LOGINคอร์นีเลียสหยิบผ้าเช็ดหน้าจากกระเป๋าเสื้อสูทขึ้นมา ค่อย ๆ เช็ดคราบเลือดบนใบหน้าของรินลดาอย่างระมัดระวัง
หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะดึงผ้าไปจากมือเขาแล้วใช้มันค่อย ๆ เช็ดเองด้วยมือที่สั่นเทา ผู้จัดละครสาวสูดลมหายใจลึก พยายามตั้งสติ บอกตัวเองซ้ำ ๆ ว่านี่ก็แค่ความเหนื่อยล้า เหมือนเพิ่งวิ่งออกกำลังกายมาเท่านั้น คอร์นีเลียสหันไปสั่งการกับมือขวาของเขา เสียงของมาเฟียหนุ่มกลับมาเย็นเฉียบในทันที "สั่งปิดล้อมพื้นที่ ล่าตัวพวกมันให้ได้ ถ้ายังสู้...จัดการให้หมด" คำสั่งสั้น กระชับ ไร้ความปรานี ก่อนที่เขาจะหันกลับมามองหญิงสาวข้างกาย สายตาเปลี่ยนไป อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด "ริต้า" ชื่อของเธอถูกเอ่ยอย่างแผ่วเบา ต่างจากคำสั่งที่เอ่ยเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง รินลดาเบือนหน้าหนีไปอีกทาง หญิงสาวพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล มือบางประสานกันอยู่บนตัก กุมแน่นจนรู้สึกถึงเล็บที่จิกลงบนเนื้อ ความเจ็บปวดที่ช่วยย้ำว่าเธอยังมีสติอยู่ นี่คือโลกของเขา โลกที่แสนอันตราย ปีเตอร์พูดถูก ถ้าเธอยังอยู่ข้างคอร์นีเลียส สักวันหนึ่ง เธอคงโดนลูกหลงอย่างแน่นอน แล้วทำไม...หัวใจของเธอกลับไม่เชื่อฟังสมองที่สั่งการว่ามันอันตราย ทำไมเธอยังรู้สึกดีใจ ที่มีเขาอยู่ข้าง ๆ ทั้งที่เขาเป็นคนทิ้งเธอไปเมื่อห้าปีก่อน ทั้งที่การกลับมาของเขา พาเธอวิ่งหนีกระสุน ทำไมเธอถึงยังเกลียดเขาไม่ได้ ทั้งที่มีเหตุผลนับล้าน ให้ควรทำอย่างนั้น รถยนต์คันหรูเลี้ยวเข้าไปภายในอาณาเขตของบ้านหลังใหญ่ ก่อนจะชะลอความเร็วและจอดสนิท แดเนียลเป็นคนแรกที่เปิดประตูลงจากรถ มือขวาของเขายกขึ้นแตะหู ฟังสัญญาณจากทีมบอดี้การ์ดที่กระจายกำลังอยู่โดยรอบพื้นที่ ดวงตาคมกวาดมองไปรอบ ๆ อย่างระมัดระวัง เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา เขาก็พยักหน้า แดเนียลจึงเปิดประตูอีกฝั่ง ให้คอร์นีเลียสและรินลดาก้าวลงจากรถ แสงไฟจากตัวบ้านสาดส่องลงมา สว่างพอให้เห็นใบหน้าซีดเผือดของหญิงสาว แม้จะปลอดภัยแล้ว แต่หัวใจของเธอยังเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ รินลดาเดินตามคอร์นีเลียสเข้าไปในบ้านอย่างว่าง่าย เพราะเธอรู้ดีว่า การต่อต้านในเวลานี้ไม่มีประโยชน์อะไรเลย เธอไม่โง่พอจะโวยวายเหมือนนางเอกละครที่ตัวเองเคยสร้าง รินลดาไม่ใช่นางเอก และดูยังไงคอร์นีเลียสก็ไม่ใช่พระเอกอย่างแน่นอน เขาเป็นผู้ชายที่พาเธอหนีกระสุน เป็นคนที่ช่วยชีวิตเธอ และในเวลาเดียวกัน ก็เป็นคนที่ลากเธอเข้ามาอยู่ในโลกอันตรายนี้ด้วยตัวเอง บานประตูไม้แกะสลักสูงจรดเพดานถูกผลักเปิดออก กลิ่นหอมจาง ๆ ของน้ำหอมปรับอากาศราคาแพงลอยคลุ้ง ผสานกับกลิ่นอายทะเลที่พัดผ่านเข้ามา ห้องรับแขกขนาดมหึมาเบื้องหน้าเปิดโปร่งด้วยเพดานสูง โคมไฟระย้าคริสตัลแขวนเด่น ส่องประกายระยิบระยับรับกับแสงไฟยามค่ำคืน คอร์นีเลียสนำทางรินลดาเดินไปบนพื้นหินอ่อนขัดเงาสีขาวสะอาดตา หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเท้าเปล่าเหยียบโดนควาทเย็นเฉียบของพื้น สองข้างทางขนาบด้วยภาพวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่ และแจกันเซรามิกโบราณที่ดูมีมูลค่ามหาศาล ทุกก้าวที่เธอเดิน เหมือนกำลังก้าวลึกเข้าไปในโลกของเขามากขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งที่ดึงสายตาที่สุด คือหน้าต่างกระจกใสแบบ floor to ceiling ที่ทอดยาวตลอดแนวกำแพงฝั่งตะวันตก มันไม่ได้แค่เปิดให้เห็นทะเล แต่ทำให้รู้สึกราวกับว่าทั้งตัวบ้านกำลังลอยอยู่เหนือช่องแคบบอสฟอรัส ผืนน้ำสีดำสนิทด้านล่างขยับไหวเป็นระลอกคลื่นเล็ก ๆ “นั่งก่อน” มาเฟียหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ พลางผายมือไปยังโซฟากำมะหยี่สีเทาสั่งทำพิเศษ โซฟายาวที่ตั้งหันหน้าออกสู่ทะเล รินลดานั่งลง มองวิวทะเลเบื้องหน้าที่มืดสนิท ถ้าเป็นตอนกลางวัน วิวนี้คงสวยมาก แต่น่าเสียดาย เธอไม่ได้มาเที่ยว และดูจากตอนนี้ กลายเป็นผู้ประสบภัยเสียมากกว่า คอร์นีเลียสหายไปไม่ถึงห้านาที ก่อนจะกลับมาพร้อมชุดปฐมพยาบาลในมือ เขาวางมันลงข้างตัวเธอ แล้วนั่งลงคุกเข่าตรงหน้า มือหนายื่นไปจับข้อเท้าของรินลดา โดยไม่ขออนุญาต หญิงสาวสะดุ้ง พยายามชักเท้ากลับทันที แต่แรงบีบจากมือเขากลับแน่นขึ้น จนเกิดความเจ็บแปลบ "ฉันเจ็บนะ" เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย "อยู่เฉย ๆ" คอร์นีเลียสเอ่ยเสียงเย็น เขาไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองเธอ ดวงตาคมกริบจับจ้องอยู่ที่หัวเข่าของหญิงสาว รอยฟกช้ำสีคล้ำ และคราบเลือดแห้งที่เกาะติดผิวเนียน รินลดาก้มลงมองตาม คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน เมื่อเพิ่งรู้ตัวว่าหัวเข่าของตัวเองมีเลือดไหล คงเป็นตอนที่เขากระโดดเข้ามากอดรั้งเธอไว้ พาหลบกระสุนในวินาทีแรกนั้น “เจ็บหน่อยนะ” เขาพึมพำเสียงทุ้มต่ำ สายตาคมกริบที่เคยดุดัน บัดนี้กลับจดจ่ออยู่เพียงรอยแผลเล็ก ๆ ตรงหน้า มาเฟียหนุ่มหยิบสำลีชุบน้ำเกลือขึ้นมา ค่อย ๆ กดซับลงบนคราบเลือดที่แห้งกรัง รอบรอยฟกช้ำสีเขียวม่วงซึ่งเริ่มขึ้นสีชัดเจน ความเย็นของน้ำยาทำให้รินลดาสะดุ้งเล็กน้อย เธอเผลอจิกปลายนิ้วลงบนผ้ากำมะหยี่ของโซฟาโดยไม่รู้ตัว ทันทีที่คอร์นีเลียสรู้สึกถึงแรงสั่นนั้น มือหนาก็ชะงัก เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ สายตาที่ทอดมองมา อ่านไม่ออก แต่กลับอ่อนโยนเสียจนความเจ็บที่หัวเข่าค่อย ๆ เลือนหายไปชั่วขณะ ชายหนุ่มก้มลง เป่าลมเบา ๆ ที่แผล ราวกับจะช่วยบรรเทาความแสบร้อน ก่อนจะเริ่มเช็ดทำความสะอาดต่ออย่างช้า ๆ และระมัดระวัง นิ้วมือที่ดูแข็งแรงของเขาขยับอย่างแผ่วเบาที่สุด เหมือนกลัวว่าหากออกแรงมากเกินไป เธอจะช้ำไปมากกว่านี้ ในจังหวะที่เขาปิดปลาสเตอร์แผ่นบางลงบนหัวเข่าของเธอ ระยะห่างที่ใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงไออุ่น และกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ จากตัวเขา ทำให้หัวใจของรินลดาเต้นผิดจังหวะยิ่งกว่าตอนวิ่งฝ่าดงกระสุนเสียอีก ...นี่คือคอร์นีเลียสที่เธอเคยรู้จัก อ่อนโยน เอาใจใส่ และทำให้เธอหลงเชื่อว่าตัวเองสำคัญ... รินลดาเม้มริมฝีปากแน่น กลั้นก้อนสะอื้นที่เอ่อขึ้นมาอย่างยากลำบาก เธอจะไม่มีวันให้อภัยเขา หญิงสาวท่องย้ำคำเดิมในใจ นับครั้งไม่ถ้วน ตั้งแต่วันที่เขากลับเข้ามาในชีวิตเธออีกครั้ง แม้หัวใจจะไม่เชื่อฟังเลยสักนิดก็ตามรินลดาปรือตาขึ้นมองเพดานห้องนอนอย่างเลื่อนลอย ก่อนที่ภาพเหตุการณ์อันร้อนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ยาวนานไปจนถึงเกือบเที่ยงวัน จะค่อยๆ ไหลย้อนกลับเข้ามาในสมองเหมือนภาพฉายซ้ำ ความร้อนผ่าวลามไปทั่วแก้มเมื่อนึกถึงบทลงโทษที่เธอเป็นคนเริ่ม แต่กลับถูกเขาเอาคืนจนร่างแทบแตกสลายผู้จัดละครสาวพยายามจะขยับกาย ทว่าเพียงแค่ขยับแขนเล็กน้อย ความรู้สึกระบมก็แล่นไปทุกสัดส่วนของร่างกายจนเธอต้องนิ่วหน้า ความเมื่อยขบที่ช่วงเอวและรอยกัดที่บ่าระหงย้ำเตือนว่าเธอถูกเคี่ยวกรำหนักหนาแค่ไหนหญิงสาวพยายามฝืนกายพลิกนอนตะแคงเพื่อหนีจากความอึดอัด ทว่าทันทีที่หันหน้าไป เธอกลับต้องชะงักกึกเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่นอนท้าวศอกจ้องมองเธออยู่ก่อนแล้ว คอร์นีเลียสส่งยิ้มกว้างที่ดูเป็นต่อ เขาเลิกคิ้วสูงมองแม่แมวป่าที่ตอนนี้กลายเป็นแมวเซื่องซึมกำลังพยายามพลิกตัวหนีเขาอย่างสุดชีวิต"ตื่นแล้วเหรอครับ..." น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นยังคงแหบพร่าเล็กน้อย มือหนาเอื้อมมาลูบไล้เส้นผมที่ยุ่งเหยิงของเธออย่างเบามือ ทว่าแววตากลับวาวโรจน์ไปด้วยความนัยบางอย่างที่ทำให้รินลดาต้องหดคอหนี"ฉันไม่ไหวแล้วนะนีล... คุณไปอดอยากมาจากไหน" รินลดาประท้วงด้วยน้ำ
รินลดาขยับกายลุกขึ้นทรงตัวด้วยเข่าทั้งสองข้าง มือเรียวคว้าขอบชั้นในของเขาไว้ก่อนจะออกแรงรั้งมันลงร่างบอบบางลอบกลืนน้ำลายเมื่อความเป็นชายที่เคยถูกปกปิดไว้ ดีดตัวออกจากพันธนาการ ราวกับอึดอัดมานานแสนนาน ความใหญ่โตที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนและหยาดน้ำใสที่เริ่มปริ่มออกตรงปลาย พร้อมกับสีหน้าที่เต็มไปด้วยความต้องการของเขา ทำให้ผู้คุมเกมตัวน้อยเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังเล่นกับไฟที่ร้อนแรงเกินไปเสียแล้ว"กลัวเหรอริต้า... ลองชิมดูไหมล่ะครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่สั่นพร่าไปด้วยแรงอารมณ์กระชากสติของรินลดาให้กลับมา หญิงสาวสบตาคมกริบที่บัดนี้วาวโรจน์ไปด้วยความปรารถนาอย่างเปิดเผยรินลดาเม้มริมฝีปากแน่น ความหวาดหวั่นในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความหมั่นไส้และความรู้สึกอยากเอาชนะ หญิงสาวขยับกายเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวตนอันยิ่งใหญ่ของเขา กลิ่นอายบุรุษเพศที่เข้มข้นขึ้นตามอารมณ์ดิบทำให้เธอมึนเมา"อยากลองทำอย่างอื่นมากกว่า..." รินลดาเอ่ย มุมปากมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะขยับกายขึ้นไปนั่งคร่อมทับบนกลางกายแกร่งของเขาอย่างเต็มรัก วินาทีที่จุดอ่อนไหวที่ชุ่มฉ่ำของเธอแนบชิดลงบนความอลังการที่แข็ง
รินลดาถอยออกมาหยุดยืนอยู่ที่ปลายเตียง หญิงสาวกอดอกพลางกวาดสายตามองผลงานของตัวเองด้วยความพึงพอใจ รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าสวยเมื่อเห็นมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลถูกตรึงไว้กับเตียงกว้างในสภาพที่ขยับเขยื้อนไม่ได้ แสงอาทิตย์อัสดงที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างอาบไล้ไปบนร่างกายกำยำของเขา ยิ่งขับให้ภาพตรงหน้าดูเย้ายวนและอันตรายในเวลาเดียวกันหัวใจของคอร์นีเลียสเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากอก ความตื่นเต้นที่ถูกกระตุ้นด้วยสถานะเหยื่อทำให้อะดรีนาลีนในกายพลุ่งพล่าน เขาจ้องมองร่างบางที่ยืนมองเขาจากปลายเตียงด้วยสายตาที่ลุกโชนไปด้วยไฟสวาทการได้เห็นรินลดาแสดงอำนาจเหนือเขามันช่างน่าหลงใหลอย่างที่เขาไม่เคยสัมผัสจากใครมาก่อน ยิ่งเห็นเธอมั่นใจในชัยชนะมากเท่าไหร่ ความต้องการที่จะถูกเธอทำลายและทำลายเธอคืนก็ยิ่งทวีคูณขึ้นจนยากจะข่มกลั้นรินลดาค่อย ๆ ขยับกายคลานขึ้นไปบนเตียง ท่วงท่าที่เย้ายวนทว่าทรงพลังทำให้เธอดูเหมือนนางสิงห์ที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม นิ้วเรียวลากไล้ไปตามหน้าแข้งแกร่งผ่านเนื้อผ้าของกางเกงสแล็กเนื้อดี ก่อนจะค่อย ๆ เคลื่อนสูงขึ้นตามแนวขาของชายหนุ่ม สัมผัสที่แผ่วเบาแต่เน้นย้ำนั้นสร้างกระแสไฟฟ้าแปลบปลาบไปท
รินลดาหมุนตัวเดินฉับ ๆ จากชายหาดขาวละเอียด มุ่งหน้าสู่ที่พักโดยไม่รอคนตัวโตที่ยังยืนทำหน้าไม่ถูก หญิงสาวเดินลัดเลาะไปตามทางเดินหินอ่อนที่ขนาบข้างด้วยพรรณไม้เขียวขจี จนกระทั่งถึงวิลล่าหรูส่วนตัวที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาจุดที่สูงที่สุดของแหลมพันวาทันทีที่ก้าวเข้าสู่ตัววิลล่า ความโอ่อ่าก็โอบล้อมเธอไว้ ห้องพักเพดานสูงแบบสกายเพดานทำให้พื้นที่ดูโปร่งสบาย ผนังฝั่งหนึ่งเป็นกระจกใสบานใหญ่ยักษ์ที่เผยให้เห็นทัศนียภาพของท้องทะเลอันดามันแบบพาโนรามา แสงอาทิตย์ยามเย็นสะท้อนผิวน้ำดูราวกับเพชรที่ระยิบระยับอยู่เบื้องล่างถัดจากตัวห้องนอนขนาดใหญ่ คือระเบียงกว้างขวางที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัว ขอบสระกลืนไปกับเส้นขอบฟ้าและสีครามของน้ำทะเลจนแยกไม่ออก รินลดาเดินผ่านส่วนนั่งเล่นตรงเข้าสู่ห้องน้ำขนาดใหญ่ที่หรูหราไม่แพ้กัน กลางห้องมีอ่างจากุซซี่ดีไซน์ทันสมัยขนาดกว้างพอจะลงไปแช่ได้พร้อมกันสองคน ตั้งอยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดรับลมทะเลบริสุทธิ์รินลดาเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงระเบียงกว้าง ปล่อยให้สายลมทะเลพัดเอาผมยาวสลวยให้ปลิวไสวไปตามแรงลม หญิงสาวทอดสายตามองออกไปที่เส้นขอบฟ้าอันไกลโพ้นครู่หนึ่ง ก่อนจะหมุนตัวกลับมาสบ
รินลดาเดินออกจากเกตสนามบินภูเก็ตด้วยชุดผ้าลินินสีครีมดูสบายตา หญิงสาวถอนหายใจยาวเมื่อนึกถึงเหตุผลร้อยแปดของเพื่อน ๆ ที่พร้อมใจกันเททริปนี้ในวินาทีสุดท้ายอย่างน่าสงสัย คนหนึ่งติดธุระด่วน อีกคนแมวป่วย ส่วนอีกคนก็ดันลืมพาสปอร์ตทั้งที่เป็นเที่ยวบินในประเทศ"ดีจริง ๆ เพื่อนแต่ละคน ทิ้งฉันไว้กลางทางแบบนี้เลยนะ" รินลดาพึมพำกับตัวเองพลางยิ้มหยัน เธอรู้ดี ในฐานะผู้จัดละครอะไรที่มันประจวบเหมาะเกินไป มักจะมีคนอยู่เบื้องหลังเสมอยิ่งไปกว่านั้นเงาประจำตัวอย่างคอร์นีเลียสที่ตามติดเธอเป็นตังเมมาตลอดปี กลับต้องบินด่วนไปอเมริกา เขาบอกเธอว่าเป็นเรื่องธุรกิจที่คอขาดบาดตาย แม้รินลดาจะแสร้งทำเป็นไม่สนใจและไล่เขาให้รีบไปทำงานของตัวเองเสียที ถึงจะรู้ว่างานของเขาเสี่ยงอันตรายแค่ไหน แต่เธอก็คิดเสมอว่าเขาจะต้องปลอดภัยหญิงสาวตัดสินใจมุ่งหน้าสู่รีสอร์ตสุดหรูริมหาดพันวาตามแพลนเดิม "เที่ยวคนเดียวก็ดี..."รินลดานั่งลงบนเก้าอี้ชายหาด มองดูเกลียวคลื่นที่ม้วนตัวเข้าหาฝั่ง แต่หญิงสาวกลับพะวงถึงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างตัว... เธอกำลังรอสายจากคนที่บอกว่ายุ่งหนักหนาที่อเมริกา หรือกำลังรอให้เขาปรากฏตัวต่อหน้าตอนนี้แต่
1 ปีผ่านไป รินลดาที่กำลังให้สัมภาษณ์สื่อถึงการเปิดตัวละครที่กำลังจะออนแอร์ทางช่อง... หญิงสาวอยู่ในชุดเดรสสีขาวจากแบรนด์ดังของคนไทย เธอแต่งหน้าอ่อน ๆ พร้อมรอยยิ้มที่ประดับไว้บนหน้า"ละครเรื่องมายาเงาคิดว่ากระแสจะดีไหมครับคุณริต้า" นักข่าวบันเทิงของช่องข่าวเอ่ยถาม"นักแสดงทุกท่านรวมถึงทีมงานตั้งใจทำงานอย่างสุดความสามารถ ผลตอบรับจะออกมายังไงพวกเราก็พร้อมรับค่ะ และหวังว่าคนดูจะชอบนะคะ""แล้วละครแนวตั้งที่จะออนแอร์ร่วมกับทางตุรกีละคะ" นักข่าวหญิงถามขึ้น"ใกล้จะได้เปิดตัวแล้วค่ะ จะได้ชมเร็ว ๆ นี้แน่นอน" รินลดายิ้มกว้าง ทว่าในอกกลับสั่นไหวอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อเอ่ยถึงประเทศที่เธอเกือบไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้แต่แล้วคำถามที่ทำเอาทุกคนในบริเวณนั้นหูผึ่งก็ดังขึ้น "ขออนุญาตถามเรื่องหัวใจคุณริต้าได้ไหมคะ ข่าวที่ว่าคุณริต้ากำลังซุ่มคบกับลูกชายของเจ้าสัววีระ... จริงไหมคะ"รินลดาชะงักไปแวบหนึ่ง ก่อนจะเบนสายตาเลยกลุ่มนักข่าวไปยังม้านั่งใต้ร่มไม้ไม่ไกลจากที่เธอยืนอยู่ ที่ตรงนั้นมีชายร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อยืดสีเรียบและกางเกงลินินดูสบายตา ทว่ารังสีความหล่อเหลากลับโดดเด่นจนแทบทะลุแว่นกันแดดสีเข้มที่เขาต้องสว







