INICIAR SESIÓN“องครักษ์เฉินข้าไปต่อไม่ไหวแล้ว”
เสียงของพระสนมเอ่ยออกมาอย่างอ่อนกำลัง ใบหน้างดงามเดี๋ยวนี้ซีดเผือดไร้สีสันโดยสิ้นเชิง จันทร์จิรารีบเข้ามาดูอาการของคนตรงหน้าในทันที จากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าพระนางคงจะอ่อนเพลียจากการคลอดบุตรและเวลานี้ยังต้องมาวิ่งหนีกลุ่มโจรร้ายนี่อีก นั่นย่อมทำให้คนตรงหน้ายิ่งอ่อนเพลียมากกว่าเดิม และที่สำคัญคือเริ่มมีเลือดไหลออกมา นางกำลังจะตกเลือด! ใบหน้าจันทร์จิราฉายแววกังวลอย่างชัดเจน สายพระเนตรของพระสนมทอดมองมาที่บุตรของตนในอ้อมอกของจันทร์จิรา มือบางลูบแก้มนวลของเด็กน้อยอย่างแผ่วเบาก่อนมอบหยกประจำตัวซุกไว้ในห่อผ้า แล้วส่งสายตาอ่อนโยนแฝงความอ้อนวอนมาที่จันทร์จิรา
“ได้โปรดปกป้องเขาด้วย”
จันทร์จิรามองใบหน้างามที่อาบไปด้วยน้ำตา สายตาบ่งบอกถึงความรักและความห่วงใยในตัวบุตรชายผู้ที่พึ่งถือกำเนิดนี้อย่างชัดเจน จนจันทร์จิรารู้สึกปวดใจไปกับชะตาของทั้งคู่ น้ำตาไหลอาบแก้มของจันทร์จิรา เธอพยักหน้ารับคำขอร้องของคนตรงหน้าในทันที เมื่อได้รับการตอบรับจากจันทร์จิรา พระสนมหันไปทางทหารองครักษ์คนสนิท
“องครักษ์เฉินรับคำสั่ง เจ้าจงปกป้องบุตรชายของข้าและผู้มีพระคุณของข้ากลับวังหลวง ในอนาคตจงช่วยเขาทวงความยุติธรรมคืนแก่ข้า”
แม้มิเต็มใจแต่เฉินมี่ถงก็รับคำสั่งนั้นแต่โดยดี เขาพาจันทร์จิราและพระราชโอรส มุ่งตรงไปอีกทาง ขณะที่พระสนมและคนสนิทมุ่งไปอีกทางเพื่อหลอกล่อพวกผู้ร้าย แต่คนพวกนั้นก็มิได้โง่อย่างในนิยายที่จันทร์จิราเคยอ่าน เมื่อพวกมันเห็นว่าทางที่พระสนมดำเนินไปนั้นมิมีองครักษ์ผู้หล่อเหลาติดตาม พวกมันก็เดาได้ในทันทีว่าราชองครักษ์เฉินต้องนำโอรสสวรรค์ไปอีกทางอย่างแน่นอน ให้ตายเถอะ ถ้าชีวิตนางเอกจะเหนื่อยขนาดนี้ขอเป็นนางร้ายได้ไหมนี่ จันทร์จิราคร่ำครวญในใจ หลายครั้งที่กลุ่มคนร้ายตามมาทันและจันทร์จิราได้รับการปกป้องจากเฉินมี่ถง ช่างเป็นยอดบุรุษจริงๆ น้องเฉินสุดหล่อ ขอกลายร่างเป็นอีป้ากินเด็กได้ไหมนี่ ก็แบบว่าคนตรงหน้าอายุไม่น่าจะเกินสิบหกสิบเจ็ดปี ขณะที่จันทร์จิราเอ่อ... เราไม่พูดถึงเรื่องอายุกันดีกว่า ขณะที่จันทร์จิรากำลังปลาบปลื้มกับวีรกรรมบุรุษช่วยหญิงงาม? อยู่ดีๆ ก็มีชายชุดดำจากไหนไม่รู้พุ่งมาหาจันทร์จิรา ดวงตากลมเบิกกว้างอย่างตื่นตะลึง ไม่นะ! ฉันยังไม่เจอองค์ชายสุดหล่อหรือจอมยุทธ์ผู้เก่งกาจเลยนะ พลันร่างคุ้นตาก็เข้ามาบดบังทัศนวิสัยของเธอ รู้ตัวอีกทีชายชุดดำนั่นก็กลายเป็นศพไปเสียแล้ว โหดได้ใจป้าจริงๆ อาเฉิน จันทร์จิราล้มลุกคลุกคลานอยู่หลายรอบขณะที่พยายามหลบหนีพวกผู้ร้าย นี่ฉันไปตีหัวบรรพบุรุษพวกแกหรือไง ตามจองล้างจองผลาญกันไม่เลิกจริงๆ เลย
“อาเฉิน... ฉันไม่ไหวแล้ว”
จันทร์จิราเอ่ยเสียงอ่อนแรง ใบหน้าที่งาม...? ซีดเผือด เฉินมี่ถงมองร่างบางตรงหน้าที่เริ่มอ่อนล้าก่อนโอบประคองร่างบางที่อุ้มทารกน้อยเอาไว้แนบอก หัวใจบุรุษที่ด้านชามาตลอดสั่นไหวทุกครั้งที่เห็นใบหน้างามคล้ายจะหมดแรง
“อดทนไว้ ข้าสัญญาจะปกป้องท่านด้วยชีวิตของข้า”
น้ำเสียงเขาหนักแน่น จันทร์จิรายิ้มอ่อนโยนให้แก่เฉินมี่ถง มือบางยังคงโอบกอดทารกไว้ในอกแน่น เธอตายมาแล้วครั้งหนึ่งและไม่รู้ด้วยเหตุผลใดเธอจึงมาอยู่ที่นี่ในยุคที่ไม่คุ้นเคย เข้ามาพัวพันกับเหตุการณ์ที่ไม่สมควร แต่เธอจะต้องรอด เธอจะไม่ยอมตายซ้ำอีกรอบ เพราะเธอเป็นนางเอก จะยากลำบากแค่ไหนนางเอกก็ต้องไม่ตายถูกไหม... เฉินมี่ถงโอบร่างบางมิให้ห่าง ตอนนี้เขามิได้สนใจมารยาทที่ว่าบุรุษสตรีมิควรใกล้ชิดกันแม้สักนิด และยินดีชดใช้ให้นางถึงการล่วงเกินครั้งนี้ เขาจะแต่งนางเป็นภรรยาอย่างแน่นอนแม้นางจะดูมีอายุมากกว่าเขาอยู่หลายปี ใบหน้าหรือก็ไม่ได้งดงามปานเทพธิดา หากแต่เขายินดีอย่างยิ่งที่จะตบแต่งนางเข้ามาเป็นฮูหยินเพียงหนึ่งเดียว ร่างสูงถอนหายใจยาวมันใช่เวลาที่จะมาคิดเรื่องพวกนี้หรือไรกัน
เฉินมี่ถงและจันทร์จิราวิ่งหนีล้มลุกคลุกคลานจวบจนกระทั่งตะวันใกล้จะลับขอบฟ้า พลันรอบตัวของจันทร์จิราและเฉินมี่ถงก็ถูกล้อมด้วยกลุ่มคนร้ายนับสิบคนอีกครั้ง แม้จันทร์จิราจะเชื่อในฝีมือของเฉินมี่ถงแต่ด้วยจำนวนคนร้ายมากขนาดนี้นั่นย่อมทำให้เกิดความยากลำบากเป็นแน่ พลังสายสีเขียวอาบไล้ไปทั่วตัวเฉินมี่ถง เขาคือผู้มีวรยุทธ์และมีพลังปราณสายพละกำลังขั้นสี่ แม้รอบตัวเขาจะมีผู้มีปราณสายพละกำลังขั้นสาม หลายนายรายล้อมเขาก็มิหวั่นเกรง สิ่งเดียวที่วิตกคือหญิงสาวข้างกาย มือหนากุมมือบางเอาไว้แน่น จันทร์จิราเหงื่อไหลอาบทั่วตัว แขนข้างหนึ่งโอบกอดทารกน้อยแนบอกอีกข้างกุมมือหนาไว้แน่น แสงสีเขียวนวลตาอาบไล้รอบกายชายหนุ่มแม้จะแปลกใจกับสิ่งที่เห็นหากแต่ก็คงไม่มีอะไรที่ทำให้เธอแปลกใจได้มากกว่านี้อีกแล้ว
“แล้วท่านเสนาบดีมู่ทราบได้อย่างไรว่านางมีพลังปราณซ่อนอยู่”“ที่สำนักศึกษาหลวงมิใช่มีแต่อาจารย์ที่มีพลังปราณกล้าแกร่งหรือไร ข้าเชื่อว่าภายในห้าปีพลังปราณที่ซ่อนอยู่ของนางจะต้องปรากฏแน่นอน”สายตาของสองเสนาบดีสบกันอย่างมิมีใครยอมใคร หยวนหรงหย่ง หมิงยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย จุดประสงค์ของเสนาบดีมู่เขาล้วนอ่านออกจนหมดสิ้น การเดินหมากครั้งนี้ช่างคุ้มยิ่งนัก นอกจากจะตัดเขาออกจากเส้นทางของรัชทายาทแล้ว ยังเป็นการสร้างบุญคุณกับเขาด้วย เรียกว่ายิงนัดเดียวได้นกสองตัวกันเลยทีเดียว“ตกลงตามนี้ เหอซั่วชินหวังหยวนหรงหย่งหมิง รับราชโองการ”สองเสนาบดีลุกขึ้นไปยืนประจำที่ หยวนหรงหย่งหมิงก้าวเดินมาเบื้องหน้าคุกเข่ารับพระบัญชา“เหอซั่วชินหวังหยวนหรงหย่งหมิง มีคุณงามความดีต่อแผ่นดินมากล้น พระราชทานแม่นางเฉินเยว่เอ๋อร์เป็นพระคู่หมั้น อีกห้าปีหากนางฝึกตนจนพบพลังปราณในตัว ให้จัดงานอภิเษกได้ในทันที”“น้อมรับราชโองการ”“ยินดีกับเหอซั่วชินหวังหยวนหรงหย่งหมิง!”เสียงขุนนางรอบตัวเอ่ยยินดีโดยพร้อมเพียงกัน หยวนหรงหย่ง หมิงถอยมายืนที่ของตน ทางซ้ายมือของเขาคือเสนาบดีหลิวหนิงเต๋อ หางตาคมเหลือบมองที่ชายสูงวัยกว่าอย่างดูแค
“ฮ่องเต้เสด็จ”“ถวายพระพรฝ่าบาท ขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี”เสียงเหล่าขุนนางต่างสรรเสริญแซ่ซ้องโดยพร้อมเพียง ฮ่องเต้หยวนหรงหย่งเจิ้นยกยิ้มอ่อนโยนอนุญาตให้ทั้งหมดลุกขึ้นได้ตามปกติ“หย่งหมิงวันนี้เจ้าก็มาด้วยหรือ มีเรื่องด่วนอะไรเหตุใดไม่แจ้งข้าก่อน”น้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยนและใส่ใจเป็นพิเศษทำให้เหล่าขุนนางพากันสบตาเงียบๆ ด้วยความคิดที่หลากหลายประเด็น“หม่อมฉันจะมาขอพระราชทานสมรสพ่ะย่ะค่ะ”น้ำเสียงเย็นชาและมั่นคงที่เอ่ยออกมาทำเอาเหล่าขุนนางแตกตื่นกันอีกครั้ง เหอซั่วชินหวังหยวนหรงหย่งหมิงเป็นชินอ๋องแห่งหนิงอัน ศักดิ์และฐานะเทียบเท่าองค์รัชทายาท และด้วยคุณงามความดีที่กระทำมาแม้แต่องค์ฮ่องเต้ยังคงต้องเกรงใจเขาอยู่หลายส่วน บุตรสาวตระกูลใดกันที่โชคดีเพียงนี้“แต่งงานอย่างนั้นหรือ กับผู้ใดกัน”“นางชื่อเยว่เอ๋อร์พ่ะย่ะค่ะ”“เยว่เอ๋อร์... เด็กน้อยที่เป็นผู้ช่วยท่านหมอต้วนเมื่อคราวเสด็จพ่อของเราทรงประชวรใช่หรือไม่”สีพระพักตร์ขององค์ฮ่องเต้หยวนหรงหย่งเจิ้นนั้นแฝงความยินดียิ่งนัก รอยพระสรวลกว้างปรากฏบนพระพักตร์ชัดเจน“เจ้าช่างสายตาแหลมคมนัก”“ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ”เสนาบดีหลิวก้าวออกมาเบื้องหน้
ตำหนักดอกท้อ“เจ้าว่าอะไรนะ”“ทูลองค์หญิงคนของเรารายงานว่า เมื่อวานชินอ๋องไปที่จวนเสนาบดีหลิวเพื่อแจ้งว่าจะนำตัวแม่นางเยว่เอ๋อร์ไปที่ตำหนักพยัคฆ์ขาวเพคะ”“นำตัวไปไว้ที่ตำหนักพยัคฆ์ขาวอย่างนั้นรึ”องค์หญิงเหมยปี้เหยาจิบชาชั้นเลิศอย่างช้าๆ ท่วงท่างดงาม ฟังนางกำนัลคนสนิทรายงานด้วยความแปลกใจ“เพคะ ตรัสว่านางคือว่าที่พระชายาเพคะ”เพล้ง!!! ถ้วยชาสีฟ้าครามลายใหม่ที่ได้มาถูกปาลงกลางห้อง ใบหน้างามที่อ่อนหวานบิดเบี้ยวในทันที ว่าที่พระชายาอย่างนั้นหรือ ตำแหน่งนี้เป็นของนาง เยว่เอ๋อร์นางหญิงชั้นต่ำผู้นั้นกล้าดีอย่างไรมาแย่งนางไป“รายงานมาให้หมด”น้ำเสียงเกรี้ยวกราดและท่าทางที่ดูดุร้ายขัดกับใบหน้างดงามอ่อนหวานทำให้นางกำนัลคนอื่นต่างย่อตัวหมอบกราบแม้แต่จะหายใจเสียงดังยังมิกล้า มีเพียงสองนางกำนัลคนสนิทจากแคว้นลี้เท่านั้นที่ยังคงสามารถต้านทานอารมณ์ขององค์หญิงผู้นี้ได้“เพคะ เมื่อคืนนี้ท่านอ๋องพาแม่นางเยว่เอ๋อร์ไปร่วมงานบูชาศาลเจ้าแม่หนี่วาเพคะ”หยวนหรงหย่งหมิงเป็นชินอ๋องแห่งหนิงอัน นิสัยเย็นชา เด็ดขาด และมิสนใจผู้ใด คนผู้นี้กลับยอมพาเด็กน้อยชั้นต่ำเยว่เอ๋อร์ไปเดินงานบูชาศาลเจ้าอย่างนั้นหรือ มือบางกำแ
“พี่ใหญ่เราไม่ไปลอยโคมกันหรือเจ้าคะ”หยวนหรงหย่งหมิงส่ายหน้าก่อนดึงนางออกมาอีกทาง เยว่เอ๋อร์เดินตามหลัง ดวงตาหวานมองแผ่นหลังกว้างริมฝีปากบางยกยิ้ม ใบหน้าอิ่มสุขก่อนที่จะเลื่อนสายตามาที่ข้อมือของตน ตั้งแต่เข้างานจนบัดนี้หากไม่นับที่นางสลัดมือจากเขา มือใหญ่นี้ของเขายังคงจับข้อมือเล็กของนางไว้อย่างมั่นคงมิปล่อยแม้เพียงชั่วพริบตา หยวนหรงหย่งหมิงชะงักเมื่อร่างเล็กด้านหลังชะงักเท้า เมื่อหันกลับไปดูจึงพบว่าดวงตาหวานของนางกำลังจดจ้องที่ขอทานเด็กคนหนึ่งที่ข้างทาง เด็กน้อยวัยประมาณห้าขวบนั่งกอดเข่าร้องไห้สะอื้นที่มุมหนึ่งของงาน เยว่เอ๋อร์ทรุดตัวลงนั่งเบื้องหน้าเอ่ยถามเสียงหวาน“หนูน้อยเหตุใดจึงมานั่งร้องไห้เช่นนี้”“ข้า... ข้าอยากลอยโคมแต่ข้าไม่มีเงิน”เยว่เอ๋อร์มองเด็กน้อยตรงหน้าอย่างสงสัย ปกติแล้วขอทานมักมิสนใจสิ่งอื่นใดนอกเหนือจากเรื่องปากท้อง เหตุใดเด็กน้อยผู้นี้กลับอยากลอยโคมกัน“เพราะเหตุใดเจ้าจึงอยากลอยโคม”ดวงหน้ามอมแมมก้มลงคางชิดอก เอ่ยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น“ข้า… ข้าได้ยินว่า... หากใครลอยโคมในคืนนี้จะขอพรจากเจ้าแม่ หนี่วาได้หนึ่งข้อ แม่ข้าไม่สบาย ข้าอยากขอให้นางหายป่วย”เยว่เอ๋อร์ถอนห
“เช่นนั้นเอาตามที่เจ้าว่า”“เจ้าค่ะ”เยว่เอ๋อร์ยิ้มกว้างอย่างยินดี หยวนหรงหย่งหมิงวางมือหนาบนศีรษะของนาง ลูบผมนางอย่างอ่อนโยน เฉินมี่ถงและชิงหรงถอนหายใจยาวอย่าง โล่งอก“เช่นนั้นข้าจะพาเจ้าไปเดินเล่นอีกทางก็แล้วกัน”กล่าวจบเขาก็ลุกขึ้นจับมือเล็กของนางมั่น พานางเดินไปในส่วนที่มีการค้าขายสินค้าต่างๆ เยว่เอ๋อร์มองทุกสิ่งรอบตัวอย่างตื่นตาตื่นใจ ก่อนหน้านี้นางใช้ชีวิตในเมืองหนิงอันในฐานะขอทาน แน่นอนทุกลมหายใจล้วนห่วงกังวลแต่เรื่องปากท้อง มิเคยมีเวลามาสนใจสิ่งสวยงามต่างๆ รอบตัวเช่นนี้ เมื่อได้มีโอกาสมาดูและชื่นชมจึงทำให้รู้สึกตื่นเต้นยิ่งนัก“ข้าอยากได้สิ่งนี้”นิ้วเล็กชี้ไปที่ตุ๊กตาน้ำตาลปั้นสีสันงดงามเบื้องหน้า หยวนหรงหย่ง หมิงยกยิ้มกว้างพานางมายืนที่หน้าร้านน้ำตาลปั้น ดวงตาหวานเบิกกว้างมองตุ๊กตาน้ำตาลปั้นตัวเล็กที่มีรูปร่างต่างๆ อย่างสนใจ“เจ้าชอบตัวไหน”“มีแต่ตัวสวยๆ ทั้งนั้นข้าเลือกไม่ถูกเลย”หยวนหรงหย่งหมิงมองแววตาเป็นประกายของนางที่จดจ้องไปที่ตุ๊กตาปั้นเหล่านั้นอย่างมิวางตาแล้วอดที่จะยิ้มกว้างมิได้“เลือกไม่ถูกก็มิต้องเลือก”เมื่อสิ้นคำเยว่เอ๋อร์ก็พลันใบหน้าสลดลง คนขายมองเด็กน้อยตรงหน
“หากเจ้ายังเห็นความสำคัญของตำรานั่นมากกว่าข้า ข้าจะให้คนเผามันทิ้งเสีย”น้ำเสียงดุดันไม่พอใจทำให้เยว่เอ๋อร์ตื่นจากภวังค์ในตำรา ดวงตาหวานเบิกกว้าง เงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างสงสัย“ท่านอ๋องเสด็จกลับมานานแล้วหรือเพคะ”คำถามที่เอ่ยจากนางยิ่งทำให้ใบหน้าคมสันเขียวคล้ำขึ้นมาในทันที เขากลับมาตั้งนานแล้วหากแต่เด็กน้อยนี่กลับเห็นตำราไร้ค่านั่นสำคัญกว่าเขา เห็นทีเขาคงได้เผาตำรานี่จริงๆ เสียแล้ว ท่าทางและสีหน้าของคนตรงหน้าบ่งบอกว่าไม่พอใจอย่างมาก เยว่เอ๋อร์วางตำราในมือลงก่อนรินชาส่งให้เขาอย่างเอาใจ“หม่อมฉันเข้าใจว่าพระองค์จะทรงไปว่าราชการ และกลับมาในยามเย็นเสียอีกเพคะ”หยวนหรงหย่งหมิงรับชาที่นางส่งให้ขึ้นดื่ม รอยยิ้มและท่าทางเอาใจของนางทำให้ความโกรธเมื่อครู่เบาบางลงในพริบตา“หากฝ่าบาทมีเรื่องที่ต้องให้ข้าช่วยจะส่งคนมาแจ้งเอง”คิ้วเรียวเล็กขมวดเป็นปม หยวนหรงหย่งหมิงเป็นถึงชินอ๋องแห่งหนิงอัน อีกทั้งยังควบตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ด้วย มิใช่ว่าเขาต้องเข้าร่วมประชุมขุนนางในทุกครั้งหรอกหรือ“เด็กโง่... อย่ามัวกังวลเรื่องไร้สาระเลย ข้าได้ยินมาว่าคืนนี้จะมีงานเลี้ยงศาลเจ้าแม่หนี่วาเจ้าอยากไปหรือไม่”เยว่เอ๋อร์ยกยิ้






![[Unlimited Money] ระบบเงินทุนไร้ขีดจำกัด](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
