LOGINณ จวนผู้ว่าเมืองอี้โจว
ร่างระหงกำลังยืนเหม่อมองไปทางทิศตะวันออกซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านสกุลเฉิน ทิวเขาตรงหน้ากำลังมีสายหมอกหนาลงปกคลุม ภายในใจเฝ้าครุ่นคิดและเป็นห่วงสามีของนางอยู่ตลอดเวลาโดยมีลี่อิงคอยดูแลอยู่ภายในห้อง ส่วนบ่าวรับใช้จากบ้านสกุลเฉินยืนเฝ้าอยู่หน้าห้อง และในวันพรุ่งนี้ขบวนเสด็จขององค์ฮ่องเต้ก็จะเคลื่อนตัวออกจากเมืองอี้โจวโดยรถม้าพร้อมเกี้ยวพระที่นั่งเพื่อเดินทางกลับวังหลวง “ป่านนี้ท่านพี่จะเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้ จะลงจากเขาฟงไหลและเดินทางกลับมาถึงบ้านสกุลเฉินหรือยังนะ จดหมายของข้าที่เขียนทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้วางอยู่บนโต๊ะ ท่านพี่กลับมาถึงคงจะได้อ่านแล้วเป็นแน่” ลี่เซียนรำพึงกับตัวเองโดยไม่ทันได้ยินเสียงฝีเท้าของคนที่กำลังก้าวเข้ามาในห้องพักของนางอยู่ในขณะนี้ พระเนตรดำใหญ่หันกลับไปทอดพระเนตรลี่อิงเขม็งพร้อมยกพระหัตถ์โบกไปมาเพื่อไล่นางให้ออกไปจากห้องพักดังกล่าว ด้วยพระองค์อยากอยู่เพียงลำพังสองต่อสองกับลี่เซียนเท่านั้น ทั้งลี่อิงและบ่าวไพร่จากสกุลเฉินต่างหวาดกลัวองค์ฮ่องเต้เป็นยิ่งนัก รีบจ้ำอ้าวออกจากห้องตามพระบัพระตำหนักไป๋เฟิ่ง ร่างงามที่บัดนี้กำลังอุ้ยอ้ายด้วยกำลังตั้งครรภ์จริงเข้าสู่เดือนที่หก หน้าท้องที่เคยแบนราบบัดนี้ยื่นออกมา มิหนำซ้ำครรภ์ของนางมีขนาดใหญ่กว่าปกติ จนหลายต่อหลายคนตั้งสังเกตว่ากุ้ยเฟยคนงามอาจจะตั้งพระครรภ์แฝดเข้าให้เสียแล้ว ตำราเล่มเขื่องอยู่ในมือเรียวสวย และเป็นตำราที่เขียนด้วยตัว หนังสือโบราณที่ไม่สามารถมีผู้ใดอ่านออกได้ แต่ลี่เซียนสามารถอ่านอักขระโบราณนั้นได้ทุกตัว ด้วยเพราะได้กำไลหยกที่สวมใส่ติดข้อมือของนางช่วยทำให้อ่านตำราโบราณได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่นำหนังสือโบราณสัมผัสกับกำไลหยกหลังจากนั้นก็สามารถอ่านตำราที่เขียนด้วยภาษาโบราณได้ทันที เป็นสิ่งที่เซียนหนุ่มเพิ่งเปิดเผยให้ลี่เซียนล่วงรู้ และนางเฝ้ารอคอยโอกาสที่จะนำคัมภีร์อมตะกลับคืนมาให้ได้ ในเมื่อเสวียนจงฮ่องเต้กำลังครอบครองคัมภีร์อยู่ในขณะนี้ นางจะต้องหาวิธีทำให้พระองค์มอบคัมภีร์อมตะมาให้นางโดยไม่ต้องลังเลแม้แต่น้อย ทันใดนั้นเอง ประตูห้องบรรทมก็เปิดออกกว้างพร้อมการปรากฏพระวรกายขององค์ฮ่องเต้ ซึ่งมีสีพระพักตร์ไม่ดีเอาเสียแล้ว ทันทีที่ทรงทอด พระเนตรโ
ในขณะเดียวกัน “กรี๊ดดด!!!” สุรเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดใจแทบขาดดังออก มาเป็นระยะๆ เว่ยฮองเฮาทรงทุรนทุรายกับการเจ็บปวดพระครรภ์อย่างยิ่งยวด ในบางขณะที่กำลังเบ่งคลอด พระเนตรที่กำลังพร่าเลือนทอดพระเนตรดวงวิญญาณเด็กเล็กมายมาย ทั้งชายและหญิงรวมไปถึงพระสนมนางใน ที่พระนางทรงเคยมีพระบัญชาให้วางยาพิษเพื่อทำลายทารกในพระครรภ์ จนต้องจบชีวิตลงทั้งแม่และลูก ดวงวิญญาณของเด็กและพระสนมนางในเหล่านั้นต่างห้อมล้อมแท่นพระบรรทมที่ใช้สำหรับการมีพระประสูติกาลจนดำทะมึนไปหมด “โอ๊ยยยย! ข้ากลัวแล้ว! อย่ามาจ้องเหมือนจะเอาชีวิตข้าแบบนี้! ไม่เอา!ข้ากลัว! ข้ากลัว!” รับสั่งพร้อมเปล่งสุรเสียงกรีดร้องออกมาเป็นระยะๆ ท่ามกลางความแปลกใจของบรรดาหมอหลวงและผู้ช่วยทำคลอด ต่างนั่งงงงันกับรับสั่งแปลกๆ ของพระนางที่เปล่งออกมาอย่างไม่มีหยุด เสวียนจงฮ่องเต้เสด็จเข้ามาภายในห้องเตรียมประสูติ ดวงวิญญาณดำทะมึนที่ห้อมล้อมเว่ยฮองเฮาพลันเลือนหายไปทันทีที่พระองค์เสด็จมาถึง สายพระเนตรกระทบเข้ากับพระวรกายของเว่ยฮองเฮาที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อไหลโทรมพระวรกา
พระตำหนักจินเฟิ่ง “เพล้ง!!!” เสียงข้าวของตกแตกกระจายดังกระหึ่มอยู่ภายในพระตำหนัก บ่งบอกได้เป็นอย่างดี ว่าเจ้าของตำหนักดังกล่าวมีพระอารมณ์ขุ่นมัวเป็นยิ่งนัก ด้วยเจ้าของพระตำหนักดังกล่าวทรงล่วงรู้ข่าวการตั้งพระครรภ์ของจางกุ้ยเฟยนั่นเอง ในเวลานี้เว่ยฮองเฮาทรงตั้งพระครรภ์ย่างเข้าสู่เดือนที่หกแล้ว และเหลืออีกเพียงสามเดือนเท่านั้นก็จะมีพระประสูติกาล หลังจากนั้นพระนางจะต้องระเห็จออกจากตำหนักจินเฟิ่งไปพำนักอยู่ ณ ตำหนักเย็นแทน อันเป็นสถานที่กล่าวขานถึงเรื่องราวต่างๆ นานา ทั้งลึกลับและน่ากลัว ตลอดจนเสียงหวีดร้องของเหล่าดวงวิญญาณที่จบชีวิตลงภายในตำหนักดังกล่าว “นังปีศาจท้องกับฝ่าบาทแล้วอย่างนั้นเหรอ มันท้องไล่เลี่ยกับข้าเช่นนี้โอรสที่อยู่ในครรภ์ของข้าก็ไม่อยู่ในสายพระเนตรของฝ่าบาทอีกต่อไป เหตุใดมันจะต้องเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ด้วย! ทำไม!” พระนางรับสั่งลอดไรพระทนต์ พระหัตถ์ทั้งสองข้างกำเข้าหากันจนแน่น ด้วยทรงพยายามเก็บกดพระอารมณ์ที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชังที่มีต่อจางกุ้ยเฟยเอาไว้ภายในพระทัย เพื่อมิให้ทรงผลต่อพระ โอรสในพร
ทันใดนั้นเอง เซียนหนุ่มรูปงามปรากฏกายยืนอยู่ข้างๆ แท่นพระบรรทม “เจ้ายังไม่ตายหรอกนะลี่เซียน... เพราะมันยังไม่ถึงเวลาของเจ้า” เซียนหนุ่มเอ่ยบอกโฉมงาม ใบหน้าสวยที่กำลังนั่งกอดเข่าเอาแต่ร่ำไห้อยู่ในขณะนั้น เงยหน้าขึ้นมองทันทีเมื่อเสียงที่คุ้นหูดังขึ้นอยู่ข้างกาย “ท่านขงเหวินซือ” ลี่เซียนเรียกชื่อของเซียนหนุ่มด้วยความดีใจสุดขีด ร่างระหงลุกจากแท่นพระบรรทมทันใด “ท่านออกมาหาข้าแล้ว เหตุใดจึงทอดทิ้งและไม่ยอมออกมาตอนที่ข้าร้องเรียกให้ช่วยอยู่ที่บ้านสกุลเฉิน ท่านปล่อยให้ฝ่าบาทนำข้ามาอยู่ในวังหลวงทำไม ท่านขงเหวินซือ... ป่านนี้ท่านพี่จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้” โฉมงามเอ่ยถึงสามีด้วยความเป็นห่วงแทบขาดใจ เซียนหนุ่มได้แต่ยืนนิ่งพร้อมถอนหายใจเบาๆ เมื่อถูกนางตัดพ้อต่อว่าออกมาเช่นนั้น “ข้าไม่สามารถออกมาช่วยเจ้าทั้งสองคนได้ เพราะเบื้องบนเป็นผู้ลิขิตให้เกิดขึ้น กรรมที่เคยกระทำเมื่อเวียนมาบรรจบก็ต้องชดใช้กลับคืนไป สิ่งที่จ้าวเทียนอี้เคยกระทำก็ต้องชดใช้ให้กับเสวียนจงฮ่อง
พิธีไหว้ฟ้าดินครั้งที่สอง ผ้าแดงและสัญลักษณ์ในการทำพิธีไหว้ฟ้าดินพร้อมพิธีส่งตัวถูกจัดขึ้นตามพระบัญชา ทันทีที่ถังเสวียนจงฮ่องเต้เสด็จกลับมาจากการตรวจเยี่ยมราษฏร ทว่ากว่าจะผ่านพ้นพิธีสำคัญนี้ได้ ฮ่องเต้หนุ่มต้องเผชิญกับบรรดาขุนนางน้อยใหญ่ซึ่งตั้งป้อมคัดค้านในการประกอบพิธีในครั้งนี้ สาเหตุมาจากข่าวลือการตายแล้วฟื้นขึ้นมาอีกครั้งของจางกุ้ยเฟย ทั้งๆ ที่สิ้นพระชนม์ไปนานหลายเดือน และนั่นทำให้มีกระแสข่าวกระจายไปทั่ววังหลวงว่าพระนางคือปีศาจหาใช่คนแม้แต่น้อย และองค์จักรพรรดิก็ทรงสามารถทำให้กระแสข่าวลือดังกล่าวจบสิ้นลงไปโดยพลัน เมื่อทรงประกาศในท้องพระโรงในขณะออกว่าราชการว่าแท้จริงแล้ว พระองค์เป็นผู้ทำให้ทุกคนต่างเข้าใจว่าจางกุ้ยเฟยได้สิ้นพระชนม์ไปแล้วจริงๆ เนื่องจากทรงสอบสวนพบว่าพระนางมิได้สิ้นพระชนม์เพราะอาการหอบหืด แต่สิ้นพระชนม์เพราะถูกลอบวางยาพิษและผู้ที่อยู่เบื้องหลังก็ทรงทิ้งไว้เป็นปริศนาให้เหล่าขุนนางต่างพากันช่วยขบคิด และจะร่วมกันตัดสินอีกครั้งเมื่อเว่ยฮองเฮาทรงมีพระประสูติ กาลเรียบร้อยแล้ว ฮ่องเต้หนุ่มซ้อนกลเหล่าขุนนางโดยมีร
พิธีส่งตัว ภายในพระตำหนักไป๋เฟิ่งในยามนี้ พิธีส่งตัวเพิ่งผ่านพ้นไปตามขั้นตอนตามโบราณราชประเพณีทุกประการ บัดนี้ร่างงามระหงของจางกุ้ยเฟยเปลือยเปล่าท้าทายสายพระเนตรฮ่องเต้หนุ่มอยู่ในขณะนี้ ทั่วเรือนร่างงามหมดจด ขาวนวลเนียนไปทุกอณู กลิ่นกายหอมจากเรือนร่างงามช่างเย้ายวนใจชายอย่างยิ่งยวด เสวียนจงฮ่องเต้ดื่มด่ำอยู่กับร่างงามอย่างแสนหลงใหล ทันทีที่พระวรกายเบียดแทรกเข้าไปในกายของโฉมตรู พระเนตรเบิกกว้างขึ้นมาโดยพลันเมื่อภายในกายสาวของลี่เซียนนั้นบ่งบอกให้พระองค์ทราบว่านางยังคงไว้ของการเป็นหญิงพรหมจรรย์ นำความปลาบปลื้มให้แก่ฮ่องเต้หนุ่มอย่างยิ่งยวดที่พระองค์คือบุรุษคนแรกของโฉมงาม เหตุที่เป็นเช่นนี้สืบเนื่องมาจากผลของการได้ดื่มทารกสวรรค์ถึงสองครั้งในเวลาที่ทิ้งช่วงเพียงแค่เจ็ดวัน หากแม้นสตรีใดดื่มรากทารกสวรรค์อยู่ในช่วงเวลาดังกล่าว จะทำให้ภายในกายของหญิงผู้นั้นคงไว้ดั่งเช่นหญิงพรหมจรรย์ไปนานถึงครึ่งชีวิตตน เป็นสรรพคุณสุดยอดที่มิมีสมุนไพรใดทัดเทียมได้ มีเพียงรากทารกสวรรค์เท่านั้น







