Beranda / โรแมนติก / จองจำรัก / ๑ ผู้มีพระคุณ

Share

๑ ผู้มีพระคุณ

Penulis: Kaowsethong
last update Tanggal publikasi: 2024-11-01 21:04:21

ผู้มีพระคุณ

           

            แสงไฟสาดส่องไปที่นางแบบสาวหน้าใหม่ซึ่งโพสท่าราวมืออาชีพ ตากล้องตะโกนชมไม่ขาดปากทำเอาหล่อนใจพองโตที่สามารถทำให้งานเดินไปโดยไม่ติดขัดทั้งที่ก่อนจะมาถ่ายแบบนั้นกังวลทั้งคืนด้วยค่อนข้างใหม่กับวงการนี้แต่รู้ว่าได้เงินดี

            เหล่าบุคลากรเดินไปมาเพื่อทำงานในหน้าที่ของตนเอง เมื่อช่างภาพสั่งเติมหน้าเหล่าสาวประเภทสองก็เข้ามาซับใบหน้าหวานที่เริ่มชื้นเหงื่อพลางพูดคุยอย่างออกอรรถรส ทำให้ร่างบางคลายความเกร็งแล้วยิ้มรับคำพูดเอ่ยแซว

            นิตยสารที่หล่อนขึ้นปกไม่ได้โด่งดังมากนักกลับตีตลาดวัยรุ่นเน้นการแต่งตัวแนวสตรีท ใบหน้าจิ้มลิ้มถูกเครื่องสำอางสีสันสดใสบดบังแทบจะกลายเป็นคนละคนด้วยซ้ำ ร่างโปร่งบางเข้ากับกางเกงยีนส์ราคาแพงและเสื้อฮู้ดตัวใหญ่ ผมยาวถูกถักเปียรอบศีรษะจนคิดว่าหากปล่อยออกคงต้องหยิกฟูแน่นอน

            บุณณดานักศึกษาชั้นปีที่สี่ของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งประเทศไทย หล่อนเลือกเรียนคณะพาณิชยศาสตร์และบัญชี ภาควิชาการตลาดเนื่องด้วยเห็นว่าสายงานนี้ไม่มีทางตกงานทั้งยังเป็นที่ต้องการของตลาดอีกด้วย การเรียนอยู่ในเกณฑ์ดีจึงได้รับทุนมาตลอดช่วงระยะเวลากว่าสี่ปี แต่ทุนนั้นไม่ได้รวมถึงค่าใช้จ่ายประจำวันทำให้ต้องหาเงินด้วยตนเอง

            “ขอบคุณพี่ๆ มากเลยนะคะ ขอบคุณค่ะ” เสร็จสิ้นภารกิจก็ยกมือไหว้แล้วเดินไปเปลี่ยนชุดเป็นนักศึกษาอีกครั้ง หล่อนเดินมาไหว้ทุกคนตั้งแต่ช่างหน้าช่างไฟ คนดูแลเสื้อผ้าและพนักงานส่วนต่างๆ ที่ขับเคลื่อนให้งานแล้วเสร็จก่อนเวลากำหนด

            เธอเดินไปรับเงินด้วยใบหน้ายิ้มแย้มก่อนจะเก็บใส่ในกระเป๋าไม่ลืมบอกว่าหากมีงานอะไรสามารถเรียกใช้ได้เสมอ งานง่ายและสบายแถมได้เงินเยอะแบบนี้ไม่ค่อยถึงมือสักเท่าไหร่ ส่วนมากก็ต้องยืนหลังขดหลังแข็งเป็นพนักงานแคชเชียร์หรือไม่ก็จัดของตามร้านซูเปอร์มาเก็ต

            เริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 15 ปี ไม่อาจหวังกับทางบ้านได้เพราะแค่บิดายังเอาตัวแทบไม่รอด ตอนนี้เธอต้องอาศัยอยู่กับน้าที่อยู่บ้านเยื้องกันเช่นเดิมถึงพวกนั้นจะไม่มาทวงหนี้แต่ก็ไม่กล้าไปอยู่คนเดียว ไม่อาจรู้ได้ว่าพวกมันจะบุกเข้ามาวันไหน

            คนตัวเล็กเดินออกจากอาคารสูงเพื่อไปขึ้นรถไฟฟ้าแล้วกลับบ้าน โชคดีที่มหาวิทยาลัยไม่ได้อยู่ห่างจากบ้านมากนักจึงไม่ต้องออกมาเช่าหอให้เปลืองเงิน อีกทั้งอาหารคุณน้าก็ใจดีทำให้ตลอดทั้งเช้าและเย็น มีแค่ช่วงเที่ยงต้องหาซื้อกินเองซึ่งหล่อนก็ไม่ได้รับประทานแพงมากนัก

            “ใบข้าว” เดินอยู่ริมฟุตบาธกำลังจะขึ้นสะพานลอยข้ามถนนไปอีกฝั่งก็ได้ยินเสียงเรียกเสียก่อน หล่อนเห็นรถยนต์คันหรูจอดเทียบ แล้วกระจกค่อยเลื่อนลงมาเผยให้เห็นใบหน้าหล่อคมที่กำลังส่งยิ้มทำเอาใจสั่นได้ไม่ยาก

            ริมฝีปากสวยยิ้มตอบอย่างดีใจพลางเดินเข้าไปหาเขาทันที ไม่รู้ว่าปฏิกิริยาที่แสดงออกนั้นเกินงามไหมเพราะหล่อนไม่ได้สำรวมอาการเลยสักนิด

            “คุณแทนไท มาได้ยังไงคะ” น้ำเสียงตื่นเต้นพร้อมท่าเกาะขอบกระจกทำให้เขาต้องอมยิ้มแล้วเอ่ยชวนให้หญิงสาวขึ้นมาบนรถ

            “จะกลับบ้านใช่ไหม เดี๋ยวฉันไปส่งขึ้นมาสิ” หากเป็นเมื่อก่อนสาวน้อยคงมีท่าทีเหนียมอายกับคำชวนนั้นแต่เพราะรู้จักกันมาตั้งแต่เธอเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกและยังติดต่อกันเรื่อยมาจนตอนนี้หล่อนกำลังจะเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้วอาการเหล่านั้นจึงไม่หลงเหลือ

            ร่างบางรีบเปิดประตูนั่งประจำข้างคนขับอย่างรวดเร็ว หากไม่ได้เขาก็ไม่รู้ว่าชีวิตนี้จะได้นั่งรถหรูอีกหรือเปล่าในเมื่อหนี้สินกองท่วมหัวขนาดนี้

            เครื่องปรับอากาศเย็นช่ำค่อนข้างต่างจากบรรยากาศข้างนอกทำให้นักศึกษาสาวอมยิ้มมีความสุข แต่นอกเหนือจากการนั่งบนรถยนต์สัญชาติยุโรปแล้วยังมีคนขับกิตติมศักดิ์นั่นคือ..

            แทนไท ทรัพย์พูนทวี เจ้าของกิจการ The area group กลุ่มค้าปลีกขนาดใหญ่ที่มีห้างสรรพสินค้าในเครือกว่าสี่สาขาและที่ร่วมลงทุนกับพัฒนาสยามอีกหนึ่งแห่ง ไหนจะโปรเจคในอนาคตที่กำลังจะสร้างให้เป็นที่กล่าวขาน รวยจนไม่รู้จะใช้ชาตินี้หมดหรือเปล่า

            “ทำไมคุณแทนถึงมาแถวนี้คะ” ระหว่างนั่งบนรถก็หันไปเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ หล่อนชอบมองใบหน้าคมยามอมยิ้มมันชวนให้ใจเต้นแปลกจังหวะพิกล หรือบางทีเธออาจจะเป็นโรคหัวใจยามอยู่ใกล้เขา

            ชายหนุ่มผู้ซึ่งได้รับฉายา ‘ดวงตาราชสีห์’ เพราะไม่ใช่เพียงแค่เก่งทางด้านธุรกิจที่หยิบจับอะไรก็รุ่งไปหมด เขาซื้อหุ้นตัวไหนก็ได้กำไรดีทุกตัวถึงขนาดที่มีคนติดตามว่าวันนี้เจ้าของ The area shopping จะซื้อหุ้นของบริษัทใดในตลาดหลักทรัพย์จะได้รีบซื้อตาม

            ทว่าเขายังมีสายตาพิฆาตที่ทำเอานารีหลงแทบไม่เป็นอันทำอะไรเพียงแค่ได้สบตาเท่านั้น มันแฝงความเจ้าเล่ห์ เชิญชวนจนเกือบจะหลงเข้าไปในวังวนของเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

            “มีเด็กบางคนงอแงกลัวถ่ายแบบออกมาไม่ดี ก็เลยกะว่าจะมาให้กำลังใจสักหน่อย แต่ติดประชุมกว่าจะได้ออกมาเธอก็เลิกงานแล้ว” ขณะที่มือจับพวงมาลัยเขาก็เหลือบตามามองหล่อนพร้อมยกยิ้มมุมปากทำให้คนอายุน้อยกว่าใบหน้าแดงก่ำเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มให้ความสนใจตนเอง

            ไม่รู้จะโต้ตอบกลับไปว่าอย่างไรด้วยไม่ทันตั้งตัวกับการถูกจู่โจมเร็วขนาดนี้ หล่อนพยายามปิดบังว่าคิดไม่ซื่อกับชายอายุคราวพ่อแต่ดูเหมือนจะถูกจับได้เสียแล้ว

            คิดว่าแทนไทคงรู้ว่าเธอคิดเช่นไรกับเขา ถึงไม่ได้บอกเป็นคำพูดแต่แววตาของหล่อนก็มองเพียงผู้ชายคนนี้มาตลอดตั้งแต่เจอกันครั้งแรกที่เป็นเหมือนความบังเอิญ

            และในบางครั้งความบังเอิญก็ทำให้เราหลงคิดว่ามันคือพรหมลิขิต..

            สวรรค์ส่งเขามาให้เธอเพื่อเป็นของขวัญที่เคยทำชีวิตหล่อนพังตั้งแต่อายุ 13 ปี แทนไทเข้ามาเติมเต็มทุกอย่าง ช่วยเหลือในเรื่องการเรียน หางานพิเศษให้ที่โรงแรมและยังมีงานถ่ายแบบเล็กน้อยเขาก็เป็นคนแนะนำหล่อน เวลามีปัญหาชีวิตก็สามารถปรึกษาได้ทำให้อีกฝ่ายกลายเป็นหลุมหลบภัยขนาดใหญ่ของเธอไปเสียแล้ว

            เวลากว่า 4 ปีที่รู้จักกันพูดได้เต็มปากว่ามันมากกว่าคำว่าชอบ เพราะหล่อนหลงรักผู้ชายคนนี้ยากที่จะถอนตัวเสียแล้ว

            ทว่าไม่รู้เขาคิดเหมือนกันไหมดูท่าทีไม่ออกเลย ไหนจะผู้หญิงที่เข้ามาหาร่างสูงอีก ด้วยความที่เขาฐานะดี ร่ำรวยเงินทอง สถานะโสด ญาติไม่ค่อยมี คุณสมบัติเหล่านี้เป็นที่ต้องการของหญิงสาวจนเห็นว่าบางครั้งก็มีสายโทรเข้ามาบ่อยและเป็นเบอร์ที่ไม่ได้บันทึกเอาไว้

            “ไม่ต้องมาก็ได้นะคะ ข้าวเกรงใจ” เมื่อวานหล่อนตื่นเต้นมากเพราะเป็นการถ่ายแบบครั้งแรกโดยคนที่แนะนำก็คือแทนไท เจ้าของนิตยสารรู้จักกับชายหนุ่มและต้องการหานางแบบหน้าใหม่เขาเลยเสนอบุณณดาฝ่ายนั้นก็ตอบตกลงทันที

            เธอกังวลว่าจะทำออกมาไม่ดีจึงโทรไปปรึกษาคนที่งานยุ่งทั้งวันแต่ก็ปลีกตัวมาคุยโทรศัพท์และให้กำลังใจหล่อน

            ‘ฉันเชื่อว่าเธอจะไม่ทำให้ฉันผิดหวังเพราะใบข้าวของฉันเก่งที่สุด’ คำว่าใบข้าวของฉันทำให้หล่อนนอนแทบไม่หลับ คำหวานที่ชายหนุ่มพูดมันช่วยปลอบปะโลมหัวใจที่แห้งแล้งให้กลับมาสดชื่นอีกครั้ง และเธอทำมันออกมาอย่างดีเพื่อให้เขาภูมิใจ

            “จะไม่มาได้ยังไง ว่าจะพาคนเก่งไปเลี้ยงสักหน่อย” ได้ยินอย่างนั้นก็ตาโต

            “คุณแทนจะเลี้ยงข้าวเหรอคะ” เพราะเขาไม่ค่อยมีเวลาถึงจะรู้จักกันมานานแต่การจะเจอหน้าหรือไปรับประทานอาหารเพียงสองคนนั้นแทบไม่เคยเกิดขึ้นเลย

            เวลาของชายคนนี้เป็นเงินเป็นทองทั้งนั้นแค่เขาสละเวลามาหาก็ทำให้เธอดีใจมากแล้ว แถมเพิ่งรู้ว่าอีกฝ่ายจะพาไปกินข้าวอีก

            ไม่น่าเล่าทำไมทางกลับบ้านถึงแปลกตากว่าทุกที ที่แท้ก็แวะเข้าไปยัง The area shopping สาขาที่สองในกรุงเทพมหานครนี่เอง

            ห้างสรรพสินค้าของเขาออกแบบเป็นตึกสูงหกชั้นโดยใช้อิฐเป็นผนังเหมือนอยู่ยุโรป คนชอบมาถ่ายรูปและเช็คอินพร้อมทั้งแต่งตัวหนาเหมือนอยู่ต่างประเทศให้เข้ากับบรรยากาศ มีต้นไม้รอบบริเวณให้ความสดชื่นและร่มรื่น

            “ใช่ ฉันจะเลี้ยงข้าวสำหรับนางแบบคนเก่งที่ชื่อใบข้าวโดยเฉพาะ” หมุนพวงมาลัยเข้ามายังลานจอดรถก่อนจะขึ้นไปที่ชั้นวีไอพีสำหรับผู้บริหาร

            หล่อนตาโตกว่าเดิมไม่เคยขึ้นมายังชั้นนี้ ไม่เคยคิดฝันว่าตนเองจะได้กลับมาอยู่ในตำแหน่งคุณหนูอีกครั้งทำให้ยิ่งมองแทนไทด้วยสายตาเทิดทูนมากขึ้นว่าเดิม

            เขาเป็นเหมือนชายขี่ม้าขาวเข้ามาในชีวิตอันแสนมืดมนของหล่อน

            แทนไทมีธุรกิจในเครือค่อนข้างหลากหลายทั้งห้างสรรพสินค้า โรงแรมและโลจิสติกส์ทำให้เขากลายเป็นนักธุรกิจหน้าใหม่ที่สร้างฐานะได้ด้วยตนเองภายในเวลาอันรวดเร็ว อาจเพราะคลุกคลีกับวงการนี้ตั้งแต่ยังเรียนมหาวิทยาลัย พี่เขยของเขาก็เป็นเจ้าพ่อโลจิสติกส์ของประเทศอเมริกา เคยช่วยงานหลายครั้งไหนจะเข้าฝึกงานที่บริษัทตลาดหลักทรัพย์ New York Stock exchange ซึ่งถือเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในโลกจึงไม่แปลกที่ร่างสูงจะมีสายตาแหลมคมในเรื่องของการเล่นหุ้นจนเคยขึ้นพูดบนเวทีระดับนานาชาติเกี่ยวกับเศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน

            The area shopping คือห้างสรรพสินค้าในเครือ the area group ที่แทนไทยถือหุ้นกว่าครึ่งทำให้เขากลายเป็นเศรษฐีอายุน้อยซึ่งติด 20 อันดับแรกคนรวยในประเทศไทย ทรัพย์สินที่เขาถือครองมีมูลค่ากว่าพันล้านยิ่งทำให้หนุ่มคนนี้กลายเป็นหนุ่มเนื้อทองที่สาวๆ ต่างหมายปอง

            จอดพาหนะยังชั้นบนซึ่งเป็นสถานที่ของระดับผู้บริหารก่อนเขาจะเลือกลงลิฟต์แก้วไปที่ชั้นอาหารของห้างสรรพสินค้าแห่งนี้

            บุณณดาตื่นตาตื่นใจไปหมดถึงจะเคยมาเดินห้างนี้บ้างแต่เพราะคนข้างกายหล่อนเป็นถึงผู้บริหารระดับสูง โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีมากนักเรียกได้ว่ามันแทบจะเป็นความฝันด้วยซ้ำจนต้องแอบหยิกแขนตัวเองว่าไม่ได้กำลังหลับ

            โอ้ย..เจ็บแบบนี้น่าจะเป็นความจริง

            ร่างสูงเดินเข้ามาภายในร้านอาหารอิตาเลี่ยนที่มีพนักงานต้อนรับหน้าตายิ้มแย้ม ข้างในแทบไม่มีคนและการตกแต่งร้านก็ค่อนข้างทึบแต่กลับหรูหราเหมือนอยู่ในประเทศต้นตำรับ หล่อนอ่านป้ายชื่อร้านที่เป็นภาษาอิตาลีก็ไม่ออกจนต้องถามคนพามา

            “ร้านอะไรคะ” ขณะที่มาถึงโต๊ะก็เอ่ยขึ้นแล้วเหลียวมองรอบร้าน

            “Delizioso The Altin” ภาษาประหลาดที่เอ่ยออกมาหล่อนไม่สามารถทำความเข้าใจได้แต่คิดว่ามันน่าจะเป็นภาษาอิตาลี ทำเพียงพยักหน้าและขานรับเสียงเบาก่อนบริกรจะยื่นเมนูพร้อมรอรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแต่สร้างความกดดันให้คนโดนมอง

            เห็นเมนูอาหารและราคาที่เริ่มต้นตั้งแต่ห้าร้อยหล่อนก็แทบจะวางลง ถูกสุดคือสปาเก็ตตี้ที่สนนราคา 439 บาท ซึ่งเธอสามารถใช้เงินจำนวนนี้ได้ตั้งสามวัน แต่ชายหนุ่มกลับจ่ายภายในมื้อเดียว

            “สั่งได้เลยนะ มื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง” เห็นหล่อนทำสีหน้าไม่ถูกก็บอกด้วยเสียงราบเรียบ

            “ข้าวกินอะไรก็ได้ค่ะ แล้วแต่คุณแทนเลย” ลอบกลืนน้ำลายเมื่อยิ่งเปิดหน้าถัดไปก็ไม่อาจปกปิดสีหน้าความตกใจในราคาอาหารได้จึงเลือกตัดปัญหาให้เขาเป็นคนสั่งจะได้ไม่ต้องรับรู้ถึงราคาแสนแพง

            “Pizza Napoletana, Lasagna, Ossobuco alla Milanese, Panzanella” ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ก็อยากเลือกเรียนวิชาเสรีเป็นภาษาอิตาลีแทนที่จะเรียนจีนและฝรั่งเศส เพราะหล่อนชอบสำเนียงของแทนไทยามเอ่ยกับบริกรเหลือเกินจนเผลอมองด้วยแววตาชื่นชม

            เขาเก่งรอบด้านแม้แต่การสั่งอาหารที่หลายคนมองเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับบุณณดาแล้วไม่ว่าชายหนุ่มจะทำอะไรก็ดีไปเสียหมด

            “สั่งเยอะขนาดนั้น จะกินหมดเหรอคะ” อดถามไม่ได้เพราะมากันแค่สองคนแต่ชายหนุ่มกลับสั่งตั้งสี่เมนู

            “วันนี้ฉันไม่ได้กินข้าวเที่ยงเพราะมัวแต่ประชุม อีกอย่างก็เป็นชีทเดย์ไม่ต้องควบคุมอาหาร” ด้วยอายุมากขึ้นปีนี้ก็เข้า 42 ปีแล้วจึงค่อนข้างจะต้องใส่ใจเรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษ

            เขาเลือกกินอาหารคลีนและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอทำให้คนภายนอกแทบไม่รู้อายุจริงเวลาเห็นหน้า แถมหุ่นยังฟิตกว่าคนรุ่นราวคราวเดียวกันเสียอีก

            ชีทเดย์ที่แทนไทพูดถึงนั้นหมายถึงวันที่สามารถรับประทานอาหารได้ตามใจอยากหลังจากที่กินคลีนมากว่าสัปดาห์ เขาสามารถจะกินขนมปังหรือพิซซ่ามากเท่าไหร่ก็ได้ก่อนที่วันพรุ่งนี้ต้องกลับไปกินคลีนเหมือนเดิม

            อาหารเริ่มทยอยมาเสิร์ฟพร้อมไวน์ขาวที่ชายหนุ่มสั่งเอาไว้ นักศึกษาตื่นเต้นกับทุกสิ่งแต่พยายามเก็บอาการทว่าเมื่อมองดวงตากลมโตที่ส่องประกายสดใสก็ทำให้คนตัวสูงแอบอมยิ้มกับความเด็กน้อยของหล่อน

            “ดื่มไวน์ได้ไหม”

            “น่าจะได้ค่ะ” ยกแก้วสูงขึ้นดมก่อนจะค่อยจิบแล้วยิ้มออกมา

            “อร่อยดีค่ะ” เพราะไม่เคยดื่มแค่เห็นราคาก็ไม่กล้าเดินเข้าใกล้แล้ว จำได้ว่าเคยเห็นคุณปู่ดื่มขณะที่ท่านยังมีชีวิตและหล่อนอยู่ในสถานะคุณหนูของบ้านแต่ตอนนั้นยังเด็กมากจึงไม่ได้รับอนุญาตให้แตะต้องของมึนเมาถึงไดไม่เคยดื่มสักครั้ง

            พอโตมาราคามันก็สูงจนไม่กล้าฝันจะชิม ขอแค่น้ำสไปรท์ที่สีใกล้เคียงกันก็พอ ทว่าวันนี้กลับมีผู้ใจดีหยิบยื่นของดีมาให้มีหรือจะปฏิเสธ

            “การดื่มไวน์ที่ถูกต้องทำยังไงรู้ไหม อันดับแรกเราต้องจับที่ก้านแก้วแล้วหมุนเล็กน้อยให้ไวน์ได้สัมผัสกับอากาศจะทำให้รสชาติเข้มข้นขึ้น เขาเรียกว่าปฏิกิริยา oxidation” การมารับประทานอาหารครั้งนี้นอกจากความอิ่มแล้วยังได้ความรู้อีกด้วย

            “หลังจากนั้นให้ยกขึ้นจรดจมูกแล้วสูดดม ค่อยจิบเล็กน้อยแล้วอมไว้เพื่อแยกรสแล้วค่อยกลืน ขั้นตอนยุ่งยากไหม” คนตั้งใจฟังพยักหน้ารับทันที

            “ยากค่ะ ทำไมการดื่มไวน์มันต้องมีขั้นตอนมากมายแบบนี้ด้วยคะ เราดื่มเข้าไปเลยไม่ได้เหรอ”

            “การทำไวน์ใช้เวลาค่อนข้างนาน กว่าจะหมักหรือบ่มให้ออกมารสชาติดีแบบนี้ได้เขาก็ต้องการให้เราได้ดื่มด่ำกับช่วงเวลาเหล่านั้น และยิ่งได้ดื่มกับคนพิเศษด้วยแล้วก็จะกลายเป็นห้วงเวลาแห่งความสุขเลยล่ะ”

            ไม่แปลกใจเลยสักนิดว่าทำไมผู้ชายตรงหน้าจึงเป็นที่หมายปองของสาวๆ ทั่วไป เขาช่างพูดและทำให้มื้ออาหารแสนพิเศษนี้ยิ่งพิเศษมากกว่าเดิมเพียงแค่โดนมองด้วยแววตาหวานหยาดเยิ้มก็ตกเข้าไปในหลุมพรางทั้งที่ชายหนุ่มยังไม่ทันได้ขุดด้วยซ้ำ

            หัวใจดวงน้อยเต้นเร็วขึ้นจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน และช่างโชคดีเหลือเกินที่บริกรเริ่มเสิร์ฟอาหารเริ่มต้นด้วยพิซซ่าร้อนจากเตา เป็นพิซซ่าเก่าแก่ต้นตำรับอิตาเลี่ยนของแท้ที่ถูกปากคนไทย ขอบพิซซ่าจะบางและค่อนข้างกรอบ จุดเด่นจะอยู่ที่มะเขือเทศและชีสซึ่งทำออกมาได้ถูกปากชาวเอเชียยิ่งนัก

            ตามมาด้วยพาสต้าสูตรอิตาเลี่ยนขนานแท้ที่นำเนื้อ พาสต้าชีสและมะเขือแทนมาวางเป็นชั้นสลับกันได้อย่างน่าอร่อย ต่อมาคือสเต็กเนื้อที่ปรุงรสด้วยไวน์ขาว น้ำซุปและผักซึ่งเมนูนี้มีมานานตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 ทว่าไม่ค่อยเป็นที่รู้จักสักเท่าไหร่ในหมู่คนเชีย มันโด่งดังและเป็นอาหารพื้นเมืองของคนมิลาน ปิดท้ายที่สลัดขนมปังโดยส่วนผสมหลักคือขนมปังและมะเขือเทศ ส่วนผักชนิดอื่นก็จะเป็นไปตามฤดูกาล

            แค่มองก็รับรู้ได้ถึงความอร่อยและเพียงอาหารเข้าปากดวงตาก็เป็นประกายทันที หล่อนจัดการทุกอย่างโดยไม่ห่วงสวยหรือมีมาดต่อหน้าผู้ชายที่ตัวเองชอบสักนิด

            “ค่อยๆ กิน เดี๋ยวก็ติดคอ” เตือนด้วยความหวังดีกลัวอาหารจะติดคอคนที่กินอย่างเอร็ดอร่อย เห็นเธอชอบเขาก็ดีใจที่ตัวเองเลือกร้านไม่ผิด

            ถึงขนาดปิดร้านเพื่อมาดินเนอร์กับหญิงสาวสองคนด้วยไม่อยากตกเป็นข่าวในวงสังคมไปมากกว่านี้ แค่เรื่องมีผู้หญิงตบตีกันไม่เว้นวันเพราะเขาก็น่าหนักใจมากแล้ว ไม่ต้องการให้มีข่าวลือว่าเป็นเสี่ยเลี้ยงเด็กอีก

            ทั้งยังเป็นเด็กรุ่นลูกเสียด้วย..

            “อร่อยมากเลยค่ะ” ชมพร้อมกับยิ้มจนตาปิด หล่อนเพลิดเพลินกับอาหารจนไม่เห็นสายตาที่เขามองมายังตนเอง

            “เห็นว่าใกล้ฝึกงานแล้ว จะไปฝึกที่ไหน” คนที่พามากินแต่ไม่ค่อยแตะอาหารนอกจากพิซซ่าหนึ่งชิ้นเอ่ยถามขึ้น หล่อนรีบกลืนเนื้อลงไปแล้วตอบเขาอย่างรวดเร็ว

            “ถ้าขอไปฝึกที่บริษัทคุณแทนได้ไหมคะ” ได้โอกาสก็ขอร้องทันที เธอคิดไว้ตั้งนานแล้วว่าอยากไปศึกษาการตลาดในเครือ The area group ที่เติบโตได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว

            ระยะเวลา 15 ปีเขามีอาณาจักรเป็นของตัวเองที่ยิ่งใหญ่และแข็งแรง มีคนรอซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แต่น่าเสียดายที่แทนไทไม่ได้นำบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ แต่ดูจากเมกะโปรเจคที่กำลังจะทำในอนาคต เดาได้ไม่ยากว่าผู้บริหารหนุ่มมีแนวโน้มจะนำเครือของตนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์เพื่อระดมเงินทุนในการสร้างห้างสรรพสินค้าและโรงแรมที่เชื่อได้ว่าคงสร้างผลกำไรอย่างมหาศาล

            “กำลังจะชวนพอดี ฉันอยากให้เธอเข้าไปฝึกที่บริษัทของฉัน” เหมือนถูกหวยทำให้หญิงสาวอยากลุกขึ้นไชโยแต่ก็ต้องสำรวมกิริยาเอาไว้

            ไม่ง่ายเลยที่จะเข้าไปฝึกงานที่บริษัทแห่งนี้ เคยถามรุ่นพี่หลายคนที่ยื่นเรื่องไปก็ต้องเสียใจกลับมาทุกครั้งเพราะเขาไม่รับนักศึกษาฝึกงาน

            “แบบนี้เรียกว่าใช้เส้นไหมคะ เห็นรุ่นพี่หลายคนบอกคุณแทนไม่รับนักศึกษาฝึกงาน”

            “โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว ฉันก็อยากได้คนรุ่นใหม่มาช่วยคิดเหมือนกัน บอกตามตรงว่าบางครั้งก็ไม่ทันเทคโนโลยีหรือความคิดอ่านของคนรุ่นเธอ ได้นักศึกษาฝึกงานมาช่วยเผื่อจะมีแนวทางใหม่ๆ บ้าง”

            คนฟังยิ้มแก้มปริไม่คิดว่าตนเองจะได้สถานที่ฝึกงานเร็วขนาดนี้ เหนือกว่าความรักหล่อนเริ่มจะเทิดทูนและบูชาเขาเสียแล้ว ตอนแรกก็คิดว่าผู้ชายคนนี้จะเข้ามาหลอกหรือเปล่าแต่เพราะความสม่ำเสมอและไม่คิดเข้าหาเชิงชู้สาวสักครั้งทำเอาบุณณดาเริ่มวางใจในตัวเขา

            และค่อยแปรเปลี่ยนเป็นความรักที่ฝังรากลึกเสียแล้ว

            “ขอบคุณมากเลยนะคะ เดี๋ยวข้าวจะรีบทำเรื่องขอฝึกงานให้เร็วที่สุด” ที่จริงเธอก็ฝึกงานช่วงปิดเทอมปีที่สามแล้ว ส่วนปีที่สี่จะเป็นฝึกงานใหญ่ที่นำมาทำสารนิพนธ์จบจึงอยากเลือกสถานที่ตนเองสนใจและใฝ่ฝันจะเข้าไปทำงานสักครั้งอย่าง the area group

            “แต่ฉันไม่ได้อยากให้เธออยู่แผนการตลาด” ขณะที่ดีใจเขาก็เอ่ยขึ้นทำให้คนตัวเล็กชะงักไปครู่หนึ่ง

            “คุณแทนหมายความว่ายังไงคะ”

            “ฉันอยากให้เธอมาเป็นผู้ช่วยเลขาของฉัน” เหมือนได้โชคสองชั้นหรือโบนัสใหญ่ประจำปี เสียงพลุดังขึ้นจนหูอื้ออึง ไม่คิดว่าตนเองจะโชคดีมากขนาดนี้ เพราะนอกจากได้ใกล้ชิดหนุ่มในฝันแล้วยังได้รับประสบการณ์ซึ่งหาที่ไหนไม่ได้แล้ว

            ผู้บริหารระดับใหญ่ขนาดนี้มีผู้ช่วยเลขาเป็นนักศึกษาฝึกงาน แค่คิดก็เกินเอื้อมจนไม่กล้าจะรับไว้ทั้งที่ใจตื่นเต้นกับประโยคของเขา

            “แต่ว่ามันจะเกิดข้อครหาไหมคะ ข้าวเป็นแค่นักศึกษาฝึกงาน” ไม่อยากโดนเขม่นตั้งแต่วันแรกที่ไปทำงานจึงต้องเอ่ยถามคนชวนเสียก่อน

            “ดูจากความสามารถของเธอแล้ว จะไม่มีใครกังขาได้เลย” เก่งระดับได้เกรดเฉลี่ย 4.00 ทุกเทอม ไหนจะไปฝึกงานกับบริษัทใหญ่ทั้งยังมีประสิทธิภาพถึงขนาดวางแผนกลยุทธ์ของบริษัทได้อย่างเฉียบคม ใครจะกล้าพูดหรือสงสัยในความสามารถ

            “คุณแทนมั่นใจในตัวข้าวขนาดนั้นเลยเหรอคะ” หล่อนยังไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองสักเท่าไหร่

            “ฉันมั่นใจ ว่าใบข้าวของฉันเก่งที่สุด” ได้รับคำชมก็ยิ้มแก้มปริไม่เอ่ยถึงเรื่องนั้นอีก เธอตัดสินใจแล้วว่าจะไม่สนคำคนและมุ่งฝึกงานเพื่อให้ได้รับความรู้จากผู้บริหารระดับสูงคนนี้มากที่สุด

            อนาคตจะได้ไม่ต้องตกเป็นเบี้ยล่างของใครเหมือนตอนนี้ที่ต้องหาเงินใช้หนี้แทนพ่อแทบไม่ได้พักผ่อน

            อีกไม่นานเธอจะผงาดขึ้นมาให้ได้ ด้วยมันสมองและสองมือของตนเอง..

            หลังลงจากรถยนต์คันหรูหล่อนก็เดินเข้าบ้านของคุณน้าที่ใจดีให้ที่พักอาศัยทั้งที่บ้านตนเองก็ไม่ได้อยู่ห่างกันเลย ท่านเอ็นดูเหมือนเธอเป็นลูกสาวคนหนึ่งอาจเพราะไม่มีครอบครัวเหลือเพียงตัวคนเดียวจึงรักบุณณดามากนัก

            บ้านสองชั้นขนาดกลางล้อมรอบด้วยต้นไม้ดูอบอุ่นสบายตาเปิดต้อนรับนักศึกษาสาว เข้ามาภายในบ้านก็เห็นหญิงวัยสามสิบแปดหุ่นท้วมนั่งเย็บผ้าอยู่หน้าจอโทรทัศน์ นางเงยหน้าขึ้นมองคนมาใหม่ก่อนจะยกยิ้มให้

            “ใครมาส่งจ๊ะ” น้าแพง หรือนางนลินี โชติชนิด มีอาชีพเย็บผ้าพอมีรายได้ประทังชีวิต เธอไม่มีสามีเพราะเคยผิดหวังจากรักครั้งแรกจนฝังใจจึงไม่เชื่อในความรัก แต่ไม่เคยปิดกั้นยามบุณณดากำลังคบหาดูใจกับใครสักครั้ง

            นางไม่เข้าไปก้าวก่ายในชีวิตของผู้อื่นมีเพียงรับฟังและให้คำแนะนำเท่านั้นจึงกลายเป็นที่รักของหลานสาวคนนี้ได้ไม่ยาก อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่หล่อนอายุ 16 ปีจนใกล้จะเรียนจบได้ทำงาน นอกจากพ่อที่จะต้องตอบแทนในฐานะบิดาก็มีเพียงน้าแพงเท่านั้นแหละที่เธออยากตอบแทนบุญคุณที่เลี้ยงดูมาตลอดจนคิดว่าท่านเป็นแม่ตนเอง

            “คุณแทนค่ะ” โทรศัพท์บอกว่าเธอจะกินข้าวข้างนอกนางจึงไม่ได้เตรียมอาหารไว้ให้เหมือนทุกครั้ง

            ร่างบางเดินมานั่งข้างคุณน้าพลางหยิบนิตติ้งที่วางอยู่ตะกร้าบนโต๊ะเล็กขึ้นมาถักต่อ ริมฝีปากบางระบายยิ้มไม่ปิดบังว่าตนเองมีความสุขมากแค่ไหนจนคนมองอดยิ้มตามไม่ได้

            “ไม่เล่าให้น้าฟังเหรอว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นถึงทำให้หลานสาวคนนี้ยิ้มไม่หุบ” เอ่ยกระเซ้าทำเอาคนโดนล้อต้องเม้มปากแน่น

            “น้าแพงน่ะ ล้อข้าวตลอดเลย”

            “ก็ข้าวทำตัวให้น่าล้อทำไมล่ะ ดูสิแก้มแดงตาเป็นประกายขนาดนี้ ชอบเขามากใช่ไหม” มือเล็กกำลังถักนิตติ้งชะงักไปครู่หนึ่ง ดวงตาที่เคยเป็นประกายหม่นลงแล้วหันไปถามน้าแพงที่คอยให้คำแนะนำหล่อนทุกเรื่อง

            “น้าแพงว่ามันจะเป็นไปได้ไหมคะ มันเกินเอื้อมหรือเปล่า คุณแทนเขาเป็นถึงผู้บริหารระดับสูงจะมาสนใจเด็กกะโปโลอย่างข้าวจริงเหรอคะ” ไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองจะกลายเป็นที่สนใจของชายหนุ่มเพราะดูจากฐานะแล้วไม่น่าจะเจอกันได้

            อีกทั้งยังยากที่เขาจะเข้ามาทำดีด้วยโดยไม่หวังผลตอบแทน แต่กว่าสี่ปีที่ผ่านมาก็พิสูจน์ให้เห็นว่าแทนไทไม่ได้มีสิ่งใดแอบแฝง ชายหนุ่มปฏิบัติกับเธอสม่ำเสมอไม่เปลี่ยนเลยสักนิด

            หากจะมีคนเปลี่ยนก็คงเป็นหล่อนที่ไม่ได้คิดกับเขาแค่ผู้มีพระคุณ

            ตอบได้อย่างไม่อายว่าหลงรักคนสูงศักดิ์เสียแล้ว..

            “ความรักมันไม่แบ่งชนชั้นวรรณะหรอกนะลูก ขนาดคนอินเดียที่เขาแบ่งแยกชัดเจนขนาดนั้นยังมีคนที่ยอมเป็นจัณฑาลเพื่อให้มารักกับคนที่ต่างชั้นกันเลย” ได้ฟังแล้วความกังวลก็ไม่หมดไป หล่อนถามอีกทันทีจนคนเป็นน้าต้องวางมือจากงานที่กำลังทำ

            “เขาจะมาเล่นๆ กับข้าวหรือเปล่าคะ ผู้หญิงที่คู่ควรกับเขาก็เยอะ” หล่อนรู้ข่าวบ้างเรื่องผู้หญิงที่เข้าหาแทนไทไม่ขาด ทั้งลูกสาวของนักธุรกิจ ดารามีชื่อเสียง ไฮโซฐานะทางบ้านดี ล้วนเหมาะสมกับชายหนุ่มทั้งนั้น

            ไม่เหมือนเธอ...ที่มีแค่ตัว

            “เรื่องนี้น้าตอบไม่ได้เพราะไม่ได้คลุกคลีกับเขา แต่การที่คุณแทนไทสม่ำเสมอกับข้าวมากว่าสี่ปีมันก็บอกทุกอย่างแล้วไม่ใช่เหรอ ยังจะกังวลอะไรอีกจ๊ะ น้าว่าปัญหามันไม่ได้อยู่ที่เขาแล้วมั้ง”

            ปัญหามันคือความกลัวของเธอต่างหาก

            บุณณดาไม่รู้ว่าอนาคตของตัวเองจะเป็นอย่างไร หล่อนคิดถึงเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้นจนพาลทำให้ไม่กล้าจะก้าวข้ามความสัมพันธ์ครั้งนี้สักที

            แต่แทนไทก็ไม่ได้พูดหรือเอ่ยถึงเรื่องระหว่างเราสักครั้งทำให้คนอายุน้อยกว่าไม่กล้าฝันไกลกลัวตกลงมาแล้วมันจะเจ็บ

            ชายหนุ่มไม่ได้ดีแค่กับเธอเพราะขนาดกับน้าแพงฝ่ายนั้นก็เคยเข้ามาทักทายแต่ไม่บ่อยเพราะงานที่รัดตัว แต่ก็ยังฝากของกินและของใช้มาให้ยามมีโอกาสจนดูเหมือนว่าน้าสาวจะปลื้มเขาเสียเหลือเกิน คนรวยที่นิสัยเอื้อเฟื้อโดยเนื้อแท้แบบนี้หายาก

            “ถ้าข้าวยังกลัวก็ดูกันไปก่อน เรื่องความรักไม่ต้องเร่งรีบหรอกลูก ถึงเวลาเมื่อไหร่คำตอบมันก็จะมาเองอย่าไปคิดมากนักเลย แค่เรื่องเรียนก็ปวดหัวมากแล้วไม่ใช่เหรอ” ลูบศีรษะหลานสาวพลางเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

            หลังจากนั้นหล่อนก็เล่าเรื่องที่จะไปฝึกงานอยู่ The area group ตำแหน่งผู้ช่วยเลขาให้ฟังทันที พร้อมตื่นเต้นใหญ่ที่จะได้เรียนรู้ประสบการณ์ซึ่งหาได้ยากจากคนระดับนั้น เพราะแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่คนอย่างหล่อนจะได้เคียงข้างประธานบริษัทค้าปลีกขนาดใหญ่

            พูดคุยกันเสร็จก็ขอตัวขึ้นมาบนห้อง เปิดประตูไม้สีทึบถูกเปิดออกแล้วปิดลงเสียงเบา เข้ามาข้างในก็เป็นเตียงนอนที่อยู่ติดหน้าต่าง ข้างกันเป็นโต๊ะเขียนหนังสือโดยปลายเตียงมีตู้เสื้อผ้า ห้องขนาดสี่เหลี่ยมไม่ได้ใหญ่มากเท่าไหร่แต่ก็อยู่ได้ไม่อึดอัด

            เธอวางกระเป๋าลงบนโต๊ะแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมาชาร์ตเมื่อนึกขึ้นได้ว่าแบตเหลือน้อยเต็มที พบสายที่ไม่ได้รับกว่าสิบสายและเมื่อดูชื่อก็ต้องถอนหายใจทันที

            ยังไม่ทันจะโทรกลับเสียงร้องของเครื่องมือสื่อสารก็ดังขึ้นเสียก่อน “ว่าไงเปรม” เป็นเพื่อนชายคนสนิทนั่นเอง

            ‘โทรไปตั้งหลายรอบทำไมไม่รับ’ ถามเสียงเข้มเพราะเพียรกดหาหล่อนจนสายแทบไหม้แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ยอมรับเสียที

            “ฉันไปถ่ายแบบเพิ่งกลับถึงบ้าน นายมีอะไรหรือเปล่า”

เดินไปนั่งลงบนเตียงพลางถอนหายใจด้วยความเหนื่อย ดูเหมือนเปมทัตจะรุกหนักขึ้นทุกวันถึงแม้จะเรียนคณะเดียวกันแต่คนละภาควิชาเพราะเขาเลือกภาคพาณิชยศาสตร์สำหรับบริหารธุรกิจทางบ้านโดยเฉพาะ

            ที่จริงบิดาของเปมทัตอยากให้ไปต่อปริญญาตรีที่ต่างประเทศแต่ชายหนุ่มไม่ยอม ยืนยันว่าอย่างไรก็จะเรียนที่ไทยจนสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกันกับหล่อนได้ เขาตามติดจนเหมือนเป็นเงาตลอดระยะเวลาสี่ปีที่ผ่านมา ค่อนข้างอึดอัดแต่ในเมื่อฝ่ายนั้นไม่ได้ขอพัฒนาความสัมพันธ์มากกว่าเพื่อนจึงจำต้องปล่อยผ่าน ขอเพียงแค่ไม่ล้ำเส้นที่ขีดไว้ก็พอ

            ‘ไปกับใคร’

            “คนเดียว แค่นี้ก่อนได้ไหมฉันเหนียวตัวอยากไปอาบน้ำ” ตอบเสร็จก็รีบหาข้ออ้างเพื่อวางสาย

            ‘เดี๋ยวก่อนสิข้าว เอ่อ ถ้าอย่างนั้นฝันดีนะ’ โทรมาเพียงเพื่อบอกฝันดีก่อนที่หญิงสาวจะตัดสายโดยไม่ได้ตอบกลับ

            อันที่จริงไม่อยากให้ความหวังเพื่อนด้วยซ้ำเพราะกลัวว่าฝ่ายชายจะเจ็บมากหากถูกปฏิเสธ อย่างไรเขาก็คอยช่วยเหลือและอยู่เคียงข้างมาโดยตลอด เคยคิดอยากตอบกลับความรักแต่ความรู้สึกที่มีต่อเปมทัตมันชัดเจนตั้งแต่ต้นว่าเป็นเพียงเพื่อนเท่านั้น

            อีกอย่างหล่อนไม่กล้าทำร้ายจิตใจอรวราที่หลงรักฝ่ายชายมาตลอด ถึงแม้ไม่พูดออกมาแต่แววตาบอกหมดทุกอย่าง เธออยากให้ทั้งสองลงเอยกันทว่าไม่กล้าเป็นกามเทพกลัวเรื่องจะยิ่งบานปลาย

            คำว่าเพื่อนมันช่างเปราะบางเสียเหลือเกิน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จองจำรัก   ตอนพิเศษ พบเจอทุกชาติไป

    ตอนพิเศษพบเจอทุกชาติไป วาระสุดท้ายของคุณแทนไทห้อมล้อมไปด้วยลูกหลานที่มาเฝ้าหลังป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย คนรักอย่างบุณณดาดูแลไม่ห่างถึงยามมองหน้าเขาจะแอบน้ำตาซึมจนต้องแอบหลบไปร้องไห้เพียงลำพัง ปีนี้สามี 85 ปี ซึ่งหล่อนได้แต่อธิษฐานให้เขาอยู่อีกสักร้อยปี แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ เพราะหนึ่งสัปดาห์ต่อมาบุรุษผู้สร้างอาณาจักร The area group ได้จากไปในตอนเช้า สร้างความเศร้าโศกให้ครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง บุณณดาเสียใจเป็นอย่างยิ่งทว่าต้องหยัดยืนเพื่อลูกและหลาน หล่อนทำเหมือนไม่เป็นอะไรมาก ดำเนินชีวิตอย่างปกติกระทั่ง 5 ปีผ่านไป เช้าวันที่อากาศแจ่มใสหล่อนก็จากไปด้วยอาการหลับใหลที่ไม่ว่าใครจะปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่นเสียที ครอบครัวทรัพย์พูนทวีสูญเสียคุณผู้หญิงของบ้านไปอย่างน่าเศร้า “ขอให้พ่อกับแม่ได้เจอกันบนสวรรค์นะครับ” ลูกชายคนโตอย่างคิมหันต์เอ่ยขึ้นพลางมองอัฐิเจดีย์ของท่านที่วางเคียงกัน คำอธิษฐานนั้นไม่รู้จะถึงคนบนฟ้าหรือไม่ แต่ขอให้สักวันพวกท่านได้เจอและครองรักกันอีกครั้ง... 90 ปีต่อมา หญิงสาวในช

  • จองจำรัก   ตอนพิเศษ กรงขังแห่งรัก

    ตอนพิเศษกรงขังแห่งรัก หลังจากกลับมาจากเที่ยวปีใหม่คุณแม่คนสวยก็มุ่งทำร้านกาแฟจนมีคนแวะเข้าไม่ขาดสาย ตัวชูโรงคือเด็กน้อยอย่างคิมหันต์ซึ่งมีชุดเสิร์ฟอาหารเป็นของตัวเองโดยอ้อนแม่บ้านให้ตัดโดยเฉพาะหลังจากเห็นในการ์ตูน และรูปของหนูน้อยก็ดังชั่วข้ามคืนจนมีคนขอให้มาถ่ายแบบ แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่อนุญาต จนตอนหลังคนเพิ่งมารู้ว่าเป็นทายาทคนโตของ The area group มีทรัพย์สินกว่าหมื่นล้านก็สร้างความแตกตื่นกันยกใหญ่ “น้องคิม พี่ให้” พี่สาวเรียนมหาวิทยาลัยมานั่งอ่านหนังสือในร้านพร้อมยื่นลูกอมรสโปรดให้เด็กน้อย เธอค่อนข้างคุ้นเคยเพราะมาร้านนี้บ่อย “พี่ดาดา ขอบคุงคับ” ไหว้อย่างสวยงามแล้วทำตาโตรอให้อีกฝ่ายแกะลูกอม เมื่อร่างบางจัดการปอกเปลือกออกก็ยิ้มตาหยีด้วยความดีใจ “น่ารักจังเลยนะเรา” ยอมให้หญิงสาวกอดโดยไม่เกี่ยงงอน ค่อยผละออกเมื่อได้ยินเสียงมารดาเรียก ตอนนี้คนค่อนข้างเยอะจึงกังวลว่าบุตรชายจะเดินตามพี่ๆ ออกไปข้างนอก แต่เห็นใบหน้ากลมยิ้มแป้นแล้นให้จึงเบาใจแล้วบอกลูกเข้าไปนอนหลังร้าน คิมหันต์พยักหน้าไม่กล้าตอบเพราะกำลังอมลูกอมเอาไว้ ทำ

  • จองจำรัก   ตอนพิเศษ วันวาเลนไทน์

    ตอนพิเศษวันวาเลนไทน์ ในวันที่ดอกกุหลาบขึ้นราคา ร้านค้ามีโปรโมชั่นสำหรับคู่รัก และเสื้อคู่ขายดิบขายดีทว่าชายหนุ่มผู้เป็นถึงเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่กลับต้องนั่งทำงานหามรุ่งหามค่ำไม่ได้กลับบ้านหาคนรัก ใบหน้าคมเคร่งขรึมจนเลขาไม่กล้าทำเสียงดัง เขามองนาฬิกาบ่อยภาวนาให้เลิกประชุมโดยเร็วแต่เหมือนทุกอย่างจะยืดเยื้อเพราะโครงการที่กรรมการบริหารคนอื่นเสนอขึ้น มือหนากำเข้าหากันแน่นแล้วพูดเสียงเฉียบขาด “พรุ่งนี้ไว้พูดกันใหม่ครับ วันนี้ผมขอปิดประชุม” สามทุ่มสิบห้านาทีห้องประชุมถูกเปิดออก แต่ละแผนกเดินออกมาด้วยใบหน้าโล่งใจ ตอนแรกก็คิดว่าจะนานกว่านี้ดีที่ท่านประธานยอมให้กลับบ้าน “ทำไมวันนี้คุณแทนให้เลิกเร็วครับ ปกติห้าทุ่มไม่ใช่เหรอ” ธีปถามรุ่นพี่ซึ่งทำงานมานานกว่า และนนทัชก็กระซิบบอกพลางอมยิ้ม “จะรีบไปฉลองกับเมียไง วันวาเลนไทน์ทั้งทีใครจะมาเหงาเหมือนเราสองคน จริงไหมไอ้น้อง” กอดคอถามแล้วยักคิ้วแต่คนถูกถามกลับส่ายหน้าค่อยปลดมือของนนทัชออก “ผมมีนัดกับแฟนเหมือนกันครับ ต้องขอโทษด้วยที่พี่คงต้องเหงาคนเดียว” เลขามากฝีมือหน้าเหวอทันทีเมื่

  • จองจำรัก   ตอนพิเศษ ปีใหม่ที่แรงร้อน

    ตอนพิเศษปีใหม่ที่แรงร้อนรีสอร์ทที่ชายหนุ่มมาสร้างไว้อยู่อำเภอท่ามกลางหุบเขาในจังหวัดน่านได้มีผู้เข้าพักเป็นจำนวนมากทั้งที่มีจำนวนบ้านเพียงสิบหลังเท่านั้น อาจเป็นเพราะการโปรโมทจากคนเข้าพักเอง หรือละครที่มาถ่ายทำช่วยสร้างเม็ดเงินให้แก่นักธุรกิจครั้งนี้เขาพาภรรยากับเจ้าตัวน้อยมาพักผ่อนแบบส่วนตัว จัดการให้พี่เลี้ยงพาบุตรชายเข้านอนอีกห้องตั้งแต่หัววันทำให้ตอนนี้เหลือเพียงสองสามีภรรยานั่งดื่มไวน์อยู่ตรงระเบียงที่มองเห็นภูเขาทับซ้อนและผืนท้องฟ้ากว้างใหญ่อันมีดาวส่องประกายระยิบระยับเต็มไปหมด“ไวน์รสชาติดีนะคะ” ทำตามวิธีซึ่งเขาเคยสอนเอาไว้ก่อนเอ่ยชม“คอแข็งขึ้นหรือเปล่า ไปแอบดื่มที่ไหนแล้วไม่บอกฉัน หือ” เห็นดื่มหมดไปเกือบขวดก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะเมาเหมือนเมื่อก่อน เธอยกยิ้มมุมปากแล้วไหวไหล่เล็กน้อย“ก็ต้องฝึกไว้บ้างสิคะ เวลาเข้าสังคมจะได้ไม่อายใคร” ช่วงนี้เริ่มเข้าสังคมไปงานสังสรรค์มากขึ้น ก็ได้อรวรานั่นแหละที่คอยบอกคอยสอนและไปเป็นเพื่อนตลอด จนสนิทกับคุณหญิงคุณนายบางคนที่เข้ามาทำความรู้จักหวังร่วมค้าขายกับ The area group“ดีแล้ว” เขาหั่นเนื้อวัวเกรดเอแล้วละเลียดกินช้าๆ บรรยากาศในฤดูหนาวปีนี้ค

  • จองจำรัก   ตอนพิเศษ หนูอรและเพื่อนชายของเธอชื่อเปมทัต

    ตอนพิเศษหนูอรและเพื่อนชายของเธอชื่อเปมทัต หลังเหตุการณ์จากไปของบุณณดาทุกคนต่างตกอยู่ในความเศร้าเสียใจยกเว้นก็แต่ชายคนหนึ่งซึ่งขึ้นเหนือมาเพื่อสร้างรีสอร์ทในที่ดินที่พ่อได้มอบให้ เขาทุ่มเททำงานหนักจนไม่มีใครสงสัยว่าร่างสูงแอบซ่อนใครอีกคนเอาไว้ ใครบางคนซึ่งควรจะตายไปในกองเพลิง... “เป็นไงบ้าง อยู่ได้ใช่ไหม” ช่วงแรกก็สร้างบ้านพักหลังเล็กไว้ให้หญิงสาวขณะที่รอบ้านหลังใหญ่สร้างเสร็จ ใบหน้าหวานพยักหน้าพลางส่งยิ้มให้คนที่ช่วยเหลือมาตลอดจนไม่รู้ว่าจะตอบแทนอย่างไรดี กระทั่งสินใจอย่างเด็ดขาด ถึงได้บอกเรื่องสำคัญ “ฉันไม่รู้จะตอบแทนนายยังไง เลยจะบอกเรื่องที่สำคัญมากๆ กับนายแทน” บุณณดา..หญิงสาวที่ทุกคนคิดว่าลาจากโลกไปแล้วกลับยืนอยู่บนแผ่นดินทางภาคเหนือ หล่อนจ้องเพื่อนสนิทที่ขมวดคิ้วอย่างสงสัย “เรื่องสำคัญเหรอ เรื่องอะไร” เธอเม้มปากแน่นแล้วขอโทษหญิงสาวอีกคนในใจ ‘ขอโทษนะหนูอรที่ผิดสัญญา แต่ฉันทำเพื่อเธอจริงๆ’ สูดลมหายใจเข้าปอดพลางจ้องชายหนุ่มตรงหน้าแล้วตัดสินใจพูดเรื่องสำคัญ “หนูอรท้อง...” พูดเ

  • จองจำรัก   บทส่งท้าย

    บทส่งท้าย หลังจากคืนดีกันเป็นที่เรียบร้อยบ้านก็กลับมาสดชื่นขึ้น ไม่มีคนที่เคร่งเครียดกับงานมีเพียงชายหนุ่มผู้หลงภรรยาและลูกชายจนไม่เป็นอันทำงาน หากประชุมอยู่บ้านก็พาลูกชายเข้าไปนั่งตักแล้ววางขนมไว้ให้ แน่นอนแค่มีของกินน้องคิมก็สามารถอยู่ได้เป็นชั่วโมงก่อนที่คนเป็นแม่จะเข้ามารับลูกไปนอน ข่าวลือเรื่องหนุ่มนักบริหารมีลูกเข้าหูนักข่าวและเหล่าคณะกรรมการบริษัทจนเขาต้องประกาศแต่งงานสายฟ้าแลบ และใช้เวลาในการจัดงานเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้นสร้างความตกใจแก่คนในบริษัทและคู่ค้าเป็นอย่างยิ่ง แม้กระทั่งบุณณดาก็เช่นกัน เธอต้องเป็นแม่งานคอยควบคุมทุกอย่างภายในเวลาอันจำกัด แต่หญิงสาวก็ทำได้ดีจนมีแต่คนออกปากชื่นชม งานแต่งของพ่อค้าปลีกขนาดใหญ่กลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์เพราะเจ้าสาวไม่ใช่คนร่ำรวยอย่างที่คิด กลับเป็นเพียงหญิงธรรมดาที่มัดใจหนุ่มใหญ่อยู่หมัด แต่สิ่งที่น่าตกใจคือทุกคนเข้าใจว่าหล่อนตายไปแล้ว จึงถูกแก้ไขใหม่ว่าเธอรอดตายมาได้แต่ความจำเสื่อมจึงอาศัยอยู่ทางภาคเหนือ ถึงไม่น่าเชื่อแต่ก็ไม่มีใครถามอะไรในเมื่อเจ้าตัวสะดวกใจจะตอบแค่นั้น

  • จองจำรัก   ๑๘ เมื่อไหร่จะเข้าใจ

    ๑๘เมื่อไหร่จะเข้าใจ หลังจากวันนั้นเขาก็ยังไม่ได้รับคำตอบจากหล่อน สิ่งที่ทำได้ก็มีเพียงหยอดภรรยาทุกวันแล้วแต่โอกาสจะเอื้ออำนวย ดีที่มีลูกชายคอยช่วยเหลือเห็นด้วยทุกอย่างจนต้องยกนิ้วโป้งให้พร้อมของแถมคือลูกอมรสโปรด เด็กน้อยชอบคุณลุงมากติดหนึบไม่ไปไหน หากเห็นแทนไทที่ไหนก็จะเห็นน้อง

  • จองจำรัก   ๑๖ ดักลอบต้องหมั่นกู้ เจ้าชู้ต้องหมั่นเกี้ยว

    ๑๖ดักลอบต้องหมั่นกู้ เจ้าชู้ต้องหมั่นเกี้ยว ไร่ภูเทพเปิดบ้านต้อนรับนักธุรกิจจากเมืองหลวงที่มาเยือนแต่เช้า เจ้าช่อฟ้าตาโตไม่คิดจะได้พบเขาเพราะอีกฝ่ายงานยุ่งมาก ต้องขยี้ตาซ้ำกลัวจะตาฝาก แต่เมื่ออีกฝ่ายยิ้มให้ก็รีบยิ้มกลับทันที ทำไมหนุ่มอายุเข้าเลขสี่ถึงได้หล่อเหลาขนาดนี้ มองด้วยค

  • จองจำรัก   ๘ คนที่คู่ควร

    ๘คนที่คู่ควร หลังจากเหตุการณ์วันนั้นผ่านไปอรวรามักจะหลบหน้าเพื่อนเสมอและดูเหมือนเปมทัตก็ไม่ได้มาตามหรือตื้อจะคุยเรื่องที่ผ่านมาแล้ว ราวกับว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เขาคงไม่รู้เพราะเมาจนเห็นหล่อนเป็นบุณณดา นึกถึงก็ยิ่งเจ็บจนต้องสะบัดศีรษะไล่ความกังวลนั้นออกไป ช่วงนี้ต้องทำธีสิส

  • จองจำรัก   ๗ นอกคำสั่ง

    ๗นอกคำสั่ง หลังเลิกงานหญิงสาวขออนุญาตเจ้าชีวิตมาหาน้าสาวที่ดูแลมาตลอดระยะเวลาหลายปี เขาให้คนขับรถไปส่งถึงบ้าน อีกทั้งเพื่อจับตาดูไม่ให้บุณณดาคลาดสายตาจนคนมีแผนในใจเริ่มอึดอัด ที่จริงวันนี้นัดบิดาเอาไว้ที่บ้านนางนลินี พาหนะจอดยังหน้าบ้านสองชั้นขนาดเล็ก หล่อนขอบคุณพี่พริกซึ่งเป็น

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status