登入หากคำนวณจากเวลา มันคือวันก่อนหน้ากำหนดการงานแต่งงานของเซิ่งหวยจิ่งกับเวินหลีพอดีเซิ่งหวยจิ่งร่างกายแข็งทื่อ ริมฝีปากสั่นระริกด้วยความหวาดหวั่นถึงขีดสุด“เวิน... เวินหลี...”เวินหลีคลี่ยิ้มบาง ๆ “ยินดีด้วยนะ”เพียงแค่คำสั้น ๆ กลับกรีดลึกลงในหัวใจของเซิ่งหวยจิ่งจนเลือดซิบเขาสั่นสะท้านไปทั้งตัวในวินาทีนี้เขารู้แจ้งเห็นจริงแล้วว่าเขาเป็นคนทำลายทุกอย่างด้วยมือของตัวเอง และมันเป็นไปไม่ได้เลยที่เวินหลีจะกลับมารักเขาอีก“หวยจิ่ง เราไปกันเถอะค่ะ ต้องรีบไปขึ้นเครื่องนะ” ฟู่อวิ๋นชูเข้ามาคล้องแขนเซิ่งหวยจิ่งไว้เวินหลีหันไปมองฟู่อวิ๋นชู“ดูเหมือนเธอจะไม่มีทางถอยหลังกลับแล้วสินะ”ความสงบนิ่งที่ฟู่อวิ๋นชูพยายามเสแสร้งไว้เกือบจะพังทลายลงเวินหลีกระตุกยิ้มที่มุมปาก แล้วย้ำคำเดิมอีกครั้ง “ยินดีด้วยนะ”พูดจบเธอก็หันหลังเดินจากไปทันทีในเมื่อฟู่อวิ๋นชูเลือกที่จะจมดิ่งไปพร้อมกับเขาเอง นั่นก็คือทางที่เธอเลือกเมื่อเลือกแล้วก็ต้องแบกรับผลที่ตามมาทั้งหมดให้ได้เวินหลีเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น เธอไม่อยากให้ลู่เยี่ยนต้องรอนานหลังจากเซิ่งหวยจิ่งและฟู่อวิ๋นชูกลับประเทศไป เวินหลีก็ไม่เคยสนใจข่
ในรูปนั้น เซิ่งหวยจิ่งกำลังโอบกอดฟู่อวิ๋นชูไว้ในอ้อมแขน โดยมีช่างภาพกำลังหามุมเพื่อกดชัตเตอร์เวินหลีพิมพ์ข้อความส่งออกไปอย่างไม่รีบร้อน[รูปนี้ฉันเป็นคนถ่ายเอง และช่างภาพที่มาถ่ายพรีเวดดิ้งให้พวกเขาก็เป็นคนเดียวกับที่ฉันนัดมาเอง][หลังจากนั้น ฟู่อวิ๋นชูยังอุตส่าห์ส่งข้อความมาขอบคุณฉัน บอกว่าต้องขอบคุณฉันแท้ ๆ รูปถึงออกมาสวยขนาดนี้][เซิ่งหวยจิ่ง แน่ใจนะว่าอยากให้ฉันส่งหลักฐานอื่นต่อ?]หน้าต่างสนทนาถูกยุติลงด้วยข้อความสามประโยคนี้พวกที่เคยปากดีประจบสอพลอต่างพากันใบ้กินเหมือนถูกสาปผ่านไปครู่ใหญ่ เซิ่งหวยจิ่งถึงได้ส่งข้อความขึ้นมา[เวินหลีไม่ผิด เป็นผมเองที่ผิดต่อเธอ]เวินหลีมองดูด้วยสายตาเย็นชาการสำนึกผิดที่มาสายเกินไปแบบนี้ ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกสะอิดสะเอียนเธอไม่สนใจปฏิกิริยาของคนอื่นอีกต่อไป แล้วกดออกจากกลุ่มทันที“ช่วยกดออกให้พี่ด้วยสิ ภรรยาไปไหนสามีขอตามไปด้วย”เวินหลีเหลือบมองลู่เยี่ยนแวบหนึ่ง ก่อนจะช่วยกดออกจากกลุ่มในบัญชีของเขาให้ด้วยโทรศัพท์ถูกโยนทิ้งไป และถูกแทนที่ด้วยมือของลู่เยี่ยนเขาสอดประสานนิ้วมือเข้ากับมือของเธอ แววตาเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมสุขความอ
ทว่าคนที่เดินเข้ามา กลับเป็นฟู่อวิ๋นชู“นายฟื้นแล้ว รู้ไหมว่าทำเอาฉันกลัวแทบตาย”ฟู่อวิ๋นชูรีบก้าวเข้ามาหา ร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจแต่พอเธอพยายามจะเอื้อมมือไปกุมมือของเซิ่งหวยจิ่ง กลับถูกเขาสะบัดทิ้งอย่างไม่ไยดี“ทำไมถึงเป็นเธอ?”ฟู่อวิ๋นชูรู้สึกเจ็บแปลบจากสายตาอันเย็นชาของเขา รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ จางหายไป“แล้วนายหวังจะให้ใครมาล่ะ? เวินหลีเหรอ?”“นายเตรียมตัวมาตั้งสามปี อีกนิดเดียวก็จะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นประธานบริหารแล้ว แต่พอเป็นเรื่องของเวินหลี นายกลับทิ้งทุกอย่างไม่ดูดำดูดี”“นายยอมสละทุกอย่างขนาดนี้ แล้วเวินหลีเขายอมลดตัวลงมาคุยกับนายบ้างไหม!”“หุบปาก!”เส้นเลือดที่ขมับของเซิ่งหวยจิ่งปูดโปน “ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ เรื่องมันคงไม่พังพินาศแบบนี้”ฟู่อวิ๋นชูหัวเราะทั้งน้ำตา“เซิ่งหวยจิ่ง นายยังเป็นคนอยู่หรือเปล่า นายเป็นฝ่ายมาอ่อยฉันก่อนแท้ ๆ นายบอกฉันเองว่ากับเวินหลีมันคือความรับผิดชอบ แต่คนที่นายอยากแต่งงานด้วยจริง ๆ คือฉัน!”แต่เซิ่งหวยจิ่งกลับไม่มีท่าทีสะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย“เธอก็ใช่ว่าจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้สักหน่อย ตั้งแต่แรกเธอก็รู้ตัวดีว่าสถานะของเธอคือค
ไม่รู้ว่า เซิ่งหวยจิ่งไปเอารถมาจากไหน ทุกวันที่เวินหลีไปทำงาน เขาจะไปเฝ้าอยู่หน้าบริษัทพอเวินหลีกลับบ้าน รถของเขาก็จะมาจอดค้างคืนอยู่ที่ลานหน้าอาคารอาหารสามมื้อ เซิ่งหวยจิ่งลงมือทำด้วยตัวเองและสั่งคนให้เอามาส่งให้เวินหลี เขาถึงขั้นคำนวณเวลามาอย่างดี เพื่อให้มั่นใจว่าตอนที่ถึงมือเธอ อาหารเหล่านั้นยังคงร้อนกรุ่นอยู่ขนมที่เธอเคยชอบ เซิ่งหวยจิ่งยอมเสียแรงเสียเวลาสั่งคนให้หิ้วมาจากประเทศจีน แล้วแอบเอามาวางไว้ที่หน้าประตูห้องของเธอทว่าทุกอย่างไม่มีข้อยกเว้น เวินหลีรับมันมาแล้วส่งต่อให้คนแปลกหน้าต่อหน้าต่อตาเขาเดี๋ยวนั้นเพียงแค่สัปดาห์เดียว เซิ่งหวยจิ่งก็ซูบผอมลงไปถนัดตา สภาพของเขาดูย่ำแย่จนสังเกตเห็นได้ชัดยามที่สายตาบังเอิญประสานกัน เซิ่งหวยจิ่งขอบตาแดงก่ำ แววตาของเขาเต็มไปด้วยการอ้อนวอนขอความเห็นใจแต่เวินหลีกลับเบือนหน้าหนีอย่างรวดเร็ว ปฏิบัติต่อเขาเหมือนเป็นเพียงคนแปลกหน้าคนหนึ่งเท่านั้นเธอไม่อยากมีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับเซิ่งหวยจิ่งอีก และจะไม่ยอมให้เรื่องของเขามาทำให้ลู่เยี่ยนต้องลำบากใจหิมะแรกเริ่มโปรยปราย อุณหภูมิลดฮวบลงอย่างรวดเร็วลู่เยี่ยนรู้ดีว่าเวินหลีเป็นคนขี้หน
ณ ขณะนี้ เซิ่งหวยจิ่งดูสภาพไม่ต่างอะไรกับสุนัขจนตรอก แต่มันกลับไม่สามารถปลุกปั่นความเวทนาในใจของเวินหลีได้เลยแม้แต่น้อย“ก็อย่างที่คุณคิดนั่นแหละ คุณเองก็น่าจะรู้ตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ?”สิ้นคำนั้น เวินหลีก็ละสายตากลับมาแล้วปิดประตูใส่หน้าเขาทันทีลู่เยี่ยนนั่งรอเธออยู่ที่โต๊ะอาหารเมื่อเวินหลีเดินเข้าไปหา ลู่เยี่ยนก็ส่งตะเกียบให้เธออย่างเป็นธรรมชาติปลายนิ้วของเวินหลีสั่นไหวเล็กน้อย“เมื่อกี้ ทำไมพี่ถึงไม่ยอมออกไปล่ะคะ?”มันไม่ใช่นิสัยของลู่เยี่ยนเลยสักนิดในเมื่อความสัมพันธ์เพิ่งจะชัดเจน เขาน่าจะเป็นฝ่ายรีบออกมาแสดงความเป็นเจ้าของแท้ ๆ ขนาดตอนนี้คนทั้งบริษัทสาขายังรู้กันให้ทั่วว่าที่เขายอมบินมาต่างประเทศ ก็เพื่อเธอคนเดียว“อาหลี พี่เองก็กลัวเป็นเหมือนกันนะ”ลู่เยี่ยนคลี่ยิ้มบาง ๆ “แต่ตอนนี้พี่ไม่กลัวแล้วล่ะ”“...เพราะอะไรคะ?”“อาหลี พี่รู้จักเธอดี เธอไม่ใช่คนที่จะเดินย้อนกลับไปทางเดิม” แววตาของลู่เยี่ยนทอประกายร้อนแรง “พี่พอยอมรับได้ที่ตอนนี้เธออาจจะยังไม่ได้รักพี่มากมายอะไรนัก แต่เธอเป็นคนที่มีความรับผิดชอบ และในวันข้างหน้า เธอจะต้องรักพี่มากกว่าที่เคยรักเขาแน่นอน พี่มี
“อย่ามาเรียกฉันแบบนั้น มันน่าสะอิดสะเอียน!”เซิ่งหวยจิ่งถูกผลักจนเซถลาไปหลายก้าวกว่าจะทรงตัวอยู่ได้ ขอบตาของเขาแดงก่ำขึ้นมาทันที“เรื่องรูปแต่งงานนั่นผมอธิบายคุณไปแล้วไงว่ามันเป็นของปลอม วันนั้นผมก็บอกคุณแล้วว่าผมต้องไปทำงานต่างจังหวัด!”“ผมกับฟู่อวิ๋นชูไม่มีอะไรกันจริง ๆ ผมเห็นเธอเป็นแค่น้องสาว ถ้าคุณไม่ชอบ ผมจะไม่ไปเจอเธออีกเลยก็ได้” “คุณให้คนช่วยกันปิดบังที่อยู่ผม ผมพลิกแผ่นดินหาแทบตายกว่าจะสืบรู้ว่าคุณอยู่ที่นี่ ผมนั่งเครื่องบินมาตั้งสิบชั่วโมงเพื่อมาหาคุณนะ”“เวินหลี ผมขอร้องล่ะ คุณจะทำกับผมแบบนี้ไม่ได้นะ ผมรับไม่ได้จริง ๆ ”น้ำเสียงของเขาสั่นเครือ เต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจอย่างถึงที่สุดเวินหลีเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกคลื่นไส้ตีตื้นขึ้นมาในอก“เซิ่งหวยจิ่ง คุณยังมียางอายอยู่บ้างไหม?”เซิ่งหวยจิ่งมองเธอด้วยสายตาว่างเปล่า“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?””ผมทำผิดตรงไหน? เราคบกันมาตั้งห้าปี กำลังจะแต่งงานกันอยู่แล้วแท้ ๆ ทำไมจู่ ๆ คุณถึงทิ้งผมไปแบบนี้?”เวินหลีมองเขาด้วยสายตาเย็นชาไร้ความรู้สึก“วันงานแต่งงาน คุณทำอะไรไว้ คุณรู้อยู่แก่ใจ”รูม่านตาของเซิ่งหวยจิ่งหดตัววูบ“
“เจ็บ ลู่เยี่ยน ไม่ใช่ตรงนั้น...”“ไม่ใช่สิ เธอต้อง...”“ลู่เยี่ยน ไหนว่าพี่มีแฟนเก่าเยอะไงคะ?”แสงไฟโทนอุ่นสาดสะท้อนให้เห็นหยาดเหงื่อบาง ๆ บนใบหน้าที่กำลังพยายามอดกลั้นของลู่เยี่ยน“ไม่มี มีแค่เธอคนเดียวเท่านั้น”เวินหลีถึงกับอึ้งไปถ้าอย่างนั้น ที่เขาสอนเธอเรื่องวิธีจัดการแฟนเก่านั่นมันคืออะ
ข้อความเหล่านั้น เวินหลีเองก็เห็นทั้งหมดมีข้อความหนึ่งที่ทำให้เธอต้องหยุดอ่านนิ่ง ๆ อยู่ครู่หนึ่ง[เวลาที่ถ่ายรูปแต่งงานมันไม่ตรงกันเลย วันนั้นหวยจิ่งไปทำงานต่างจังหวัด เวินหลีเองก็รู้นี่]ช่างเป็นการใช้คำลวงเพื่อปกปิดคำลวงอีกชั้นหนึ่งนอกจากความรู้สึกสมเพชแล้ว เวินหลีกลับไม่หลงเหลืออารมณ์อื่นใ
เซิ่งหวยจิ่งจ้องมองโทรศัพท์ตาไม่กะพริบ ทว่าจนแล้วจนรอดก็ไม่มีการแจ้งเตือนตอบรับการเป็นเพื่อนจากเวินหลีเสียทีเวินหลีรู้เรื่องเขากับฟู่อวิ๋นชูแล้วงั้นเหรอ?แต่มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน?เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องนี้คือห้องหอที่เขาเตรียมไว้ให้เวินหลีตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถ
ปลายสายพลันเงียบสงัดลงทันทีเวินหลีไม่รอให้เขาได้พ่นคำพูดใดออกมาอีก เธอชิงกดตัดสายทิ้ง“ขอโทษที่ทำให้ต้องมาเห็นเรื่องตลกแบบนี้นะคะ”“ไม่บล็อกเหรอ?”เวินหลีชะงักไปครู่หนึ่งลู่เยี่ยนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยทว่าหนักแน่น “การไม่เหลือความหวังให้แฟนเก่า ก็เท่ากับไม่เหลือภาระให้ตัวเอง” เวินหลีอดไม่







