LOGINบรรยากาศภายในห้องฉุกเฉินกำลังเต็มไปด้วยความกดดัน เสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ประสานกับเสียงรองเท้าของเจ้าหน้าที่ จึงทำให้เพิ่มความตึงเครียดไปอีกเป็นเท่าตัว
บริเวณหน้าหน้าห้องฉุกเฉิน กลิ่นยาฆ่าเชื้อที่คละคลุ้งในอากาศยิ่งตอกย้ำถึงความจริงอันโหดร้ายของสถานการณ์ตรงหน้า รอบ ๆ นอกห้องมีทั้งเสียงร้องไห้ของบุคคลอื่นจึงยิ่งทำให้ซูหร่วนซีเกิดอาการหวาดหวั่น
เธอนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้อันเย็นเยียบ มือทั้งสองข้างกำแน่นจนเห็นข้อนิ้วขาวซีด หญิงสาวพยายามกลั้นน้ำตาและทำใจสงบแต่ความหวั่นวิตกกลับทำให้ทุกวินาทีที่ผ่านไปช่างเชื่องช้าเหลือเกินกอปรกับด้านข้างยังมีญาติคนไข้อื่น ๆ ที่นั่งอยู่ในอาการไม่ต่างกัน
เสียงถอนหายใจเคร่งเครียดและการขยับตัวไปมาอย่างกระวนกระวายสื่อถึงความกังวลที่เกาะกินหัวใจของทุกคน เวลาเหมือนหยุดนิ่ง แต่หัวใจของเธอกลับเต้นรัวเหมือนจะทะลุออกจากอกทุกครั้งที่ประตูห้องฉุกเฉินเปิดออก
เสียงขยับบานประตูดังแผ่วเบาแต่สำหรับเธอมันดังราวกับเสียงฟ้าร้อง หญิงสาวเงยหน้าขึ้นแทบจะทันทีหวังเพียงว่าจะได้ยินข่าวดีจากหมอ แต่กลับมีเพียงพยาบาลที่เดินผ่านไปอย่างเร่
“พี่ใหญ่ คิดว่าผมควรบอกเจ้าสามดีไหม”โจวฟ่านมองใบหน้ากระหยิ่มยิ้มย่องของคนพูดตรงหน้าด้วยแววตาละเหี่ยใจ“นายอยากบอกก็บอก ไม่อยากบอกก็ไม่ต้องบอกดีไหมเพราะยังไงเจ้าสามก็ได้รับคำตอบที่ดีอยู่แล้ว” โจวฟ่านพูดออกมาอย่างมั่นใจ“ถ้าอย่างนั้นผมไม่บอกดีกว่า เจ้าสามจะได้รู้สึกตื่นเต้น” สวีเย่หานยักไหล่ก่อนจะยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มทางด้านจ้าวหลงหยางที่กำลังถูกสองพี่ชายพูดถึง ในขณะนี้เจ้าตัวกำลังยุ่งวุ่นวายอยู่กับการจัดเตรียมงานเพื่อสารภาพความรู้สึกกับหญิงสาวในดวงใจ“พี่ชายหยางผลงานของพวกเราเป็นยังไงบ้าง” หยูเชาถามขึ้นเมื่อทีมงานของเขาได้มาช่วยชายหนุ่มคนนี้จัดงานเพื่อเซอร์ไพรส์เจ้านายคนสวย“ดูดีมาก ผมหวังว่าซีซีจะชอบ” จ้าวหลงหยางมองลูกโป่ง รวมถึงดอกไม้ที่หญิงสาวชอบกับเทียนจำนวนมากด้วยสายตาพอใจ“ฉันรับรองได้ว่าต้องถูกใจซีซีแน่นอน” เหอเหยียนพูดขึ้นอย่างมั่นใจทั้งนี้เป็นเพราะในช่วงวันหยุดและเธอเคยไปดูหนังด้วยกันในตอนนั้นในภาพยนต์ก็มีฉากพระเอกสารภาพกับนางเอกเธอเห็นว่าซูหร่วนซีมีความประทับใจต่อฉากแบบนี้เป็นอย่างมาก ดังนั้นเมื่อจ้าวหลงหยางได้นำเรื่องนี้มาปรึ
เรื่องราวที่เหมือนขนมเปี๊ยะตกลงมาจากฟ้าเช่นนี้โม่เข่อซิงไม่ได้ปิดบังต่อเพื่อนสาวคนสวยที่รับเล่นหนังรักเรื่องนี้ดังนั้นหลังจากประชุมเสร็จเธอจึงได้โทรไปแบ่งปันข่าวดีนี้ทันที“เธอรู้ชื่อของนักลงทุนคนนั้นไหม” ซูหร่วนซีชำเลืองมองมารดาที่กำลังนั่งพูดคุยกับผู้กำกับอยู่ไม่ไกล“เป็นคุณนายของแบลค วูดส์” โม่เข่อซิงตอบเพื่อนสาวอย่างไม่ปิดบัง“เข่อซิง ถ้าฉันบอกว่าผู้หญิงคนนี้เธอก็รู้จักจะเชื่อฉันไหม”“ที่รัก! เธอล้อเล่นแล้วเศรษฐีระดับนั้นฉันจะไปรู้จักได้ยังไง” เสียงของโม่เข่อซิงทำให้ผู้ช่วยสาวมองเธอด้วยความตกใจ“เธอพูดจริงเหรอ” มือของโม่เข่อซิงรีบจับโทรศัพท์มือถือของตนเอาไว้แน่นเพราะกลัวมันจะตกลงพื้น“ฉันเคยล้อเล่นเรื่องแบบนี้เมื่อไหร่กัน ว่าแต่เธอประชุมเสร็จหรือยังล่ะ ถ้าเสร็จแล้วก็มาที่กองถ่ายแม่ของฉันยังถามหาเธอกับหลวนเกออยู่แล้วเมื่อเช้านี้”“ฉันจะไปเดี๋ยวนี้ ว่าแต่ฉันควรจะเตรียมอะไรเป็นพิเศษให้คุณน้าไหม” โม่เข่อซิงทำราวกับว่าตัวเองจะไปพบญาติผู้ใหญ่ของคนรักอย่างไรอย่างนั้น“เธอมาแต่ตัวกับหัวใจก็พอ” ซูหร่วนซียิ้มขันให้กับคำพูดของเพื่อนสา
“หมายความว่ายังไง” ซูจินกวงเป็นคนเอ่ยปากถามเพราะเขากลัวเหตุการณ์ร้ายนั้นจะซ้ำรอยกับหลานสาวของตนขึ้นอีก“ในตอนนั้นเป็นเพราะผมมีคู่แข่งทางธุรกิจคนหนึ่งเขาคิดว่าหลังจากกำจัดผมออกไปให้พ้นทางได้ตัวเองก็จะได้ผงาดขึ้นมาแทน ดังนั้นช่วงที่ผมพาครอบครัวกลับมาเยี่ยมสุสานพ่อแม่ของซีหนิงจึงได้เกิดเรื่องขึ้นย้อนกลับไปในวันนั้นผมได้ให้ซีซีนั่งรถแยกไปกับพี่เลี้ยงพร้อมคนขับเพื่อความปลอดภัยของเธอ แต่ไม่คาดว่าพวกมันจะรู้ทันและไล่ตามทั้งทางผมและลูก ๆ ที่พวกเราแยกออกเป็นสามทางเพราะการไล่ล่าของพวกมันจึงทำให้พวกเราได้มารู้ภายหลังถึงอุบัติเหตุในครั้งนั้น คราแรกพวกเรายอมรับว่าทั้งตกใจและเสียใจเพราะคิดว่าได้สูญเสียบุตรสาวอันเป็นที่รักไปแล้วแต่หลังจากได้ตรวจสอบอย่างละเอียดจึงได้รู้ว่าในรถไม่มีร่างของเด็ก และในขณะที่พวกเรากำลังตั้งใจจะตามหาลูกประจวบเหมาะว่าฝ่ายคิดร้ายยังไม่หยุดอีกทั้งยังได้ส่งคนมาลอบทำร้ายพวกเราครั้งแล้วครั้งเล่าชนิดที่ว่าทั้งสองฝ่ายต้องตายกันไปข้าง ดังนั้นหลายเรื่องที่ประดังเข้ามาจึงทำให้กว่าพวกเราจะตามหาลูกได้เวลาก็ผ่านมาหลายเดือนจนกระทั่งเบาะแสทุกอย่างข
น้ำตาของหญิงสาวไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว และก่อนที่เธอจะทันได้รับรู้ถึงบรรยากาศรอบด้าน ไฟทุกดวงภายในห้องโถงกลับดับลงอย่างกะทันหันซูหร่วนซียังไม่ทันจะได้ตกใจ เปลวไฟจากเทียนที่ถูกจัดเรียงเอาไว้เป็นรูปหัวใจก็ค่อย ๆ สว่างขึ้นจากหนึ่งเป็นสองจนกระทั่งครบจำนวนดวงตาของเธอพร่ามัวจากม่านหยาดน้ำที่กำลังหลั่งริน “ซีซี พี่ชอบเธอ พวกเราคบกันได้ไหมครับ” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เธอจำได้ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของเขาที่อยู่ในชุดสูทเรียบง่ายแต่ดูดีเมื่ออยู่บนร่างกายอันสมบูรณ์แบบของชายหนุ่ม“พี่หยาง” น้ำเสียงของเธอแผ่วเบา“ครับ” เจ้าของชื่อขานรับอย่างอ่อนโยนและเมื่อเท้าของเขาเดินเข้ามายืนห่างจากหญิงสาวไม่มาก ซูหร่วนซีก็เผยรอยยิ้มออกมาทั้งน้ำตา“ฉันนึกว่าพี่จะขอฉันแต่งงานซะอีก” คำพูดของเธอได้ทำให้ชายหนุ่มผู้มักจะนิ่งขรึมกับคนอื่นแสดงความตื่นตะลึง“หากว่าพี่ขอแต่งงานจริง ๆ น้องจะยอมไหม” เขารีบผลักเรือตามน้ำท่ามกลางการลุ้นระทึกของคนที่เป็นสักขีพยานในวันนี้“เอาเป็นว่าแค่หมั้นไว้ก่อนดีไหมคะ จากนั้นรอสักห้าปีพวกเราค่อยแต่ง แต่ถ้าพี่ไม่เห็นด้วยพวกเราจะลองคบกันไปก่อน
“ลูกเจ๋อ” ฮัวเหม่ยลี่ส่งเสียงเรียกเมื่อเห็นว่าเปลือกตาของคนที่นอนอยู่บนเตียงเริ่มขยุกขยิก“แม่! ซูหร่วนซีล่ะครับ” เมื่อสติของเขาแจ่มชัดประโยคแรกที่เขาพูดกลับเป็นการถามหาหญิงสาวที่อยู่ในห้วงมโนสำนึกของตน“เธอเพิ่งจะออกไป” ฮัวเหม่ยลี่ไม่ได้โกหก ทั้งนี้หญิงสาวคนนั้นได้มาเยี่ยมลูกชายเธอทุกวันเพียงแต่เธอไม่ได้มีความเป็นห่วงเขามากอย่างแต่ก่อนอีกแล้ว“เธอมาจริง ๆ เหรอครับ” ใบหน้าของคนถามดูแช่มชื่นขึ้น“จริงจ้ะ ลูกเป็นยังไงบ้างรู้สึกเจ็บตรงไหนไหม” หลังจากพยาบาลที่ดูแลเธอกดปุ่มเรียกเจ้าหน้าที่ หล่อนจึงได้มาช่วยขยับรถเข็นให้เหม่ยลี่ก่อนจะถอยออกมา“ผมไม่เป็นไรครับ แม่ไม่ต้องห่วง” น้ำเสียงของเขาแหบเล็กน้อย“ไม่ให้ห่วงได้ยังไง ลูกหลับไปหนึ่งวันหนึ่งคืนเลยนะ” ผู้เป็นมารดามองค้อน ซึ่งเธอเองก็อยากจะต่อว่าเขาสักหลายคำเพียงแต่เมื่อเห็นใบหน้าซีดเซียวนี้เธอก็พูดไม่ออก“แม่ครับ ซูหร่วนซีหล่อนจะมาอีกไหม ผมมีเรื่องจะคุยกับเธอ” จู่ ๆ เขาก็เปลี่ยนเรื่องจนคนเป็นแม่ตามไม่ทัน“ไม่รู้สิ แต่แม่คิดว่าน่าจะมานะ เพราะอย่างน้อยลูกก็มีบุญคุณช่วยชีวิตเธอเอา
ข่าวเรื่องบ้านสายรองตระกูลซูไม่อาจถูกปิดได้อีกต่อไปเมื่อมีนักข่าวคนหนึ่งที่เห็นถึงความผิดปกติและตามกลุ่มของพวกโม่เข่อซิงมาซูจินกวงที่กำลังจะเอนหลังพลันสะดุ้งเมื่อพ่อบ้านอานเคาะประตูและเปิดเข้ามาอย่างรีบร้อน“นายท่าน! เกิดเรื่องกับคุณหนู” เขารีบเปิดทีวีให้ชายชราดู“ซูเหลียนฮวา!” ดวงตาของเขาวาวโรจน์แสดงความขุ่นเคืองต่อบ้านสายรองที่ตนให้โอกาสครั้งแล้วครั้งเล่ามือของเขารีบกดโทรศัพท์หาฝานเจียงเล่อ เขาสั่งการทุกอย่างออกมารวดเดียว เรื่องของซูเหลียนฮวาได้กลายเป็นข่าวร้อนไปทั่วทั้งเมืองโดยเฉพาะผู้คนในเป่ยเฉิง“ตัดขาดกับพวกมันทั้งครอบครัวซะ” ผู้นำตระกูลฮัวพูดขึ้นอย่างเฉียบขาดด้วยเกรงว่าสองแม่ลูกคู่นี้จะนำความเดือดร้อนมาให้แม้ว่าเรื่องจะดังมากขนาดนี้แต่ทว่าสำหรับคนเป็นแม่อย่างฮัวฉางซินกลับยังไม่รู้เรื่องเพราะหล่อนกำลังมัวเมาอยู่ในการพนันภายในห้องมืดสลัวแห่งหนึ่งของบ่อนกลางเมือง เสียงพูดคุยดังระงมผสมกับเสียงไพ่กระทบโต๊ะระคนกับเสียงลูกเต๋าที่กำลังกลิ้งอยู่ในถ้วยเคลือบท่ามกลางเสียงหัวเราะดังขึ้นจากผู้เล่นที่ได้ชัยชนะยิ่งทำให้ผู้ที่เล่นเ







