مشاركة

บทที่ 17

last update تاريخ النشر: 2025-06-04 13:06:41

เจ้าหมั่นโถว

"โอ้โหท่านแม่ เป็ดของท่านพี่ดำปิ๊ดปี๋"

แทนที่จะได้ทานส่วนที่อร่อยที่สุดของเป็ด นั่นคือหนังเป็ดอบกรอบ ๆ กลับกลายเป็นว่าเจียอีต้องใช้มีดเฉือนส่วนที่ไหม้ทิ้งไปให้เหลือเฉพาะเนื้อด้านในที่พอจะเอามาทานได้ นางก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่งไม่ได้ทำอะไรก็สำเร็จดั่งใจปรารถนาไปทุกสิ่ง เคยก้าวพลาดนับไม่ถ้วนเหมือนคนอื่น ๆ แต่ทุกครั้งที่นางพลาดพลั้งนางไม่เคยท้อถอย ครั้งนี้ก็เช่นกัน แม้มิได้ทานหนังเป็ดที่กรุบกรอบอย่างน้อยเนื้อเป็ดยังทานได้อยู่เป็นบางส่วน

"เจียร์เอ๋อ ครั้งหน้าเจ้าทำอาหารจำพวกตุ๋นน้ำแกงเช่นเดิมน่าจะดีกว่า แม่ว่าเจ้าทำน้ำแกงอร่อยที่สุด"

"ใช่ เจ้าทำน้ำแกงอร่อยสุด ๆ ยายเห็นด้วย"

"ตาก็เห็นด้วย"

ลู่เสียนไม่กล้าพูดออกมาตามตรงนางจึงทำเสียงกระอ้อมกระแอ้มในลำคอ เจียอียิ้มรับหน้าแห้ง ๆ คีบเนื้อเป็ดเข้าปากเคี้ยวแล้วกลืนลงอย่างฝืดคอ ก็แน่ล่ะ...นางยังไม่เคยทำหม้อน้ำแกงไหม้ ตุ๋นน้ำแกงย่อมดีกว่าอยู่แล้ว

ทานมื้อค่ำจนอิ่มหนำสำราญเจียอีเดินออกจากบ้านมาดูล่อ นางจุดไฟเพื่อไล่ยุงและแมลงแล้วหอบฟางมาใส่รางหญ้าที่ตงซิ่วเพิ่งจะทำให้วันนี้ ส่วนคอกของล่อตงซิ่วกะว่าจะไปตัดไม้ไผ่มาล้อมในวันรุ่งขึ้น รวมไปถึงตัดไม้มาสำหรับประกอบเกวียนด้วย

"ท่านพี่"

อันฉีเดินมาหา เขาใช้มือเล็ก ๆ ลูบหัวล่อที่กำลังเคี้ยวเอื้องอยู่อย่างสนอกสนใจ มองดี ๆ เจ้าล่อตัวนี้น่ารักใช่ย่อย จะว่าเหมือนม้าก็ไม่ใช่ลาก็ไม่เชิง

"ท่านพี่ขี่ล่อเป็นหรือไม่ขอรับ"

"พี่ขี่ไม่เป็น เมื่อกลางวันท่านตาเป็นคนขี่มันกลับมา"

"มันชื่อว่าอะไรหรือขอรับท่านพี่"

"เอ...มันยังไม่มีชื่อ"

"เช่นนั้นข้าตั้งชื่อให้มันว่าเจ้าหมั่นโถวได้หรือไม่ขอรับ"

"ย่อมได้"

เป็นอันตกลงว่าเจ้าล่อตัวนี้มีชื่อว่าหมั่นโถว เมื่อนางจัดการทุกอย่างเสร็จแล้วก็พาน้องชายเข้าบ้าน คืนนี้ทุกคนนอนหลับไปอย่างอิ่มเอมใจ วันรุ่งขึ้นช่วงปลายยามเฉิน ตงซิ่วได้ไปยืมรถเข็นของเพื่อนบ้านมาเพื่อขนไม้ออกจากป่า ส่วนลู่เสียนและนางหวังรอรับซื้อหน่อไม้จากชาวบ้านที่นำมาขายส่งให้ที่บ้าน เจียอีและอันฉีออกไปติดป้ายประกาศรับซื้อหน่อไม้ในจุดต่าง ๆ อาทิเช่นทางแยกหมู่บ้านและเส้นทางก่อนเข้าสู่ตลาด

จำนวนการขายที่มากขึ้น กำลังการทำเหม่งสุ้นก็ต้องเพิ่มขึ้นตามมา เจียอีจึงเสนอให้จ้างคนงานเพื่อมาช่วยงาน นางหวังได้ไปทาบทามคนในหมู่บ้านมาสองคน เป็นคู่สามีภรรยา บุรุษอายุ 30 หนาวชื่อว่าเจ๋อฉาง สตรีอายุ 25 หนาวชื่อฟางซิน แต่งงานอยู่กินกันมาร่วมแปดหนาวแล้วยังไร้บุตร ทั้งคู่เป็นคนดีขยันขันแข็ง ปกติทำอาชีพหาของป่าขายและอยู่บ้านดูแลมารดาที่แก่ชราแล้วของเจ๋อฉาง เจียอีเสนอค่าจ้างให้วันละ 30 อีแปะต่อคน นับว่านางให้สูงกว่าค่าแรงที่ในเมืองกำหนด โดยค่าแรงที่ในเมืองกำหนดให้อยู่ที่ 25 ถึง 28 อีแปะ เวลาเริ่มงานคือยามเฉิน เวลาเลิกงานต้นยามเซิน

"การจะประสบผลสำเร็จนั้นเราต้องมีรายได้มากกว่าหนึ่งทางเจ้าค่ะ"

เจียอีนางพูดขึ้นในขณะที่ช่วยลู่เสียนห่อเหม่งสุ้น ลู่เสียนฟังแล้วก็เห็นด้วยอย่างยิ่งตามที่เจียอีบอก แต่จะทำอย่างไรจึงจะหาเงินเพิ่มมากขึ้นได้

สำหรับเจียอีแล้วสิ่งที่อยู่รอบตัวล้วนนำมาเปลี่ยนสภาพเป็นเงินได้ นางหยุดสายตาที่ไหน้ำผึ้งที่ตงซิ่วหามาพลางนึกในใจ สินค้าบำรุงบำเรอประทินโฉมคืออภิสิทธิ์ของผู้มีอันจะกิน หาเงินกับเครื่องบำรุงของอิสตรีชั้นสูงก็ดูน่าสนใจ

ชาดทาปากสมัยเก่ากับขี้ผึ้งทาปากยุคปัจจุบันมีวิธีการทำแตกต่างกันมากน้อยเพียงใดหนอ...หากนางลองทำชาดทาปากที่ทำจากขี้ผึ้งขึ้นมาจะพอทำเงินให้ได้หรือไม่

หรือว่าจะเป็นถั่วถูขี้ไคล (สบู่อาบน้ำแบบโบราณ) นางเคยอ่านเจอขั้นตอนการทำถั่วถูขี้ไคลผ่านทางอินเทอร์เน็ตเมื่อตอนยังอยู่ยุคปัจจุบัน มีส่วนผสมหนึ่งที่ทำให้นางสะพรึงไม่น้อย คือใช้ตับอ่อนของหมูที่รีดเลือดออกจนหมดมาบดเป็นส่วนผสมรวมกับถั่วเหลืองและสมุนไพรเครื่องหอม ใช้ไขมันจากสัตว์แทนเบส ในเมื่อนางมาจากยุคปัจจุบัน หากนางจะทำสบู่นางก็ควรจะพัฒนาสูตรส่วนประสมขึ้นมาใหม่

"ทำเครื่องประทินโฉมสตรีดีไหมเจ้าคะ"

"เครื่องประทินโฉมหรือ"

"เจ้าค่ะ ข้าขอไปเดินศึกษาดูตลาดในวันรุ่งขึ้นก่อนว่าสิ่งใดเป็นที่นิยม"

"เจ้าทำเป็นหรือ"

"ยายแก่ผมขาวบอกวิธีทำแก่ข้าได้เจ้าค่ะ ท่านแม่อย่าเป็นกังวล"

"แล้วนางลืมบอกวิธีอบเป็ดแก่เจ้าหรือ"

เอิ่ม...

ดูเถิด ลู่เสียนยังมีอารมณ์พูดหยอกลูกสาว เจียอียิ้มแก้เขิน ไม่คาดว่าจะถูกมารดาผู้แสนสงบเสงี่ยมเรียบร้อยพูดจาย้อนศร

"เช่นนั้นข้าไปเดินดูตลาดวันนี้เลยก็ได้เจ้าค่ะ"

"เจ้าแค่หาเรื่องอู้งาน"

"ท่านแม่เจ้าขา ตอนนี้ท่านแม่มีพี่เจ๋อฉางกับพี่ฟางซินช่วยงานท่านแม่แล้ว ส่วนตัวข้าแค่ขอออกไปหาแรงบันดาลใจในการทำเงินเจ้าค่ะ"

"เอาล่ะ ๆ พักนี้เจ้าเจรจาเก่งเกินไป อยากไปก็ไปเถิด เอาน้องชายเจ้าไปเป็นเพื่อนก็แล้วกัน"

"เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ" เจียอีผงกศีรษะรับหน้าระรื่น จากนั้นหันไปหาคนงานที่เพิ่งมาทำงานวันแรก "ท่านพี่ทั้งสอง วันนี้ข้าขอฝากด้วยนะเจ้าคะ เป้าหมายคือ 2000 ชั่งภายใน 30 วัน"

แม้เรือจะออกทุก 35 วันแต่นางก็ยังเหลือ 5 วันไว้เตรียมการหากมีสิ่งใดผิดพลาด

"เราจะตั้งใจทำสุดกำลัง วางใจเถอะแม่นางเจียอี" เจ๋อฉางหันมาพูดน้ำเสียงหนักแน่น

"เรียกข้าว่าเจียเอ๋อร์เช่นท่านแม่ก็ได้เจ้าค่ะ ต่อไปนี้พวกพี่ทั้งสองต้องมาทำงานที่บ้านข้าเป็นประจำ เช่นนั้นเราก็จงอยู่ด้วยกันประหนึ่งคนในครอบครัวเถิดเจ้าค่ะ อย่าให้มีเส้นแบ่งแยกลูกน้องเจ้านายลูกจ้างนายจ้างกันเกินไป เคารพท่านแม่ของข้าดั่งพี่สาว มองตัวข้าเป็นดั่งน้องสาว หากมีสิ่งใดข้องใจก็จงรีบสอบถามอย่าได้ลังเล"

"ขอบใจเจ้ามากเจียเอ๋อร์ อายุเจ้าเท่านี้แต่ความคิดของเจ้าช่างลึกซึ้งนัก" ฟางซินยิ้มให้พูดน้ำเสียงอ่อนโยน

"ท่านแม่ ข้าไปนะเจ้าคะ"

วันนี้ตงซิ่วเพิ่งจะต่อคอกเจ้าหมั่นโถวเสร็จ ส่วนเกวียนกำลังเร่งมือประกอบ เจียอีเดินออกมาหาเจ้าหมั่นโถวเห็นอันฉีกำลังเล่นกับมันอยู่ เด็กน้อยเอาหญ้าป้อนเข้าในปากของล่อแล้วหัวเราะคิกคักชอบใจ

"อาฉี เจ้าไปตลาดเป็นเพื่อนพี่หน่อย"

"ขอรับ"

นางจับเชือกเจ้าหมั่นโถวจูงออกมาจากคอก อันฉีเห็นพี่สาวทำเช่นนั้นก็เอียงศีรษะมองด้วยความสงสัย

"ท่านพี่จะทำอะไรขอรับ"

"พี่ก็จะขี่เจ้าหมั่นโถวไปนะสิ"

"หา...ทะ ท่านพี่เคยบอกว่าขี่ล่อไม่เป็น"

"ไม่เป็นไร ๆ พี่เคยขี่มอเตอร์ไซด์มาก่อน"

"...มอตัวไซ เหมือนวัวที่ร้องมอ ๆ นะหรือขอรับ"

"ถูกเผง!"

"เช่นนั้นข้าก็ไม่กลัวแล้วขอรับ"

เจียอีกระโดดขึ้นไปบนหลังเจ้าหมั่นโถว ในตอนแรกมันก็ดิ้นอยู่บ้าง แต่พอนางฝึกบังคับบังเหียนได้เจ้าหมั่นโถวก็สงบลง เจียอียื่นมือมารับอันฉีดึงเขาขึ้นมาซ้อนด้านหลัง อันฉีกอดเอวเจียอีแนบแน่นหลับตาปี๋เกือบจะตลอดทาง พอรู้สึกว่าเจ้าหมั่นโถววิ่งได้อย่างนิ่มนวลขึ้นเขาถึงกล้าเปิดเปลือกตาขึ้นมามองทิวทัศน์ข้างทาง

"ท่านพี่ขอรับ"

"หือ"

"มอตัวไซกินหญ้าเก่งไหมขอรับ"

"ไม่ มันกินเฉพาะน้ำ"

"ดีมากเลยท่านพี่ ข้าอยากเลี้ยงมอตัวไซสักตัว"

"...เอ่อ ถ้าพี่ได้เข้าป่ากับท่านตาพี่จะหาไก่ป่ามาให้เจ้าเลี้ยงไปก่อน"

ก่อนเข้าตลาดสองพี่น้องได้เอาเจ้าหมั่นโถวไปฝากที่ลานจอดรถม้า ที่นี่คิดราคาค่าฝาก 1 อีแปะต่อ 1 ชั่วยาม แม้จะเสียเงินแต่ก็ยังรู้สึกสะดวกกว่า ไม่ต้องกลัวว่าสัตว์เลี้ยงที่นำมาฝากจะสูญหายเพราะมีคนดูแลให้เป็นอย่างดี ในช่วงที่ผู้คนอดอยากเพราะพิษสงครามโจรขโมยชุกชุม แม้แต่ล่อ รถม้า หรือเกวียนก็สามารถถูกขโมยไปเพื่อขายต่อได้ เมื่อไม่นานมานี้เจียอีได้ข่าวว่าเกวียนของเศรษฐีผู้หนึ่งใช้สำหรับขนธัญพืชถูกดักปล้นระหว่างทาง ดังนั้นนางจึงค่อนข้างหวาดระแวง

ก่อนไปเที่ยวชมตลาด เจียอีแวะเข้ามาหาเฟิ้งหรั่นก่อน เพราะเจียอีชอบสังเกตลักษณะคน เฟิ้งหรั่นเป็นสาวงามชอบแต่งเนื้อแต่งตัว ชอบการประทินโฉม นางน่าจะพอรู้จักร้านขายเครื่องประทินโฉมหลายแห่ง ถ้าหากสอบถามนางอาจจะช่วยได้บ้าง

"พี่เฟิ้งหรั่น"

"อ้าว เจียอี อาฉี พวกเจ้ามาได้อย่างไร เอ๊ะ หรือว่าถึงกำหนดวันส่งของเข้าร้านค้าแล้ว"

"กำหนดส่งของเข้าร้านของพี่เฟิ้งหรั่นอีก 3 วันเจ้าค่ะ แต่ต่อไปนี้ถ้าหากข้าไม่ว่างคงต้องให้คนงานมาส่งแทน เขามีนามว่าเจ๋อฉางเจ้าค่ะ"

"อ๋อ อย่างนี้นี่เอง ถ้าเช่นนั้นเจ้ามาทำไมล่ะ หรือว่าอาฉีหิวขนม"

"ข้าอยากสอบถามเกี่ยวกับร้านขายเครื่องประทินโฉมเจ้าค่ะ พี่เฟิ้งหรั่นคือสาวงามดูแลตัวเองดีเสมอ ดังนั้นข้าจึงอยากรู้ว่าพี่เฟิ้งหรั่นพอจะแนะนำร้านประทินโฉมที่คุณหนูตระกูลใหญ่ชอบเข้าไปเลือกซื้อให้ข้าได้หรือไม่เจ้าคะ"

เฟิ้งหรั่นทำสีหน้าครุ่นคิดไม่นานก็นึกออก ร้านประทินโฉมที่เหล่าคุณหนูแต่ละตระกูลชอบไปหาเลือกซื้อมีอยู่แค่ไม่กี่ร้าน และมีอยู่ร้านหนึ่งที่นางเป็นลูกค้าประจำ อยู่ห่างจากร้านขายของแห้งราว 1 ลี้ สามารถเดินเท้าไปได้

"ข้ารู้ เช่นนั้นเราไปด้วยกันเถิด ข้าเองก็อยากหาซื้อเครื่องประทินโฉมใหม่"

"เจ้าค่ะ"

เฟิ้งหรั่นหันไปสั่งคนงานฝากให้ดูแลร้าน จากนั้นก็เดินนำทางไป ระหว่างทางทั้งคู่หยุดเที่ยวชมร้านค้าร้านอื่นไปด้วยอย่างเพลิดเพลิน อาทิเช่นร้านขายเครื่องประดับสตรี ร้านขายอาภรณ์ ร้านขายขนมหวาน ซึ่งอย่างหลังนี้อันฉีจะถูกใจเป็นพิเศษ

เดินมาถึงร้านขายเครื่องประทินโฉม เจียอีเข้าไปด้านในยืนมองอย่างตื่นตาตื่นใจ ถ้าเป็นสมัยยุคปัจจุบันนางคง CF ให้ไปส่งที่บ้านเสียให้หมด มีแต่สิ่งของสวย ๆ งาม ๆ ถูกใจไปทุกสิ่ง หีบห่อของสินค้าที่ทำมาจากไม้แกะสลักงดงาม บางชิ้นทำจากงานกระเบื้อง บางชิ้นทำจากทองเหลืองงดงามจับตา เหมาะแล้วที่ร้านขายเครื่องประทินโฉมแห่งนี้เป็นแหล่งรวมสินค้าแก่คุณหนูตระกูลใหญ่ที่ร่ำรวย

"ข้าไม่คิดว่าจะเจอคนจนในสถานที่แบบนี้ เข้าร้านขายเครื่องประทินโฉมราคาแพงเจ้ามีปัญญาจ่ายไหวหรือ"

เสียงแหลม ๆ ของลู่จิวทำให้เจียอีต้องรีบหันหลังกลับมามอง คนที่มาด้วยกันกับลู่จิวนั้นคือจินเยว่ เฟิ้งหรั่นที่กำลังเลือกดูสินค้าอยู่ได้ยินจึงรีบเดินมาดูด้วย
استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • จากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพ (จบ)   บทที่ 139

    เจียอียิ้มแห้งแล้ววางฝ่ามือลูบตรงท้องน้อย ลู่จิวเห็นท่าทางเช่นนั้นก็ได้แต่เอียงคอมองด้วยความสงสัย "ห๋า!...อย่าบอกนะว่าเจ้า""อื้ม""จะ เจ้าหิว!""...เฮ้อ..."เหตุใดลู่จิวถึงไม่เปลี่ยนไปเลยนะ..."ข้ากำลังตั้งครรภ์ต่างหากเล่า""ตั้งครรภ์! จริงหรือเนี่ย""จริง"สิ้นเสียงยืนยันลู่จิวกระโดดโลดเต้นราวก

  • จากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพ (จบ)   บทที่ 138

    "...ตั้งครรภ์!"แม้น้ำเสียงที่เปล่งออกมาจะตกใจเล็กน้อย แต่ชายหนุ่มก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจระคนตื่นเต้น เขาจำต้องทวนถามสาวใช้อีกครั้งเพราะไม่อยากจะเชื่อหูตนเอง"จริงหรือ""เจ้าค่ะ คนท้องมักจะอยากกินของแปลก ๆ หากไม่ได้กินก็จะงอแงน้อยใจ ท่านแม่ทัพเชิญหมอมาตรวจดูดีกว่าเจ้าค่ะเพื่อความแม่นยำ""อืม เช

  • จากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพ (จบ)   บทที่ 137

    บทส่งท้ายจากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพหลายเดือนผ่านไปที่ค่ายบูรพายังคงสงบสุขด้วยดี สาวใช้สองนางที่ประจำการอยู่เรือนรับรองเดินยกอาหารเข้ามาให้เจียอี หนึ่งในสองคนนั้นวางอาหารลงบนโต๊ะแล้วเดินไปเรียกเจียอีที่กำลังทำหน้าเบื่อหน่ายอยู่ที่เตียง"ฮูหยินเจ้าคะ ข้าได้ทำตามวิธีการที่ฮูหยินบอกทุกประกา

  • จากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพ (จบ)   บทที่ 136

    "ไปอยู่ที่ค่ายบูรพาดูแลตัวเองดี ๆ นะ""ข้าจะดูแลตัวเองดี ๆ...เจ้าก็เช่นกัน""อื้ม" หลังจากร่ำลาเรียบร้อยแล้วลู่จิวก็หันมาสบตาจือเฉิน เขายกยิ้มให้นางเล็กน้อย เดิมทีคิดว่าลู่จิวจะมาเพื่อรั้งเขาไว้หรือพูดอะไรสักอย่าง แต่ไม่เป็นอย่างที่คิด...นางแค่มาลาสหายของนางเพียงเท่านั้นจือเฉินรู้สึกเหมือนหัวใจแหล

  • จากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพ (จบ)   บทที่ 135

    ดินแดนบูรพา (จบ)ในระหว่างที่ลู่จิวและอู๋ห่างกำลังจะเดินทางถึงหน้าโรงเตี๊ยม จือเฉินได้ควบม้ามาขวางเอาไว้ จึงทำให้คนขับรถม้าต้องดึงบังเหียนหยุดกะทันหัน คนที่นั่งอยู่ในรถม้าไม่ทันตั้งตัวทำให้ร่างกายเสียหลักจากแรงบังคับหยุด ลู่จิวรีบประคองอู๋ห่างเอาไว้แล้วแหวกม่านเดินลงมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นที่ด้านนอก พ

  • จากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพ (จบ)   บทที่ 134

    "อื้อ...จริงสิ ข้าเห็นยามากมายในห้องท่านพ่อ ปกติท่านพ่อกินยาบำรุงเยอะขนาดนี้เลยหรือ""...คุณหนู ข้า...เอ่อ ข้าไม่รู้จะพูดดีไหม""พูดมา""คราวนั้นที่ข้าล่วงหน้ากลับมาก่อน พอข้ามาถึงก็พบเถ้าแก่หยวนนอนหมดสติอยู่ในห้องอ่านตำราของคุณชายจางหย่ง ดีที่เรียกหมอมาดูอาการทันเวลา ตั้งแต่นั้นมาเถ้าแก่ก็ป่วยบ่อย

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status