登入สองเดือนผ่านไป...มณทิราเริ่มเข้าเรียนในโรงเรียนนานาชาติ ที่อยู่ใกล้บ้าน ปราชญ์อยู่ที่บ้าน ทำงานที่บ้านมากกว่าที่จะไปที่เรือสำราญ หรือไปที่บ้านไม้สักของเขาที่อยู่บนดอย...แผนเปลี่ยนไปเกือบทั้งหมด เมื่อมีภูพิงค์และมณทิรามาอยู่ด้วยเด็กหญิงพอจะเข้ากับคนอื่นได้แล้ว มีเพื่อนบ้าง ร่าเริงสดใส สมวัยมากขึ้น กิจกรรมยามว่างที่โปรดปรานตอนนี้ คือขลุกกับสัตว์เลี้ยงตัวโปรด เจ้าสโนว์ไวท์ นกค็อกคาเทลและทำอาหาร เมนูที่ยัยหนูทำบ่อยที่สุดตอนนี้คือผัดมาม่า และแน่นอนว่าทุกคนในบ้าน รวมถึงบอดี้การ์ดก็รับประทานอาหารชนิดนี้กันทุกวัน...จนกว่าแกจะเบื่อและอยากทำอย่างอื่นต่อ สถานการณ์ที่เรือสำราญ พ่อเลี้ยงอิทธิเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจล้มเหลว...หลังจากประกาศข่าวดีเรื่องยลดาอุ้มท้องทายาทของเขาและเขาจดทะเบียนสมรสกับหล่อนเพื่อให้เป็นของขวัญเพียงแค่สามวัน...แม้จะน่าเคลือบแคลงบ้างแต่หลานคนสนิทของเขา จักรพงศ์ก็ปล่อยผ่านเพราะเข้าใจว่าเป็นเรื่องโรคภัย ตัวลูกสาวคนเดียวอย่างเอมมิกาก็ไม่ได้มีข้อข้องใจอะไร เธอบินกลับมารับมรดกส่วนของตนเองแล้วก็กลับไป โล่งใจด้วยซ้ำที่เป็นไท ไม่ต้องมีพ่อคอยบังคับ เธอไม่ค่อยสนิทกับพ่อเท่าไหร่อยู
เขาอุ้มพาภูพิงค์ขึ้นมาบนห้อง แผนของเขาเย็นนี้ต้องเคลื่อนไปจากที่ตั้งใจเพราะไอ้พวกนั้นแท้เชียว เขาโทรสั่งให้ลูกน้องตามพวกมันไปห่างๆ “จัดการซะ”“ครับนาย” ทางนั้นรับคำ ต่อไปนี้เขาจะเชื่อวิชาติ และต้องมีการ์ดคอยตามห่างๆ เขาไม่อยากพาเธอไปเสี่ยงกับเรื่องแบบนี้อีกแล้วจะเปลี่ยนอาชีพก็เปลี่ยนได้แหละ แต่เปลี่ยนวีรกรรมที่เคยทำมาน่าจะเปลี่ยนยาก เขาไม่รู้เหมือนกันว่าจะโดนเจ้ากรรมเก่าที่ยังไม่ตายเช็กบิลเอาตอนไหน คิดอย่างเยาะหยันชะตาที่เกิดมาเป็นราชสีห์ ภูพิงค์ยังคงนั่งเหม่ออยู่บนเตียง วันนี้เหตุการณ์พันกว่าเรื่องจริงๆ ตั้งแต่ประหลาดใจ มีความสุข ปลื้มกับสิ่งที่เขาทำให้ จบท้ายด้วยเหตุการณ์ระทึกขวัญ และด้านมืดของปราชญ์ที่เธอคาดไม่ถึง...เขาน่ากลัว น่าเกรงขามมากจริงๆ “หิวไหม?”เสียงนุ่มถาม ภูพิงค์หันมาแล้วส่ายหน้าน้อยๆ “ไม่น่าจะกินลงค่ะ”“ยังกลัวอยู่ไหม?” เขาเอื้อมมือไปแตะใบหน้าเล็กนั่น ภูพิงค์ถอนใจพลางพยักหน้า“ค่ะ...นิดหน่อย”“พวกมันกล้าทำให้ภูพิงค์ของฉันกลัว มันทำให้วันดีๆ ของเรากลายเป็นวันแย่ๆ มันต้องไม่ตายดี”“คะ คุณจะทำอะไรพวกเขาหรือคะ เอ่อ เขาก็พาเรามาส่งแล้ว...ไม่ได้ทำร้ายพวกเรา
พวกมันพาปราชญ์มาถึงบ้านของพวกเขาหลังจากนั้นอีกสองชั่วโมง...การ์ดของปราชญ์ถึงกับกรูเข้ามา เมื่อเห็นเจ้านายลงจากรถแปลกปลอม จ่าดำมือสั่นแล้วเอาปืนจ่อปราชญ์ที่ยังคงโอบภูพิงค์ไว้กับอก“มึงอย่าตุกติก”“เอาปืนออกไปจากหัวของกู กูไม่ชอบ”เขาปัดปากกระบอกปืนอย่างไม่ไยดี ไม่กลัวด้วยว่าจ่าดำจะทำปืนลั่นใส่ คนอะไรใจเป็นอย่างนี้กันนะ“เอาเลขบัญชีมา” เขายืนเผชิญหน้ากับจ่าดำ ทางนั้นทำตาปริบๆ ก่อนจะบอกเลขสิบตัวไป ปราชญ์ล้วงมือถือขึ้นมาจากกระเป๋า สักพักก็มีเงินโอนเข้าบัญชีของจ่าดำจริงๆ จำนวนสองล้านบาท “อะ เอ่อ...”“ยอดมันเยอะ โอนได้แค่นี้ก่อน ต้องทำธุรกรรมนิดหน่อย กว่าจะผ่านก็พรุ่งนี้ พรุ่งนี้มึงก็มาใหม่ล่ะ มารับที่เหลือ กูจะให้คนไปทำแคชเชียร์เช็คเงินสดไว้ให้สองร้อยล้าน”เขาตบบ่าจ่าดำ แล้วเดินกรายกลับเข้าไปในบ้าน จ่าดำกับพวกมองตากัน หนึ่งในนั้นสะกิดจ่าดำให้รีบกลับ มาถึงถ้ำราชสีห์แล้วไม่โดนทำอะไร แถมได้เงินกลับ ก็ควรจะกลับได้แล้ว“กลับเหอะจ่า”“พะ พรุ่งนี้กูจะมารับเงิน”เขาตะโกนแล้วรีบแจ้นขึ้นรถก่อนจะขับปรี่ออกมาจากบ้านของปราชญ์ “มันโอนให้จริงๆ ว่ะจ่า”หนึ่งในทีมดูยอดเงินในบัญชีให้เป็นบุญตา
“กลับไปนี่ ฉันจะต้องได้รางวัลซักหน่อย” ปราชญ์เอ่ยเปรยขึ้นมา คนข้างตัวเขาหันมาทำตาโตใส่ พลางทำแก้มแดงก่ำ เพราะรู้ว่ารางวัลที่เขาอยากเรียกร้องคืออะไร“เราไปทำบุญมานะคะ”“หืม?”เขาเลิกคิ้ว มองเธอด้วยนัยน์ตาแพรวพราว ปราชญ์ใช้ความเร็วในระดับปรกติไม่ได้ขับเร็วมาก รถเคลื่อนไปเรื่อยๆ ตามทางลงเขาที่เขาไม่ค่อยชำนาญนัก เลยต้องขับแบบระมัดระวัง “แล้วไง?”“ก็ทำบุญมา ทำอย่างนั้นกันได้หรือคะ” คำพูดของเธอทำให้เขาหัวเราะลั่นรถ ถ้าไม่ติดว่าต้องใช้สองมือควบคุมรถ เขาคงจะดึงเธอมาหอมแรงๆ แล้ว“เฉไฉเก่งมาก ใจคอจะไม่ให้รางวัลกันหน่อยหรือ วันนี้ฉันทำดีมากนะ”“รางวัลมันเหนื่อยไหมคะ” ถามเสียงอ่อย...หน้าแดงเพราะคิดไปไกลมาก...บางบทสวาทที่เขาสอน มันทำให้เธอเหนื่อย...และเมื่อยมาก“ไม่เหนื่อยมาก” ปราชญ์ยิ้ม คิดไปถึงมื้อดินเนอร์ เขาว่าจะสั่งให้พวกการ์ดที่รอ ตกแต่งบ้านและทำโต๊ะอาหารมื้อพิเศษให้ เย็นนี้เขามีเรื่องจะคุยกับครูพี่เลี้ยงคนพิเศษของมณทิรา อยากพูดเจรจาให้รู้แน่ จะได้เลิกคิดเลิกน้อยใจ“ถ้าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ”พยักหน้าอย่างอายๆ พอเขามองมาก็เลยเอามือปิดหน้าเสียเลย ปราชญ์เหลือบมามองสาวน้อยของเขาแล้วนึก
“ไม่เจออะไรใช่ไหมครับ คุณชาติ” เสียงทุ้มเอ่ยดังที่ด้านหลัง ทำให้วิชาติสะดุ้งน้อยๆ ก่อนจะหันไปมองต้นเสียง เขากำลังไล่ตัวเลขบัญชีอยู่...บัญชีของเรือสำราญบ่อนลอยน้ำแห่งนี้ เขาเรียกบัญชีเข้ามาแจงรายได้ และเรียกฝ่ายจัดซื้อ รวมถึงพนักงานฝ่ายสต็อกสินค้าเข้ามาคุยด้วยแบบลับๆ โดยไม่มีคนของทางพ่อเลี้ยงอิทธิหุ้นส่วนมาคุยด้วย“จะให้เจออะไรหรือครับ” เขาย้อนถาม วิชาติตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว จักรพงศ์ยิ้มพร้อมกับยักไหล่ “มันก็ควรจะไม่เจออะไรที่หมกเม็ดไว้อยู่แล้ว เพราะทางเราสะอาด ปลอดภัย” “ก็หวังว่าจะสะอาด ปลอดภัยไปตลอดนะครับ น้องชาย...อ้อ...”วิชาติทำเป็นหันซ้ายหันขวา ห้องทำงานของเจ้านายเขา ที่ตอนนี้เขามาใช้แทนสำหรับส่วนของชั้นนี้ การ์ดของทั้งสองฝ่ายจะถูกกันให้อยู่ข้างล่าง เป็นกฎกติการ่วมกันในความไว้วางใจ ของพ่อเลี้ยงอิทธิและปราชญ์“ระวังคุณดาไว้ก็ดีนะครับ น้องพงศ์ หลานสาวคุณปราชญ์น่ะ ไม่ธรรมดาเลย ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งเหมือนอยู่กับไฟ ขืนไปเล่นกับไฟ ไฟมันลวกเอานะครับ”หนนี้เป็นฝ่ายจักรพงศ์ที่หน้าซีดลงต่อหน้าต่อตาวิชาติมือขวาผู้แพรวพราวของปราชญ์หัวเราะน้อยๆ กับยลดาเขารู้ทันหล่อน และเสนอสิ่งที่เรีย
พระตำหนักภูพิงราชนิเวศน์ เป็นพระตำหนักที่จัดสร้างขึ้นในสมัยของในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ทรงสร้างไว้เพื่อเวลามาทรงงานทางภาคเหนือ มีลักษณะผังแบบเรือนไทยภาคกลาง ที่เรียกว่าเรือนหมู่ เป็นสถาปัตยกรรมแบบไทยประเพณีประยุกต์ ปัจจุบันได้เปิดให้ประชาชนได้เข้าเยี่ยมชม เป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของเชียงใหม่ จุดเด่นนอกจากความสวยงามของสถาปัตยกรรม และความรู้ในรัชสมัยของพระองค์พ่อร.9 แล้ว ยังมีสวนดอกไม้นานาพันธุ์ ที่จะเบ่งบานงดงามมาก โดยเฉพาะดอกกุหลาบที่รวบรวมไว้หลายพันธุ์มากภูพิงค์มองทุกอย่างด้วยความตื่นตา มือของเธอถูกมือใหญ่ของเขาจับจูงไว้อยู่ตลอดเวลา สาวน้อยหน้าหวาน กับหนุ่มใหญ่มาดเข้ม สมาร์ท เป็นจุดเด่นดึงสายตาคนให้มอง เขาพาเธอมาในวันธรรมดา คนเลยไม่ล้นมากเหมือนวันหยุด เธอได้เห็นสวนกุหลาบที่มารดามักจะเล่าให้ฟัง ได้เดินไปสั่งซื้อกาแฟและขนม จากร้านที่พวกท่านบอกว่าเคยได้ฝึกงานตอนที่เรียนและได้พบรักกัน ภูพิงค์มีความสุขมากที่ได้มาตามรอยความรักของพวกท่าน และเป็นที่มาของชื่อเธอ ภูพิงค์“สนุกไหม?” เสียงนุ่มของปราชญ์ถาม เขามองสาวน้อยข้างตัวอย่างภูมิใจ เขาเดินกับเธอมีแต่คนมอง และบางคนก็ชมให้ได้ยินเข้าหู







