LOGINซูหร่วนซีฟังการขานราคาอย่างตั้งใจ ซึ่งภาพวาดนี้มีราคาที่ต่ำมากกว่าของชิ้นอื่น
“ภาพทิวเขาและสายน้ำนี้ ราคาเริ่มที่ห้าหมื่นหยวนครับ”
“เฮ้อ! น่าเสียดาย ภาพแบบนี้ราคาตั้งห้าหมื่น” คนเริ่มส่งเสียงดัง ทางด้านพิธีกรเองก็กำลังหมดหวังแต่แล้วหัวใจของเขาก็คล้ายมีลมเป่าเข้ามา
“ห้าหมื่นหนึ่งพัน” ซูหร่วนซียกป้ายพลางขานราคา
เฉินมู่เจ๋อรู้สึกให้ความสนใจหล่อนขึ้นมาในทันที
“หนึ่งแสน” จางหว่านชิงมองใบหน้าด้านข้างของเขาด้วยแววตาเคลือบแคลงหลังได้ยินเขาขานราคา
“มู่เจ๋อ คุณคิดว่าภาพนั้นมีอะไรพิเศษหรือคะ” จางหว่านชิงถามออกมาด้วยความอยากรู้
“ไม่มี แต่คุณไม่คิดว่าการที่ผมทำอย่างนี้จะเป็นเพิ่มความลำบากให้หล่อนหรอกหรือ” คำพูดของคนรักทำให้จางหว่านชิงรู้สึกวางใจ
“ถ้าอย่างนั้นครั้งต่อไปให้ฉันเสนอราคาเองนะคะ” เธออ้อนเขาเสียงหวานอย่างที่มักจะทำเป็นประจำ
“ได้สิ”
ซูหร่วนซีกัดฟันกรอด ไม่ใช่ว่าเธอไม่ได้คาดถึงผลลัพธ์นี้ ในเมื่อเป็นแบบนี้เธอก็ต้องลองสู้ดูสักตั้งเพราะหากเธอได้ภาพนี้ไม่ต้องกลัวว่าจะขายไม่ได้
“หนึ่งแสนหนึ่งหมื่น” ซูหร่วนซีหยั่งเชิง
งานดนตรีสดของเมืองเป่ยปีนี้นับว่าเป็นปีแรกที่ถูกจัดขึ้นจากการร่วมมือกันระหว่างผู้นำของเมืองที่ต้องการผลักดันให้เมืองเป็นแหล่งท่องเที่ยวในอนาคตกับบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งที่ตั้งมั่นว่าจะเป็นผู้นำในด้านดนตรี“เข่อซิง! บริษัทของเธอมีหุ้นอยู่ด้วยหรือเปล่า” ซูหร่วนซีถามเพื่อนสาวหลังจากพวกเธอลงจากรถ“หากว่ามีฉันจะแย่งตั๋วคอนเสิร์ตมาได้สองใบเหรอ” น้ำเสียงของคนพูดเต็มไปด้วยความเศร้า“ไม่ต้องทำหน้าอย่างนั้นก็ได้ เอาไว้เมื่อถึงเวลาฉันจะแนะนำเธอให้ทำกิจการอีกอย่างรับรองว่าจะต้องรุ่งไม้แพ้วงการภาพยนตร์อย่างแน่นอน”“จริงเหรอ! ที่รักเธอดีที่สุดเลย แต่ตอนนี้พวกเราควรเดินไปข้างหน้ากันเถอะ” โม่เข่อซิงยิ้มร่าก่อนจะดึงมือเพื่อนสาวคนสวยให้เดินตามกลุ่มคนเข้าไปทางเข้างานคอนเสิร์ตเป็นซุ้มโครงเหล็กตกแต่งด้วยป้ายไฟ LED สีสันสดใสที่เปล่งประกายชื่อนักร้องคนดังในค่ำคืนนี้อย่างเด่นชัด ก่อนจะตามมาด้วยวงดนตรีที่เจ้าของบริษัทต้องการปลุกปั้นลำแสงจากสปอร์ตไลท์หมุนวนไปมา บางจุดสะท้อนกับหมอกควันบางเบาที่ถูกปล่อยออกมาเพื่อสร้างบรรยากาศโม่เข่อซิงได้ดึงมือซูหร่วนซีให้หย
ยามเช้าวันใหม่ของปีแห่งการเริ่มต้น ภายในหมู่บ้านที่ยังคงมีความอนุรักษ์แบบดั้งเดิม แม้ว่าอากาศจะไม่หนาวจนจับขั้วหัวใจแต่ความเย็นที่พัดผ่านก็เพียงพอให้เห็นไอน้ำสีขาวลอยออกมาจากลมหายใจของผู้คนถนนภายในหมู่บ้านปกคลุมด้วยหมอกจาง ๆ แสงอาทิตย์สีทองอ่อนๆ เริ่มลอดผ่านชั้นก้อนเมฆทะลุผ่านต้นไม้ที่ไร้ใบ เผยให้เห็นแต่กิ่งก้านเปลือยเปล่าเรียงรายกันข้างทะเลสาบที่พื้นผิวสงบนิ่งไม่มีการกระเพื่อมไหวซูหร่วนซีในชุดเสื้อกันหนาวสีชมพูพาสเทลกับกางเกงขายาวสีเข้มกำลังวิ่งเหยาะ ๆ บนทางเท้าสำหรับออกกำลังกาย เธอสูดลมหายใจลึกเพื่อดื่มด่ำกับอากาศบริสุทธิ์ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกเหมยที่เริ่มผลิบานแทรกผ่านความหนาวทำให้เช้านี้ดู สดชื่นและมีชีวิตชีวาระหว่างที่หญิงสาวกำลังวิ่งจ๊อกกิ้งไปตามทางเดินเลียบริมสระเสียงฝีเท้าของใครบางคนพลันดังเข้ามาใกล้ เธอจึงหันไปมองด้านข้างด้วยความสงสัย“อรุณสวัสดิ์ค่ะ พี่หยาง” รอยยิ้มกว้างแต่งแต้มบนใบหน้าของเธอที่กำลังแดงเป็นสีระเรื่อชวนมองเมื่อเห็นว่าเขาเป็นใครจ้าวหลงหยางในชุดวอร์มสีเข้มกำลังวิ่งขึ้นมาต
ตั้งแต่ทางเข้าภายในวิลล่าของชายหนุ่มในขณะนี้ได้ถูกเนรมิตขึ้นเป็นสถานที่จัดเลี้ยงสุดหรู รอบด้านประดับด้วยโคมไฟที่กำลังเปล่งแสงออกมาเป็นสีทองอ่อน ๆ ทำให้บรรยากาศแลดูอบอุ่นและเป็นทางการในเวลาเดียวกันและเมื่อประตูบานใหญ่เปิดออกหูของทุกคนก็ได้ยินเสียงเพลงคลอเบา ๆ ท่วงทำนองเป็นจังหวะสนุกสนานจากวงดนตรีชั้นนำที่ถูกจ้างมาเป็นกรณีพิเศษสายตาของพวกเขากวาดมองไปจนทั่วห้องจัดเลี้ยงจนกระทั่งถึงโต๊ะยาวที่เต็มไปด้วยอาหารชั้นเลิศหลากหลายชนิดทั้งอาหารประจำชาติและตะวันตกที่ได้รับการจัดวางอย่างพิถีพิถัน“ขอเชิญทุกท่านเข้าสู่งานเลี้ยงแสดงความสำเร็จอย่างเป็นทางการ” สวีเย่หานจับไมโครโฟนพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มอันเจิดจ้า ก่อนที่จะมีเสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องจากผู้ร่วมงานตามมาโม่เข่อซิงยืนมองทีมงานของตนด้วยรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจจนเยว่หลวนคุนอดที่จะหยอกเย้าเธอออกมาไม่ได้“ยิ้มมาก ๆ ระวังเหงือกแห้งนะครับ”“ยินดีด้วยนะคะ” เธอเปลี่ยนเรื่องโดยไม่สนใจคำพูดของเขา“พี่เองก็ยินดีกับเธอเหมือนกัน” คนทั้งสองต่างหัวเราะประสานกัน“พี่เชื่อไหมคะ ฉันเองก็ไม่คิดว่าตัวเองจ
“ซีซี! เป็นอะไรไม่สบายตรงไหน” โม่เข่อซิงสังเกตเห็นสีหน้าของเพื่อนซีดขาวเธอจึงถามออกมาอย่างวิตก“เข่อซิง พวกเรากลับกันเถอะ ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายนิดหน่อย”“ได้สิ รถพ่อบ้านอานมาถึงพอดี” โม่เข่อซิงเป็นห่วงอาการของเพื่อนมากจึงไม่ทันได้บอกลาคนที่เพิ่งเข้ามาทักทายคล้อยหลังหญิงสาวคนสวยทั้งสอง ผู้เป็นเพื่อนในกลุ่มของอู๋ปิงเหยียนจึงได้เดินเข้ามาหาเขาด้วยความเสียดาย“เอาไว้ฉันจะหาโอกาสใหม่” คนพูดรู้ดีว่าเพื่อนของตนจะพูดอะไรเขาจึงได้เอ่ยดักทางออกมาก่อน“อืม”ภายในรถยนต์ของบ้านซู “ซีซี! ไปหาหมอดีไหม” โม่เข่อซิงถามคนที่กำลังนั่งพิงเบาะรถด้วยความเป็นห่วง“ไม่ต้องหรอก ฉันรู้สึกดีขึ้นมากแล้ว เข่อซิงเธอไปรู้จักผู้ชายคนนั้นได้ยังไง แล้วอีกอย่างดูเหมือนว่าฉันจะเคยเตือนเธอเรื่องให้ระวังผู้ชายที่ชื่ออู๋ปิงเหยียนเอาไว้นานแล้วไม่ใช่เหรอ” น้ำเสียงของซูหร่วนซีค่อนข้างจริงจัง“ฉันไม่รู้จักชื่อของเขาจริง ๆ นะสาบานได้ ฉันเพิ่งจะรู้วันนี้พร้อมเธอนี่แหละเรื่องนี้พูดไปมันก็ค่อนข้างบังเอิญ” ท่าทางของโม่เข่อซิงไม่ได้โกหก“เล่ามา ห้ามปิดบังอย่างเด็ดขาด”
เพราะหลังจากพิธีกรชายประกาศรายชื่อนักแสดงนำชายในภาพยนตร์ที่มีผู้เข้าชิงจนครบ มือของพิธีกรสาวก็กำลังเปิดซองสีแดงก่อนที่เธอจะเผยรอยยิ้มอันสวยงาม“นักแสดงนำชายยอดเยี่ยมของเราในค่ำคืนนี้ ได้แก่...” เสียงพิธีกรสาวหยุดลงชั่วขณะเพื่อสร้างความลุ้นระทึกก่อนที่จะเปล่งชื่อของคนที่ปรากฎต่อสายตาในหน้ากระดาษ“เยว่หลวนคุน จากภาพยนตร์เรื่องบันทึกรักลำน้ำฮวงค่ะ”เสียงปรบมือดังกระหึ่มทั่วทั้งห้อง ขณะที่กล้องจับภาพใบหน้าของเยว่หลวนคุนชายหนุ่มผู้มีใบหน้าสงบนิ่งแต่นัยน์ตากลับเต็มไปด้วยความตื้นตันเขาค่อย ๆ ลุกขึ้นจากที่นั่งในชุดสูทสีดำเรียบหรูปักลวดลายมังกรสีทองที่แสดงถึงความสง่างามซูหร่วนซีกับโม่เข่อซิงซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกลส่งยิ้มกว้างให้เขาก่อนจะปรบมือแรง ๆ ด้วยความดีใจ ซึ่งผู้กำกับและเพื่อนนักแสดงในทีมต่างยืนขึ้นแสดงความยินดีให้เขากันทุกคนทุกย่างก้าวของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความมั่นคงภายในใจราวกลับมีพายุบ้าคลั่งโหมกระหน่ำ ทั้งนี้เป็นเพราะการได้รับรางวัลในครั้งนี้ย่อมแสดงถึงเส้นทางอาชีพที่น่าจะไปได้ไกลในฐานะนักแสดงของเขานั่นเอง
ค่ำคืนของเมืองหลวงไม่เคยขาดสีสันและความครึกครื้นในช่วงวันแห่งเทศกาลของเดือนธันวาคมโดยเฉพาะในค่ำคืนนี้ที่กำลังมีงานใหญ่ระดับประเทศเป็นงานที่ทุกคนในวงการภาพยนต์ต่างคาดหวังที่จะได้รับรางวัลอันทรงเกียรติหรือแม้แต่ให้ได้รับการเสนอชื่อในตอนนี้บรรยากาศหน้าบริเวณทางเข้างานประกวดภาพยนตร์ไก่ทองคำ ปี 2013 ล้วนคลาคล่ำไปด้วยผู้คน ไม่ว่าจะทั้งนักข่าวและการ์ดจำนวนมากรวมถึงผู้ชมทั่วไปที่อยู่นอกแนวรั้วกั้น เสียงกรีดร้องจากคนเหล่านี้ดังขึ้นเมื่อเห็นดาราในดวงใจที่ตนชื่นชอบผู้คนมากมายสวมใส่ชุดราตรีและสูทสุดเนี้ยบกำลังทยอยมาถึงบริเวณทางเข้างานที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง หน้าโถงทางเข้างานปูด้วยพรมแดงทอดยาวไปจนถึงประตูทางเข้าใหญ่ ที่ถูกล้อมรอบด้วยแสงไฟระยิบระยับจากโคมไฟระย้าสีทองและไฟสปอตไลต์ที่ฉายส่องไปยังป้ายขนาดใหญ่ซึ่งประดับด้วยโลโก้ไก่ทองคำที่เป็นเอกลักษณ์ของงานประกวดในครั้งนี้เสียงกดชัตเตอร์ดังขึ้นเป็นระยะ ๆ จากช่างภาพที่กำลังถ่ายภาพของผู้เข้าร่วมงานอย่างไม่ตกหล่น เช่นเดียวกับนักข่าวบางคนก็ไม่ยอมน้อยหน้าเพราะได้จ่อไมค์ไปทางผู้เข้าร่วมงา







