Share

บทที่5 ความอิจฉาริษยา

Penulis: Piggy-lonely
last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-15 14:46:08

บนโต๊ะอาหารไม้หอมภายในตำหนักหลงเยว่ มีเพียงเสียงช้อนกระทบถ้วยเบาๆ กับเสียงลมยามค่ำที่พัดผ่านม่านหน้าต่าง หลิงอันนั่งกินข้าวอย่างสำรวมท่วงท่าเรียบร้อยตามแบบสตรีในวังแต่ไม่ถึงกับเกร็ง—เป็นความสบายที่ไม่ต้องเสแสร้ง

ตรงข้ามกันองค์ชายเยี่ยนหยาง… กลับไม่ได้แตะตะเกียบมานานแล้วสายตาของเขาหยุดอยู่ที่นาง ไม่ใช่เพราะอาหารไม่ถูกปากแต่เพราะภาพตรงหน้ามันทับซ้อนกับความทรงจำที่เขาไม่อาจควบคุมได้ ในอดีต—ในชีวิตของ เฟิงเหยาหญิงสาวคนหนึ่งเคยนั่งตรงนี้ยิ้มให้เขาแบบเดียวกัน เรียกเขาด้วยเสียงแผ่วเบาว่า “ท่านอย่ามัวแต่มอง ข้าวจะเย็นเสียก่อน”

“….”

เยี่ยนหยางหลุบตาลงช้าๆ ริมฝีปากคลี่ยิ้มบางโดยไม่รู้ตัวหลิงอันชะงักแล้วเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย

“ฝ่าบาท…?”

“อาหารไม่ถูกพระโอษฐ์หรือเจ้าคะ”

คำถามนั้นดึงเขากลับสู่ปัจจุบัน

“ไม่”

เสียงขององค์ชายต่ำ นุ่มกว่าที่เคย

“เพียงแต่…”

เขาหยุดคำพูดราวกับกำลังชั่งใจว่าจะพูดต่อดีหรือไม่

“…เจ้ากินแล้ว ดู…สบายใจดี”

หลิงอันชะงักเล็กน้อยก่อนจะยิ้มบางๆ

“เพราะที่นี่คือ ตำหนักของหม่อมฉันแล้วมิใช่หรือเจ้าคะ”

“หม่อมฉันคิดว่า…การกินข้าวอย่างสงบ คือความสุขเล็ก ๆ ที่ควรรักษาไว้”

คำตอบนั้นทำให้หัวใจของเยี่ยนหยางกระตุกวูบเหมือนเดิม...น้ำเสียง วิธีคิด… แม้แต่คำพูด เขายื่นมือไปหยิบตะเกียบคราวนี้เริ่มกินข้าวบ้าง แต่สายตายังคงลอบมองนางเป็นระยะหลิงอันสังเกตเห็นปลายหูขององค์ชาย… แดงจางๆ นางก้มหน้าลงเล็กน้อยแสร้งทำเป็นไม่เห็น แต่หัวใจกลับเต้นเร็วขึ้นอย่างไร้เหตุผล

“วันนี้…”

เยี่ยนหยางเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

“เรื่องเข้าเฝ้า… เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวล”

หลิงอันเงยหน้ามอง

“องค์ชายใหญ่—เยี่ยนหมิง—พูดมากกว่าที่คิด”

“แต่คำพูดของเขา ไม่มีสิ่งใดต้องเก็บมาใส่ใจ”

หลิงอันยิ้มบาง

“หม่อมฉันเข้าใจดีเจ้าค่ะ”

นางเว้นจังหวะก่อนจะเอ่ยต่ออย่างแผ่วเบา

“ตราบใดที่หม่อมฉันอยู่ในตำหนักหลงเยว่ก็จะเป็นคนขององค์ชายจันทรา”

คำว่า คนของข้าแม้นางไม่ได้เอ่ยตรงๆแต่เยี่ยนหยางกลับได้ยินชัดเจนในหัวใจเขาวางตะเกียบลงช้าๆ แล้วเอื้อมมือไปข้างหน้า ไม่ได้จับเพียงแค่วางมือไว้ใกล้มือของนางใกล้พอให้รับรู้ถึงความอบอุ่น

“เช่นนั้น…”

เสียงของเขานุ่มลงอย่างเห็นได้ชัด

“คืนนี้…พักผ่อนให้ดี”

“พรุ่งนี้ ข้าจะให้คนพาเจ้าไปเดินสวนดอกเหมย”

“…ข้าคิดว่า เจ้าน่าจะชอบ”

หลิงอันพยักหน้าเบาๆ ริมฝีปากโค้งขึ้นอย่างอ่อนโยน

“เพคะ”

ใต้แสงตะเกียงอุ่นสองเงาร่างนั่งอยู่ตรงข้ามกันไม่ต้องเอ่ยคำหวานใด แต่ความรู้สึกกลับแผ่ซ่านทั่วทั้งตำหนักหลงเยว่และในใจขององค์ชายเยี่ยนหยางเสียงหนึ่งกระซิบซ้ำแล้วซ้ำเล่า

หลังมื้ออาหารสิ้นสุดลง

คนรับใช้ค่อย ๆ เก็บสำรับออกจากตำหนักหลงเยว่ ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบที่แฝงด้วยความอ่อนโยนบางอย่าง หลิงอันยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบตามมารยาท ก่อนจะลุกขึ้นเล็กน้อย

“หม่อมฉันขอตัวกลับเรือนพักนะเพคะ วันนี้องค์ชายคงเหนื่อยจากการเข้าเฝ้า”

นางพูดเรียบง่าย ไม่ได้สังเกตเลยว่าสายตาขององค์ชายเยี่ยนหยาง…จับจ้องนางอยู่นานตั้งแต่เมื่อใด

“เดี๋ยว”

เสียงทุ้มเรียกไว้หลิงอันชะงัก หันกลับมาอย่างสงสัยองค์ชายเยี่ยนหยางลุกจากที่ประทับ เดินเข้ามาใกล้กว่านางเพียงก้าวเดียว ระยะห่างนั้นไม่ใกล้จนเสียมารยาท แต่ก็ไม่ไกลจนเย็นชา

“เรื่องที่เข้าเฝ้าเมื่อเช้า…”

เขาเอ่ยช้า ๆ ราวกับเลือกคำ

“เสด็จพ่อทรงถามว่า เจ้า… อยู่ที่ตำหนักนี้เป็นอย่างไร”

หลิงอันชะงักเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบาง

“หม่อมฉันตอบแทนองค์ชายไม่ได้หรอกเพคะ”

“ข้าตอบไปแล้ว”

เขาพูดต่อทันที

“ข้าบอกว่า… เจ้าอยู่ดี”

คำว่า อยู่ดี จากปากเขาทำให้หัวใจหลิงอันเต้นแรงอย่างไม่ทราบสาเหตุ

“องค์ชาย…”

นางลังเลเล็กน้อย “แล้วองค์ชายล่ะเพคะ ถูกซักถามอะไรอีกหรือไม่”

เยี่ยนหยางหัวเราะเบา ๆ เสียงนั้นไม่แข็ง ไม่เย็น

“เสด็จพ่อถามว่าข้าจะรับชายาเอกเมื่อใด”

หลิงอันเผลอกำมือแน่นแต่เขากลับพูดต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ข้าบอกว่า… ยังไม่ถึงเวลา”

เขามองนางตรงๆ สายตานั้นทำให้นางรู้สึกแปลก—ไม่ใช่สายตาขององค์ชายต่อชายาแต่คล้าย… คนที่กำลังรอคอยบางสิ่ง

“หลิงอัน”

เขาเรียกชื่อนาง ไม่ใช่ยศ ไม่ใช่ตำแหน่ง

“เจ้าไม่จำเป็นต้องรีบทำอะไร”

“อยู่ที่ตำหนักหลงเยว่… ในแบบที่เจ้าเป็นก็พอ”

คำพูดนั้นเรียบง่ายแต่สำหรับเขา—มันคือคำมั่นหลิงอันก้มศีรษะต่ำแก้มขึ้นสีระเรื่อโดยไม่รู้ตัว

“เพคะ…”

นางหมุนตัวจากไปทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมอ่อนของชาและดอกไม้ติดปลายแขนเสื้อ

---

เยี่ยนหยางยืนอยู่ที่เดิมนานมากก่อนจะยกมือขึ้นแตะอกซ้ายของตนเองหัวใจเต้นแรง—แรงเกินกว่าที่ควรเป็นภาพในอดีตแทรกเข้ามาอีกครั้งหญิงสาวคนหนึ่งเรียกเขาเบาๆ

“เฟิงเหยา…”

“อันอันอยู่นี่”

เขาหลับตา แล้วแย้มยิ้มอ่อนๆ โดยไม่รู้ตัว

“อันอัน…”

เสียงนั้นเบาจนแทบไม่ได้ยินคืนนี้…จันทร์เหนือวังหลวงสว่างกว่าทุกคืนที่ผ่านมา

สวนดอกเหมยใต้แสงอาทิตย์อ่อน

ลมปลายฤดูพัดผ่านอย่างแผ่วเบา กลีบดอกเหมยสีขาวอมชมพูร่วงโปรยลงมาดั่งหิมะบางเบาหลิงอันเดินช้าๆ ไปตามทางหิน มือประสานกันไว้ด้านหน้า เสื้อคลุมบางสีอ่อนสะท้อนแสงแดดยามสาย

“ที่นี่… สงบดีนะเพคะ”

นางเอ่ยเสียงเบา คล้ายเกรงว่าหากดังเกินไปจะรบกวนบรรยากาศองค์ชายเยี่ยนหยางเดินเคียงข้าง ไม่ได้ตอบในทันทีสายตาของเขากลับหยุดอยู่ที่ใบหน้าของนาง—รอยยิ้มบาง ดวงตาที่สงบแต่แฝงความแข็งแกร่งภาพหนึ่งซ้อนทับขึ้นมาในความทรงจำโดยไม่ตั้งใจ

‘อันอัน… เจ้าอย่าเดินเร็วนัก’

เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเผลอยิ้มอ่อนออกมา

หลิงอันหันมาเห็นพอดี

“ฝ่าบาท… ยิ้มอะไรหรือเพคะ?”

เยี่ยนหยางสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะเบือนหน้าหนีอย่างแนบเนียน

“เปล่า”

เสียงตอบเรียบ แต่ปลายเสียงกลับนุ่มลงกว่าทุกครา เขายื่นมือไปแตะกิ่งเหมยกิ่งหนึ่ง ดึงลงมาเบา ๆ กลีบดอกสั่นไหว ก่อนจะเด็ดดอกเหมยสีอ่อนดอกหนึ่งออกมาหลิงอันยังไม่ทันเอ่ยถาม—ปลายนิ้วของเขาก็เอื้อมมาใกล้

“…อย่าขยับ”

นางชะงักตามคำบอกเยี่ยนหยางทัดดอกเหมยไว้ข้างหูของนางอย่างแผ่วเบา นิ้วมือเฉียดผ่านเส้นผมดำสนิท หัวใจของเขากลับเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

“เหมาะ”

เขาพูดสั้น ๆ แต่ชัดเจน

หลิงอันหน้าแดงขึ้นเล็กน้อย

“ฝ่าบาท—”

“อยู่กันสองคน เรียกข้าว่าเยี่ยนหยางเถิด”

น้ำเสียงนั้นอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ต่างจากองค์ชายผู้เย็นชาที่คนทั้งวังกล่าวขาน

หลิงอันเม้มริมฝีปาก ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ

“…เพคะ”

ภาพนั้น—ช่างอ่อนโยนเกินไปและมันก็ไม่พ้นสายตาของใครบางคน

“บังเอิญจริง ๆ”

เสียงหนึ่งดังแทรกเข้ามาองค์ชายเยี่ยนหมิงยืนอยู่ไม่ไกล เสื้อคลุมสีเข้มตัดกับรอยยิ้มที่ดูสุภาพ แต่ดวงตากลับเย็นเฉียบ เยี่ยนหยางขยับตัวมาข้างหน้าหลิงอันโดยอัตโนมัติ เป็นท่าทางปกป้องที่เขาเองก็ไม่รู้ตัวว่าทำไปตั้งแต่เมื่อใด

“พี่ใหญ่”

น้ำเสียงเรียบ แต่แฝงความเย็นเยี่ยนหมิงกวาดตามองดอกเหมยที่ทัดอยู่ข้างหูของหลิงอัน ก่อนจะยิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อย

“ชายาของเจ้าดู… งดงามกว่าที่ลือกันนัก”

หลิงอันก้มศีรษะทำความเคารพตามมารยาท แต่ไม่เอ่ยคำใดสัญชาตญาณบางอย่างบอกนาง—ชายตรงหน้าคืออันตราย

“หากไม่มีธุระ พี่ใหญ่ควรหลีกทาง”

เยี่ยนหยางเอ่ยตรงไปตรงมา ดวงตาคมกริบขึ้นชัดเจนเยี่ยนหมิงหัวเราะเบา ๆ

“แน่นอน ข้าแค่ผ่านมา”

แต่ก่อนจะเดินจากไป เขาเหลือบมองหลิงอันอีกครั้ง ราวกับจะจดจำภาพนั้นไว้ให้ลึกที่สุด

ข่าวเล็กๆ จากสวนดอกเหมย

แพร่กระจายเร็วเกินคาดในอีกมุมหนึ่งของวัง—หญิงสาวผู้หนึ่งฟังคำรายงานจากคนใช้ด้วยสีหน้าประหลาด

“เจ้าว่าอย่างไรนะ… หลิงอันยังมีชีวิตอยู่?”

คนใช้ก้มหน้า

“ข่าวลือเพคะ ไม่รู้รายละเอียด เพียงบอกว่านางอยู่ในวัง… ดูไม่ได้บาดเจ็บ”

หญิงสาวหัวเราะเบาไม่ใช่เสียงดีใจ หากเป็นเสียงสะใจ

“ช่างอึดนัก”

นางเอ่ยพลางยกถ้วยชา

“ไม่ตายก็ดี… จะได้เห็นกับตาว่าชีวิตในวังนี้ ไม่ได้งดงามอย่างที่คิด”

ริมฝีปากยกยิ้มแววตาฉายความพอใจปนริษยาในขณะที่สวนดอกเหมยยังอบอวลด้วยกลิ่นหอมเมล็ดแห่งความอิจฉาและการชิงดีชิงเด่น—ก็เริ่มแตกหน่อเงียบๆ เช่นกัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่23 คืนเข้าหอ

    เสียงกลองพิธีดังขึ้นก้องวังหลวง เช้าวันนี้ ลานพิธีแน่นขนัดไปด้วยขุนนาง ราชวงศ์ และแขกผู้มีเกียรติจากทั่วแคว้น นี่คือวันอภิเษกขององค์ชายทั้งสองก่อนพิธี — คู่เยี่ยนหมิงไป๋เสวี่ยอันยืนอยู่ข้างเยี่ยนหมิง นางแต่งกายสมฐานะพระชายา สีหน้าเรียบแต่แววตามั่นใจ“อีกไม่นาน หม่อมฉันก็จะเป็นชายาของพระองค์อย่างเป็นทางการแล้ว”นางเอ่ยเสียงต่ำ แฝงความหมาย“ต่อไป เราควรช่วยกันวางแผนเรื่องในวังหลังบ้างนะเพคะ”เยี่ยนหมิงปรายตามองนางแววตานั้นเย็นจัด…และคมกริบ“เจ้าอย่าคิดไกลเกินฐานะ”ไป๋เสวี่ยอันชะงัก “หม่อมฉันหมายความว่า—”“เจ้าคือผู้ถูกเลือกเพราะ เหมาะสม ไม่ใช่เพราะข้าต้องการ”เสียงเขาเรียบ แต่คำพูดกลับร้ายกาจ“อย่าสำคัญตัวผิด”ใบหน้าของไป๋เสวี่ยอันซีดลงทันที มือที่ซ่อนในแขนเสื้อกำแน่น“พระองค์ตรัสเช่นนี้…หมายความว่าอย่างไร”เยี่ยนหมิงก้มลงเล็กน้อย กระซิบใกล้หูอย่างไม่เกรงใจ“หมายความว่า ต่อให้เจ้าเป็นชายาของข้า ก็อย่าคิดว่าข้าจะปฏิบัติกับเจ้าเหมือนหญิงที่ข้ารัก”ดวงตาของไป๋เสวี่ยอันสั่นไหว ความไม่พอใจแล่นวาบขึ้นมาทันที“หม่อมฉันไม่ใช่ผู้หญิงไร้ค่า”เสียงนางแข็งขึ้น“พระองค์อย่าลืมว่า หากไม่มีหม่อมฉัน

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่22 ความทรงจำวันวาน

    องค์ชายจันทราก้าวเข้าสู่ห้องทรงงานของจักรพรรดิในยามสาย แสงอาทิตย์ลอดผ่านฉากไม้แกะสลัก สาดลงบนโต๊ะทรงงานที่เต็มไปด้วยฎีกา“ลูกถวายบังคมเสด็จพ่อ”จักรพรรดิเงยหน้าขึ้นจากเอกสาร สีหน้าอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเห็นบุตรชายคนรอง“เข้ามานั่งเถิด วันนี้ไม่มีเรื่องสำคัญ แค่อยากคุยสัพเพเหระ”เยี่ยนหยางรับคำ ก่อนจะนั่งลงอย่างสำรวม บทสนทนาเริ่มต้นด้วยเรื่องทั่วไป—การจัดงานเลือกคู่ ความเรียบร้อยในวัง การศึกชายแดนที่สงบลง เขาตอบไปตามมารยาท แต่สายตากลับเผลอเหลือบไปยังชั้นวางด้านหลังจักรพรรดิ ตรงนั้น…มีกล่องไม้จันทน์ใบหนึ่งเปิดแง้มอยู่และในกล่องนั้น—มี ปิ่นปักผมสีเงินเรียบ ๆ ลายดอกเหมย หัวใจของเยี่ยนหยางกระตุกวูบอย่างไร้เหตุผล จักรพรรดิที่สังเกตเห็นสายตานั้นก็ถอนหายใจเบา ๆ“เจ้าเห็นมันแล้วสินะ”เยี่ยนหยางชะงัก “ปิ่นนั่นคือ…”จักรพรรดิเอื้อมมือไปหยิบปิ่นปักผมนั้นขึ้นมาปลายนิ้วที่เคยเด็ดขาดในสนามการเมือง กลับอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด“ของมารดาเจ้า”คำตอบนั้นทำให้ห้องทั้งห้องเงียบลงเยี่ยนหยางไม่เคยเห็นสิ่งของของมารดามาก่อน ในความทรงจำของตัวละครนี้—นางจากไปเร็วเกินไปไร้คำอธิบาย ไร้พิธีใหญ่โต จักรพรรดิหัวเราะเบา ๆ

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่21 องค์ชายผู้ถูกเลื่องลือ

    ค่ำคืนนั้นลมหนาวพัดแรงกว่าทุกคืน บ้านดินเผาหลังเล็กนอกเมืองหลวง ไฟในเตาหลอมยังไม่ดับช่างหลิวนั่งก้มหน้า ปั้นดินด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย เขารู้สึกไม่ดีเหมือนมีสายตาจับจ้องอยู่ตลอดเวลาเสียง แกรก เบา ๆ ดังจากหลังคามช่างหลิวเงยหน้าหัวใจหล่นวูบมเงาดำร่อนลงอย่างเงียบเชียบมือหนึ่งจับมีด อีกมือกดผ้าปิดหน้า “ถึงเวลาแล้ว”เสียงแหบต่ำดังขึ้น “เจ้าน่าจะรู้ดีว่าเจ้าเคยทำอะไรไว้”ช่างหลิวถอยหลัง ชนชั้นวางเครื่องปั้นแตกกระจาย“ข้า—ข้าไม่ได้ทำอะไร!”เขาร้องเสียงสั่น “ข้าแค่ช่างปั้นธรรมดา!”เงาดำไม่ตอบมีดสะท้อนแสงไฟวาบเดียวแต่ในจังหวะที่คมมีดกำลังจะฟาดลง—ฉึก! เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นประกายไฟกระเด็นเงาดำชะงัก ร่างหนึ่งโผล่จากเงามืดด้านข้างสวมเสื้อผ้าธรรมดา หน้าปิดครึ่งหนึ่ง แต่ดวงตา… เย็นและคมราวจันทราในคืนมืด“ใครอนุญาตให้เจ้าลงมือในพื้นที่ของข้า”มือสังหารถอยเปลี่ยนท่าจู่โจมทันทีการต่อสู้เกิดขึ้นในพื้นที่แคบเสียงดินแตก ไม้หัก ลมหายใจหนักหน่วงปะทะกันมือสังหารฝีมือดีแต่คนตรงหน้าดีกว่า รวดเร็วกว่าเด็ดขาดกว่าและ…ไม่ลังเล ฉึก! มีดปักเข้าลำคอ เลือดสาดเปื้อนพื้นดินเผาร่างเงาดำทรุดลงไร้เสียงสุดท้าย ช่างหลิวนั

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่20 ความจริงที่ปิดบังมานาน

    ลมยามสายพัดผ่านสวนดอกเหมย กลีบสีขาวอมชมพูปลิวโปรยลงมาตามทางเดินหิน เยี่ยนหยางเดินเคียงหลิงอันจังหวะก้าวไม่เร็วไม่ช้า มือหนึ่งถือแขนเสื้อนางไว้เบา ๆ ตามธรรมเนียม เป็นท่าทีที่ไม่ล้ำเส้น แต่ก็ไม่เปิดช่องให้ใครอื่น ขันทีและนางกำนัลที่เดินตามหลัง ต่างลดสายตาลงอย่างรู้หน้าที่ แต่แววตาที่แอบเหลือบมองมาก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้น“ดอกเหมยปีนี้งามมาก”หลิงอันเอ่ยเสียงเบาเยี่ยนหยางยิ้มจาง ๆ “เพราะมีคนชมมันอยู่ข้าง ๆ กระมัง”นางเงียบไปเล็กน้อยแก้มขึ้นสีอ่อน ๆ ยังไม่ทันได้ตอบ เสียงฝีเท้าอีกกลุ่มก็ดังขึ้นจากทางแยกด้านหน้า องค์ชายตะวัน เยี่ยนหมิง เดินเคียงข้างไป๋เสวี่ยอัน สีหน้าทั้งคู่เรียบเฉยตามมารยาท แต่แววตาไม่เป็นมิตรนัก“องค์ชายจันทรา”เยี่ยนหมิงเอ่ยทักก่อน “บังเอิญนัก”เยี่ยนหยางหยุดยืน โค้งคำนับเล็กน้อยอย่างถูกต้องตามฐานันดร“องค์ชายตะวัน”หลิงอันทำความเคารพตามธรรมเนียม ยังไม่ทันจะเอ่ยอะไร—เยี่ยนหมิงกลับก้าวเข้ามาใกล้ สายตามองตรงมาที่หลิงอัน“ชายาหลิงอัน หลังพิธีเมื่อวาน ข้ายังไม่ได้กล่าวแสดงความยินดีอย่างเป็นทางการ”เขายื่นมือออกมาเล็กน้อย ท่าทางคล้ายจะเชื้อเชิญให้เข้าใกล้ แต่ในจังหวะนั้น—เยี่

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่19 คืนแรกหลังพิธีเลือกชายา

    หัวค่ำของวังหลวงเงียบสงบกว่าที่คิด แสงโคมไฟถูกจุดเรียงรายตลอดทางเดิน กลิ่นธูปหอมจาง ๆ ยังหลงเหลือจากพิธีเลือกคู่ที่เพิ่งจบลงไม่นาน หลิงอันเพิ่งกลับมาถึงตำหนักของตน ยังไม่ทันได้ถอดเครื่องประดับ ปิ่นปักผมรูปจันทราที่ปักอยู่บนเส้นผมก็สะท้อนแสงโคมวับไหว เตือนให้นึกถึงเหตุการณ์เมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อน—ช่วงเวลาที่ทั้งลานพิธีเงียบงัน ก่อนเสียงฮือฮาจะดังขึ้นเมื่อองค์ชายจันทราเดินมาหยุดตรงหน้านาง“ยังไม่ถอดอีกหรือ”เสียงทุ้มคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง หลิงอันสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันไปเห็นเยี่ยนหยางยืนพิงกรอบประตู สีหน้าผ่อนคลายกว่าตอนอยู่ในลานพิธีมาก หน้ากากถูกถอดออกแล้ว เหลือเพียงใบหน้าคมงามที่ทำให้นางใจเต้นไม่เป็นจังหวะทุกครั้งที่มอง เมื่อประตูตำหนักปิดลง เมื่อไม่มีคนอื่นอยู่ โลกทั้งใบเหมือนเปลี่ยนไป หลิงอันเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา“เฟิงเหยา… นายมาได้ยังไง”เขาเดินเข้ามาใกล้ ชะลอฝีเท้าราวกับตั้งใจให้ระยะห่างค่อย ๆ หายไป“ก็อยากมาดูแฟนตัวเองไง”คำว่า แฟน ทำเอาหลิงอันหน้าแดงวูบ“อย่าพูดแบบนี้สิ ยังอยู่ในวังนะ”เยี่ยนหยางเลิกคิ้ว ยิ้มมุมปากอย่างคนรู้ทัน“ตอนนี้มีแค่ฉันกับเธอ ไม่ต้องก

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่18 ชีวิตนี้ข้าจะมีชายาเพียงคนเดียว

    ตำหนักของจักรพรรดินีในยามค่ำยังคงเงียบสงบ แต่ความเงียบนี้กลับกดดันราวกับมีเงามืดแผ่ปกคลุม จักรพรรดินีนั่งอยู่หน้าหน้าต่าง มองออกไปยังลานพิธีที่กำลังจัดเตรียมอยู่ไกลลิบ แสงโคมแขวนเรียงรายเป็นแนวยาว ผืนพรมพิธีถูกปูอย่างประณีต ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบ…มากเกินไป“องค์ชายจันทราเคลื่อนไหวบ่อยขึ้นจริง ๆ”นางกล่าวขึ้นเบา ๆ โดยไม่หันกลับมา หัวหน้านางกำนัลก้มศีรษะ“เพคะ ทั้งในวังหน้าและวังหลังต่างเริ่มเอ่ยถึงพระองค์มากขึ้นโดยเฉพาะหลังศึกครั้งล่าสุด”ปลายนิ้วจักรพรรดินีขยับช้า ๆ รอยยิ้มบางปรากฏบนริมฝีปาก แต่ดวงตาเย็นเยียบ“ลูกของสนมผู้นั้น…”นางเอ่ยเสียงแผ่ว“จะหน้าตาอัปลักษณ์เพียงใดกัน”ความทรงจำเก่า ๆ ที่ควรถูกฝังเริ่มขยับตัวอีกครั้ง“วันเลือกคู่ใกล้เข้ามาแล้ว”จักรพรรดินีกล่าวต่อ“พิธีนี้จะเป็นเครื่องเตือนว่า ใครควรอยู่ตรงไหนของวังนี้”---เช้าวันถัดมา ลานพิธีเลือกคู่หลวงถูกจัดเตรียมอย่างยิ่งใหญ่ เสาแดงสูงเรียงราย ม่านไหมสีทองพลิ้วไหวตามสายลม เสียงระฆังจากวัดหลวงดังเป็นจังหวะ สร้างบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ วันนี้ คือ วันเลือกคู่ ขุนนางชั้นสูงและตระกูลใหญ่ทยอยเข้าประจำที่ เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นตั้งแ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status