Compartir

มิติที่ติดตัวมา

last update Fecha de publicación: 2026-09-05 12:16:00

หลังจากที่จิวอิงหลับไปแล้วนั้นตัวเธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังล่องลอยไปที่ไหนซักแห่งและเมื่อเธอลืมตาขึ้นมาอีกครั้งกลับพบว่าตนเองนั้นกำลังยืนอยู่หน้าบ้านพักส่วนตัวสามชั้นของเธอที่โลกเดิมที่สร้างและออกแบบมาให้คล้ายๆ กับห้างสรรพสินค้าเพราะในชีวิตก่อนนั้นเธออาศัยอยู่คนเดียวจึงเป็นคนที่ชอบความสะดวกสบายดังนั้นจึงออกแบบบ้านให้เหมือนกับห้างอีกแห่งเลยก็ว่าได้

โดยมีทั้งหมดสามชั้นคือชั้นแรกนั้นจะเป็นชั้นทานอาหารและเก็บสิ่งของพวกอาหารทั้งสด แห้ง สำเร็จรูปและพวกเครื่องปรุงต่าง ๆ และเครื่องครัวอีกมากมาย ส่วนชั้นที่สองนั้นเป็นชั้นเก็บพวกของใช้ ยารักษาโรค ของใช้เสื้อผ้าและผ้าไหมผ้าฝ้ายต่าง ๆ ที่เธอชอบซื้อมาเก็บเอาไว้ในตอนที่ไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งก็มีมากจนต้องใช้ห้องเก็บถึงสองห้องเลยทีเดียว

และชั้นสุดท้ายคือชั้นที่สามเป็นชั้นห้องนอน ห้องทำงานและห้องเก็บสมบัติต่าง ๆ ซึ่งเธอนั้นชอบเก็บเงินในรูปแบบของทองแท่ง สร้อยทอง แหวนเพชร แหวนทอง สร้อยคอ กำไลต่าง ๆ ที่ทำจากทองและเพชร แต่ก็จะมีเงินสดบ้างส่วนที่เหลือนั้นก็เขียนพินัยกรรมถ้าหากเธอตายจากไปให้ยกทรัพย์สินทั้งหมดที่เธอมีทั้งหมดให้กับมูลนิธิต่าง ๆ ทั่วประเทศ

หลังจากที่หายจากอาการมึนงงแล้วนั้นจิวอิงก็ได้รู้ทันทีว่าตนเองนั้นได้ทะลุมิติมาเกิดใหม่พร้อมกับบ้านพักสามชั้นของตัวเอง เธอก็แทบอยากจะกรีดร้องออกมาด้วยความตื่นเต้นดีใจที่อย่างน้อยสวรรค์ก็ไม่ได้ใจร้ายกับหญิงสาวที่แสนจะเป็นคนดีอย่างเธอจนเกินไป

“ดียิ่งอย่างน้อยสวรรค์ก็ไม่ได้ใจร้ายกับข้าจนเกินไป ไหนดูสิว่าข้านั้นสามารถนำสิ่งของออกไปจากที่นี้ได้ไหม” กล่าวจบจิวอิงก็เพ่งจิตออกจากมิติก่อนที่จะพบว่าตนเองได้นอนอยู่ที่เตียงไม้เก่าๆ ตัวเดิมที่อยู่ภายในห้องแล้วนั้นเอง หลังจากนั้นเธอจึงได้นึกถึงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่อยู่ในบ้านของเธอก่อนที่มันจะมาปรากฏอยู่บนฝ่ามือบางในทันทีหลังจากที่เธอนึกถึง เมื่อเห็นดังนั้นดวงตาใสกระจ่างก็ถึงกลับเบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นเต้นดีใจ

จากนั้นจิวอิงจึงลองนำสิ่งของอื่น ๆ ออกมาอีกสองสามอย่างซึ่งนั้นก็สามารถทำได้อย่างง่ายดายแถมสิ่งของที่ถูกนำออกมาแล้วนั้นยังมีจำนวนเท่าเดิมนั้นจึงยิ่งสร้างความยินดีให้กับเธอเป็นอย่างมาก และเมือเธอทดลองทำไปทำมาอยู่หลายครั้งจึงได้หยุดลงก่อนที่จิวอิงจะเริ่มคิดวางแผนจัดการกับชีวิตในวันข้างหน้าว่าจะทำเช่นไรต่อไป แต่เรื่องที่สำคัญเป็นอันดับแรกก็คือเธอจะต้องหาข้อมูลของโลกใบใหม่นี้ให้ดีเสียก่อนเพื่อวางแผนอนาคตให้กับครอบครัวใหม่ของเธอ

เมื่อตกลงกับตนเองได้แล้วจิวอิงจึงได้ลุกขึ้นจากนั้นจึงออกเดินไปด้านนอกห้องทันทีเพื่อสำรวจดูรอบๆ ตัวบ้านและที่ดินที่พวกเธอกำลังอาศัยอยู่แห่งนี้ด้วย หลังจากที่เดินออกมาพ้นตัวบ้านแล้วนั้นที่แรกที่จิวอิงเดินไปสำรวจก็คือครัวที่สร้างจากไม้ไผ่มุงด้วยหญ้าแบบง่ายๆ แยกออกมาจากตัวบ้าน ส่วนพวกข้าวของเครื่องใช้นั้นก็มีเพียงไม่กี่ชิ้นและแต่ละชิ้นยังดูเก่าและชำรุดพอๆ กับของเก่าที่คนชอบเอาไปขายเป็นเศษเหล็กที่โลกก่อนยิ่งนัก

ส่วนพวกเครื่องปรุงนั้นก็มีเพียงเกลือที่มีติดก้นไหน้อยนิดจนแทบจะหมดนอกจากนั้นก็มีเพียงแผ่นแป้งหยาบๆ ไม่กี่แผ่นถ้วยชามเองก็มีแต่ใบเก่าๆ เพียงสามสี่ใบเท่านั้น เห็นแบบนี้แล้วเธอก็แทบอยากจะขนทุกอย่างออกมาจากมิติให้หมดทุกอย่างเสียจริงๆ เมื่อสำรวจครัวเสร็จเรียบร้อยเธอก็เดินไปที่หลังกระท่อมและพบเข้ากับแปลงผักสองสามแปลงที่ดูจากสภาพแล้วคงไม่โตมาให้ได้เก็บผลผลิตเป็นแน่แท้ นั้นก็เพราะว่ามันมีแค่แปลงแห้งๆ พร้อมทั้งต้นผักที่เหลืองกรอบจนแทบจะยืนต้นตายไปแล้วอย่างไรอย่างนั้น

“เฮ้อออ……นี้ข้าจะต้องเริ่มเปลี่ยนแปลงจากไหนก่อนดีนะ แต่ว่าเท่าที่จำได้สามีและน้องๆ ของเขายังไม่ได้แยกบ้านออกมาจากบ้านของบิดาผู้โง่งมและผู้หญิงน่ารังเกียจคนนั้นสินะ หึ ช่างเป็นบิดาที่ไร้สมองเสียจริง เช่นนั้นสิ่งแรกที่ข้าต้องทำก็คงจะเป็นหว่านล้อมให้สามีผู้อาภัพของข้าไปขอแยกบ้านกับบิดาของเขาก่อน มิเช่นนั้นต่อให้ข้าจะหาเงินได้มากแค่ไหนก็คงไม่มีเหลือเป็นแน่”

เมื่อคิดได้เช่นนั้นจิวอิงจึงได้เดินกลับเข้าไปในบ้านก่อนที่จะมองหาร่างเล็กผอมแห้งของลู่ฟางน้อย น้องสามีที่ช่างอาภัพและน่าสงสารนอกจากเกิดมาจะไร้มารดาคอยปกป้องแล้วซ้ำร้ายยังมีบิดาที่ไร้ซึ่งความเป็นบิดาเสียอย่างนั้นนอกจากจะไม่เคยเลี้ยงดูแล้วยังทำเป็นมองไม่เห็นสิ่งที่เด้กน้อยต้องพบเจอจากยัยแม่เลี้ยงใจทรามนางนันอีกต่างหาก คิดแล้วช่างน่าโมดยิ่งนัก ‘มีแม่เลี้ยงเหมือนมีพ่อเลี้ยง’ คำนี้ไม่เกินจริงไปเลยจริงๆ

หลังจากที่หาภายในบ้านไม่พบเธอจึงได้เดินออกมามองหานอกบ้านแต่ก็ยังไม่พบร่างเล็กๆ จิวอิงจึงตัดสินใจออกเดินไปที่ลำธารที่ชาวบ้านใช้สำหรับซักผ้าตามความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมทันที โดยที่ระหว่างที่เดินไปตามทางนั้นจิวอิงก็ได้ทบทวนเรื่องเกี่ยวกับร่างเดิมไปด้วย จิวอิงคนเดิมนั้นมีนิสัย พูดน้อย ขี้อาย ไม่ชอบมีเรื่องกลับใคร ไม่สู้คนชอบถูกพวกหญิงสาวในหมู่บ้านรังแกอยู่บ่อยครั้งแต่นางกลับปล่อยผ่านไม่เคยคิดที่จะลุกขึ้นสู้เลยแม้แต่น้อย

เป็นหญิงสาวที่บอบบาง อ่อนแอ ไม่มีปากมีเสียง เมื่อคิดมาถึงตรงนี้แล้วหญิงสาวถึงกลับกุมขมับตนเองนั้นก็เพราะว่าจิวอิงคนใหม่นั้นกลับมีนิสัยตรงข้ามกับเจ้าของร่างคนเดิมอย่างกับด้านบวกด้านลบคือ เธอนั้นกลับมีนิสัยตรงไปตรงมา ไม่เคยปล่อยให้ใครมารังแกหรือเอาเปรียบได้ ฉลาด ทันคน มีเส้นแบ่งเขตความอดทน เข้มแข็งและขยันแต่ที่ทั้งสองคนมีเหมือนกันคือนิสัยพูดน้อยและเป็นคนเรียบๆ สบายๆ คิดไปคิดมาเธอก็ได้เดินมาจนถึงลำธารเป็นที่เรียบร้อย และตอนนี้เธอก็มองเห็นร่างเล็กๆ ที่ตนเองเดินตามหาไปทั่วกำลังนั่งร้องไห้อยู่ที่พื้นแถมสภาพยับเยินเสื้อผ้าเปียกปอน ไม่รอช้าจิวอิงรีบวิ่งเข้าไปหาร่างเล็กทันที

******************************************************************************************************

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • จิวอิงภรรยาพลิกชะตา   ใกล้ชิด

    ยามเหม่า (05.00-06.59 น.) ของวันต่อมาพวกจิวอิงก็ได้เตรียมตัวเพื่อที่จะเดินทางเข้าเมือง โดยวันนี้พวกเขาทั้งสี่คนนั้นต่างก็สวมเสื้อผ้าชุดใหม่ที่พึ่งได้รับมาใหม่ที่ตัดจากผ้าไหมชั้นดีโดยที่จิวอิงกับโจวฟางมาในชุดสีชมพูไล่สีจากอ่อนลงไปจนเข้ม ส่วนโจวเฟิงและโจวชิงเองก็มาในชุดสีน้ำเงินเข้มทั้งชุดเช่นกัน ช่างเป็นภาพครอบครัวสุขสันต์ในสายตาของเหล่าชาวบ้านที่พบเห็นยิ่งนักโดยในวันนี้จิวอิงเลือกที่จะพาพวกเด็กๆ นั่งเกวียนวัวเข้าไปภายในตัวเมืองตงหลิงซึ่งเด็กทั้งสองคนเองก็ดูจะตื่นเต้นกับวันนี้เป็นอย่างมากและเมื่อเกวียนวัวจอดลงที่หน้าประตูเมืองนั้นคนทั้งหมดก็ได้ลงจากเกวียนก่อนที่จิวอิงจะจ่ายค่าเกวียนให้กับคนขับไป 8 อีแปะเพราะค่าเกวียนนั้นหัวละ 2 อีแปะต่อคนหลังจากนั้นคนทั้งสี่ก็เดินทางมุ่งหน้าไปยังโรงรับจำนำหวังหรงทันทีและเมื่อทั้งสี่คนมาถึงหน้าโรงรับจำนำกลับพบว่ามีชายชราท่านหนึ่งกำลังยืนรอพวกเธออยู่ที่หน้าร้านอยู่ก่อนแล้ว เมื่อชายชราเห็นทั้งสี่คนเดินใกล้เข้ามาแล้วนั้นเขาก็รีบเดินออกไปต้อนรับคนทั้งสี่ตามคำสั่งของนายท่านรองทันที“สวัสดีทุกท่านขอรับ ข้าน้อยเยว่เฉินเป็นข้ารับใช้คนสนิทของนายท่านรองหวังเหล่

  • จิวอิงภรรยาพลิกชะตา   ของขวัญ

    หลังจากที่จิวอิงพูดคุยธุระกับท่านตาหยางจงเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นเธอก็ได้เดินกลับไปยังบ้านของตนเองเพื่อจะปรึกษากับโจวเฟิงถึงเรื่องที่เธอจะเดินทางเข้าไปในตัวเมืองเพื่อสำรวจดูที่ดินและความเป็นอยู่ของชาวเมืองตงหลิงแห่งนี้ ซึ่งเมื่อหญิงสาวนั้นเดินมาถึงหน้าบ้านของเธอก็พบเข้ากับหวงหนิงที่เดินถือห่อผ้าขนาดใหญ่สามห่อมาเต็มไม้เต็มมือจนแทบจะมองทางไม่เห็นเลยก็ว่าได้เมื่อหญิงสาวเห็นแบบนั้นเธอจึงรีบเดินเข้าไปหยิบห่อผ้าใบที่ใหญ่ที่สุดนั้นมาถือเอาไว้เองพร้อมทั้งทักทายอีกฝ่ายไป“หนิงเอ๋อร์สวัสดีจ๊ะ วันนี้ท่านป้าให้นำผ้ามาส่งให้พี่สาวเช่นนั้นรึ”“ใช่แล้วเจ้าค่ะพี่สาวอิงอิง แล้วนี้ท่านพึ่งจะกลับมาหรือเจ้าคะ” เด็กสาวเอ่ยตอบอย่างอ่อนหวาน“ใช่จ๊ะพอดีพี่ออกไปตรวจดูงานก่อสร้างบ้านหลังใหม่ตรงที่ดินตรงหน้าหมู่บ้านน่ะ”“อ๋า……..ที่ดินตรงที่มีกำแพงสูงนั้นเป็นของพี่สาวหรอกหรือเจ้าคะ”“จ๊ะ เอ้าอย่ามัวแต่ยืนตากแดดอยู่ตรงนี้เลยพวกเราเข้าบ้านกันก่อนเถิด เดี๋ยวพี่ให้ขนมทาน” หญิงสาวเอ่ยบอกกับเด็กสาวก่อนที่เธอจะเดินนำเข้าไปภายในบ้านเมื่อทั้งสองเดินเข้ามาถึงโถงรับรองของบ้านจิวอิงก็บอกให้หวงหนิงนั่งรอตรงนี้สักครู่จากนั้นจ

  • จิวอิงภรรยาพลิกชะตา   อดีต

    ตั้งแต่ที่จิวอิงนั้นได้มาเกิดใหม่ในร่างนี้ก็มีเรื่องราวมากมายเข้ามาให้เธอต้องจัดการไม่หยุดหย่อนจนในที่สุดวันที่แสนสงบสุขของเธอก็ได้สัมผัสกับมันแล้ว ซึ่งวันนี้หญิงสาวนั้นขอตัวพักผ่อนอยู่ที่บ้านโดยที่ทั้งสามคนพี่น้องนั้นต่างก็ออกไปดูงานก่อสร้างบ้านใหม่ตรงหน้าหมู่บ้าน เธอจึงมีเวลาอยู่กับตนเองมากขึ้นดังนั้นในตอนนี้เธอจึงกำลังนอนใช้ความคิดนึกถึงเรื่องราวความทรงจำในอดีตของเจ้าของร่างคนเดิมโดยเริ่มเรียบเรียงตั้งแต่ที่เธอเห็นความทรงจำที่จิวอิงคนเดิมนั้นอายุได้ 8 หนาวเธอก็ถูกบิดาและมารดาพาออกเดินทางรอนแรมมาจนถึงหมู่บ้านป่าไผ่แห่งนี้ก่อนที่ท่านทั้งสองจะตัดสินใจลงหลักปักฐาน ณ หมู่บ้านป่าไผ่ พวกท่านพ่อท่านแม่ก็เริ่มซื้อที่ดินพร้อมทั้งปลูกบ้านแห่งนี้ขึ้นมาด้วยเงินก้อนสุดท้ายและหลังจากนั้นพวกท่านทั้งสองต่างก็พากันออกไปหางานทำในเมืองจนได้งานรายได้ของครอบครัวจึงได้เริ่มดีขึ้นเนื่องจากทั้งสองนั้นต่างก็เป็นคนรู้หนังสือจึงหางานทำไม่ยากมาก ทั้งสามคนนั้นก็ได้ใช้ชีวิตกันมาอย่างเรียบง่ายมาโดยตลอดจนจิวอิงอายุได้ 14 หนาวนั้นเองในเย็นวันนั้นระหว่างที่เธอกำลังนั่งอยู่ตรงหน้าบ้านเพื่อรอบิดามารดากลับมาจากทำงานแ

  • จิวอิงภรรยาพลิกชะตา   ลุงหลานพร้อมหน้า

    คล้อยหลังจากที่พวกจิวอิงกลับไปแล้วนั้น พวกชาวบ้านเองต่างก็แยกย้ายกันไปแต่กลับมีร่างบางของเซียนเยว่ที่ยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่พร้อมทั้งมือทั้งสองข้างที่กำเข้าหากันแน่นด้วยไฟอิจฉาริษยาและเคียดแค้นชิงชังที่คนที่ได้ยืนอยู่เคียงข้างชายหนุ่มนั้นมันควรจะเป็นเธอไม่ใช่หญิงแพศยาที่กำพร้าพ่อแม่อย่างนังจิวอิงนั้น ยิ่งในตอนนี้ชายหนุ่มนั้นได้กลายเป็นหลานชายคนโตของคนตระกูลใหญ่แล้วนั้น เซียนเยว่ก็ยิ่งโกรธแค้นจิวอิงมากขึ้นไปอีกจนเธอนั้นแทบอยากจะทำลายหญิงสาวให้ย่อยยับและให้เป็นที่อับอายของคนทั่วทั้งเมืองไปเลยยิ่งดี และเมื่อคิดมาถึงตรงนี้จากใบหน้าที่บิดเบี้ยวก็กลายเป็นรอยยิ้มหวานที่ส่งไปไม่ถึงดวงตาปรากฏขึ้นมาแทนที่โดยที่เจ้าตัวเองก็ไม่อาจนึกได้ว่าภาพลักษณ์ของตนในตอนนี้นั้นคล้ายกับนางปีศาจที่กำลังจะล่าเหยื่อไม่มีผิดก่อนที่หญิงสาวจะหมุนกายเดินกลับไปยังบ้านของตนเองทันทีส่วนทางด้านของจิวอิงเองจู่ๆ ตัวเธอก็รู้สึกหนาวๆ เย็นๆ บริเวณด้านหลังอย่างไม่ทราบสาเหตุเพียงแต่เธอก็รีบส่ายหัวเพื่อสลัดความคิดที่ฟุ้งซ่านของตนเองทิ้งไปแล้วหันไปมองหน้าโจวเฟิงที่เดินเคียงข้างมาด้วยกันอย่างพิจารณา ซึ่งชายหนุ่มเองเมื่อสัมผัสได้ถ

  • จิวอิงภรรยาพลิกชะตา   ชาติกำเนิดที่แท้จริง

    “เจ้า! ที่เจ้าพูดมาเมื่อครู่นี้หมายความว่าเช่นไรกัน” นางหม่าซือเอ่ยถามอย่างมึนงง รวมไปถึงเหล่าชาวบ้านเองก็เช่นกัน“ข้าก็หมายความตามที่พูด ท่านพ่อของข้านั้นได้ตายจากใจของข้าไปตั้งแต่ที่ท่านแม่จากไปแล้ว ส่วนชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าของข้าก็เป็นเพียงคนแปลกหน้าเพียงเท่านั้น” โจวเฟิงกล่าวอย่างเย็นชา“หึ! ข้าไม่น่าเลี้ยงดูพวกตัวซวยอย่างพวกเจ้าสามพี่น้องให้เติบโตมาเลยจริงๆ ถ้าข้ารู้ว่าโตมาพวกเจ้าจะเณรคุณเช่นนี้ข้าคงเอาขี้เถ้ายัดปากพวกเจ้าให้ตายไปตั้งแต่เกิดแล้ว” ลู่หมิงเองหลังจากที่ได้ฟังคำของอดีตบุตรชายก็เกิดไฟโทสะขึ้นจนเอ่ยคำพวกนั้นออกไป“ถ้าเป็นเช่นนั้นท่านก็ควรจะคิดได้ตั้งแต่ก่อนที่ท่านจะไปล่อลวงท่านแม่นะขอรับ ท่านควรจะมีจิตสำนึกและซื่อสัตย์ต่อนางหม่าซือภรรยาคนแรกของท่าน มิใช่ยังไปทำนิสัยมักมากกับหญิงสาวที่แสนดีอย่างท่านแม่ของข้าจนทำให้ข้าต้องเกิดมาแค่นั้นยังไม่พอท่านยังหลอกให้ท่านแม่หนีตามท่านมาแล้วตัดขาดจากบ้านเดิมเช่นนี้ ทั้งๆ ที่ท่านแม่นั้นทั้งรัก ซื่อสัตย์ เอาใจใส่ดูแลท่านเป็นอย่างดีแต่สิ่งที่ท่านตอบแทนท่านแม่ก็คือความจริงที่แสนจะเจ็บปวดอย่างนั้นรึขอรับ”“ท่านคงคิดสินะว่าไม่มีใครรู้ถึงคว

  • จิวอิงภรรยาพลิกชะตา   ความจริง

    “นะ…..นั้นเจ้าเอ่ยวาจาเหลวไหลอันใดกันอีก พวกชาวบ้านต่างก็เห็นกันไปทั่วว่าลูกทั้งสองของข้านั้นต่างก็มีสภาพเช่นใดตอนกลับมาจากบ้านของเจ้า” นางหม่าซือเอ่ยขัดจิวอิงด้วยเสียงตะกุกตะกัก“หึ! พูดมาแบบนี้ก็แสดงว่าท่านยอมรับแล้วงั้นสิว่าลูกทั้งสองของท่านไปที่บ้านของข้าจริง งั้นท่านช่วยอธิบายให้ข้ากับพวกท่านลุงท่านป้าทั้งหลายฟังหน่อยเถิดว่าไปที่บ้านของข้าทำไมกัน ในเมื่อพวกเราก็แยกบ้านกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วไม่น่าจะมีสิ่งใดให้ต้องไปมาหาสู่กันเลยมิใช่รึ” หญิงสาวเอ่ยถามยาวเหยียดโดยไม่ให้สองแม่ลูกสามารถเอ่ยโต้แย้งสิ่งใดได้“กะ..ก็…..”“ก็อะไร ท่านจะบอกว่าอย่างน้อยๆ พวกเราก็เคยเป็นครอบครัวเดียวกันอย่างนั้นรึ ช่างน่าขันสิ้นดีคนในหมู่บ้านแห่งนี้มีใครบ้างที่ไม่รู้ถึงสิ่งที่ท่านปฏิบัติต่อพวกเราทั้งสี่คนกันเช่นไร แล้วอีกอย่างพวกท่านจะเชื่อเพียงสิ่งที่ท่านเห็นเช่นนั้นรึแล้วสิ่งที่ท่านไม่เห็นแต่มันคือความจริงเล่าพวกท่านจะทำเช่นใด” จิวอิงเอ่ยขัดนางหม่าซือก่อนที่นางจะได้เอ่ยตอบพร้อมทั้งหันไปเอ่ยถามกับเหล่าชาวบ้านที่มามุงดูอยู่ในตอนนี้อย่างต้องการชี้แจง“แล้วตกลงเรื่องจริงที่เกิดขึ้นมันคืออย่างไรกันแน่ เจ้าก็พ

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status