เข้าสู่ระบบ“ไม่ค่ะคุณพจน์...อย่าหยุดนะคะ อูว...แพรวเสียวจังเลย แรงอีกค่ะ ขยับนิ้วอีก คุณพจน์ใส่นิ้วเพิ่มเข้าไปลึกๆ เลยค่ะ แพรวชอบ อืม...” เสียงกระท่อนกระแท่นของเธอเว้าวอนเหมือนใจจะขาดในไม่ช้า
ชายหนุ่มกลับหยุดการกระทำทุกอย่างจนเธอโอดครวญน้ำตาปริ่มเบ้า ริมฝีปากสั่นระริก ร่างดิ้นพล่านเหมือนคนขาดยาเสพติดแล้วกำลังลงแดงทุรนทุราย
“อย่าทำแบบนี้...ทูนหัวของเมีย คุณพจน์ขา...”
“อยากจนตัวสั่นเชียวนะแพรว...มาสิ มาจัดการให้หายอยาก” ร่างใหญ่พลิกตัวลงนอนหงายใช้มือข้างหนึ่งรองหนุนศีรษะเอาไว้ มืออีกข้างกระดิกนิ้วเรียกให้แพรวาขยับตัวทำตามบัญชา
เธอไม่รอช้า...คว่ำตัวคลานเข่าเข้าสู่ระหว่างขาที่กำลังเผยส่วนความเป็นชายซึ่งกำลังผงาดแกร่งรอคอยเธออยู่ แพรวาลอบกลืนน้ำลายลงคอพร้อมๆ กับแลบลิ้นเลียริมฝีปากที่แห้งผาก สายตาหยาดเยิ้มเพ่งมองอาวุธประจำกายของคมพจน์ไม่ละวาง
“อืม...ดีมากแพรว เลียให้แตกเลยนะที่รัก...” ใบหน้าคมสากเงยแหงนไปด้านหลัง เขาหลับตาปรือปริ่มไปด้วยไฟราคะที่กำลัง คุกรุ่น มือขวาเอื้อมไปจับศีรษะของแพรวา ที่กำลังใช้ปากครอบครองลำรักขนาดเท่าท่อนแขนของเธอ
ลิ้นอุ่นๆ ลากเลียไปตรงส่วนปลาย ละเลงตามรอยหยักช้าๆ ก่อนจะอมลึกแล้วดึงออกซ้ำๆ ตามจังหวะการกดของเขา
แพรวาไม่ได้นิ่งเฉยกับความอยากของตัวเอง เธอเกี่ยวนิ้วถูไถไปตามร่องสวาทแฉะชื้นไปพลางในขณะที่ปรนเปรอแท่งเนื้อแน่นของเขาไปด้วย
บางครั้งเขากดศีรษะของเธอจนลำรักจมลึกถึงคอสำลักน้ำตาไหล ชายหนุ่มออกแรงไม่ปรานีพร้อมกระแทกสะโพกสอบเข้าหาเร่งจังหวะถี่ขึ้นเมื่อความเสียวซ่านใกล้ถึงจุดแตกดับ
นิ้วน้อยก็ซุกอัดสะกิดเขี่ยติ่งเสียวของตนเองจนเยิ้มฉ่ำ กลีบเนื้อสาวสั่นระริกเพราะแรงเสียดสี
เธอสอดนิ้วลึกล้วงสู่ระหว่างขาเพิ่มนิ้วเป็นสาวนิ้วจนคับแน่นแล้วขยับเข้าออกรัวเร็วจนน้ำไหลเจิ่งนอง
คมพจน์เกร็งตัวกดให้เธออมลำรักของเขาจนจมมิดแล้วปลดปล่อยความใคร่ทั้งหมดใส่ปากอุ่นของสาวเจ้าจนเธอสำลักคายออกมาบางส่วน
“คุณพจน์...อา...” แพรวาถูกชายหนุ่มดันตัวออกห่าง แล้วจัดท่าให้เธอนอนโก่งบั้นท้ายยกสูง หญิงสาวใช้ลิ้นเลียน้ำรักของเขาเข้าปากพลางยิ้มสมใจ เธอหายใจแรงอย่างรอคอย สองมือบีบเคล้นเต้าอวบอัดของตัวเองแรงๆ ส่ายสะโพกเรียกร้องให้ชายหนุ่มเร่งเติมเต็มให้กับเธอ
คมพจน์ใช้ฝ่ามือหวดตีไปบนเนื้อสะโพกขาวจนเป็นรอยแดงแตกเลือด เธอครางรับทั้งเจ็บปวดทั้งเสียวเสียจนเกร็งเครียดไปทั้งร่าง
“ฉันมีของเล่นให้เธอลืมฉันไม่ลงเลยแพรว...”
“ได้ค่ะผัวขา...เมียยอมทุกอย่างแล้ว อืม...” เสียงแผ่วกระท่อนกระแท่นเอ่ยขึ้นพร้อมกับสูดปากครางเป็นระยะๆ เธอสะดุ้งตัวหวีดร้องหลังจากนั้นเมื่อบางอย่างกระทุ้งล่วงล้ำเข้าสู่ใจกลางความสาว แต่มันไม่ใช่แท่งเนื้อแน่นๆ ของเขา
“ฉันเบื่อเอาข้างหน้าแล้วล่ะแพรว...วันนี้ขอตรงนี้นะ”
“กรี๊ด! คุณพจน์ขา ตรงไหนก็ได้ค่ะสำหรับคุณพจน์” ร่างเล็กแอ่นตัวดีดเกร็ง ใบหน้าสวยแหงนเงยขึ้นพลางหลับตาพริ้มเมื่อนิ้วร้ายแข็งแกร่งของคมพจน์สอดทะลวงช่องทางด้านหลัง
แม้มันจะไม่ถูกไม่ควร แต่ความใคร่ก็ไม่เคยอนุโลมต่อปรารถนาอันดำมืดอยู่แล้ว อีกมือหนึ่งของเขายังคงจับดิลโด้ซุกดึงเข้าดึงออกเติมเต็มในสิ่งที่หญิงสาวต้องการ จากนั้นร่างใหญ่จึงค่อยๆ ขยับตัวเบียดชิดบั้นท้ายงามงอน ขยับนิ้วออกห่างจากแล้วหันมาจับตัวจนซึ่งยังแข็งขึงไม่ผ่อนคลายถูไถและตีฝาดไปบนแก้มสะโพกของเธอ แพรวาสูดปากครางไม่เป็นสรรพ เธอเกร็งตัวรับการรุกรานของเขาทีละน้อย ความคับแน่นจู่โจมพร้อมกันทั้งหน้าและหลัง
แม้เธอจะมีประสบการณ์เช่นนี้มาบ้างแล้วแต่ก็ไม่บ่อยนัก และยอมให้กับคมพจน์เพียงคนเดียวเท่านั้น
เพราะอยากเอาใจให้เขาลุ่มหลง อยากครอบครองเขา อยากให้เขายกย่องเธอเป็นตัวจริงในชีวิต
“คุณพจน์...แพรวไม่ไหวแล้ว อืม...กระเด้าแพรวแรงๆ เลยค่ะพี่รัก” เธอเร่งเร้า กระแทกบั้นท้ายรับจังหวะโรมรันที่เขากำลังสอดเสียบเข้าหา
คมพจน์กดลำรักจนจมมิดตัวตน แรงรัดแน่นบีบอัดจนเขาเผลอครางกระหึ่มก่อนจะโยกตัวซอยเข้าหาถี่ยิบ ปล่อยมือจากดิลโด้อันใหญ่ให้สาวเจ้าเป็นคนบังคับบงการตามที่เธอปรารถนา
สองมือใหญ่กุมกำแก้มก้นอวบอัด กระแทกกระทั้นใส่ไม่ยั้งจนร่างเล็กแบบบางคลอนครูดไปกับที่นอน ความรุนแรงเร็วถี่ขึ้นเพราะอารมณ์ของทั้งคู่เตลิดไกลสุดกู่เสียแล้ว
“กรี๊ด!” เธอถลาไปกับที่นอน ความเสียวซ่านโจมตีทุกอณูเนื้อ ร่างกายปั่นป่วนหายใจไม่เป็นจังหวะ เธอได้ยินเสียงคำรามของเขาในจังหวะสุดท้ายก่อนที่ตัวเองจะถูกอัดหนักหน่วงอีกครั้ง
ดิลโด้แท่งใหญ่ถูกกดให้กลืนหายไปในร่องสวาท ในขณะที่ด้านหลังก็ยังมีคมพจน์สอดลึกอยู่
เธอกรีดร้องสุดเสียงก่อนจะค่อยๆ ครางแผ่วลงเมื่อทุกอย่างถึงคราวสิ้นสุด แรงตอดรัดของเธอผ่อนคลาย...หยาดทิพย์เจิ่งนองล้นทะลักเปรอะเปื้อนผ้าปูที่นอน
ชายหนุ่มทรุดตัวลงกอดก่ายจากทางด้านหลัง สองร่างหายใจเหนื่อยหอบ ก่อนจะละห่างจากกัน แพรวาจัดการดึงแท่งหฤหรรษ์ออกจากระหว่างขาแล้วโยนมันทิ้งไม่ได้สนใจว่าจะไปตกอยู่ที่ใด เธอพลิกตัวเข้าหาร่างใหญ่แล้วก่ายกอดเขา
“คราวนี้คงนอนฝันดีได้สักทีนะคะ แพรวมีความสุขจังเลย...” เธอดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มให้ตัวเองและเขา แม้ไม่ได้ยินเสียงตอบรับใดๆ จากคมพจน์นอกจากลมหายใจของเขาแต่การได้นอนเบียดเคียงกายชายหนุ่มเช่นนี้มันก็ทำให้เป็นสุขใจอย่างล้นเหลือ
“ฝันร้ายงั้นเหรอ...” เสียงทุ้มก่นบ่นกับตัวเอง เขาเหลือบมองแพรวาที่ซบอยู่บนแผงอกแล้วใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างสอดรองท้ายทอยเอาไว้
แม้จะเสพสุขทางกายย่างถึงพริกถึงขิงกับหญิงสาวไปหมาดๆ แต่อารมณ์ปริ่มเปรมเหล่านั้นกลับไม่ช่วยดับความกังขาที่ตกค้างอยู่ในใจได้เลย
ชายหนุ่มกัดฟันกรอด...เมื่อย้อนนึกไปถึงเหตุการณ์ยามนิทราที่คอยก่อกวนเขาซ้ำไปซ้ำมาในช่วงหลายวันมานี้ เสียงหวานเจือเศร้าที่เฝ้าเรียกหาใครบางคนซึ่งไม่ใช่เขายังความชิงชังเจ็บแค้นไม่เลือนหาย
จะเป็นฝันบอกเหตุหรืออาจเป็นเพราะเขาคิดมากและเครียดเรื่องน้องสาวกันแน่...
“สองคนจะคุยดีกันไม่ได้เลยจริงๆ เหรอคะ” มาเรียมกอดอกรั้งผ้าคลุมไหล่สีขาวเอาไว้แล้วก้าวเข้ามายืนข้างๆ เขา แดนสรวงยิ้มให้แล้วประคองเธอกอดพาหันไปทางด้านทะเล เดินไปจนชิดติดรั้วไม้ “เป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว” “พี่พจน์ดูจะรักคุณริกามากนะคะ ฉันก็ไม่เคยเห็นเขาเอาใจใครเท่านี้มาก่อนเหมือนกัน” “ผู้ชายแบบมันก็ปากหวานก้นเปรี้ยวไปทั่ว” “นั่นพี่ชายฉันนะแดน แล้วฉันก็มั่นใจว่ารักครั้งนี้ของพี่พจน์เป็นรักที่จริงจัง คุณริกาน้ำใจงามน่านับถือมาก ถ้าพี่พจน์เสียเธอไปฉันก็ไม่ยอมเหมือนกัน” มาเรียมเอ่ยเสียงเรียบ ดวงตาของเธอจับจ้องอยู่ตรงผืนทะเลที่ดวงอาทิตย์กำลังจมลับลงไปทีละน้อย แสงสีแดงสีส้มระบายฝืนฟ้าและฝืนน้ำเป็นปรากฏการทางธรรมชาติที่ชวนมองจนไม่อยากละสายตา “ที่ฉันปล่อยให้มันคบกับริกาก็เพราะน้องฉันโตแล้ว คิดเองเลือกเองดูแลตัวเองได้แล้ว เราถูกเลี้ยงมาแบบให้อิสระในการตัดสินใจกัน แต่ถ้ามันทิ้งริกาไปอีกคน มันได้ตายด้วยมือฉันแน่ๆ” “ค่ะ...พ่อคนเก่ง พ่อคนโหด พ่อจอมโจร” หญิงสาวล้อเลียน เขาจึงรั้งเธอมากอดเอาไว้เต็มอ้อมแขน ให้ร่างเล็กพิงพักแผ่นหลังของเธอลง
“พี่เรียม!!” ร่างเล็กในชุดใหม่ที่เธอไม่เคยมีวิ่งตัวลิ่วพร้อมตะโกนเรียกมาเรียมเสียงดัง เธอจำได้แม้จะเห็นเพียงด้านหลังในขณะที่หญิงสาวกำลังปิ้งบาบีคิวอยู่ริมสระว่ายน้ำ “อูซา...อูซาจริงๆ ด้วย มาได้ยังไงเนี่ย” มาเรียมหันกลับไปอ้าแขนรับอูซาเข้ามากอดด้วยความคิดถึงและแปลกใจปนเปกัน เด็กสาวดูซูบผอมลงเล็กน้อย แต่ก็ยังคงมีรอยยิ้มที่สดใสเหมือนเดิม “นายแดนให้ลุงแสงพามาส่งค่ะ หนูคิดถึงพี่เรียมมากๆ ร้องไห้ทุกวันเลย” “พี่ก็คิดถึงอูซาที่สุด พี่ตั้งใจว่าจะให้แดนไปรับอูซามาอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพฯ ไม่คิดว่าเขาจะรู้ใจพี่ขนาดนี้” “คงเหลือแต่เดือนกับดาวแล้วล่ะค่ะ ที่พี่เรียมยังไม่ได้” เด็กสาวเอ่ยปากหยอกล้อ จนอีกฝ่ายหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี “เด็กแก่แดดนี่...ออ กินอะไรมาหรือยัง อูซามากับใคร แล้วลุงแสงล่ะ” “ลุงแสงพามาส่งขึ้นเครื่องบินที่เชียงใหม่ค่ะ หนูกลัวเกือบตายแล้วนายแดนก็ให้คนไปรับมาจากสนามบินดอนเมืองพามาส่งที่นี่แหละ” เด็กสาวผละออกจากร
“แดน...นายกลับมาแล้ว ฉันรอนายทุกวัน” มาเรียมโผเข้ามากอดเขาหลังจากหมอและพยาบาลตรวจอะไรต่อมิอะไรเสร็จแล้วในวันที่ตื่นขึ้นมาครั้งแรก เธอร้องไห้ตัวโยนซบอยู่บนแผงอกเขาจนน้ำตาเปียกชื้นเสื้อที่สวมอยู่ เขายังขยับตัวไม่ได้มาก ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ทั้งร่างปวดระบมไปหมด เขาดีใจ...ที่สัมผัสแรกเป็นของเธอ อยากกอดอยากปลอบโยนเธอบางแต่ก็ทำไม่ได้ นึกย้อนถึงความฝันประหลาดได้พบกับวาเลนเซียร์ ไม่แน่ ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ช่วงหนึ่งเขาอาจจะตายไปแล้วจริง แต่เพราะสำนึกฝังใจเรื่องลูกนี่แหละที่ผลักดันให้เขาไม่ยอมแพ้... “นายต้องปลอดภัยนะ...ลูกกับฉันจะไม่ไปไหนจนกว่านายจะหายดี” เธอกล่าวย้ำ และผละห่างเล็กน้อยดึงมือเขาไปกุมเอาไว้ ในขณะที่เขาพยายามเหลือบมองไปที่หน้าท้องของเธอและกระตุกมืออยากไปจับตรงส่วนนั้นด้วยความเป็นห่วง มาเรียมจึงวางมือของเขาแนบทาบไปที่ท้องน้อย “ลูกของเรา...” มาเรียมเอยได้เพียงเท่านั้น เธอยิ้มให้กับเขา “...” มันคือความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่มาก ชีวิตน้อยๆ ที่กำลังเติบโตอยู่ในครรภ์ของมาเรียมคือโลกทั้งใบของเขา น้ำตาลูกผู้ชายเอ่อล้นออกมาเองโด
สองเท้าก้าวเหยียบลงบนความว่างเปล่า...รอบตัวขาวโพลนไปหมดไม่มีจุดสิ้นสุด ชายหนุ่มก้มมองตัวเองในชุดสีขาวสะอาดตาแล้วลูบแรงๆ ไปตามหน้าท้อง แขนและส่วนต่างๆ...ไม่เจ็บ ไม่ปวด บาดแผลที่มีอยู่เต็มตัวก็หายไปเขาตายแล้วใช่ไหม...ความงุนงงปนเปเข้ามาในสภาวะที่ไม่คุ้นเคย เขาไม่แน่ใจนักหรอกว่าที่นี่คือที่ไหนถ้าหากว่าเขาหมดลมหายใจไปแล้วจริงๆ นี่ควรจะเป็นสวรรค์หรือนรกดีล่ะ “พี่แดน...” “มาลัย!” เขาหันรอบตัวทันทีเมื่อได้ยินน้ำเสียงคุ้นเคย แต่ไม่เห็นใคร ชายหนุ่มขมวดคิ้วสงสัยว่าใยเขายังได้ยินเสียงเรียกที่เคยฝันถึงทุกๆ คืนหากว่าเขาตายไปแล้ว “!!” แดนสรวงผงะเมื่อร่างบางในชุดขาวฟูฟ่องมายืนอยู่ตรงหน้าแล้วค่อยๆ เลือนรางหายไปปรากฏอยู่ห่างกันเล็กน้อย หญิงสาวในชุดสีขาวยิ้มเศร้าให้กับเขาชายกระโปรงของเธอยาวระพื้นจนปิดเท้า สองมือขนาบข้างลำตัว รอบๆ ตัวเธอมีหมอกจางๆ ลอยฟุ้งจนมองเห็นได้ไม่ชัดเจน “พี่แดน...” เธอเรียกเขา แต่แดนสรวงไม่เห็นริมฝีปากบางนั้นขยับ “มาลัย...มาลัยมาทำอะไรที่นี่ พี่ตายไปแล้วใช่ไหม” เขาถาม...และพยายามเดินไปหาร่างแบบบางระหง ทว่า...เธอกลับห่าง
คมพจน์นึกย้อนกลับไป สมัยที่เขาเพิ่งได้รับตำแหน่งประธานบริษัทใหม่ๆ แทนบิดาซึ่งโรคภัยรุมเร้าและกลับไปปักหลักที่ต่างประเทศบ้านเกิดอย่างเป็นทางการ เหตุผลอีกอย่างหนึ่งก็คือบิดาอยากมีเวลาดูแลมารดากับน้องสาวของเขาอย่างเต็มที่ด้วย หลังจากปล่อยให้สองคนนั้นอยู่กันตามลำพังเสียเป็นส่วนใหญ่ ส่วนเขาและบิดาก็บินไปบินมาสลับกันด้วยเพราะต่างก็มีภาระหน้าที่เขารู้สึกกับพอวา...ในตอนที่ยังเป็นผู้ช่วยแพทย์ เธอทั้งสวยทั้งเก่ง ดูเป็นผู้หญิงทันสมัยมีความมั่นใจสูง ด้วยความเป็นนักรักผู้ช่ำชอง และบริษัทของเขาได้ทำสัญญาประกันสุขภาพกับโรงพยาบาลที่พอวาทำงานอยู่ในตอนนั้น จึงไม่ใช่เรื่องยากเมื่อต้องการจะเข้าถึงตัวคุณหมอสาวการที่พอวานิสัยไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นที่เคยผ่านมา มันดึงดูดให้เขาหลงใหลในตัวเธอมาก ถึงกับถอดเขี้ยวเล็บและคบหากันอย่างจริงจังอยู่นานแต่เมื่อเวลาล่วงเลยไป...ความหลง ความแปลกใหม่ก็เริ่มชาชิน พอวาจริงจังกับหน้าที่การงานมากจนเขาแทบไม่มีตัวตน เธอเป็นสาวมั่นที่ตัดสินใจเอง ทำอะไรได้ด้วยตัวเองทุกอย่างจนเหมือนเขาไม่ได้มีความหมายเขาเป็นผู้ชาย...ในขณะที่เธอเป็นผู้หญิงแต่กลับมีภาวะความเ
“คุณไม่ควรพาเด็กมาในที่แบบนี้...”“...” ชายหนุ่มวางเด็กชายในอ้อมให้ยืนลงบนพื้น ละสายตาจากภาพทิวทัศน์ตรงหน้าจากหน้าผาสูงสู่เบื้องล่างอันเวิ้งว้าง เต็มไปด้วยร่องรอยความเสียหายจากภัยธรรมชาติ เขาหันกลับไปมองเจ้าของเสียงเรียกทัก ที่ในอดีต...เขาคุ้นเคยกับน้ำเสียงนี้เป็นอย่างดี“ผมไม่อยากห่างกับเขา...แล้วริกาก็ต้องดูแลมาเรียม”“บนดอยยังอันตราย เรายังฟื้นฟูพื้นที่ไม่ถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ” เธอกล่าว...สีหน้าเคร่งเครียดเมื่อเหลือบมองเด็กน้อยไร้เดียงสาที่ยืนเกาะขาของเขาไว้แน่นแม้ว่าคมพจน์จะมีเงินสร้างที่อยู่ชั่วคราวได้อย่างสะดวกสบายในระดับหนึ่ง แต่บนดอยที่เพิ่งถูกภัยธรรมชาติกระหน่ำไปหมาดๆ แห่งนี้ก็ไม่ได้เหมาะสมกับเด็กเล็กๆ อยู่ดี“ผมกับลูกไม่ได้ทำตัวเป็นภาระใคร แล้วก็ไม่ได้ขัดขวางการทำงานของคุณด้วย เจอตัวไอ้แดนเมื่อไหร่เราก็จะกลับกันทันที”“ตามใจ...ฉันเตือนด้วยความหวังดี เพราะถ้าเด็กมันป่วยขึ้นมามันจะลำบาก บุคลากรเราไม่พอ การเดินทางก็ลำบากแสนเข็ญ” เธอถอนหายใจแล้วส่ายหน้า พร้อมกับหันหลังกลับ เพื่อจะไปทำงานของตัวเองต่







