Beranda / โรแมนติก / จาก 2540 ถึงนิรันดร์ / ตอนที่ 9: หยาดเหงื่อบนคอร์ทไม้ และเสียงหมุนโทรศัพท์ตอนเที่ยงคืน

Share

ตอนที่ 9: หยาดเหงื่อบนคอร์ทไม้ และเสียงหมุนโทรศัพท์ตอนเที่ยงคืน

Penulis: Wanderer
last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-26 19:37:19

2 สิงหาคม 2540 (คืนเดียวกัน)

เสียงตะหลิวเหล็กกระทบกระทะเหล็กหล่อดังฉ่า แข่งกับเสียงฝนที่ตกลงมากระทบหลังคาสังกะสี กลิ่นน้ำมันพืชที่ใช้ทอดซ้ำจนเหม็นหืน ผสมกับกลิ่นควันไฟและกลิ่นอับชื้นของท่อระบายน้ำริมถนน คือกลิ่นประจำตัวที่ 'พิม' หรือ พิมชนก คุ้นเคยมาตั้งแต่จำความได้

ร้านข้าวต้มกุ๊ยริมทางรถไฟย่านวงเวียนใหญ่ของครอบครัวเธอ เคยเป็นร้านที่ขายดิบขายดีจนพ่อกับแม่พอจะมีเงินส่งเธอเรียนในโรงเรียนสตรีชื่อดังและสนับสนุนให้เธอเล่นแบดมินตันได้ แต่ตั้งแต่ต้นปี 2540 เป็นต้นมา ทุกอย่างก็พลิกคว่ำคะมำหงาย

พิมในชุดวอร์มของโรงเรียนที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจากการฝึกซ้อมอย่างหนัก เดินลากเท้าเข้ามาทางหลังร้าน แสงไฟนีออนสีขาวกะพริบติดๆ ดับๆ ส่องให้เห็นแผ่นหลังที่ค้อมต่ำของชายวัยกลางคนผู้เป็นพ่อ เขากำลังนั่งยองๆ ล้างจานกองโตอยู่ในกะละมังพลาสติก มือที่เคยแข็งแรงบัดนี้เหี่ยวย่นและเต็มไปด้วยรอยแผลจากการถูกน้ำยาล้างจานกัด

"พ่อคะ... พิมกลับมาแล้ว" พิมเอ่ยเสียงแผ่ว วางกระเป๋าไม้แบดมินตันใบเก่าที่ซิปแตกไปข้างหนึ่งลงบนเก้าอี้พลาสติก

พ่อเงยหน้าขึ้นมามอง รอยยิ้มเหนื่อยล้าปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอย "กลับมาแล้วเหรอลูก วันนี้ซ้อมหนักไหม หิวหรือเปล่า แม่เขาเก็บกับข้าวไว้ให้ในตู้กับข้าวนะ"

"พิมยังไม่ค่อยหิวค่ะ..." พิมตอบ เลี่ยงสายตาไปมองบิลค่าไฟและจดหมายทวงหนี้ที่เสียบกองไว้ตรงซอกกำแพง "วันนี้... คนน้อยอีกแล้วเหรอคะ"

รอยยิ้มของพ่อเจื่อนลงทันที เขาถอนหายใจยาวพลางเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อน "อืม... ตั้งแต่โรงงานทอผ้าท้ายซอยปิดตัวไป พวกคนงานก็ตกงานกันหมด ไม่มีใครมีเงินมากินข้าวนอกบ้านหรอกลูก เอ้อ... พิม... เดือนนี้ ค่าหอพักของศูนย์ฝึกทีมชาติ... พ่ออาจจะจ่ายช้าหน่อยนะลูก พอดีเถ้าแก่เจ้าของที่เขาขอขึ้นค่าเช่าที่น่ะ"

คำพูดของพ่อเหมือนก้อนตะกั่วที่หล่นทับลงกลางใจ พิมรู้ดีว่าคำว่า 'จ่ายช้าหน่อย' ของพ่อ หมายถึงพ่อกับแม่ต้องไปกู้เงินนอกระบบที่ดอกเบี้ยมหาโหดมาหมุนอีกแล้ว วิกฤตต้มยำกุ้งไม่ได้ทำลายแค่นักธุรกิจร้อยล้านพันล้าน แต่มันกำลังบีบคอคนหาเช้ากินค่ำอย่างครอบครัวเธอให้ตายอย่างช้าๆ

"ไม่ต้องหรอกค่ะพ่อ" พิมฝืนยิ้ม พยายามทำเสียงให้เข้มแข็งที่สุด "เดือนหน้าพิมมีแข่งแมตช์ใหญ่ชิงแชมป์เขต ถ้าพิมได้แชมป์ พิมจะได้เงินอัดฉีดจากสปอนเซอร์ก้อนนึง... พิมจะเอามาจ่ายค่าเช่าร้านให้พ่อนะคะ พ่อไม่ต้องไปกู้ที่ไหนแล้วนะ"

"โธ่... พิมลูกพ่อ" พ่อเดินเข้ามาลูบหัวลูกสาวด้วยมือที่เปียกชื้น น้ำตาคลอเบ้า "พ่อขอโทษนะลูก ที่ทำให้หนูต้องมาเหนื่อยแบกรับภาระของบ้านเราแบบนี้ ทั้งที่หนูอายุแค่สิบแปดแท้ๆ..."

"พิมไม่เหนื่อยเลยค่ะพ่อ พิมทำได้"

พิมตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แต่ทันทีที่เธอหันหลังเดินขึ้นบันไดไม้แคบๆ เพื่อกลับห้องพักส่วนตัว หยดน้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้ก็ร่วงเผาะลงมาบนหลังมือ

เด็กสาวปิดประตูห้องลงกลอน ทิ้งตัวลงนั่งบนฟูกนอนเก่าๆ ที่ปูราบไปกับพื้น เธอหอบหายใจลึก พยายามกลืนก้อนสะอื้นลงคอ ทั่วทั้งร่างกายของเธอปวดร้าวไปถึงกระดูกจากการกระโดดตบลูกขนไก่นับพันครั้งในวันนี้

ภาพของ 'รินรดา' เด็กสาวคุณหนูต่างโรงเรียนที่บุกมาขอใช้คอร์ทซ้อมเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน แวบเข้ามาในหัว

พิมจำแววตาของรินได้ดี... มันเป็นแววตาของคนที่รักแบดมินตันอย่างบริสุทธิ์ใจ แววตาที่เต็มไปด้วยความฝัน ความสนุกสนาน และความมุ่งมั่นโดยไม่มีเรื่องเงินทองเข้ามาเจือปน

พิมไม่ได้เกลียดรินเลย... ตรงกันข้าม เธออิจฉารินเหลือเกิน อิจฉาที่รินสามารถเล่นแบดมินตันเพื่อ 'ความฝัน' ได้ ในขณะที่เธอต้องเล่นเพื่อ 'ความอยู่รอด'

ตอนที่เธอพูดจาทำร้ายจิตใจรินวันนั้น มันไม่ใช่เพราะเธอหยิ่งผยอง แต่เป็นเพราะการเห็นรินที่วิ่งไล่ตามความฝันอย่างสดใส มันสะท้อนให้เห็นถึงความดำมืดและแรงกดดันในชีวิตของเธอเอง พิมต้องสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาปกป้องตัวเอง เพราะถ้าเธออ่อนแอ ถ้าเธอใจดี โลกที่แสนโหดร้ายใบนี้ก็จะเหยียบย่ำครอบครัวเธอจนจมดิน

หยดเลือดสีแดงสดหยดลงบนหลังมือที่สั่นเทา พิมยกมือขึ้นแตะจมูก เลือดกำเดากำลังไหลออกมาจากโพรงจมูกของเธอ มันเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายที่ถูกใช้งานอย่างหนักหน่วงจนเกินขีดจำกัด เด็กสาวรีบคว้ากระดาษทิชชูมาอุดจมูกเอาไว้ เอนหลังพิงกำแพงห้องที่สีลอกร่อน ปล่อยให้น้ำตาและเลือดกำเดาไหลผสมกันเงียบๆ ท่ามกลางเสียงพายุฝนด้านนอก

ในโลกแห่งความเป็นจริง เธอคือ 'พิมชนก' ไอดอลดาวรุ่งผู้เย่อหยิ่งและเย็นชา ผู้ไม่มีวันก้มหัวให้ใคร และไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะร้องไห้เสียงดัง

...

เวลาเที่ยงคืนสิบห้านาที

หลังจากอาบน้ำและจัดการกับเลือดกำเดาจนหยุดไหล พิมเดินมานั่งลงหน้าโต๊ะคอมพิวเตอร์พีซีสีขาวหม่นๆ จอนูนเครื่องใหญ่ที่โรงเรียนเก่าเคยบริจาคให้ มันเป็นสมบัติที่มีค่าที่สุดในห้องนี้

นิ้วเรียวเล็กเอื้อมไปเปิดสวิตช์ เสียงพัดลมระบายความร้อนดังหึ่งๆ พิมหยิบสายโทรศัพท์บ้านมาเสียบเข้ากับช่องโมเด็ม 56k ด้านหลังเครื่อง ก่อนจะคลิกไอคอนรูปโทรศัพท์บนหน้าจอ Windows 95

ตื๊ดดด... ติ๊ดๆๆ... ตื่อออ... แคร่กๆๆๆ ซ่าาาา...

เสียงสัญญาณโทรศัพท์หมุนเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ดังหนวกหู เป็นเสียงที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี มันคือเสียงที่บ่งบอกว่า ประตูสู่ 'โลกอีกใบ' กำลังจะถูกเปิดออก

เมื่อสัญลักษณ์คอมพิวเตอร์สองเครื่องกะพริบเชื่อมต่อกันที่มุมขวาล่าง พิมก็รีบดับเบิลคลิกเปิดโปรแกรม Pirch98 ขึ้นมาทันที หน้าต่างสีขาวเรียบๆ ปรากฏขึ้น เธอพิมพ์ชื่อนามแฝง ลงไปในช่องอย่างคุ้นเคย

Nickname: หยาดเหงื่อบนคอร์ทไม้

พิมเลือกกดเข้าไปในห้องแชทแชนเนล #Sports_Thailand ห้องแชทที่รวบรวมคนบ้ากีฬาเอาไว้ ในยามวิกาลแบบนี้ คนในห้องมีไม่ถึงสิบคน แต่เป้าหมายของพิมมีเพียงคนเดียวเท่านั้น

เธอเลื่อนเมาส์ไปที่รายชื่อ User ด้านขวามือ และหัวใจที่แห้งผากของเธอก็ชุ่มชื้นขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นจุดสีเขียวสว่างวาบอยู่หน้านามแฝงที่เธอรอคอย

User: ลูกขนไก่ปีกหัก กำลังออนไลน์

พิมไม่รอช้า รีบกดดับเบิลคลิกเพื่อเปิดหน้าต่าง Private Chat (ห้องคุยส่วนตัว) ทันที

(Private Chat)

หยาดเหงื่อบนคอร์ทไม้: ยังไม่นอนอีกเหรอ พรุ่งนี้ไม่มีซ้อมหรือไง?

รอเพียงไม่กี่วินาที ตัวหนังสือสีดำก็เด้งตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว

ลูกขนไก่ปีกหัก: นอนไม่หลับอ่ะ! มัวแต่นั่งแค้นผู้จัดการหน้าตายอยู่! วันนี้เพื่อนฉันไปป่วนที่ร้านวิดีโอ หมอนั่นแกล้งพูดกวนประสาทฉันต่อหน้าเพื่อน จนฉันโดนล้อว่าเป็นพวกบ้าอำนาจหลอกใช้แรงงานคนอื่นเลยนะ!

พิมเผลอหลุดขยับยิ้มบางๆ ออกมา เรื่องราวบ่นขิงบ่นข่าของ 'ลูกขนไก่ปีกหัก' เกี่ยวกับผู้จัดการร้านเช่าวิดีโอหน้าตายคนนั้น เป็นซีรีส์เรื่องยาวที่พิมได้อ่านแทบทุกคืน มันเป็นเรื่องตลกไร้สาระที่ช่วยเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำของเธอได้อย่างประหลาด

หยาดเหงื่อบนคอร์ทไม้: ก็เธอไปบังคับเขามาเป็นผู้จัดการส่วนตัวโดยไม่จ่ายเงินเดือนจริงๆ นี่นา จะโดนเขาประชดเอาบ้างก็ไม่แปลกหรอก (หัวเราะ)

ลูกขนไก่ปีกหัก: นี่เธอเข้าข้างหมอนั่นเหรอ! เราเป็นเพื่อนกันนะ! แต่จะว่าไป... ถึงหมอนั่นจะชอบทำหน้าตายและพูดจาไม่เข้าหู แต่เวลาที่ฉันท้อ หรือเวลาที่ฉันต้องการใครสักคน เขาจะโผล่มาช่วยฉันไว้เสมอเลยล่ะ... วันก่อนเขายังช่วยหาข้อมูลคัดตัวสโมสรให้ฉันด้วยนะ

พิมอ่านข้อความนั้นแล้วนิ่งไปชั่วขณะ แววตาของเธอหม่นลงเล็กน้อย

หยาดเหงื่อบนคอร์ทไม้: ดีจังเลยนะ... ที่เธอมีพื้นที่ปลอดภัยให้พักพิง มีคนที่คอยปกป้องความฝันของเธออยู่ข้างๆ

ที่ปลายทางอีกฝั่งหนึ่งของหน้าจอ... ภายในห้องนอนสีพาสเทลที่บ้านหลังใหญ่ รินรดา ในชุดนอนลายการ์ตูนกำลังนั่งพิมพ์คีย์บอร์ดอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ รินสัมผัสได้ถึงความเศร้าที่แฝงมากับตัวอักษรของเพื่อนนิรนามคนนี้

รินไม่รู้เลยว่า 'หยาดเหงื่อบนคอร์ทไม้' คือใคร รู้แค่ว่าเป็นนักแบดมินตันรุ่นราวคราวเดียวกันที่บังเอิญคุยกันถูกคอในห้องแชท

เมื่อเดือนก่อน พวกเธอไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยรู้ชื่อจริง แต่กลับแลกเปลี่ยนความลับและความรู้สึกกันได้อย่างหมดเปลือก

ลูกขนไก่ปีกหัก: วันนี้เธอซ้อมหนักอีกแล้วใช่ไหม? เลือดกำเดาไหลอีกหรือเปล่า?

หยาดเหงื่อบนคอร์ทไม้: อืม... ไหลนิดหน่อย แต่หยุดแล้วล่ะ ช่วงนี้ฉันเครียดนิดหน่อยน่ะ เดือนหน้ามีการแข่งชิงแชมป์เขต ถ้าฉันพลาด... ครอบครัวฉันอาจจะไม่มีที่ซุกหัวนอน

รินเบิกตากว้างเมื่ออ่านประโยคนั้น เธอรู้สึกจุกในอก วิกฤตเศรษฐกิจมันทำร้ายคนรุนแรงขนาดนี้เลยเหรอ เธอพิมพ์ตอบกลับไปด้วยความรวดเร็ว

ลูกขนไก่ปีกหัก: อย่ากดดันตัวเองขนาดนั้นสิ! เธอเก่งจะตาย เธอเป็นนักแบดมินตันที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่ฉันเคยรู้จัก (ผ่านหน้าจอ) เลยนะ! วันแข่งชิงแชมป์เขต ฉันก็จะลงแข่งเหมือนกัน... ถ้าเราบังเอิญได้เจอกันในสนาม ฉันจะตะโกนเชียร์เธอให้ดังทะลุคอร์ทไปเลย!

พิมที่นั่งอ่านข้อความอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เก่าๆ ปล่อยให้น้ำตาอุ่นๆ ไหลรินลงมาอาบแก้มอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่น้ำตาแห่งความอัดอั้นตันใจเหมือนเมื่อตอนหัวค่ำ แต่มันเป็นน้ำตาแห่งความตื้นตันใจ พลางคิดในใจต่อข้อความของ ลูกขนไก่ปีกหัก อย่างเอ็นดู ’เธอจะรู้ได้ยังไง ว่าฉันคือใคร และใครคือเธอ‘

ในโลกความเป็นจริง... รินรดา คือคู่แข่งที่พิมต้องเหยียบขึ้นไปเพื่อเอาชีวิตรอด

แต่ในโลกหลังแป้นพิมพ์... รินรดา (ในนามลูกขนไก่ปีกหัก) คือเพื่อนแท้เพียงคนเดียวที่คอยโอบกอดและเยียวยาหัวใจที่แตกสลายของเธอเอาไว้

หยาดเหงื่อบนคอร์ทไม้: ขอบใจนะ... ปีกหัก คำพูดของเธอช่วยฉันได้มากจริงๆ ถ้าวันแข่งเราเจอกัน ฉันก็จะสู้ให้เต็มที่เหมือนกัน... สัญญาเลย

ลูกขนไก่ปีกหัก: สัญญานะ! อ๊ะ... แม่ฉันมาเคาะประตูห้องแล้ว ต้องถอดสายเน็ตคืนแล้วล่ะ ฝันดีนะหยาดเหงื่อ! สู้ๆ!

หยาดเหงื่อบนคอร์ทไม้: ฝันดีจ้ะ ลูกขนไก่ปีกหัก

พิมกดยกเลิกการเชื่อมต่อ เสียงสัญญาณโมเด็มตัดขาดลง หน้าจอคอมพิวเตอร์กลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง

เด็กสาววัยสิบแปดปีปิดหน้าจอ ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่หน้าต่างห้องพัก เธอมองออกไปดูสายฝนที่เริ่มซาลงแล้ว พายุในใจของเธอสงบลงได้ชั่วคราวด้วยถ้อยคำของเพื่อนแปลกหน้า

"รินรดา..." พิมพึมพำชื่อของเด็กสาวท่าทางคุณหนูเอาแต่ใจคนนั้นเบาๆ "ในการแข่งเดือนหน้า... ถ้าเราต้องเจอกัน ฉันจะไม่ยอมแพ้เธอเด็ดขาด ฉันจะสู้ด้วยทุกอย่างที่ฉันมี... เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า หยาดเหงื่อของฉัน มันมีค่าพอที่จะแบกรับความหวังของครอบครัว"

แม้โชคชะตาจะเล่นตลกให้พวกเธอต้องกลายเป็นศัตรูกันในโลกแห่งแสงสว่าง แต่ในมุมมืดของวิกฤตเศรษฐกิจ มิตรภาพไร้หน้าตานี้ จะกลายเป็นรากฐานสำคัญที่รอวันผลิบานเป็นความผูกพันอันยิ่งใหญ่... ในวันที่พวกเธอทั้งสองได้รู้ความจริง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จาก 2540 ถึงนิรันดร์   ตอนที่ 23: หยาดเหงื่อหยดที่ห้าสิบ และหมูกระทะเยียวยาใจ

    1 ตุลาคม 2540 (ช่วงบ่าย)ร่างเล็กๆ ของรินรดาลอยขนานไปกับพื้นคอร์ทยางสังเคราะห์ แขนขวาที่กำไม้แบดมินตันเหยียดออกไปจนสุดช่วงแขน สายตาของเธอจับจ้องอยู่ที่ลูกขนไก่ที่พุ่งทะยานแหวกอากาศลงมาดั่งมัจจุราชถ้าลูกนี้ตกพื้น... ทุกอย่างที่พยายามมาจะสูญเปล่าทั้งหมด!ป๊อก!!ปลายหน้าไม้ที่พันด้วยกริปเทปสีเหลืองสดใส ช้อนเข้าที่หัวจุกก๊อกของลูกขนไก่ก่อนที่มันจะสัมผัสพื้นเพียงไม่กี่มิลลิเมตร! ลูกพลาสติกสีขาวถูกงัดให้ลอยโด่งข้ามตาข่ายกลับไปตกถึงท้ายคอร์ทฝั่งตรงข้าม รินไถลตัวไปกับพื้นจนเกิดรอยไหม้จางๆ ที่หัวเข่า แต่เธอก็ใช้มือซ้ายยันพื้นสปริงตัวลุกขึ้นยืนในพริบตา"สี่สิบ!"เสียงขานจำนวนลูกของโค้ชดนัยดังก้อง ยิมเนเซียมที่เคยมีเสียงซุบซิบนินทา บัดนี้เงียบกริบจนได้ยินเพียงเสียงหอบหายใจของเด็กสาวที่ยืนอยู่กลางคอร์ท นักกีฬาสตรีศรีพัฒนาที่นั่งล้อมวงดูอยู่ เริ่มเผลอกลั้นหายใจและลุ้นไปกับความอึดของเด็กสาวไร้สังกัดคนนี้อย่างลืมตัว"อีกสิบลูก! อย่าช้า!" โค้ชดนัยให้สัญญาณรุ่นพี่ทั้งสองคนเปิดฉากบุกต่อทันที"สี่สิบเอ็ด!""สี่สิบสอง!"สิบลูกสุดท้ายคือนรกบนดินอย่างแท้จริง ขาทั้งสองข้างของรินหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยหิน

  • จาก 2540 ถึงนิรันดร์   ตอนที่ 22: กระดาษคำตอบ และด่านทดสอบรับน้องใหม่

    1 ตุลาคม 2540เสียงเข็มวินาทีของนาฬิกาแขวนผนังในห้องพักครูฝ่ายวิชาการ โรงเรียนสตรีศรีพัฒนา ดังก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของรินรดา มันดังแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นกระหน่ำจนแทบจะทะลุออกมานอกอกเด็กสาวในชุดนักเรียนโรงเรียนเดิม นั่งตัวเกร็งอยู่บนเก้าอี้บุนวมฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานของหัวหน้าฝ่ายวิชาการ สองมือกำกระโปรงสีกรมท่าของตัวเองแน่นจนชื้นเหงื่อ วันนี้คือวันฟังผลสอบวัดระดับ... การสอบที่เธอใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ ขลุกตัวอยู่ในร้านเช่าวิดีโอ ท่องศัพท์และแก้สมการจนดึกดื่น โดยมี 'ติวเตอร์หน้าตาย' คอยเอาไม้บรรทัดเคาะโต๊ะเวลาเธอสัปหงก"รินรดา..." ครูวัยกลางคนสวมแว่นตาทรงตาแมวขยับกระดาษคำตอบสองแผ่นในมือ ทอดสายตามองเด็กสาวผ่านเลนส์หนาเตอะ "เธอรู้ใช่ไหมว่าเกณฑ์การรับย้ายกลางเทอมของเราคือ 80% สำหรับวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ... ซึ่งมันสูงมากสำหรับนักเรียนที่ไม่ได้เรียนกวดวิชามาโดยตรง""ท... ทราบค่ะอาจารย์" รินตอบเสียงสั่นครูฝ่ายวิชาการถอนหายใจยาว ก่อนจะเลื่อนกระดาษใบแจ้งผลคะแนนสีขาวมาตรงหน้าเธอรินกลั้นหายใจ หลับตาปี๋ไปชั่ววินาที ก่อนจะค่อยๆ หรี่ตาลงมองตัวเลขที่ถูกเขียนด้วยหมึกสีน้ำเงินในช่องคะแนน

  • จาก 2540 ถึงนิรันดร์   ตอนที่ 21: ถ้ำเสือสตรีศรีพัฒนา และติวเตอร์หน้าตาย

    23 กันยายน 2540ประตูเหล็กดัดสีทองสลักชื่อ 'โรงเรียนสตรีศรีพัฒนา' สูงตระหง่านอยู่ตรงหน้า รินรดาในชุดนักเรียนโรงเรียนเดิมยืนกำสายกระเป๋าจาคอปแน่น เธอเงยหน้ามองยอดโดมของอาคารเรียนสถาปัตยกรรมยุโรปที่ดูโอ่อ่าและหรูหราสมกับเป็นโรงเรียนสตรีอันดับต้นๆ ของประเทศเด็กสาวสูดลมหายใจเข้าลึก เรียกความกล้าทั้งหมดที่มี แล้วก้าวเท้าเดินผ่านป้อมยามเข้าไป จุดหมายของเธอไม่ใช่ห้องธุรการ แต่เป็นอาคารยิมเนเซียมปรับอากาศขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านหลังโรงเรียน ซึ่งเป็นฐานทัพของทีมแบดมินตันที่แข็งแกร่งที่สุดในเขตนี้เมื่อผลักประตูกระจกเข้าไป ความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศและเสียงฝรองเท้าเอี๊ยดอ๊าดก็ปะทะเข้ากับประสาทสัมผัส รินกวาดสายตามองคอร์ทยางสังเคราะห์สี่สนามที่เรียงรายอยู่เบื้องหน้า นักกีฬาหญิงในชุดเสื้อขาวขลิบทองกำลังฝึกซ้อมกันอย่างขะมักเขม้น โชคดีที่วันนี้ 'พิมชนก' น่าจะไปรายงานตัวที่แคมป์ทีมชาติ รินจึงไม่ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจตั้งแต่ก้าวแรก"หนู... มาหาใคร"เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจดังขึ้นจากด้านข้าง รินหันขวับไปมอง ก็พบกับชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ สวมชุดวอร์มเต็มยศและมีนกหวีดคล้องคอ... 'โค้ชดนัย' หัว

  • จาก 2540 ถึงนิรันดร์   ตอนที่ 20: สมุดพกสีแดง และเป้าหมายที่ชื่อ 'สตรีศรีพัฒนา'

    22 กันยายน 2540เสียงฝนตกกระทบหลังคากระเบื้องของบ้านเดี่ยวสองชั้นในหมู่บ้านจัดสรรย่านชานเมือง ดังก้องแข่งกับเสียงข่าวเศรษฐกิจภาคค่ำจากโทรทัศน์จอแก้วรินรดาในชุดนักเรียนที่ยับยู่ยี่และชุ่มไปด้วยเหงื่อจากการฝึกซ้อมในแคมป์ทีมชาติวันแรก ค่อยๆ บิดลูกบิดประตูบ้านอย่างระมัดระวังที่สุด เธอพยายามย่องปลายเท้าให้เบาหวิวเหมือนแมว หวังจะลอบขึ้นบันไดไปอาบน้ำโดยไม่ให้ใครเห็นทว่า... แสงไฟจากโคมไฟระย้ากลางห้องนั่งเล่นที่สว่างจ้า และร่างของผู้เป็นแม่ที่นั่งกอดอกอยู่บนโซฟาหนังสีน้ำตาล ก็ดับฝันของเธอลงทันที"ไปไหนมา รินรดา"น้ำเสียงของแม่ราบเรียบแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุก บนโต๊ะกระจกหน้าโซฟามี 'สมุดพก' สีแดงของโรงเรียนวางหลาอยู่ พร้อมกับจดหมายแจ้งเตือนจากฝ่ายวิชาการรินสะดุ้งสุดตัว รีบซ่อนกระเป๋าไม้แบดมินตันไว้ด้านหลัง "เอ่อ... รินไปทำรายงานบ้านแพรวมาค่ะแม่ ฝนตกหนัก รถก็เลยติด...""รายงานวิชาอะไรล่ะ ที่ต้องใช้ไม้แบดมินตันกับรองเท้าผ้าใบน่ะ" แม่สวนกลับทันควัน ดวงตาของผู้ผ่านโลกมามากกว่าฉายแววดุดัน "เมื่อเย็นแม่โทรไปหาแม่ของแพรว เขาบอกว่าแพรวกลับมาถึงบ้านตั้งแต่สี่โมงเย็นแล้ว... เลิกโกหกแม่ได้แล้วริน!"แม่หยิ

  • จาก 2540 ถึงนิรันดร์   ตอนที่ 19: ยางสังเคราะห์ที่เย็นเฉียบ และเลนส์กล้องที่ถูกปัดฝุ่น

    20 กันยายน 2540แสงสว่างจ้าจากสปอตไลต์นับสิบดวงบนเพดานยิมเนเซียมของศูนย์ฝึกแบดมินตันแห่งชาติ ส่องกระทบพื้นคอร์ทยางสังเคราะห์สีเขียวเข้มจนขึ้นเงา เครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ส่งเสียงครางกระหึ่ม พ่นลมเย็นเฉียบออกมาจนอุณหภูมิภายในห้องลดต่ำลงอย่างน่าขนลุก มันช่างแตกต่างจากความอบอ้าวและฝุ่นควันของลานปูนใต้ทางด่วนราวกับอยู่คนละโลกแต่สำหรับรินรดา... ความหนาวเหน็บที่แท้จริง ไม่ได้มาจากเครื่องปรับอากาศ แต่มาจากบรรยากาศรอบตัวต่างหาก"รินรดา! สปีดเท้าช้าไปแล้ว! ลูกฟีดเซ็ตนี้เพิ่งจะลูกที่ห้าสิบเองนะ! ถ้าหมดแรงแค่นี้จะไปสู้กับพวกจีนพวกอินโดฯ ได้ยังไง!"เสียงตวาดก้องของโค้ชทีมชาติชุดเยาวชนดังทะลุเสียงหวดลูกขนไก่ รินสกัดกลั้นความเหนื่อยล้า กัดฟันสปริงข้อเท้าพุ่งตัวไปรับลูกที่โค้ชรัวฟีด (ป้อนลูก) ข้ามเน็ตมาอย่างต่อเนื่องไม่หยุดพักป๊อก! ป๊อก! ป๊อก! ลูกขนไก่นับร้อยลูกเกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้นฝั่งของเธอ เหงื่อเม็ดโป้งไหลเข้าตาจนแสบไปหมด ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว แคมป์เยาวชนทีมชาติไม่ใช่ที่สำหรับเด็กเล่นขายของ ที่นี่รวบรวมแต่หัวกะทิจากทั่วประเทศ ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือการเบียดแย่งโควตาต

  • จาก 2540 ถึงนิรันดร์   ตอนที่ 18: จดหมายเชิญเข้าแคมป์ และความเงียบในร้านเช่าวิดีโอ

    15 กันยายน 2540สองสัปดาห์ผ่านไปนับตั้งแต่วันที่รินรดาคว้าแชมป์เขตท่ามกลางพายุคำวิจารณ์ ข่าวคราวหน้าหนังสือพิมพ์ค่อยๆ ซาลงไปตามกาลเวลา ถูกแทนที่ด้วยข่าวเศรษฐกิจที่บริษัทไฟแนนซ์ถูกสั่งปิดเพิ่มอีกหลายสิบแห่ง ชีวิตของเด็กมัธยมปลายวัยสิบแปดปีกลับเข้าสู่ความสงบ (ที่เจือด้วยความวุ่นวายของแก๊งเพื่อน) อีกครั้งแต่ในบ่ายวันศุกร์นี้ มีบางอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป"รินรดา นั่งลงก่อนสิ"โค้ชชัย โค้ชร่างท้วมใจดีแห่งสโมสรสายฟ้า พยักหน้าเรียกเด็กสาวให้เข้าไปในห้องพักโค้ชที่อวลไปด้วยกลิ่นกาแฟดำและน้ำมันมวย รินในชุดนักเรียนค่อยๆ ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยแฟ้มเอกสาร"หนูทำได้ดีมากนะในแมตช์ที่ผ่านมา... โค้ชรู้ว่าหนูต้องเจอกับความกดดันหนักหนาแค่ไหน ทั้งเรื่องในสนามและเรื่องข่าวนอกสนาม แต่หนูก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสภาพจิตใจของหนูแข็งแกร่งพอ" โค้ชชัยระบายยิ้มภูมิใจ ก่อนจะหยิบซองจดหมายสีขาวตีตราสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย เลื่อนข้ามโต๊ะมาตรงหน้าเธอรินก้มมองซองจดหมายนั้น หัวใจเริ่มเต้นผิดจังหวะ "นี่คือ...""โควตาพิเศษสำหรับแชมป์เขต" โค้ชชัยตอบเสียงกลั้วหัวเราะ "ทางสมาคมฯ กำลังจะเปิด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status