Se connecter“อะไรเธอ”
“นี่ๆ พี่เขาหล่อจริงๆ นะ เขามากับพี่พฤกษ์” ชื่อหลังนี้ แป้งไม่อยากจะพูดออกมานัก แต่ก็พยายามมองข้ามไป เพราะอยากจะกรี๊ดเรื่องพี่คนหล่อ
“ทำยังกับไม่เคยเห็นคนหล่อ”
“ก็ใช่น่ะสิ! หล่อขนาดนี้เพิ่งเคยเห็นครั้งแรกแบบตัวเป็นๆ นะ” แป้งยืนยัน น้ำเสียงยังตื่นเต้น “ฉันเห็นปุ๊บ อยากจะออกมากรี๊ดเลย นี่ต้องแอบมาคุยกับเธอเลยนะ อิอิ”
“นี่ยายแป้ง แล้วพี่พฤกษ์ ไม่กินหัวเธอหรือไง ”
“ฉันไม่สนหรอก วันนี้ฉันได้ถ่ายรูปพี่สายฟ้าแล้ว” แป้งออกชื่อพระเอกของเธออย่างภาคภูมิ
“นั่นเพื่อนพี่พฤกษ์ ฉันว่าเธออย่าไปยุ่งกับเขาเลย”
“เอาน่า! ฉันก็แค่ปลื้มคนหล่อ” อีกฝ่ายยังหัวร่อกระซิกๆ ราวกับสาวน้อยเพิ่งพบรักแรก ทำเอาพันดาวเริ่มหมั่นไส้
“นี่ ไม่มีอะไรแล้วใช่ป่ะ ฉันวางนะ ลูกค้ามา”
ฝ่ายรับรีบตัดบท เธอไม่อยากฟังเรื่องของเขาให้ระคายหู แต่ไม่ถึงอีกสิบนาทีต่อมา แม่เพื่อนสาวก็แคปหน้าจอแฟนเพจร้านกาแฟและพิซซ่ามาอวด
“เธอดูในแฟนเพจร้านฉันสิ ลงรูปพี่สายฟ้าไป ไม่ถึงสิบนาที มีคนมากดไลค์เป็นพันเลยอ่ะ”
ท่าทางจะภาคภูมิใจยิ่งกว่าการได้รางวัลร้านค้าห้าดาว จบข้อความนั้น ตามมาด้วยสติกเกอร์กรี๊ดกร๊าดอีกหลายตัว อาการหนักแล้ว
หลังจากดื่มกาแฟหมดไปคนละแก้ว และพิซซ่าเกลี้ยงถาด พฤกษ์ลุกไปเข้าห้องน้ำ ส่วนสายฟ้ายกโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กข้อความ จังหวะที่พฤกษ์เดินกลับเข้ามา ชายหนุ่มผิวขาวตาตี๋แต่งตัวดีอีกคนกำลังเท้าแขนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ เอนตัวเข้าไปคุยกับแป้ง
“นี่พี่สั่งห้าสิบถาดไปเลี้ยงลูกน้องเลยนะ แต่อยากมาเอาเอง เลยมานั่งรอนี่ล่ะ”
น้ำเสียงอ้อนนิดๆ นั้น ทำเอาพฤกษ์มีแววตาวาววับขึ้นชั่วขณะ
“ไปนั่งดื่มกาแฟรอก่อนสิคะ เดี๋ยวน้องจัดการให้”
แม่ค้าหน้าหวานตอบเสียงใส ยิ้มเย็นๆ
“งั้นเอา ชาไทยเย็นให้พี่แก้วหนึ่งนะ”
หนุ่มตี๋ในเสื้อผ้าเรียบหรูยิ้มหวานสำทับ ก่อนผละไปนั่งโต๊ะเล็กๆ ริมหน้าต่าง
พฤกษชะลอฝีเท้า เมื่อฝ่ายนั้นจากไป เขาค่อยเดินเข้ามาใกล้เคาน์เตอร์ ในขณะที่แป้งก้มหน้าคิดราคาพิซซ่า
“อ้อนเก่งดีนะ มิน่าลูกค้าเยอะเชียว” พฤกษ์พูดขึ้นลอยๆ พอให้สาวสวยได้ยิน
“ก็ธรรมดาแหละ สำหรับคนพูดจาดี ใครๆ ก็ย่อมอยากจะใช้บริการ” เสียงใสสวนตอบอย่างรวดเร็วไม่แพ้กัน “ยิ่งแต่งตัวดี รูปหล่อ ร่ำรวย พูดจาเพราะๆ ก็ยิ่งน่าสนใจ”
ยิ่งฟังยิ่งหมั่นไส้ ปลัดหนุ่มทำหน้ายียวน ปรายตามองสาวสวย “อ้อ คงชอบบริการมากสินะ ถึงได้ออดอ้อน คะๆ ขาๆ กับลูกค้าหนุ่มๆ”
“แน่นอนสิ คนน่าบริการ ก็ต้องบริการให้ถึงใจ”
แป้งกระแทกเสียง ก่อนสะบัดหน้าออกจากเคาน์เตอร์ไปนับถาดพิซซ่าให้ครบ ลูกค้ารายใหญ่ แถมยังมาบ่อย ต้องรีบไปเอาใจใส่
ปลัดหนุ่มนึกหงุดหงิดเป็นกำลัง ทีกับเขา แม้จะรู้จักกันตั้งแต่เล็กแต่น้อย เธอกลับทำตัวห่างเหิน เวลาที่เขาเข้าใกล้หล่อนทีไร หล่อนทำทีเหมือนอึดอัดและหาทางหนีหายไปเสียดื้อๆ
แม้ทั้งสองฝ่ายจะพยายามปะทะกันด้วยเสียงค่อนข้างเบา ต่างฝ่ายต่างกัดฟันพูด แต่ท่าทีในการคุย ทำให้สายฟ้าซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกลนัก สนใจในท่าทีทั้งคู่ เห็นที ที่เพื่อนปลัดของเขายังไม่มีแฟนเพราะมัวแต่จะงับรายนี้อยู่กระมัง ช่างเป็นความสัมพันธ์ที่พิเศษนัก!
พฤกษ์กระแทกตัวลงเก้าอี้บุนวมสีน้ำตาลอย่างแรง ทำเอาสายฟ้าหันมาเลิกคิ้วแปลกใจ เขาดูว่า เพื่อนรักอาการหนักพอตัว
“ข้าว่า เขาสวยจริงๆ นะ ก็ไม่แปลกหรอกที่จะมีคนมาจีบเยอะ” สายฟ้าหยั่งเชิง
คนฟังหน้าตึงแทบจะปริ!
“หึงเหรอ ”
“หึ!” คนไม่หึง แค่นเสียงเบาๆ ในลำคอ
ปลัดหนุ่มยักไหล่และเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ตีสีหน้าเคร่งขรึมก่อนจะเอ่ยตอบ “เปล่านี่ ข้าแค่หมั่นไส้เฉยๆ”
“อืม! ชัดเจน” สายฟ้าหมดข้อโต้แย้ง เขาแสร้งพยักหน้าขึ้นลงแรงๆ หลายครั้ง
พฤกษ์ยกน้ำเปล่าขึ้นจิบ รู้สึกอาการรอบตัวร้อนขึ้นเรื่อยๆ หางตาแอบเหลือบไปทางเคาน์เตอร์ ทำให้สายฟ้าอดปรายตามองตามไม่ได้
‘อ๊ะ! นั่น’ ร่างคุ้นตา กำลังยืนเลือกขนมเค้กหน้าตู้ที่อยู่ถัดไปจากเคาน์เตอร์ ผู้หญิงที่ขโมยเสื้อผ้าเขาไปซ่อนตอนอยู่น้ำตก มาปรากฏตัวต่อหน้าต่อหน้า มาคนเดียวซะด้วย
“ใส่กล่องแล้วฝากไว้แป๊บนะคะ ขอไปเข้าห้องน้ำก่อน”
พันดาวสั่งพนักงานอย่างคุ้นเคย นี่คือร้านโปรดของเธอ
“พี่ดาวคะ ห้องน้ำหญิงต้องเดินไปใช้ตรงสร้างใหม่ก่อนนะคะ วันนี้ห้องน้ำเก่าปิดปรับปรุงค่ะ” พนักงานรีบเตือน
“ไกลไหม”
“เลยไปด้านหลัง นิดหน่อยค่ะ เขาสร้างเป็นลานจอดรถเพิ่ม”
พันดาวพยักหน้ารับว่า เข้าใจ
“เอ็งรออยู่นี่ล่ะ เดี๋ยวข้ามา” สายฟ้าสั่งพฤกษ์ก่อนเดินตามออกไป
หญิงสาวเดินทะลุเลยห้องน้ำชาย ผ่านซอกเล็กๆ แนวต้นไม้บังตา มีป้ายบอกทางไปห้องน้ำใหม่
“จะรีบไปไหนล่ะครับ” เสียงห้าวๆ ดังตามหลัง
เธอหันขวับไปมอง เมื่อเห็นหน้าเขา เธอผงะเล็กน้อย ‘มารจริงๆ’
“เข้าส้วม” เสียงเธอห้วนและสะบัด
เขาเดินมาขวาง ด้วยท่ากอดอก กางขาเล็กน้อย รูปร่างสูงโปร่งของเขาค้ำศีรษะเธอไว้พอดี
“หลีกไปคุณ ฉันจะไปเข้าห้องน้ำ”
ทางเดินเล็กๆ ที่ปลูกต้นไม้ขนาบสองข้างนั้น เดินสวนกันได้ครั้งละสองคน และขณะนี้เมื่อเขาจงใจยืนขวาง ก็ไม่กว้างพอที่เธอจะเดินผ่านไปได้
เขาหันมาเผชิญหน้า ยิ้มยียวน ผายมือล้อเลียน
“ก็หลบสิ ใครจะผ่านไปได้แคบแค่นั้น”
เธอทั้งฉุนเฉียวทั้งปวดปัสสาวะจนแทบจะกลั้นไม่ไหวอยู่แล้ว ยังมาเจอคนก่อกวนอีก ความหงุดหงิดจี๊ดขึ้นสมอง!
“ถ้าไม่หลบไปล่ะก็ ฉันเอาจริงล่ะนะ”
คิ้วของแป้งขมวดเข้าหากัน
“ถ้าผมไม่หลบ คุณจะทำอะไรผม”
ชายหนุ่มกอดอก ยักคิ้วหลิ่วตาท้าทาย
“โอ๊ย! ทนไม่ไหวแล้ว!” พันดาวกระทืบเท้าเร่าๆ อาการปวดปัสสาวะเริ่มรุกเร้ารุนแรง
พลั่ก!
เธอผลักผู้ชายที่ยืนตรงหน้าเต็มแรง แล้วพุ่งตรงไปยังห้องน้ำตรงหน้า
สวบ!
สายฟ้าไม่ทันระวัง เขาคาดไม่ถึงว่า เธอจะโถมเข้ามาเต็มแรง จึงเซล้มทับพุ่มไม้ข้างทางแบบหงายทั้งตัว ขาชี้ฟ้า
***************
“ไปรอที่ร้านแป้งเลย ดาวจะตามไปเดี๋ยวนี้” เธอกดอารมณ์โมโหที่เริ่มพุ่งขึ้น มือวางปากกาลง พับเก็บสมุดบัญชี “แบงก์ไปเตรียมรถ”“คุยกันแค่สองกันก็พอ” มิ่งเมืองยืนกราน“สาม” เธอเสียงดังขึ้นกว่าเดิมจนเกือบเป็นตวาด“ตกลง งั้นพี่ไปรอที่นั่น”เมื่อลับร่างของคู่อริ หน้าตาของแบงก์ก็เคร่งเครียด “ผมอยากจะต่อยมันสักหมัด”“ใจเย็นๆ เราต้องหาทางเอาคืนแบบเนียนกว่านั้น ตอนนี้ต้องระวังปัญหาหนี้สินก่อน ถ้าเขาบีบพี่ตอนนี้ พี่จะแก้ปัญหายังไง” หนี้สินที่เป็นหนี้นอกระบบก้อนนี้ หากถูกบีบขึ้นมาจริงๆ ก็ย่อมต้องถูกยึดรีสอร์ตไปอย่างไม่ต้องสงสัย“แล้วลุงนินล่ะ แกจะไม่ช่วยอะไรบ้างหรือไง ”“จะหวังอะไรล่ะ แค่ทิ้งหนี้ไว้ไม่เคยถามสักคำ ก็เกินพอแล้ว” พันดาวนึกถึงตอนที่แม่ยังอยู่ ทั้งสองทะเลาะกันเรื่องปัญหาหนี้บ่อยครั้ง และท้ายที่สุด แม่ก็ขออิสรภาพโดยการแลกกับการแบกหนี้ก้อนนี้เอาไว้แม่ของเธอเป็นคนเก่ง หลังจากหย่าสามี ก็มุ่งมั่นทำงานสารพัดอย่าง การเป็นนายหน้าซื้อขายที่ดินหลายผืนในช่วงเวลานั้น ทำกำไรงาม ทำให้การจ่ายหนี้กับเสี่ยมงคลเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ไม่กี่ปีต่อมา แม่เธอล้มป่วย การรักษาตัวทำให้เงินเก็บที่มีเริ่มหมดไป รวม
“เห็นพี่ฟ้าบอกว่ามาหาดาว ลืมถามเลยค่ะว่าพี่มีธุระอะไรคะ” ‘อ้อ! งั้นต้องยิ่งรันทดกว่าเดิม’ “ช่วงนี้พี่ตกงาน เลยมาถามดาวว่า มีอะไรให้พี่ทำบ้างไหม”พันดาวอึกอัก เธอนึกถึงตอนที่ปฏิเสธพ่อไปว่า รีสอร์ตปันสุขไม่มีเงินจะช่วยว่าจ้างเขาทำงาน เขามาจนถึงที่นี่แล้ว แต่ไม่มีการว่าจ้าง เธอรู้จากเลขาฯ ของพ่อว่า เขาเป็นพวกรับทำงานอิสระ ที่เขาลำบากเพราะงานที่ถูกปฏิเสธนี้ ทำให้เสียเวลา ส่วนหนึ่งก็ถือเป็นความผิดของเธอด้วยสินะ เพราะพ่อไปเรียกเขามาแล้ว แต่ไม่มีเงินจะว่าจ้าง ทำให้เขาต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แถมเสียเวลามารองานอีก“เอ่อ... ดาวมีแค่กิจการเล็กๆ ไม่มีเงินจ้างพี่ฟ้าทำงานแพงๆ หรอกค่ะ”“พี่รับทำงานเล็กๆ ก็ได้นะ พอได้เงินค่าข้าวค่าน้ำ”“ไหวเหรอคะ ค่าแรงน้อยแล้วจะคุ้มพี่ฟ้าไหมล่ะ ” เธอนึกถึงตัวเองในยามลำบาก เงินน้อยนิดก็ต้องอดทนทำงานเพื่อแลกรายได้ ไม่รู้ว่า เขาพลาดงานนี้ เขาจะลำบากแค่ไหน“เอางี้ดีไหม พี่จะทำเว็บไซต์สำหรับขายสินค้าออนไลน์ให้ แล้วเรามาพัฒนาสินค้าใหม่ๆ กัน รายได้เพิ่มขึ้น ดาวจะได้มีเงินมาจ้างพี่” ชายหนุ่มที่นอนตะแคงหน้าบนพื้น แหงนขึ้นมาคุยกับเธอด้วยสายตามีความหวังฟัง
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! “ดาว เป็นไงบ้าง”“พี่ภาเข้ามาสิคะ” เธอวางผ้าห่อน้ำแข็งลงในชามแก้วใบใหญ่ภาวิณีมองดูสายฟ้าที่นอนหลับตาบนโซฟา ห่มผ้าผืนบางจนถึงหน้าอก“ทำแผลแล้ว แต่มีแผลอีกอันที่ขา แล้วก็หัวโนค่ะ พี่ฟ้าปวดหัว ดาวเลยให้กินยาพาราไป”“ถ้าไม่ไหวก็เรียกพี่นะ เผื่อมีอะไรผิดปกติจะได้รีบไปโรงพยาบาล” ภามองสภาพคนเจ็บ และพยาบาลจำเป็นแล้วก็รู้สึกวางใจ เธอยังไม่รู้จักผู้ชายคนนี้มากนัก เลยต้องแวะมาดู เผื่อไม่ชอบมาพากลจะได้ช่วยดาวได้เขาลืมตาขึ้นมองภาวิณี ยิ้มน้อยๆ “ขอบคุณนะครับคุณภา นอนพักสักหน่อยก็น่าจะดีขึ้น”เมื่อเห็นท่าทางไม่มีพิษสงของคนรูปหล่ออย่างร้ายตรงหน้า เธอก็อมยิ้ม “ต้องสังเกตการณ์ดีๆ ค่ะ เผื่อเกิดเลือดคั่งหรือแผลอักเสบขึ้นมา ป้องกันไว้ก่อนดีกว่า”สายตาของญาติผู้น้องและเจ้านายที่มองคนเจ็บ เธอก็รู้สึกตะหงิดๆ ‘อืม! ท่าทางจะเป็นคนของเรานี่ล่ะนะ ที่อยากจะดูแล’“เดี๋ยวพี่ออกไปช่วยเขาจัดการเก็บของก่อนนะ งานเลี้ยงใกล้เลิกแล้ว”“ผมฝากบอกพฤกษ์ด้วยนะครับว่า ผมนอนอยู่ห้องนี้” สายฟ้าเกือบลืมไปเลยว่า เขามากับพฤกษ์“พี่ขอรบกวนนอนสักงีบนะ พอให้หายปวดหัว” เขาส่งสายตารันทดเล็กน้อยให้เจ
สายฟ้านั่งอยู่บนโซฟามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาวาววับในขณะที่เธอก้มลงทำความสะอาดแผล เขาชะโงกหัวลงมาใกล้เธอ รู้สึกว่าช่องว่างน้อยนิดระหว่างเขากับเธอนั้น มันมีอวลไอความอบอุ่นเจือจางอยู่ ท่าทางแบบนี้ของเธอ ทำให้เขาแอบยิ้มหวานกับตัวเอง“เสร็จแล้วค่ะ” พันดาวเงยหน้าขึ้นโป๊ก!“โอ๊ะ!” คนนั่งอยู่ข้างบนโดนหน้าผากเสยปลายคาง“อู้ย!” เจ้าของหน้าผากเจ็บนิดๆ “ขอโทษคะ” เมื่อเงยหน้าเห็นอีกฝ่ายหน้าหงาย พันดาวละล่ำละลักขอโทษส่วนสายฟ้ามึนไปเล็กน้อย “เออ พี่ดูเพลินไปเองล่ะ” เขาเอื้อมมือมาลูบหน้าฝากพันดาวเบาๆ ไปมา “ไม่โนหรอกใช่ไหม ”ใบหน้าของคมสันของหนุ่มแวมไพร์ที่อยู่ใกล้แค่คืบ ทำเอาหญิงสาวใจกระตุก จังหวะนั้นเธอรู้สึกหัวใจเต้นรัวขึ้น หญิงสาวขยับถอยออกมาเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ “ไม่เป็นไรค่ะ โดนนิดเดียว”เขาแอบเห็นแวววูบไหวในสายตาเธอ‘อืม! สัญญาณมา’ มีไม่กี่ครั้งในชีวิตที่เขาคิดจะทำ‘บ้าเอ๊ย นี่เราอาการหนักขนาดต้องใช้แผนนี้เลยนะ’ แผนการที่น้องชายทั้งสองบอกว่า เหมาะกับเราสามคน นั่นคือ แผนชายงามพวกเขาสามพี่น้องโชคดีที่มีรูปร่างสูงโปร่งเหมือนพ่อ ส่วนผสมบนใบหน้ามาจากพ่อนิดเดียวที่เหลือมาจากแม่ ทำให้คม
“ก็เห็นท่าทางสนิทสนมขนาดนั้น ใครจะกล้าเสียมารยาทเดินมาขวาง เผื่อคนรักกันชอบกันจะคุยกัน พี่ก็จะกลายเป็นหมาหัวเน่าน่ะสิ” รอยยิ้มที่ยกขึ้นนิดๆ ตรงมุมปาก ชวนให้คนฟังรู้สึกหมั่นไส้ “ใครบอกล่ะค่ะว่า เป็นคนรักกันชอบกัน” “ก็เพราะไม่รู้นี่ล่ะ ถึงไม่กล้าเข้ามา” ฝ่ายยั่วแสร้งทำเสียงอ่อนลง เหมือนกลัวจะผิดมารยาทนักหนา “หรา ” พันดาวเบ้ปากจนตาหยี เธอนึกอยากจะทุบคนที่นั่งข้างๆ “เกรงใจหรือแอบฟังกันแน่” “พี่ยืนสังเกตการณ์อยู่ตั้ง...นาน...นะ” น้ำเสียงยังยั่วเย้าไม่เลิก “อ๋อ...ถ้ารอดูนานขนาดนั้น ทำไมไม่รอให้เขาฉีกเสื้อฉีกผ้าดาวไปเลยล่ะ ค่อยมาช่วย” เสียงเธอสูงขึ้นบอกอารมณ์ที่เริ่มพุ่ง เมื่อเห็นใบหน้ากลมน่ารักนั้น ออกอาการหงุดหงิดเต็มกำลัง สายฟ้ารีบทำท่าเจี๋ยมเจี้ยม “ก็ใครจะไปคิดว่า เขาจะกระโจนเข้าใส่แบบนี้ล่ะ พี่ก็ตกใจเหมือนกัน” “ดาวตกใจแทบตาย ผลักก็ไม่ได้ ถีบออกก็ไม่ได้” พอนึกถึงช่วงฉุกละหุกหน้าเธอก็ซีดลงเล็กน้อย “ตกใจจนลืมร้องเรียกให้คนช่วยแน่ะ” สายฟ้าขยับเก้าอี้เข้ามาชิดเก้าอี้เธอ เอื้อมมือมาตบเบาๆ ที่ต้นแขน แม้ใจเขาอยากจ
จวนจะเที่ยงคืน บริเวณล็อบบี้มีเพียงพนักงานที่เฝ้าเคาน์เตอร์รอต้อนรับแขกเพียงสองคน “พาเสี่ยไปนั่งตรงโซฟานั่นล่ะ แล้วไปเอาน้ำอุ่นมาเสิร์ฟมาสักแก้ว” “ครับ” มิ่งเมืองเริ่มสร่างเมาเล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่ตัวเองตามจีบมาเนิ่นนาน “ดาวเป็นห่วงพี่เหรอ ” “ดาวก็ห่วงทุกคนที่น่าห่วงล่ะค่ะ เดี๋ยวโทร.ตามคนที่บ้านมารับก็แล้วกันนะคะ ส่วนรถทิ้งไว้นี่ก็ได้ ดาวจะดูแลให้ ต้องรอประกันอีกนาน” ชายหนุ่มเริ่มคอพับลงไปอีก เขาเอนตัวลงพิงพนักโซฟาเต็มแรง “พี่มาตั้งนาน ก็ไม่เห็นดาว” “ดาวทำงานค่ะ ต้องดูแลทุกอย่างให้งานเรียบร้อย” จะบอกได้ยังไงล่ะว่า พยายามเดินหลบอีกฝ่ายตลอดเวลา ชายหนุ่มที่เดินออกจากห้องน้ำด้านหลังล็อบบี้หยุดเท้า เมื่อเห็นเสี้ยวหน้าหญิงสาวที่ชะโงกคุยกับชายหนุ่มที่แทบจะนอนหงายหน้าบนโซฟาเดี่ยวตัวฝั่งตรงข้าม เขามารอรับพฤกษ์กลับ และอยากจะมาคุยธุระส่วนตัวกับเธอด้วย มาถึงได้สักพัก พยายามมองหาก็ไม่เจอ พฤกษ์เองก็กำลังสังสรรค์กับเพื่อนเก่าสมัยมัธยมอย่างสนุกสนาน เขาไม่ได้สนิทสนมกับคนกลุ่มนั้นนัก จึงปลีกออกตัวออกมาเข้าห้อ







