INICIAR SESIÓNคนตัวเล็กยกมือปิดหู
“ไม่ใช่ ไม่จริง! ฉันไม่เคยพลาดแบบนี้ ถ้าเราสองคนทำเรื่องแบบนั้น ทำไมฉันถึงไม่รู้ตัว!”
ลูเซียสหรี่ตามอง ดูท่าความทรงจำของนางคงหายไปด้วย หรืออาจจะติดๆ ดับๆ เลยจดจำคนที่ตัวเองเสี่ยงชีวิตเขาช่วยไมได้ คงเพราะพิษจากเขี้ยวแวมไพร์สายพันธ์ใหม่พวกนั้นแน่
เขาแสร้งยักไหล่
“ผมว่าคุณอย่ามัวแต่คิดอะไรเลย ลงไปทานอาหารกับผมไหม” ชายหนุ่มเอ่ยชวน แล้วกระถดกายลงมาจากเตียง
อรุณลักษณ์รีบขยับหนี แววตาหวาดระแวง เขาหัวเราะในลำคอเพราะตลกท่าทางระวังตัว
“ตกลงจะไปไหม ผมให้คนเอาเสื้อผ้าใหม่มาให้คุณแล้ว จะได้ไม่โป๊” เขาบอก แล้วกวาดตามองเรือนร่างเกือบเปลือย คนถูกมองหน้าแดงซ่าน
“มองอะไร! ฉันรู้แล้ว คุณออกไปก่อนสิ เดี๋ยวฉันตามออกไป!”
เธอไม่กล้าโวยวาย ถ้าหากลงไม้ลงมือมีแต่ตัวเองเสียเปรียบ เกิดถูกฆ่าหมกอยู่ที่นี่ใครจะรู้ ไม่ว่าเสียอะไรไปต้องหาทางเอาตัวรอดจากที่นี่ให้ได้เสียก่อน
ลูเซียสปราศจากเสื้อผ้าท่อนบน มีเพียงกางเกงขายาวเท่านั้น สองเท้าก้าวมายืนตรงประตูเปิดออกแล้วปิดลงตามเดิม คนในห้องระบายลมหายใจโล่งอกที่ชายคนนั้นไม่ได้คิดทำร้าย
ก๊อก ก๊อก
อรุณลักษณ์สะดุ้ง จนกระทั่งประตูเปิดออก สาวใช้หน้าตาสะสวยก้าวเข้ามา วางเสื้อผ้าไว้บนเตียง แล้วเดินออกจากห้องไป ไม่ทันได้ถามไถ่ ว่าเธอจะออกจากที่นี่ได้อย่างไร
เธอหยิบเสื้อผ้านั้นมา เป็นเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ขาสั้นสีเข้ม และมันพอดีกับตัวเธอ อรุณลักษณ์อดแปลกใจไม่ได้ แต่เธอไม่มีเวลามาชื่นชม นอกจากลงไปเผชิญหน้ากับชายผู้นี้ที่ด้านล่าง แล้วหาทางกลับบ้านอย่างละมุนละม่อมที่สุด
ลงมาถึงบันไดชั้นล่าง กวาดมองรอบๆ บรรยากาศภายในค่อนข้างมืด เธอคิดว่ากลิ่นควรอับชื้น แต่ไม่เลย มีกลิ่นดอกไม้หอมอวลตลอดเวลา
“เชิญทางนี้เลยค่ะ”
อรุณลักษณ์สะดุ้ง ตอนแรกไม่เห็นว่ามีใครอยู่ แล้วสาวใช้คนนี้โผล่มาจากไหนกัน ไม่มีเวลามาคิดมาก สองเท้าก้าวตาม จนกระทั่งถึงห้องอาหาร ให้ตายสิเธอไม่อยากเชื่อ เจ้าของบ้านนั่งอยู่มุมโต๊ะฝั่งโน้น เก้าอี้มีทั้งหมดสามสิบสี่ที่ ทำราวกับโรงแรมก็ไม่ปาน
“เชิญนั่งได้เลยค่ะ” สาวใช้ลากเก้าอี้ให้ เธอหย่อนกายลง
สเต็กเนื้อมีเลือดไหลซึมถูกนำมาวาง ตามด้วยแก้วไวน์สีเดียวกัน ตรงหน้ามีเชิงเทียนจุดส่องแสงสว่าง ชายผู้เป็นเจ้าของบ้าน อยู่ในชุดสีดำสนิท ผมของเขาก็เช่นเดียวกัน มีเพียงดวงตาที่แดงฉานราวกับสีโลหิต เธอไม่เข้าใจ อยู่มาจนอายุยี่สิบหกปี ไม่เคยพบคนมีนัยน์ตาสีแดงมาก่อนนี่เป็นครั้งแรก
เจ้าของบ้านผายมือ “เชิญทานอาหารสิ”
อรุณลักษณ์มองอาหาร กลืนน้ำลายลงคอ เธอไม่อยากกินไม่รู้ว่าใส่อะไรลงไปหรือเปล่า เท่าที่ผ่านมาก็มากเกินพอแล้ว เธอมาที่นี่ได้อย่างไรก็ไม่รู้ ไม่รู้สักอย่าง จนถึงตอนนี้ยังสับสนจับต้นชนปลายไม่ถูกอยู่เลย
ให้ตาย ไม่อยากเชื่อตัวเอง นอนกับคนแปลกหน้า หน้าตาหล่อเหลาถึงเพียงนี้ ดวงตาเขามีมนต์เสน่ห์อย่างประหลาด หัวใจมันเต้นหนักไม่หยุดเลย ทว่าเธอไม่มีเวลา
“ไม่ทานหรือไงครับ ทานสิอร่อยนะ” ฝ่ายเจ้าของบ้านเอ่ยชวน เมื่อเห็นเธอเอาแต่นั่งถือมีดกับซ่อม สีหน้าครุ่นคิด
“คือ...” ริมฝีปากบาง ไร้การแต่งแต้มใดเม้มสนิท เอาจริงๆ เธออยากกลับบ้านมากที่สุดในตอนนี้
เขาขมวดคิ้ว วางมือจากอาหาร
“มีอะไรหรือเปล่า”
“ฉันอยากกลับบ้านน่ะค่ะ”
ชายหนุ่มยกยิ้ม “ทำไมหรือ กลัวผมไม่ให้กลับบ้านหรือไง”
หญิงสาวรีบยกไม้ยกมือโบก
“ไม่ใช่นะคะ ไม่ใช่!” ดวงตาเธอหม่นลง “อยู่มาจนอายุป่านนี้ ฉันไม่เคยทำอะไรไร้สติแบบนี้มาก่อนเลย” พูดจบช้อนสายตามอง “แล้วยิ่งนอนกับผู้ชายแปลกหน้าแบบนี้ มันไม่ใช่ตัวฉันเลย”
เขาหัวเราะในลำคอ
“ปกตินอนเฉพาะกับคนรู้จักเหรอ” ลูเซียสย้อนถาม ราวกับต้องการแกล้ง
“ไม่ใช่แบบนั้นนะคุณ ฉันหมายถึงไม่นอนกับใครไปทั่วแบบนี้!”
ลูเซียสโบกมือ ถึงแม้มนุษย์นางนี้สร้างความปรารถนาอย่างแรงกล้าให้ แต่มันไม่มีทางเหนือไปกว่าจิตใจอันเข้มแข็งดวงนี้หรอก
“จะกลับก็ตามใจ ผมไม่คิดกักขังคุณหรอก เพียงแต่...”
คนตัวเล็กรอฟัง
“คุณอาจจะต้องย้อนกลับมาที่นี่อีก”
คิ้วบางขมวด สีหน้าสงสัย
“ทำไม” เธอถามกลับ
คนตัวใหญ่ยักไหล่ ดวงตาคมวาววับ
“เพราะคุณต้องกลับมา ในโลกนี้ไม่มีใครช่วยคุณได้ นอกจากผม...”
อรุณลักษณ์สบตากับชายผู้นี้ ไม่รู้แม้กระทั่งชื่อ ไม่เคยพบพานกันมาก่อน เหตุใดหัวใจมันถึงไหวสั่น ความรู้สึกเหมือนคุ้นเคยนี่คืออะไรกัน
“ฉันเป็นพยาบาลค่ะ ในโรงพยาบาลฉันรู้จักหมอเก่งๆ เยอะแยะ ถ้าฉันป่วย พวกเขาคงพร้อมช่วยฉัน”
ลูเซียสกระตุกยิ้มมุมปาก
“ผมก็ภาวนาให้คนพวกนั้นช่วยคุณได้ก็แล้วกัน”
อะไร เขาพูดหมายความว่ายังไง เธอไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย สายตาที่มองมานี่ต้องการสิ่งใด ร่างกายเธอมันร้อน เพราะรู้สึกราวกับตนกำลังถูกเปลื้องผ้า
“ฉะ...ฉันขอตัวก่อนนะคะ”
อรุณลักษณ์เลื่อนเก้าอี้ออก แล้วเดินมาถึงหน้าคฤหาสน์ บรรยากาศโดยรอบชวนให้ขนลุก ต้นไม้ร่มรื่น แต่อากาศกลับเย็นยะเยือก ทันทีที่เธอก้าวลงบันไดด้านหน้า มีรถมาจอดเทียบ
คนขับลงมา แล้วเปิดประตู หันมาทางหญิงสาว
“เชิญครับคุณอรุณลักษณ์ เจ้านายให้ผมไปส่งคุณที่บ้านพัก”
เวลานี้ไม่อยากคิดอะไร ขอไปให้พ้นจากที่นี่เสียก่อนก็แล้วกัน คงไม่มีอะไรน่ากลัวไปกว่าการอยู่กับคนแปลกหน้า หน้าตาหล่อเหลา เช่นเขาอีกแล้ว เธอถือว่านี้คือฝันร้าย ต้องรีบตื่นแล้วกลับสู่โลกความจริงเร็วๆ แล้วสิ
กางเกงถูกกระชากออกอย่างรวดเร็ว ลูเซียสรั้งร่างบางเข้าหาตนเอง เขาเงยหน้าผ่อนลมหายใจออกมา เพื่อไม่ให้ตนเองเผลอฆ่ามนุษย์ผู้หญิงคนนี้ไปเสียก่อน อรุณลักษณ์ไร้การต่อสู้ดิ้นรน เธอไม่อาจเอาตัวรอดได้อีกแล้วก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูหน้าห้อง ลูเซียสไม่ตอบยังคงสนใจคนใต้ร่าง เวลานี้เขากำลังต้องการปลดปล่อย“เจ้านาย หากท่านจะทำอะไรนางโปรดคิดให้ดีก่อนนะครับ เพราะเจ้านายไม่อาจปล่อยให้มนุษย์มีเชื้อสายของเราได้เด็ดขาด ท่านเข้าใจในข้อนี้ใช่ไหมครับ!”ลูเซียสขบกรามแน่น มือสั่นเทา หลับตาลงแล้วกัดฟัน ปล่อยร่างบางเป็นอิสระ แล้วกระชากประตูเปิดออกเดินหนีออกมาทันทีอรุณลักษณ์รีบกระถดกายชิดหัวเตียง น้ำตาอาบแก้ม หัวใจเต้นกระหน่ำแทบไม่หยุด ถ้าเมื่อสักครู่ แค่นิดเดียวเท่านั้น เธอคงได้กลายเป็นของเขาแล้วจริงๆ ทำไมเหตุการณ์แบบนี้ต้องมาเกิดกับเธอด้วย ทำไม...เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังแว่ว ลูเซียสไม่ได้สนใจ ยังคงทอดสายตามองผืนน้ำเบื้องหน้า ดวงตาคมกริบหรี่ลงแล้วระบายลมหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง“บอกให้แม่บ้านเอาเสื้อผ้าไปให้นางเปลี่ยน แล้วก็จัดอาหารให้นางด้วย”“ได้ครับ” เรวิโอ้รับคำ แล้วเดินหันหลังเพื่อทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
เสียงนกร้อง ปลุกให้คนบนเตียงค่อยๆ เปิดเปลือกตา อรุณลักษณ์ผุดลุกนั่งมือกุมขมับ ร่างกายปวดเมื่อยราวกับออกกำลังกายมาอย่างหนัก คิ้วบางขมวดมุ่นเข้าหากันด้วยความสงสัย กวาดตามองรอบๆ ภายในมืดสนิท ราวกับกลางคืน เห็นแสงร่ำไรรอดเข้ามา ยิ่งทำให้เธอตระหนก ที่นี่มัน...ร่างกายเธอสั่นสะท้าย เพราะผิวกายสัมผัสอากาศเย็นภายในห้อง เมื่อก้มมองตนเองกลับพบร่างกายเปลือยเปล่า มีเพียงชั้นในปิดกาย เธอชะงักรีบหยิบผ้าห่มมาปกปิด ก่อนทอดสายตามองไปยังอีกฝั่งของเตียง เธอดึงผ้าห่มพบกับเรือนกายแกร่งที่สวมเพียงกางเกงเท่านั้น คนตัวเล็กกายสั่นสะท้าน“กรี๊ด!” หญิงสาวกรีดร้อง แล้วรั้งผ้าห่มมาพันกายไว้แนบแน่นลงจากเตียงสีหน้าสับสน เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง จำได้ว่าตนเองอยู่กับครีส แล้วทำไมถึงมาอยู่บนเตียงของชายคนนี้อีกเล่าลูเซียสลุกนั่ง แล้วตวัดสายตามอง เห็นมนุษย์ผู้หญิงกำลังกรีดร้อง มองมาทางเขาสีหน้าแววตาตื่นตระหนก“คุณเป็นอะไร” เขาถามเสียงหนัก แล้วสบตา“ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่อีกแล้ว ทำไม!”“คุณไม่สบาย ผมเลยให้คนพามาที่นี่” เขาอธิบายชัดถ้อยชัดคำ“ไม่สบายงั้นเหรอ คุณคิดว่าฉันจะโง่เชื่อหรือไง ฉันเป็นพยาบาลจะไม่รู้เลยหรือว่าตัว
แอด...ประตูห้องเปิดออก เจ้าของใจระทึก เห็นแฟนหนุ่มถือขวดไวน์พร้อมด้วยอาหารมา เธอปิดประตูลงเมื่อเข้าก้าวเข้ามาด้านใน ไวน์ถูกแช่เย็น อรุณลักษณ์จัดอาหารใส่จาน ไม่ทันไรร่างบางถูกโอบกอดจากด้านหลัง หัวใจหญิงสาวเต้นระรัวด้วยความหวั่นไหว เธอหันมาเผชิญหน้ายิ้มเจือนๆ“ทานอาหารก่อนสิคะ” หญิงสาวพยายามหาทางทำความสนิทสนม อย่างน้อยก็ขอให้ได้รับแอลกอฮอลล์สักนิดก็ยังดี เธอไม่เคยนอนกับผู้ชายมาก่อนเลย เพราะมัวแต่เรื่องมาก จนอายุล่วงเลยมาถึงตอนนี้ ก็ยังบริสุทธิ์อยู่เขายอมปล่อยร่างบางเป็นอิสระแล้วนั่งบนเก้าอี้ สักพักอรุณลักษณ์ยกอาหารออกมาวางไว้ พาสต้าร้อนๆ มีควันพวยพุ่งน่าทาน เธอเปิดตู้เย็นหยิบไวน์เมื่อครู่มารินใส่แก้วสองใบ“ชนกันหน่อยค่ะ” เธอชวนแกร๊งไวน์รสหวานปนขมลงคอลื่นไหลดีเสียจริง ใบหน้าขาวนวลเริมแดงก่ำเพราะฤทธิ์แอลกอฮอลล์ คุณหมอหนุ่มทอดสายตามองเลือดในกายร้อนขึ้นมา วงหน้าของแฟนสาวช่างงดงามจับใจ มือใหญ่เอื้อมมาลูบไล้ใบหน้านั้นแผ่วเบา โน้มมาใกล้แล้วแนบริมฝีปาก“อืม..” อรุณลักษณ์ครางแผ่ว เมื่อถูกควานหาความหวานอย่างละมุนละไมมือเขาเริ่มเลื่อนไล้ไปตามร่างกายอย่างบางเบา แต่เรียกความหวาดหวั่นวิตกให้แก่ห
รถจอดเทียบหน้าห้องพัก อรุณลักษณ์เปิดประตูลงมา แล้วเข้าข้างในปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา หัวใจยังสั่นระรัวไม่หาย ไม่คิดว่าตนเองจะไปนอนบนเตียงชายแปลกหน้าอีกครั้ง เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไปอยู่ที่นั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก๊อก ก๊อกหญิงสาวสะดุ้ง แล้วค่อยๆ ก้าวมายืนตรงประตู ส่องตาแมว เห็นร่างสูงยืนอยู่ด้านนอก ตัดสินใจเปิดประตู ครีสยิ้มกว้างยกถุงขนมให้ดู แล้วเดินเข้ามาข้างในวางมันไว้บนโต๊ะ“ผมมาเยี่ยมครับ หายดีหรือยัง”หญิงสาวยิ้มเจือนๆ “ดีขึ้นแล้วค่ะ”“ผมเป็นห่วงนะครับ” เขาบอก แล้วสบตาคนสวยอรุณลักษณ์เม้มริมฝีปาก ครุ่นคิด ชายผู้มีปริศนามากมาย กับชายที่อ่อนโยนและให้เกียรติเธอเสมอ ถึงเขาไม่ได้มีเสน่ห์เหลือล้น แต่อย่างน้อยเธอก็มั่นใจได้ว่า ครีสนั้นเป็นคนดีคนหนึ่ง และหวังดีต่อตนมาตลอด“ขอบคุณนะคะคุณหมอ ที่เป็นห่วงฉัน”ครีสยิ้มอ่อนโยน “ไม่เป็นไรครับ ผมยินดี”หญิงสาวขยับเข้ามาใกล้ แล้วสบตา ทำอีกฝ่ายแก้มแดง“คุณหมอรู้สึกยังไงกับฉันกันแน่คะ” อรุณลักษณ์ถามตรงประเด็น แล้วจ้องมองเพื่อรอคำตอบคนถูกถามอึกอัก ทำหน้าไม่ถูก“เอ่อ...”“ฉันอยากรู้ว่าคุณหมอคิดยังไงกับฉันกันแน่ ถึงมาห่วงใย ทำดีด้วยแบบนี้ ทั้งๆ ที่คุณหม
ตุบ!ร่างบางถูกโยนลงบนเตียง เจ้าของร่างลืมตา ในกายกำลังร้อนราวกับมีไฟแผดเผา เหงื่อกาฬผุดซึมเต็มใบหน้าและลำตัว เธอหยัดกายนั่งอย่างรวดเร็ว นัยน์ตากรอกไปมาอย่างสับสน ยกมือกุมขมับด้วยความปวดร้าว เกิดอะไรขึ้นทำไมถึงรู้สึกเหมือนคนจับไข้ ผสมด้วยความต้องการบางอย่างพวยพุ่งไม่หยุดหย่อนอรุณลักษณ์ปรับสายตาเข้ากับความมืด จดจ้องบรรยากาศรอบๆ หัวใจเต้นหนักขึ้นทุกขณะ เมื่อรู้ว่าที่นี่ไม่ใช่ห้องนอนของตนเอง แต่เป็นสถานที่ที่เคยมาเยือนแล้วครั้งหนึ่ง เธอรีบหย่อนเท้าลงจากเตียง แล้วเดินมาตรงประตู แต่ไม่ทันได้เปิด เมื่อมันอ้าออกเสียก่อนเธอผงะ ถอยหลังออกมา จ้องมองผู้มาเยือนแววตาตื่นตระหนก ทำไมเป็นเขาอีกแล้ว หมายความว่ายังไงกัน แล้วเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร“คุณ!” หญิงสาวร้องลูเซียสก้าวเข้ามา แล้วปิดประตูห้องลงตามเดิม เดินตรงไปยังหน้าต่างเปิดออก แสงจันทร์กำลังสาดส่องเข้ามา ดวงจันทร์จวนเจียนเต็มดวงทุกขณะตึก ตึกมือบางยกจับหน้าอก ร่างกายร้อนผ่าว ดวงตาฉ่ำปรือจ้องมองไปยังร่างสูงใหญ่ นัยน์ตาแดงก่ำมองมา“ผมพูดอะไรไปคุณคงไม่เข้าใจ เพราะตอนนี้ร่างกายคุณกำลังร้อนราวกับถูกไฟเผา” เขาบอกเสียงเบา แล้วก้าวเข้ามาใกล้สติ
อรุณลักษณ์บิดกายบนเตียงหลังจากผ่านค่ำคืนอันยาวนาน นึกภาพใบหน้าชายที่ช่วยเอาไว้แล้วรู้สึกผ่าวร้อน เขาช่างหล่อเหลามีแววตาชวนหลงใหล แต่เธอไม่กล้าเข้าไปยุ่งเกี่ยว เขาคงมีศัตรูมากมาย และไม่พ้นมีหญิงสาวมาติดเช่นเดียวกัน คนตัวเล็กถอนหายใจสะบัดผ้าห่มออกจากกาย แล้วหยิบผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการกับตนเองเธอหยิบชุดพยาบาลมาสวมใส่ แล้วสำรวจตนเองอีกครั้งในกระจก ผ่านเรื่องร้ายๆ มา พอกลับมาใช้ชีวิตปกติ มันเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ป่านนี้ชายคนนั้นจะเป็นเช่นไรบ้าง รีบสะบัดไล่ความคิด ไม่ควรนึกถึงเขาอีกแล้ว คฤหาสน์หลังนั้นก็น่ากลัวเกินไปมาถึงโรงพยาบาล เธอเข้าห้องพักแล้ววางกระเป๋าไว้บนโต๊ะ ออกมาทำหน้าที่ตนเองตรงเคาท์เตอร์หน้าห้องฉุกเฉิน“หายไปไหนมาเหรออรุณ ผมเป็นห่วงรู้ไหม” คุณหมอครีสเอ่ยทัก แล้วยิ้มกว้างเธอยิ้มตอบ “ไม่ค่อยสบายน่ะค่ะ”“ไม่สบายแล้วไม่มาหาผมล่ะ ผมรักษาได้”“แหม... อรุณเขินคุณหมอนี่คะ” เธอแสร้งเย้าทว่าคนฟังกลับหน้าแดง ทำอะไรไม่ถูก แหงนหน้ามองเพดานกลบเกลื่อนความรู้สึกภายใน จนเพื่อนพยาบาลต้องสะกิด แล้วกระซิบ“หมอครีสชอบอรุณจริงๆนะ”คนฟังชะงัก แล้วยิ้มบางๆ“ฉันรู้แล้วล่ะ ก็แค่อยากแกล







