มีเหวินม่านรวมอยู่ด้วยเขายังคงติดใจที่เธอได้เห็นด้านที่น่าอับอายที่สุดของเขาอย่างชัดเจนและครบถ้วน จึงรักษาเพียงความสงบผิวเผินไว้เพราะบุญคุณที่ติดค้าง กระทั่งวันที่เขารู้ใจตัวเอง เหวินม่านก็เก็บกระ

  • จอกสุราสิ้นยามอัสดง   บทที่ 20

    เหวินม่านคิดไม่ออกจริงๆ ว่าเขาทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร อย่างไรเสียเขาก็ขังเธอไว้ตลอดชีวิตไม่ได้ สักวันเธอก็ต้องจากไปอยู่ดี แล้วจะพยายามทำเรื่องที่ไร้ประโยชน์พวกนี้ไปทำไมต้วนหวยซ่งไม่เคยสนใจว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน เขากลัวว่าสักวันหนึ่งเธอจะจากเขาไปอีก เหมือนครั้งก่อน ดังนั้นตอนนี้ ทุกช่วงเวลาที่ได้อยู่กับเธอ เขาไม่อยากปล่อยให้หลุดมือไปเลยแม้แต่น้อยเมื่อเหวินม่านนับพระอาทิตย์ตกได้เป็นครั้งที่สาม ต้วนหวยซ่งก็กลับมาอีกครั้ง และสิ่งที่กลับมาพร้อมกับเขา คือกล้วยไม้ฟาแลนนอปซิสจำนวนมากนั่นเป็นสิ่งที่เธอเคยขอไว้เมื่อสองวันก่อน ตอนที่เขาถามว่ามีอะไรอยากได้ไหม เขาจะเอากลับมาให้ในครั้งหน้าจริง ๆ แล้วสภาพอากาศของเมืองหลวงไม่ได้เหมาะกับการปลูกกล้วยไม้ฟาแลนนอปซิสนัก แต่หากดูแลอย่างใส่ใจและจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม ก็สามารถปลูกให้อยู่รอดและงดงามได้การไม่มีอะไรทำอยู่เป็นเวลานาน กลับทำให้เธอมีเวลามากพอจะมาดูแลดอกไม้เหล่านี้เธอลงมือย้ายต้นกล้วยไม้ทีละต้นเข้าไปในเรือนกระจกด้วยตัวเอง ค่อยๆ ดูแลอย่างพิถีพิถัน เมื่อต้วนหวยซ่งเห็นว่าเธอชอบมันจริงๆ จึงค่อยโล่งใจ“ขอบคุณนะ” หลังจัดการทุกอย่างเสร็จ เหวินม

  • จอกสุราสิ้นยามอัสดง   บทที่ 19

    เหมือนอย่างตอนที่เธอชอบต้วนหวยซ่ง พอรู้ว่าเขาประสบอุบัติเหตุจนเป็นอัมพาตและหมดอาลัยตายอยาก เธอก็ไปอยู่ข้างเขาโดยไม่ลังเล แม้ตอนนั้นเขาจะอารมณ์ร้าย เอาแน่เอานอนไม่ได้ ทั้งด่าทอทั้งทำร้ายเธอ เธอก็ไม่เคยคิดจะถอยหนีหรืออย่างฉู่สิงจือในภายหลัง แม้เธอจะปฏิเสธและถอยห่างครั้งแล้วครั้งเล่า เขาก็ยังคงเสมอต้นเสมอปลาย ไม่เคยยอมแพ้ จนสุดท้ายใช้ความจริงใจพิชิตใจเธอได้แต่ตอนที่เหวินม่านอยู่กับต้วนหวยซ่ง เธอไม่เคยสัมผัสความรู้สึกแบบนั้นเลยแม้ในช่วงท้ายที่เขาเกือบหายดี ท่าทีที่มีต่อเธอจะค่อยๆ เปลี่ยนจากเลวร้ายเป็นสงบลง แต่ก็แค่ดีขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น“แล้วคุณหนูซ่งล่ะ” เหวินม่านก้มตาลง ซ่อนอารมณ์ในดวงตาไว้ น้ำเสียงสงบนิ่งเขาไม่ได้เสียใจเพราะท่าทีของเธอ ตรงกันข้าม พอได้ยินคำถามนี้ ความยินดีในดวงตากลับยิ่งชัดเจนขึ้น “ม่านม่าน คุณวางใจได้ ผมรับรองกับคุณได้เลยว่าผมไม่ได้ชอบซ่งเจียวเจียว”“ตั้งแต่รู้ว่าเธอเป็นคนตกบันไดเอง และวางยาตัวเองเพื่อใส่ร้ายคุณ ผมก็ให้เธอได้รับผลกรรมที่สมควรแล้ว ต่อจากนี้ในเมืองหลวงจะไม่มีตระกูลซ่งอีก”“ผมรู้ว่าที่ผ่านมาเป็นผมที่ทำผิดต่อคุณ แต่ตอนนั้นผมยึดติดเกินไปกับเรื่อง

  • จอกสุราสิ้นยามอัสดง   บทที่ 18

    อีกด้านหนึ่ง เหวินม่านยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องทั้งหมดนี้เลยการกลับมาจัดงานแต่งที่ประเทศจีนเป็นความคิดของพ่อฉู่ แม้ตอนนี้พ่อฉู่จะปักหลักอยู่ต่างประเทศแล้ว แต่ผู้ใหญ่ในตระกูลฉู่ยังอยู่ในประเทศ คิดว่าคุณปู่ฉู่กับคุณย่าฉู่ก็ไม่ได้เจอหลานชายมานาน อีกทั้งเพื่อนฝูงของพวกเขาก็อยู่ในประเทศกันหมด สุดท้ายจึงตัดสินใจจัดงานแต่งในประเทศการเตรียมงานแต่งเป็นเรื่องยุ่งยากและกินเวลามาก แถมกำหนดวันแต่งก็ค่อนข้างกระชั้น ช่วงนี้พวกเขามีเรื่องต้องจัดการมากมาย ทุกวันต้องวิ่งวุ่นไปทั่วจนเธอหัวหมุน ไม่มีอารมณ์จะคิดเรื่องอื่นเลย กระทั่งลืมต้วนหวยซ่งไปจากหัวแต่เธอไม่คิดเลยว่า แม้เธอจะลืมต้วนหวยซ่งแล้ว ต้วนหวยซ่งกลับไม่เคยลืมเธอ ซ้ำยังมาปรากฏตัวตรงหน้าเธออีกด้วยเมื่อถูกดักรออยู่หน้าห้องน้ำอีกครั้ง เหวินม่านได้แต่รู้สึกเหนื่อยใจแค่ครั้งนี้เธอออกมาคนเดียวโดยไม่ได้มากับฉู่สิงจือ เขาก็ฉวยโอกาสหาเธอจนเจอ ดูเหมือนว่าในช่วงที่ยังอยู่เมืองหลวงต่อจากนี้ หากไม่จำเป็นจริงๆ เธอคงไม่ควรออกไปไหนคนเดียวอีก“มีอะไรหรือเปล่า” หลังเงียบกันอยู่พักหนึ่ง สุดท้ายเหวินม่านก็เป็นฝ่ายเปิดปากก่อนต้วนหวยซ่งไม่ได้ตอบคำถามขอ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status