แชร์

บทที่ 8

ผู้เขียน: พิษบำรุงจิต
เวินหลีปิดหน้าจอโทรศัพท์ลง เธอไม่คิดจะตอบกลับแม้แต่ตัวอักษรเดียว

วันสุดท้ายก่อนถึงกำหนดงานวิวาห์

เวินหลีเดินทางกลับจากเมืองเอเพื่อมาพบกับเฉิงชิวไป๋ เพื่อนสนิทของเธอ

“ขอโทษนะที่ทำให้แกต้องเตรียมตัวตั้งนาน สุดท้ายกลับไม่ได้เป็นเพื่อนเจ้าสาวให้ฉันแล้ว”

“คือฉันกับเซิ่งหวยจิ่ง...”

เธอกำลังจะอธิบาย แต่กลับถูกเฉิงชิวไป๋ดึงเข้าไปกอดแน่น

“แกฝืนทนมามากแล้วใช่ไหม?”

เฉิงชิวไป๋ถามด้วยความสงสาร เพราะรู้ดีว่าเวินหลีรักเซิ่งหวยจิ่งมากเพียงใด หากยังมีหนทางให้ไปต่อแม้เพียงนิด เธอคงไม่ตัดสินใจเด็ดขาดถึงขั้นนี้

ขอบตาของเวินหลีเริ่มร้อนผ่าว เธอถูกเพื่อนสนิทจูงมือพาเข้าบ้าน

ในขณะที่โทรศัพท์ยังคงสั่นเตือนข้อความแสดงความยินดีไม่ขาดสาย

[พี่เซิ่งนี่คลั่งรักจริง ๆ เลยนะ มีสามีดีขนาดนี้ พรุ่งนี้แกต้องเป็นเจ้าสาวที่มีความสุขที่สุดแน่ ๆ เลย]

[ขอให้รักกันนาน ๆ นะ ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร]

[พวกเราตามลุ้นคู่เธอมาตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย ในที่สุดก็มีวันนี้สักที พอเห็นแบบนี้ก็ทำให้เรากลับมาเชื่อในความรักอีกครั้งจริง ๆ เวินหลีต้องมีความสุขตลอดไปแน่ ๆ ]

...

ในบรรดาข้อความเหล่านั้น มีข้อความจากเซิ่งหวยจิ่งรวมอยู่ด้วย

[ที่รัก ผมจะถึงบ้านตอนสองทุ่ม รอผมกลับไปนะ]

ทว่ายังไม่ทันถึงสองทุ่ม ฟู่อวิ๋นชูกลับส่งที่อยู่แห่งหนึ่งมาให้ก่อน

เวินหลีรู้ดีว่านั่นคือคำท้าทายให้เธอไปหา

และพูดตามตรง เธอเองก็อยากจะเห็นด้วยตาตัวเองให้จบ ๆ ไป

เวินหลีตามไปยังที่อยู่นั้น

ประตูห้องรับรองแบบส่วนตัวปิดไม่สนิท ฟู่อวิ๋นชูกำลังจะคว้าแก้วเหล้าขึ้นมาดื่ม แต่เซิ่งหวยจิ่งรั้งเอาไว้

“ก็รู้ว่าตัวเองแพ้แอลกอฮอล์ ยังจะดื้ออีก”

“ไม่ใช่ว่านายต้องรีบกลับไปหาผู้หญิงคนนั้นเหรอ? ไม่ต้องมาสนใจฉันหรอกน่า”

“ชูชู”

เมื่อเห็นน้ำตาที่ร่วงหล่นอย่างไร้เสียงของฟู่อวิ๋นชู น้ำเสียงของเซิ่งหวยจิ่งก็อ่อนระทวยลงทันที

“เด็กดี ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนเธอที่นี่เอง ไม่กลับแล้ว”

เวินหลีหลุบตาลงมองหน้าจอโทรศัพท์ ข้อความอวยพรถูกแทรกด้วยข้อความใหม่จากเขา

[ที่รัก โปรเจกต์ต้องส่งงานด่วน ผมคงต้องเข้าออฟฟิศไปปั่นงานต่อ]

[อดทนเหนื่อยอีกคืนเดียวนะ ผมจะได้ขอลาพักร้อนยาว ๆ ไปอยู่เป็นเพื่อนคุณที่เมืองเอ]

[เพื่อคุณแล้ว ผมอดทนมาได้ตั้งสิบสี่วัน ขอแค่ผ่านวันสุดท้ายนี้ไป ผมก็จะได้แต่งคุณเข้าบ้านอย่างสมเกียรติ]

เวินหลีหลุดยิ้มเยาะออกมาอย่างอดไม่อยู่

ยิ้มให้กับความปลิ้นปล้อนของเขา ที่จนวินาทีสุดท้ายก็ยังอ้างว่าทำทุกอย่างเพื่อเธอ

เซิ่งหวยจิ่งวางโทรศัพท์ลง มองฟู่อวิ๋นชูด้วยแววเอ็นดูรักใคร่ “พอใจหรือยัง?”

ทว่าฟู่อวิ๋นชูกลับส่ายหน้า “พรุ่งนี้นายห้ามไปงานแต่งงาน”

เซิ่งหวยจิ่งนิ่งเงียบไป

“เธอกำลังจะได้ครอบครองนายไปอีกหลายสิบปีต่อจากนี้ แต่สิ่งที่ฉันขอมีเพียงแค่วันสุดท้ายเท่านั้น ให้กันไม่ได้เลยเหรอ?” ฟู่อวิ๋นชูสะอื้นไห้

เนิ่นนานกว่าที่เซิ่งหวยจิ่งจะปริปาก

“ได้สิ”

ฟู่อวิ๋นชูเปลี่ยนจากร้องไห้เป็นยิ้มร่า เธอโผเข้ากอดเขา

และผ่านช่องว่างของประตูนั้นเอง สายตาที่เต็มไปด้วยชัยชนะของเธอก็สบประสานเข้ากับดวงตาของเวินหลีพอดี

แววตาของเวินหลีค่อย ๆ เย็นเยียบลงจนถึงจุดเยือกแข็ง

หากพรุ่งนี้เขาหายตัวไปจากงานแต่งงานโดยไร้สาเหตุ เขาเคยนึกบ้างไหมว่าเธอจะหวาดกลัวและกังวลเพียงใด?

เขาเคยนึกไหมว่าเธอต้องเผชิญหน้ากับครอบครัวและเพื่อนฝูงของเขาอย่างไร?

ไม่ เซิ่งหวยจิ่งรู้ดีทุกอย่าง

แต่เพื่อฟู่อวิ๋นชูแล้ว เขาไม่สนต่อสิ่งใดทั้งสิ้น

แม้กระทั่งการทิ้งความอัปยศอดสูทั้งหมดไว้ให้เธอแบกรับเพียงลำพัง

เดิมทีหลังจากกล่าวลาเฉิงชิวไป๋แล้ว เวินหลีตั้งใจจะส่งข้อความแจ้งทุกคนเรื่องยกเลิกงานแต่งงาน

เพราะความผูกพันตลอดห้าปี เธอจึงอยากรักษาหน้าเขาไว้

แต่ตอนนี้ มันไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป

เวินหลีหันหลังเดินออกมาแล้วขึ้นรถของเฉิงชิวไป๋

“ชิวไป๋ ช่วยอะไรฉันหน่อย”

วันรุ่งขึ้น เวลาสิบนาฬิกา เฉิงชิวไป๋มาส่งเวินหลีที่สนามบินด้วยขอบตาที่แดงก่ำ

ก่อนเครื่องจะขึ้น ข้อความในกลุ่มครอบครัวของเซิ่งหวยจิ่งก็ระเบิดออกมาไม่ขาดสาย

[มือถือหวยจิ่งปิดเครื่อง เกิดอะไรขึ้นน่ะ? เวินหลี พวกเธออยู่ที่ไหนกัน?!]

[แขกเหรื่อมากันครบแล้วนะ เหลือแค่พวกเธอสองคนเนี่ย!]

[เซิ่งหวยจิ่ง งานแต่งจะเริ่มอยู่แล้วนะ หัดมีสติหน่อย อย่าตามใจเวินหลีจนเสียเรื่อง]

[เวินหลี เธอคิดจะทำอะไรของเธอแน่?]

ทุกอย่างเป็นไปตามที่เวินหลีคาดไว้ ครอบครัวและเพื่อน ๆ ของเซิ่งหวยจิ่งไม่เคยชอบเธออยู่แล้ว ในวินาทีนี้เป้าโจมตีทั้งหมดจึงพุ่งมาที่เธอเพียงคนเดียว

เวินหลีกดออกจากกลุ่มทันที จากนั้นเธอก็จัดการบล็อกทุกคนที่มีความเกี่ยวข้องกับเขาจนหมดสิ้น

เธอปิดเครื่อง ขณะที่เครื่องบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

เวินหลีเอนหลังพิงเบาะ หลับตาลงแล้วกระซิบเรียกชื่อเขาในใจเป็นครั้งสุดท้าย

เซิ่งหวยจิ่ง ลาก่อน

และขออย่าได้พบเจอกันอีกเลย

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • จันทร์กระจ่างไร้เงาคนไกล   บทที่ 20

    หากคำนวณจากเวลา มันคือวันก่อนหน้ากำหนดการงานแต่งงานของเซิ่งหวยจิ่งกับเวินหลีพอดีเซิ่งหวยจิ่งร่างกายแข็งทื่อ ริมฝีปากสั่นระริกด้วยความหวาดหวั่นถึงขีดสุด“เวิน... เวินหลี...”เวินหลีคลี่ยิ้มบาง ๆ “ยินดีด้วยนะ”เพียงแค่คำสั้น ๆ กลับกรีดลึกลงในหัวใจของเซิ่งหวยจิ่งจนเลือดซิบเขาสั่นสะท้านไปทั้งตัวในวินาทีนี้เขารู้แจ้งเห็นจริงแล้วว่าเขาเป็นคนทำลายทุกอย่างด้วยมือของตัวเอง และมันเป็นไปไม่ได้เลยที่เวินหลีจะกลับมารักเขาอีก“หวยจิ่ง เราไปกันเถอะค่ะ ต้องรีบไปขึ้นเครื่องนะ” ฟู่อวิ๋นชูเข้ามาคล้องแขนเซิ่งหวยจิ่งไว้เวินหลีหันไปมองฟู่อวิ๋นชู“ดูเหมือนเธอจะไม่มีทางถอยหลังกลับแล้วสินะ”ความสงบนิ่งที่ฟู่อวิ๋นชูพยายามเสแสร้งไว้เกือบจะพังทลายลงเวินหลีกระตุกยิ้มที่มุมปาก แล้วย้ำคำเดิมอีกครั้ง “ยินดีด้วยนะ”พูดจบเธอก็หันหลังเดินจากไปทันทีในเมื่อฟู่อวิ๋นชูเลือกที่จะจมดิ่งไปพร้อมกับเขาเอง นั่นก็คือทางที่เธอเลือกเมื่อเลือกแล้วก็ต้องแบกรับผลที่ตามมาทั้งหมดให้ได้เวินหลีเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น เธอไม่อยากให้ลู่เยี่ยนต้องรอนานหลังจากเซิ่งหวยจิ่งและฟู่อวิ๋นชูกลับประเทศไป เวินหลีก็ไม่เคยสนใจข่

  • จันทร์กระจ่างไร้เงาคนไกล   บทที่ 19

    ในรูปนั้น เซิ่งหวยจิ่งกำลังโอบกอดฟู่อวิ๋นชูไว้ในอ้อมแขน โดยมีช่างภาพกำลังหามุมเพื่อกดชัตเตอร์เวินหลีพิมพ์ข้อความส่งออกไปอย่างไม่รีบร้อน[รูปนี้ฉันเป็นคนถ่ายเอง และช่างภาพที่มาถ่ายพรีเวดดิ้งให้พวกเขาก็เป็นคนเดียวกับที่ฉันนัดมาเอง][หลังจากนั้น ฟู่อวิ๋นชูยังอุตส่าห์ส่งข้อความมาขอบคุณฉัน บอกว่าต้องขอบคุณฉันแท้ ๆ รูปถึงออกมาสวยขนาดนี้][เซิ่งหวยจิ่ง แน่ใจนะว่าอยากให้ฉันส่งหลักฐานอื่นต่อ?]หน้าต่างสนทนาถูกยุติลงด้วยข้อความสามประโยคนี้พวกที่เคยปากดีประจบสอพลอต่างพากันใบ้กินเหมือนถูกสาปผ่านไปครู่ใหญ่ เซิ่งหวยจิ่งถึงได้ส่งข้อความขึ้นมา[เวินหลีไม่ผิด เป็นผมเองที่ผิดต่อเธอ]เวินหลีมองดูด้วยสายตาเย็นชาการสำนึกผิดที่มาสายเกินไปแบบนี้ ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกสะอิดสะเอียนเธอไม่สนใจปฏิกิริยาของคนอื่นอีกต่อไป แล้วกดออกจากกลุ่มทันที“ช่วยกดออกให้พี่ด้วยสิ ภรรยาไปไหนสามีขอตามไปด้วย”เวินหลีเหลือบมองลู่เยี่ยนแวบหนึ่ง ก่อนจะช่วยกดออกจากกลุ่มในบัญชีของเขาให้ด้วยโทรศัพท์ถูกโยนทิ้งไป และถูกแทนที่ด้วยมือของลู่เยี่ยนเขาสอดประสานนิ้วมือเข้ากับมือของเธอ แววตาเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมสุขความอ

  • จันทร์กระจ่างไร้เงาคนไกล   บทที่ 18

    ทว่าคนที่เดินเข้ามา กลับเป็นฟู่อวิ๋นชู“นายฟื้นแล้ว รู้ไหมว่าทำเอาฉันกลัวแทบตาย”ฟู่อวิ๋นชูรีบก้าวเข้ามาหา ร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจแต่พอเธอพยายามจะเอื้อมมือไปกุมมือของเซิ่งหวยจิ่ง กลับถูกเขาสะบัดทิ้งอย่างไม่ไยดี“ทำไมถึงเป็นเธอ?”ฟู่อวิ๋นชูรู้สึกเจ็บแปลบจากสายตาอันเย็นชาของเขา รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ จางหายไป“แล้วนายหวังจะให้ใครมาล่ะ? เวินหลีเหรอ?”“นายเตรียมตัวมาตั้งสามปี อีกนิดเดียวก็จะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นประธานบริหารแล้ว แต่พอเป็นเรื่องของเวินหลี นายกลับทิ้งทุกอย่างไม่ดูดำดูดี”“นายยอมสละทุกอย่างขนาดนี้ แล้วเวินหลีเขายอมลดตัวลงมาคุยกับนายบ้างไหม!”“หุบปาก!”เส้นเลือดที่ขมับของเซิ่งหวยจิ่งปูดโปน “ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ เรื่องมันคงไม่พังพินาศแบบนี้”ฟู่อวิ๋นชูหัวเราะทั้งน้ำตา“เซิ่งหวยจิ่ง นายยังเป็นคนอยู่หรือเปล่า นายเป็นฝ่ายมาอ่อยฉันก่อนแท้ ๆ นายบอกฉันเองว่ากับเวินหลีมันคือความรับผิดชอบ แต่คนที่นายอยากแต่งงานด้วยจริง ๆ คือฉัน!”แต่เซิ่งหวยจิ่งกลับไม่มีท่าทีสะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย“เธอก็ใช่ว่าจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้สักหน่อย ตั้งแต่แรกเธอก็รู้ตัวดีว่าสถานะของเธอคือค

  • จันทร์กระจ่างไร้เงาคนไกล   บทที่ 17

    ไม่รู้ว่า เซิ่งหวยจิ่งไปเอารถมาจากไหน ทุกวันที่เวินหลีไปทำงาน เขาจะไปเฝ้าอยู่หน้าบริษัทพอเวินหลีกลับบ้าน รถของเขาก็จะมาจอดค้างคืนอยู่ที่ลานหน้าอาคารอาหารสามมื้อ เซิ่งหวยจิ่งลงมือทำด้วยตัวเองและสั่งคนให้เอามาส่งให้เวินหลี เขาถึงขั้นคำนวณเวลามาอย่างดี เพื่อให้มั่นใจว่าตอนที่ถึงมือเธอ อาหารเหล่านั้นยังคงร้อนกรุ่นอยู่ขนมที่เธอเคยชอบ เซิ่งหวยจิ่งยอมเสียแรงเสียเวลาสั่งคนให้หิ้วมาจากประเทศจีน แล้วแอบเอามาวางไว้ที่หน้าประตูห้องของเธอทว่าทุกอย่างไม่มีข้อยกเว้น เวินหลีรับมันมาแล้วส่งต่อให้คนแปลกหน้าต่อหน้าต่อตาเขาเดี๋ยวนั้นเพียงแค่สัปดาห์เดียว เซิ่งหวยจิ่งก็ซูบผอมลงไปถนัดตา สภาพของเขาดูย่ำแย่จนสังเกตเห็นได้ชัดยามที่สายตาบังเอิญประสานกัน เซิ่งหวยจิ่งขอบตาแดงก่ำ แววตาของเขาเต็มไปด้วยการอ้อนวอนขอความเห็นใจแต่เวินหลีกลับเบือนหน้าหนีอย่างรวดเร็ว ปฏิบัติต่อเขาเหมือนเป็นเพียงคนแปลกหน้าคนหนึ่งเท่านั้นเธอไม่อยากมีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับเซิ่งหวยจิ่งอีก และจะไม่ยอมให้เรื่องของเขามาทำให้ลู่เยี่ยนต้องลำบากใจหิมะแรกเริ่มโปรยปราย อุณหภูมิลดฮวบลงอย่างรวดเร็วลู่เยี่ยนรู้ดีว่าเวินหลีเป็นคนขี้หน

  • จันทร์กระจ่างไร้เงาคนไกล   บทที่ 16

    ณ ขณะนี้ เซิ่งหวยจิ่งดูสภาพไม่ต่างอะไรกับสุนัขจนตรอก แต่มันกลับไม่สามารถปลุกปั่นความเวทนาในใจของเวินหลีได้เลยแม้แต่น้อย“ก็อย่างที่คุณคิดนั่นแหละ คุณเองก็น่าจะรู้ตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ?”สิ้นคำนั้น เวินหลีก็ละสายตากลับมาแล้วปิดประตูใส่หน้าเขาทันทีลู่เยี่ยนนั่งรอเธออยู่ที่โต๊ะอาหารเมื่อเวินหลีเดินเข้าไปหา ลู่เยี่ยนก็ส่งตะเกียบให้เธออย่างเป็นธรรมชาติปลายนิ้วของเวินหลีสั่นไหวเล็กน้อย“เมื่อกี้ ทำไมพี่ถึงไม่ยอมออกไปล่ะคะ?”มันไม่ใช่นิสัยของลู่เยี่ยนเลยสักนิดในเมื่อความสัมพันธ์เพิ่งจะชัดเจน เขาน่าจะเป็นฝ่ายรีบออกมาแสดงความเป็นเจ้าของแท้ ๆ ขนาดตอนนี้คนทั้งบริษัทสาขายังรู้กันให้ทั่วว่าที่เขายอมบินมาต่างประเทศ ก็เพื่อเธอคนเดียว“อาหลี พี่เองก็กลัวเป็นเหมือนกันนะ”ลู่เยี่ยนคลี่ยิ้มบาง ๆ “แต่ตอนนี้พี่ไม่กลัวแล้วล่ะ”“...เพราะอะไรคะ?”“อาหลี พี่รู้จักเธอดี เธอไม่ใช่คนที่จะเดินย้อนกลับไปทางเดิม” แววตาของลู่เยี่ยนทอประกายร้อนแรง “พี่พอยอมรับได้ที่ตอนนี้เธออาจจะยังไม่ได้รักพี่มากมายอะไรนัก แต่เธอเป็นคนที่มีความรับผิดชอบ และในวันข้างหน้า เธอจะต้องรักพี่มากกว่าที่เคยรักเขาแน่นอน พี่มี

  • จันทร์กระจ่างไร้เงาคนไกล   บทที่ 15

    “อย่ามาเรียกฉันแบบนั้น มันน่าสะอิดสะเอียน!”เซิ่งหวยจิ่งถูกผลักจนเซถลาไปหลายก้าวกว่าจะทรงตัวอยู่ได้ ขอบตาของเขาแดงก่ำขึ้นมาทันที“เรื่องรูปแต่งงานนั่นผมอธิบายคุณไปแล้วไงว่ามันเป็นของปลอม วันนั้นผมก็บอกคุณแล้วว่าผมต้องไปทำงานต่างจังหวัด!”“ผมกับฟู่อวิ๋นชูไม่มีอะไรกันจริง ๆ ผมเห็นเธอเป็นแค่น้องสาว ถ้าคุณไม่ชอบ ผมจะไม่ไปเจอเธออีกเลยก็ได้” “คุณให้คนช่วยกันปิดบังที่อยู่ผม ผมพลิกแผ่นดินหาแทบตายกว่าจะสืบรู้ว่าคุณอยู่ที่นี่ ผมนั่งเครื่องบินมาตั้งสิบชั่วโมงเพื่อมาหาคุณนะ”“เวินหลี ผมขอร้องล่ะ คุณจะทำกับผมแบบนี้ไม่ได้นะ ผมรับไม่ได้จริง ๆ ”น้ำเสียงของเขาสั่นเครือ เต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจอย่างถึงที่สุดเวินหลีเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกคลื่นไส้ตีตื้นขึ้นมาในอก“เซิ่งหวยจิ่ง คุณยังมียางอายอยู่บ้างไหม?”เซิ่งหวยจิ่งมองเธอด้วยสายตาว่างเปล่า“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?””ผมทำผิดตรงไหน? เราคบกันมาตั้งห้าปี กำลังจะแต่งงานกันอยู่แล้วแท้ ๆ ทำไมจู่ ๆ คุณถึงทิ้งผมไปแบบนี้?”เวินหลีมองเขาด้วยสายตาเย็นชาไร้ความรู้สึก“วันงานแต่งงาน คุณทำอะไรไว้ คุณรู้อยู่แก่ใจ”รูม่านตาของเซิ่งหวยจิ่งหดตัววูบ“

  • จันทร์กระจ่างไร้เงาคนไกล   บทที่ 7

    ทว่า เซิ่งหวยจิ่งกลับผิดนัดสองชั่วโมงถัดมา สิ่งที่เวินหลีรอคอยกลับมีเพียงเสียงโทรศัพท์จากเขา“ที่รัก บริษัทส่งตัวผมไปดูงานด่วนที่เมืองเอห้าวัน ผมคงไปหาคุณไม่ได้แล้ว”เมืองที่เซิ่งหวยจิ่งต้องไป คือเมืองเดียวกับที่เวินหลีจองคิวถ่ายรูปแต่งงานเอาไว้พอดี“หรือผมจะลองคุยกับบริษัทดูอีกที เผื่อจะขอเปลี

  • จันทร์กระจ่างไร้เงาคนไกล   บทที่ 6

    “ของขวัญ ขายไปหมดแล้ว”“ส่วนเสื้อผ้า เก็บเข้ากระเป๋าเรียบร้อยแล้ว”ทุกคำที่ออกจากปากเวินหลี ทำให้ใบหน้าของเซิ่งหวยจิ่งซีดเผือดลงไปทุกที“คุณโกรธผมอยู่ใช่ไหม?” เวินหลีเงียบสนิท ไม่ตอบคำถามนั้นเซิ่งหวยจิ่งไล่เปิดตู้ใบอื่น ๆ จนกระทั่งเห็นกระเป๋าเดินทางที่เวินหลีจัดเตรียมไว้จู่ ๆ เขามีท่าทางผ่อ

  • จันทร์กระจ่างไร้เงาคนไกล   บทที่ 2

    เพราะตากฝนมา เวินหลีจึงเริ่มมีอาการหนาวสั่นเล็กน้อยเธอนอนจมอยู่ในห้วงนิทราที่หนักอึ้ง จนล่วงเข้าสู่ช่วงบ่ายถึงได้สติทว่าทันทีที่ก้าวออกจากห้องนอน เธอกลับเห็นเซิ่งหวยจิ่งกำลังใช้ผ้าขนหนูซับผมที่เปียกชื้นให้กับฟู่อวิ๋นชู“โอ๊ย พอเถอะค่ะ ไม่ได้โดนฝนเท่าไหร่เสียหน่อย”“อยู่นิ่ง ๆ ต้องเช็ดให้แห้งสิ

  • จันทร์กระจ่างไร้เงาคนไกล   บทที่ 1

    “สวัสดีค่ะ ฉันอยากจะขอทำเรื่องสมัครโควตาไปปฏิบัติงานต่างประเทศอีกครั้งค่ะ”เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลที่ปลายสายมีน้ำเสียงประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด“ก่อนหน้านี้คุณปฏิเสธไปเพราะจะแต่งงานไม่ใช่เหรอ? ครั้งนี้ต้องไปอย่างน้อยสามปีเชียวนะ คู่หมั้นของคุณรักคุณมากขนาดนั้น เขาจะยอมตัดใจให้คุณไปเหรอ?”“เขาจะตกลงค่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status