Mag-log inบ้านหลังเขา
บ้านหลังน้อยอบอุ่นของจ้าวเยว่ฮวา มาบัดนี้มันมีสภาพเละเทะจากการต่อสู้และมุ่งหน้าทำลายทุกอย่าง สายลมยามเช้าพัดเข้ามาจนเสื้อผ้าสีชมพูสะบัด
พึบพับ!
คนที่ช่วยนางเอาไว้ไม่ได้เอ่ยอะไรให้มากความ หลังจากที่เขารู้ว่านางมีเรื่องที่จะต้องจัดการก็จัดรถม้าพร้อมคนขับเอาไว้ นับว่ามีคุณธรรมอย่างหาได้ยาก
แม้ว่านางจะไม่รู้ว่าเขาต้องการจะคุยกับนางเรื่องอะไร แต่หากคาดเดาไม่ผิดละก็ คงไม่พ้นเรื่องพิษในตัวเขาแน่นอน
ตอนที่ช่วยนางไว้เขาจะต้องยืนอยู่แน่ แต่พิษที่เขาได้รับทำให้เขาพิการ สิ่งที่ทำให้เขายืนได้คงไม่พ้นตัวนาง
นางเผลอดูดพิษจากร่างเขามา! เพราะแบบนี้ในช่วงเวลาสั้นๆ เขาจึงยืนได้! หลังจากนั้นนางหมดพลังและหมดสติ ไหนเลยจะดูดพิษเหมือนที่อยู่ในสุสานหมื่นวิญญาณได้
ถึงอย่างไร พิษนี้นางมั่นใจว่านางแก้ได้ นี่คือแต้มต่อ!
อีกเหตุผลหนึ่งคือ หากเขาคือคนที่จะฆ่านาง เขาคงฆ่านางไปนานแล้ว ไม่เหลือลมหายใจ ไม่ตามหมอมารักษานางหรอก
จ้าวเยว่ฮวามองร่างกายที่มีผ้าพันแผลครู่หนึ่ง
“น่าเสียดายที่ข้าจะต้องมีแผลเพิ่มอีกแล้ว”
ร่างบางก้าวไปในบ้านหลังน้อย ประตูพังลง ข้าวของกระจัดกระจาย เหตุการณ์พึ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ทุกอย่างจึงยังอยู่ในสภาพเดิม
จ้าวเยว่ฮวาเข้าไปในบ้าน ที่โถงด้านหน้านางพบกับร่างของหญิงสาวแรกรุ่น นางคือสาวใช้ของนาง นาม หว่าอิน อายุ 14 ปี อายุน้อยกว่านางหนึ่งปีเท่านั้น
ข้างๆ กันที่กำกระบี่ในมือเป็นชายหนุ่มหน้ามน ชายรับใช้ของนาง นาม ชิงหยวน อายุ 14 ปี เหมือนหว่าอิน ทั้งสองเป็นคนที่พ่อบุญธรรมของนางเก็บมาจากข้างถนนข้างๆ หอโคมเขียว เพื่อมาอยู่เป็นเพื่อนนางเวลาที่เขาออกไปรักษาโรค
“หว่าอิน ชิงหยวน ลำบากพวกเจ้าแล้ว” จ้าวเยว่ฮวาเดินเข้าหาร่างที่ไร้ลมหายใจของทั้งสองคน นางย่อตัวลงระหว่างร่างทั้งสอง
ชิ้ง!
จ้าวเยว่ฮวาหยิบกระบี่ในมือของชิงหยวนออกมาและกรีดไปที่มือของตนเอง นางวาดลวดลายบางอย่างลงบนตัวของทั้งสองคนด้วยเลือดที่ไหลริน
และสุดท้ายนางก็บีบมือตนเองสองครั้ง ครั้งหนึ่งบีบเพื่อให้เลือดไหลลงบนปากของหว่าอิน อีกครั้งบีบให้เลือดลงบนปากของชิงหยวน
สีหน้าของจ้าวเยว่ฮวายังคงเหมือนเดิม ตั้งแต่กรีดข้อมือจนถึงบีบมือเพื่อให้เลือดไหลมากกว่าเดิม สีหน้าของนางไม่มีวี่แววของความเจ็บปวด
ในเมื่อนางมาอยู่ในร่างของผู้อื่น ก็ควรตอบแทนผู้อื่นบ้าง!
คืนชีวิตให้สองชีวิต วิญญาณในปรโลกของร่างนี้คงพอใจ!
ตอบแทนที่นางมาอาศัยร่างนี้ก็แล้วกัน!
หลังจากเลือดไหลลงลำคอของร่างไร้ลมหายใจของทั้งสองแล้ว จ้าวเยว่ฮวาก็ค่อยๆ ลุกขึ้นและกางมือออก นางหลับตาลงและเริ่มเรียกพลังเบญจธาตุ
เปลวไฟสีดำเกิดขึ้นที่ใต้เท้าของจ้าวเยว่ฮวา กลิ่นอายอันตรายเริ่มแผ่ออกมาจากร่างบาง พิษร้ายลอยออกจากตัวนาง นอกจากนี้ยังมีพลังจากธาตุทั้งห้าที่อยู่รอบๆ ตัวนางวิ่งเข้ามาที่ร่างไร้ลมหายใจไม่หยุด
วิชาชุบชีวิต!
ร่างกายที่เย็นชืดของคนรับใช้ทั้งสองเริ่มกลับมาอุ่นเหมือนคนมีชีวิต ยิ่งพลังไหลเข้าไปในร่างของทั้งสองมากเท่าไหร่ก็ยิ่งพบว่า บาดแผลตามร่างกายของทั้งสองเริ่มสมานกัน เส้นเลือดถูกชะล้างทั้งหมด กระดูกทุกชิ้นถูกอาบย้อมด้วยเส้นสายพลังสีดำ
ทั่วร่างถูกพลังสีดำโอบล้อมเอาไว้ กลายเป็นก้อนสีดำสองก้อน!
พรึ่บ!
จ้าวเยว่ฮวาหยุดมือเมื่อรับรู้ถึงลมหายใจของคนรับใช้ทั้งสอง พลังที่พึ่งคืนมาเสี้ยวหนึ่งถูกนางใช้วิชาชุบชีวิตไปแล้ว ตอนนี้นางเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะไร้พลังอีกครั้ง
บัดซบ!
“ไม่รู้ว่าร่างนี้อ่อนแอ หรือพลังของข้ายังไม่กลับมากันแน่” จ้าวเยว่ฮวาเอ่ยกับตนเองเบาๆ นางค่อยๆ เดินไปนั่งบนพื้นว่างๆ รอเวลาที่หว่าอินและชิงหยวนฟื้น
ดวงตาหวานซึ้งหลับลง เข้าสู่สภาวะการทำสมาธิ!
“คุณชาย นางจะมาตามนัดหรือไม่?”
ม่อไป่เอ่ยถามไปพลางจัดอาหารเช้าไปพลาง ที่โต๊ะอาหารมีหวางจวินหลงและหลิวฮวน ม่อไป่จัดอาหารเสร็จแล้วก็นั่งลงอีกด้าน
หลิวฮวนหูผึ่ง “หะ? นางไปแล้วหรือ? ข้ายังไม่เจอหน้าหญิงงามเลยนะ!” น้ำเสียงแสนเสียดายโวยวายขึ้นมา มองไปทางหวางจวินหลง
หวางจวินหลงจับตะเกียบ “กินข้าว”
“ไม่ใช่สิ เจ้าไปทำอะไรนาง นางถึงไม่สนใจใบหน้าของเจ้าและจากไปเช่นนี้” หลิวฮวนไหนเลยจะกินข้าวลง ไม่ง่ายเลยที่สหายเขาจะยอมให้หญิงสาวเข้าใกล้
ที่น่าเสียดายคือ เขาไม่รู้เลยว่าหญิงสาวคนนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร?
“นางจะกลับมาแน่” หวางจวินหลงกินอาหาร เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเหมือนปกติ
ม่อไป่เริ่มลงมือกินอาหารเช่นกัน หลิวฮวนมองหวางจวินหลงและม่อไป่ สุดท้ายก็เริ่มกินอาหาร “จริงสิ เมื่อวานข้าลืมถามว่าได้สมุนไพรมาหรือไม่?”
ม่อไป่เอ่ยตอบ “ไม่พบเลยขอรับ ข้าคิดว่าจะเข้าไปหาอีกรอบขอรับ”
“ให้อินหวงไปหาสมุนไพร” หวางจวินหลงเอ่ยขึ้น “ส่วนเจ้าไปตามสืบว่า ทหารเมื่อวานไปทำอะไรที่สุสานหมื่นวิญญาณ พวกเขาเคลื่อนไหวยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ไม่มีทางที่จะปิดข่าวมิด”
“ขอรับ” ม่อไป่รับคำสั่งเสียงขรึม
บ้านหลังเขา
จ้าวเยว่ฮวาค่อยๆ ลืมตาขึ้นหลังจากที่นั่งปรับสมดุลมานานถึงสามชั่วยาม ร่างของหว่าอินและชิงหยวนขยับเล็กน้อยและค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาเช่นกัน
พรึ่บ!
ชิงหยวนนึกขึ้นได้ว่ากำลังต่อสู้กับทหารชั่วอยู่ เขารีบลุกขึ้นและตั้งท่าต่อสู้ทันที หว่าอินเองก็ไม่ต่างกัน นางรีบลุกขึ้นและมีท่าทางหวาดกลัว
จนเมื่อทั้งสองเห็นว่าไม่มีทหารชั่วมาอีกแล้ว และมองเห็นใบหน้างดงามของคุณหนูตนเอง ร่างบางนั่งอยู่บนพื้นและกำลังมองพวกเขาทั้งสองคน
หว่าอินน้ำตาร่วง “คุณหนู พวกเราถูกตามฆ่า นี่มันเรื่องอะไรกันเจ้าคะ?”
ชิงหยวนผ่อนคลายร่างกาย เขาคุกเข่าลงตรงหน้าจ้าวเยว่ฮวา “ข้าปกป้องท่านไม่ได้ คุณหนู ท่านบาดเจ็บหรือไม่?”
จ้าวเยว่ฮวามีท่าทางสงบนิ่ง
“ข้าชื่อจ้าวเยว่ฮวา แต่ไม่ใช่จ้าวเยว่ฮวาคุณหนูของพวกเจ้า” น้ำเสียงเรียบเฉยเอ่ยต่อไป “ข้าชุบชีวิตพวกเจ้าขึ้นมาเพื่อตอบแทนคุณหนูของพวกเจ้า ต่อจากนี้พวกเจ้าเป็นอิสระแล้ว”
จ้าวเยว่ฮวามองทั้งสองคนที่มีสีหน้าทั้งตกใจทั้งสับสน
“พวกเจ้าจงออกจากแคว้นนี้ไปเสีย ไปใช้ชีวิตที่เป็นของพวกเจ้าเอง”
จ้าวเยว่ฮวาล้วงเอาถุงทองออกมาสามถุง วางไว้บนพื้นตรงหน้าหว่าอินและชิงหยวน
หว่าอินและชิงหยวนเงียบไปสองเค่อ เป็นหว่าอินที่ดวงตาแดงก่ำและเอ่ยเสียงเครือ
“ชีวิตก่อนนายท่านมอบให้ หากนายท่านไม่เก็บข้าจากข้างถนน ข้าคงตายไปแล้ว ชีวิตที่สองท่านเป็นคนมอบให้ ไม่ว่าอย่างไรท่านก็เป็นคุณหนูของข้า ข้าจะติดตามท่าน! ข้าไม่สนใจว่าท่านจะเป็นใคร ข้าสนเพียงแค่ท่านมอบชีวิตให้ข้า!”
หว่าอินเป็นคนอ่อนโยนมาก ไม่ง่ายเลยที่นางจะยืนกรานเช่นนี้
ชิงหยวนเองก็เอ่ยขึ้น สีหน้าจริงจัง “คุณหนู ท่านเอ่ยความจริงกับพวกข้า ช่วยชีวิตพวกข้า แค่นี้ข้าก็รู้แล้วว่าท่านเป็นคนดี ข้าจะขอติดตามท่านเช่นกันขอรับ”
จ้าวเยว่ฮวาดวงตามล้ำลึก
คิดไม่ผิดที่ช่วยพวกเขาจริงๆ
กลางคืน ณ แดนปีศาจ บนเตียงหลังใหญ่มีร่างของชายคนหนึ่งนอนอยู่ เขานอนนิ่งราวกับหลับลึกและไม่มีทางตื่นขึ้นมาง่ายๆ ใบหน้าของเขาหล่อเหลา แค่มองก็รู้ว่าเขาเป็นคนมีเมตตายิ่งนัก เขาที่ว่าก็คือ จ้าวเทียน ใบหน้าของจ้าวเทียนอ่อนเยาว์กว่าตอนแรกมาก ด้วยพลังวิญญาณที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงหลังๆ ทำให้เขาคล้ายชายหนุ่มที่อายุราวๆ 28 ปี จ้าวเทียนพลิกตัวไปมา คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเหมือนเขากำลังเผชิญหน้ากับเรื่องอันตราย ไม่นานเหงื่อก็ผุดขึ้นตามกรอบหน้า ภายในฝันของจ้าวเทียน “ไม่นะ!” เสียงหวานของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้น น้ำเสียงนี้ทั้งเจ็บปวดทั้งสะเทือนใจ “จ้าวเท
ณ ตำหนักธิดาสวรรค์ ตำหนักธิดาสวรรค์อยู่ทิศตรงกันข้ามกับตำหนักเทวธรรม ตำหนักเทวธรรมอยู่ทิศตะวันตก เช่นนั้นตำหนักธิดาสวรรค์ก็อยู่ทิศตะวันออก สถานที่ที่ซึ่งรับแสงแดดอย่างเต็มเปี่ยม สาดส่องความสว่างไปทั่วทุกทิศ ที่นี่คือ ตำหนักธิดาสวรรค์! ตำหนักธิดาสวรรค์ใหญ่โตทัดเทียมตำหนักเทวธรรม อาคารสูงใหญ่หลายอาคารตั้งเรียงกันไปจนสุดลูกหูลูกตา สิ่งที่น่าอัศจรรย์คือเหนืออาคารเหล่านั้นจะเห็นอักขระวิ่งวนอยู่เลือนราง สาวกของตำหนักธิดาสวรรค์เดินเข้ามาอย่างเร่งรีบ “เรียนธิดาสวรรค์ ตอนนี้ดาราเปลี่ยนทิศแล้วเจ้าค่ะ” เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้น ใบหน้าของนางดงามแสนบริสุทธิ์ หน้าที่ขอ
“แผนการตัดอำนาจนี้ ทำได้งดงามมาก!” หลงเซี่ยอดที่จะเชยชมหวางจวินหลงและจ้าวเยว่ฮวาไม่ได้ แม้ว่าทั้งสองคนจะอยู่ที่แดนปีศาจ แต่แผนการกลับเฉียบคมจนเขายังต้องเอ่ยชม “แต่พวกเรายังสืบไม่พบตัวตนของท่านเทวธรรมเลย” หวางหนิงเหมยเอ่ยขึ้น “การส่งสายเข้าไปก็ไม่ง่ายเลย” “แน่นอนว่าไม่ง่าย แต่เรื่องนี้มันเกินกำลังของพวกเรา สิ่งที่พวกเราทำได้คือทำลายอำนาจของหลงฟ่าน ในเมื่อหลงฟ่านคือคนที่สนับสนุนตำหนักเทวธรรม ทำลายหลงฟ่านก็เท่ากับช่วยพวกเขาแล้ว” “นั้นก็จริง น่าแปลกที่เขาไม่ประหารหวางหนี๋” หวางหนิงเหมยครุ่นคิด “หรือจะมีเบื้องหลัง?” “รอดูกันต่อไป” ต่อให้มีเบื้องห
คืนวันที่สาม ในที่สุดจ้าวเยว่ฮวาก็ได้ชมจันทร์ จ้าวเยว่ฮวามองค้อนคนข้างกายไปทีหนึ่งอย่างอดใจไม่ไหว คืนแรกพวกนางถูกทำให้เมาจนหลับไป คืนที่สอง แค่กๆ นางถูกทำให้เหนื่อยล้าจนหลับไปอีก ในที่สุดคืนที่สามนางถึงได้เที่ยวชมจันทร์เสียที ดวงจันทร์กลมใหญ่ลอยเด่นกลางนภาอันมืดมิด โดยปกติแล้วเมื่อดวงจันทร์ส่องสว่างทั่วฟ้าเช่นนี้ ดวงดาวเล็กๆ พวกนั้นจะหม่นแสงลงตามธรรมชาติ แต่ดวงดาวตรงหน้ากลับสามารถเปล่งแสงระยิบระยับได้ เกิดเป็นภาพความงดงามที่ยากจะลืมเลือน “จวินหลง พวกเราจะชนะคนพวกนั้นแน่นอน” “ข้ารู้” หวางจวินหลงโอบร
ณ อาณาจักรวิญญาณ อาณาจักรวิญญาณเรียกได้ว่าเป็นต้นกำเนิดหลายๆ ดินแดน ทุกดินแดนจะมีคนจากตระกูลใหญ่ ซึ่งคนจากตระกูลใหญ่เหล่านั้นก็คือตระกูลเล็กๆ ที่ออกไปตั้งตัวนอกอาณาจักรวิญญาณ ตระกูลใหญ่ของแต่ละดินแดนเป็นแค่ตระกูลเล็กๆ ในอาณาจักรวิญญาณ! ความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรวิญญาณไม่ได้เผยแพร่ออกไปยังแคว้นเล็กๆ ด้านนอก พวกเขาไม่มีสิทธิ์รับรู้ว่ายังมีอาณาจักรที่แสนยิ่งใหญ่อยู่ในใต้หล้า นี่ก็เป็นทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดี เรื่องที่ดีคือพวกเขาจะไม่รับรู้ความยิ่งใหญ่ ใช้ชีวิตอันเรียบง่ายที่ไม่ถึงร้อยปีต่อไป สิ้นอายุขัยก็จบสิ้นเท่านั้น และเรื่องที่ไม่ดีคือ พวกเขาไม่ได้รับรู้ว่า ใ
สถานที่เที่ยวที่เถียนฉีแนะนำนั้นเป็นเอกลักษณ์มาก หลังจากทุกคนเก็บของเสร็จก็หน้าชื่นตาบาน ส่วนสีหน้าของหวางจวินหลงนั้นเรียบเฉยจนเกือบจะบูดบึ้ง แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครสนใจ เอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาจะไปเที่ยวอย่างเดียว อีกเดี๋ยวข้าจะพานางไปเที่ยวกันสองต่อสอง ตอนที่ทุกคนเผลอ! นี่คือสิ่งที่หวางจวินหลงคิดอยู่ตลอด เถียนฉีพาทุกคนเดินทางไปยังทิศตะวันออก ที่นั่นไม่เหมือนกับแดนปีศาจอย่างที่ทุกคนรู้จัก ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเต็มไปด้วยหิมะ ต้นไม้รูปร่างงดงามสูงชันถูกหิมะสีขาวเกาะจนกลายเป็นภาพงดงามอันยากจะถอนสายตา “งดงามเหลือเกิน” “มีสถานที่เช่นนี้ด้วยหรือ?”&







