Share

บทที่ 10

ภายในงานต่างคลาคล่ำไปด้วยผู้คน “ซีซี ฉันไม่คิดว่าคนจะสนใจที่ดินมากขนาดนี้เลย มองไปทางไหนก็เห็นคนจำนวนมาก” คุณหนูโม่กระซิบกับเพื่อนสาวเสียงเบา

สองตาของเธอกวาดมองนักธุรกิจมากหน้าหลายตาด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนที่เจ้าตัวจะอุทานเมื่อเจอคนคุ้นเคย “เอ๊ะ! นั่นไม่ใช่คุณลุงไป๋หรอกเหรอ พวกเราควรไปทักทายหน่อยไหม”

“ไปสิ” ซูหร่วนซีไม่คิดค้านทั้งนี้เป็นเพราะความสัมพันธ์ของปู่เธอกับครอบครัวไป๋ และครอบครัวโม่นั้นนับว่าเป็นมิตรอย่างแท้จริง

“คุณลุง!” โม่เข่อซิงส่งเสียงเรียกชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลขึ้นก่อนด้วยรอยยิ้ม

“โอ้! นี่ใช่ซิงเอ๋อร์ของบ้านเราหรือเปล่านะ โตเป็นสาวสวยแล้วลุงไม่เจอแค่สองปีเอง” น้ำเสียงหยอกเย้าเชิงเอ็นดูทำให้ โม่เข่อซิงส่งยิ้มให้ผู้สูงวัยกว่าอย่างเก้อเขิน

“คุณลุงล้อฉันแล้วละค่ะ จริงสิคะ คุณลุงจำซีซีได้ไหมคะเพื่อนสนิทของฉัน”

“คุณหนูใหญ่ตระกูลซูใช่ไหม เกือบจำไม่ได้จริง ๆ นั่นแหละ คุณปู่ของเธอเป็นยังไงบ้างวันนี้ท่านไม่ได้มาด้วยเหรอ”

“สวัสดีค่ะคุณลุง คุณปู่สบายดีค่ะ คุณปู่ไม่ได้มาค่ะเพราะเป็นห่วงงาน เอาไว้เมื่อไหร่กลับไปฉันจะบอกคุณปู่ให้นะคะว่าคุณลุงถามถึง” ใบหน้าสวยหวานกอปรกับท่าทางสุภาพของหญิงสาวทำให้หล่อนถูกจับตามองจากคนหลายกลุ่มไม่เว้นแต่อดีตสามีเมื่อชาติก่อน

“นายน้อยเฉินไม่ทราบว่าทางนั้นมีอะไรน่าสนใจหรือครับ” ชายหนุ่มวัยเดียวกันในมือมีแก้วเครื่องดื่มถามคู่สนทนาด้วยสีหน้าใคร่รู้

“ไม่มีอะไรครับ ผมก็แค่มองไปเรื่อย” เฉินมู่เจ๋อปฏิเสธก่อนจะเดินนำคู่สนทนาไปทักทายคู่ค้าของตน

กลุ่มของซูหร่วนซีพากันพูดคุยอยู่กับไป๋เหล่ยพอหอมปากหอมคอพวกเขาจึงได้แยกย้ายกันไปนั่งยังตำแหน่งของตัวเองตามหมายเลขที่ผู้จัดงานเตรียมไว้

“ผู้ช่วยสวีทำงานดีมากเลยนะคะ ฉันไม่คิดว่าคุณจะสามารถจับจองตำแหน่งที่ดีอย่างนี้ได้” คำชมของซูหร่วนซีหาได้ทำให้สวีเย่หานรู้สึกดีใจแต่อย่างใด เพราะทั้งนี้เขารู้สึกว่าคำพูดของหญิงสาวมีนัยยะอย่างไรชอบกล กระนั้นเขาก็ตอบรับด้วยรอยยิ้ม

คนภายในห้องโถงแห่งนี้นั่งพูดคุยกันได้อีกเพียงชั่วครู่ หน้าเวทีก็ปรากฏร่างของพิธีกรดำเนินงาน ภายในห้องประมูลสุดหรูตกแต่งด้วยแชนเดอเลียร์ระยิบระยับและผ้าม่านกำมะหยี่สีแดงเข้ม

กลิ่นหอมของน้ำหอมและบุหรี่จาง ๆ ลอยอวลไปในอากาศ แขกผู้เข้าร่วมการประมูลต่างพากันส่งเสียงกระซิบสนทนาเบา ๆ แว่วไปทั่ว บ่งบอกได้ว่าพวกเขากำลังรู้สึกถึงความตื่นเต้นที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น

“ท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาอันมีค่าของทุกท่าน กระผมขอนำท่านทั้งหลายเข้าสู่การประมูลที่ดินผืนแรกของเรา ณ บัดนี้” เสียงของผู้ดำเนินการประมูลดังก้องผ่านไมโครโฟนดึงความสนใจจากทุกคนให้มองไปยังแผนผังที่ดินขนาดใหญ่บนหน้าจอด้านหน้า

ราคาตั้งต้นถูกประกาศออกมาด้วยตัวเลขที่ทำให้คนทั้งหลายรู้สึกเมินเฉยกับเม็ดเงินจำนวนเล็กน้อยนี้ ภาพที่ดินรกร้างถูกฉายขึ้นจอไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งหยุดลง

“น้องสาว จะเอายังไง” เยว่หลวนคุนถามหล่อนขึ้นอีกครั้งทั้งนี้เป็นเพราะที่ดินบนภูเขาแห่งนั้นหาได้น่าสนใจแต่อย่างใด

“สี่ล้าน” เสียงของสวีเย่หานดังขึ้นทำให้ทุกสายตาต่างมองไปทางเขาราวกับมองหมูโง่ตัวใหญ่

ผู้ดำการไม่คิดมาก่อนว่าที่ดินรกร้างจำนวนสิบหมู่จะมีคนประมูลและให้ราคาสูงถึงสี่ล้านหยวน ดังนั้นเขาจึงเคาะไม้และขานราคาทันทีจนกระทั่งเสียงไม้เคาะดังครั้งที่สอง จู่ ๆ ก็มีเสียงของผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างกายอดีตสามีชาติก่อนของซูหร่วนซีดังขึ้น

“สี่ล้านหนึ่งแสน” คนของเฉินมู่เจ๋อยกป้ายพร้อมกับขานราคา ซึ่งการกระทำเช่นนี้ของเขาไม่ผิดจากการคาดเดาของ ซูหร่วนซีเท่าใดนัก เพียงแต่ชาติก่อนเป็นเขาที่ขานราคาขึ้นก่อนเป็นคนแรกอีกทั้งราคายังต่ำกว่าตอนนี้มาก

“สี่ล้านห้าแสน” ครั้งนี้เป็นซูหรวนซียกป้ายและขานราคาเอง หญิงสาวหาได้สนใจคำซุบซิบนินทาของคนอื่นแต่อย่างใด

“นายน้อยเฉิน ผมได้ยินมาว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลซูคนนั้นเคยไล่ตามคุณมาก่อนไม่ใช่เหรอ คุณเห็นเธอเอาเงินมาเผาเล่นมากขนาดนี้ทำไมไม่คิดเตือนสักหน่อย ใคร ๆ ในงานต่างก็รู้ดีว่าที่ดินรกร้างทางเหนือนั้นไม่มีมูลค่าให้พูดถึงเลยด้วยซ้ำ”

“เมื่อสักครู่ไม่ใช่ว่าผมให้คนของผมขานราคาแล้วหรอกหรือครับ ดังนั้นเรื่องต่อจากนี้หล่อนกับผมไม่มีความเกี่ยวข้องกันเพราะหล่อนไม่คิดรับน้ำใจของผมเอง” คำพูดของเฉินมู่เจ๋อทำให้คนที่ได้ยินต่างพากันชื่นชมเขา อีกทั้งยังคิดว่าเขาช่างเป็นชายหนุ่มมากด้วยน้ำใจ (ซูหร่วนซีไม่เคยทำงานอย่างจริงจัง คนโง่ก็ยังโง่อยู่วันยันค่ำ) เขาคิดขึ้นอย่างดูถูก

“ยินดีกับคุณหนูใหญ่ตระกูลซู ที่ได้ที่ดินผืนนี้ไปครอง” ผู้ดำเนินการผายมือไปทางหญิงสาวผู้อยู่ในชุดเดรสสีแดงเพลิงเปิดไหล่โชว์ไหปลาร้าสวยของตนด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า ซึ่งซูหร่วนซีทำเพียงเผยยิ้มบางออกไปเพียงเท่านั้น

หลังเสร็จสิ้นการประมูลที่ดินผืนแรกก็เข้าสู่ที่ดินผืนที่สองและที่ดินผืนนี้สำหรับคนมีเงินจำนวนมากต่างก็พากันเฉยชาเหมือนที่ดินแปลงแรกไม่มีผิด

ดังนั้นกลุ่มของซูหร่วนซีจึงได้ที่ดินเปล่าที่ถูกมองว่าไร้ค่ามาด้วยราคาตั้งต้นกันทุกคน โดยกลุ่มของหญิงสาวไม่รู้เลยว่าในตอนนี้สายตาของนักธุรกิจผู้มากประสบการณ์เหล่านั้นกำลังปรามาสพวกเขาอยู่ในใจ

“ท่านประธานไป๋ คุณไม่คิดจะห้ามหลานสาวของคุณสักหน่อยหรือครับ” ชายวัยเดียวกันผู้นั่งข้างเอ่ยขึ้นคล้ายหยั่งเชิง

“ห้ามทำไมล่ะครับ ก็แค่การละเล่นของเด็ก ๆ เงินเล็กน้อยแค่นั้นน้องเขยของผมขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก”

“นั่นสินะครับ ผมยังได้ข่าววงในมาว่าหลานสาวของคุณได้ลงไปกระโดดโลดเต้นในวงการภาพยนต์นอกสายตาเห็นจะจริงอย่างที่คุณพูด ครอบครัวตระกูลโม่ร่ำรวยจากสิ่งบันเทิงอื่นไม่น้อยเงินแค่ไม่กี่หยวนแค่ปล่อยให้ลูกสาวเล่นไปคงไม่มีปัญหา” คำพูดจากระทบกระเทียบนี้แม้จะทำให้ผู้ฟังรู้สึกเดือดดาล ทว่าเขาย่อมรู้ดีที่สุดว่าวันนี้ใครจะเป็นหมูใครจะเป็นมังกร

ภาพที่ดินเปล่าถัดมาบนหน้าจอได้ทำให้คณะของซูหร่วนซีรู้สึกตื่นเต้นเพราะที่ดินแห่งนี้นับว่าเป็นไฮไลต์ของงานรองจากที่ดินทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

“ซีซี พวกเราจะประมูลไหมหรือจะปล่อย”

“ที่ดินเปล่าในมือของพวกเรามีมากพอแล้ว ต่อจากนี้ไปก็แค่คอยเข้าร่วมสนุกบ้างเล็กน้อยเพื่อเพิ่มสีสันก็พอ” คนในคณะของหญิงสาวเข้าใจคำพูดนี้เป็นอย่างดีแม้ว่าโม่เข่อซิงจะค่อนข้างแปลกใจที่ลุงของตนเองก็ต้องการให้พวกเธอทำแบบนี้เช่นกัน เรื่องนี้คงต้องย้อนกลับไปก่อนหน้าที่พวกเธอจะเข้ามานั่งในห้องจัดงาน

“คุณลุงต้องการประมูลที่ดินฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือด้วยหรือคะ ฉันว่าลุงคิดใหม่ดีไหม” คำพูดของหลานสาวค่อนข้างทำให้ไป๋เหล่ยประหลาดใจ

“หลานรู้อะไรมาใช่ไหม” เขาย้อน

“ค่ะ แต่ถ้าหากฉันพูดไปก็ไม่รู้ว่าคุณลุงจะเชื่อหรือเปล่า” ท่าทางอ้ำอึ้งของคนเป็นหลานย่อมเรียกความสนใจจากชายวัยกลางคน “ลองพูดมา”

โม่เข่อซิงจึงได้ส่งสายตามาทางเพื่อนสาวและเมื่อเห็นหล่อนพยักหน้าดังนั้นเจ้าตัวจึงได้พูดถึงเรื่องสุสานใต้ดินออกมา

“เชื่อหรือเปล่าลุงไม่รู้ แต่ว่าลุงก็ได้ยินข่าวนี้มาจากสหายรุ่นพี่เหมือนกัน เอาเป็นว่าหลานช่วยลุงประมูลที่ดินที่คิดว่าน่าสนใจให้ลุงสักสองสามแปลงนะ เพราะหากเมื่อไหร่ลุงลงเองรับรองว่าที่ดินเหล่านั้นย่อมดีดราคาขึ้นแน่”

โม่เข่อซิงรู้สึกตกใจในสิ่งที่ออกมาจากปากชายวัยกลางคน ก่อนจะตอบรับด้วยรอยยิ้มในสิ่งที่ผู้เป็นลุงต้องการ

“ได้เลยค่ะ”

ไป๋เหล่ยพอใจที่หลานสาวเป็นเด็กฉลาดและสามารถเข้าใจเรื่องต่าง ๆ ได้ดี ดังนั้นเจ้าตัวจึงได้พูดถึงสิ่งที่ผู้จัดงานในวันนี้ขอมา

“แต่เรื่องที่ดินทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้นหากลุงไม่ยกป้ายก็ย่อมไม่ดี ถ้าอย่างนั้นลุงจะขานแค่ราคาแรกก็แล้วกัน”

หลังจากโม่เข่อซิงเสร็จสิ้นการพูดคุยกับผู้ใหญ่ในบ้าน เจ้าตัวก็เดินนำเรื่องที่พูดคุยนี้มาส่งต่อให้เพื่อนสาวฟัง พอซูหร่วนซีได้ยินก็เข้าใจได้ทันที

เมื่อหล่อนได้ยินเช่นนี้เจ้าตัวก็เกิดแผนหนึ่งในใจ ไวเท่าความคิดดังนั้นก่อนจะเข้ามาในงานซูหร่วนซีจึงได้ตั้งใจเดินไปหาญาติของเพื่อนสาว “ลุงไป๋คะ เรื่องที่ดินผืนนั้น ฉันมีเรื่องรบกวนให้ช่วยค่ะ”

“เรื่องอะไรเหรอ” เมื่อชายวัยกลางคนถามขึ้นเช่นนี้ซูหร่วนซีจึงได้พูดเข้าวัตถุประสงค์ของตน

“ได้สิ ถ้าอย่างนั้นลุงก็ไม่ผิดคำพูดที่รับปากมา เอาเถอะลุงจะยกป้ายต่อจากเขาหลังจากนั้นก็ปล่อยให้พวกหลานจัดการเอาเองดีไหม”

กลับมายังสถานการณ์ปัจจุบัน ในตอนนี้ราคาที่ดินทางภาคตะวันออกตัวเลขได้พุ่งทะยานสูงขึ้นมากแต่ว่าซูหร่วนซีรู้ดีว่าในช่วงวินาทีสุดท้ายใครจะเป็นฝ่ายได้ที่ดินผืนงามนี้ไป

“เจ้าโง่นั่นสู้ไม่ถอยเลย” น้ำเสียงเย้ยหยันของโม่เข่อซิงดังเข้าหูของหญิงสาวชุดแดงข้างกายตน

“เขาไม่มีทางได้ไปหรอก” คำพูดของซูหร่วนซีไม่มีใครได้ยินนอกจากคนในกลุ่ม

“เธอรู้” ดวงตาของคุณหนูโม่เบิกกว้าง

“ใช่”

สวีเย่หานรู้สึกอยากรู้อยากเห็นเป็นอย่างมากว่าการคาดเดาของเจ้านายสาวรู้มาจากไหน ดังนั้นเขาจึงได้ลองถามออกมาและคำตอบที่ได้ก็ทำให้เขารู้สึกขนลุกชูชันเย็นวาบไปทั่วทั้งแผ่นหลัง

“ประธานจ้าวแห่งหลงเทียนเขาจะประมูลไปในราคาหนึ่งร้อยห้าสิบล้าน”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 170

    ซูหร่วนซีเฝ้าดูแลเขาไม่ห่างกาย ทั้งสองยังคงจับมือกันแน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือกันไปความรักและความผูกพันจะเลือนหายไปตามสายลมในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิตจ้าวหลงหยางหันหน้ามาหาเธอพร้อมกับรอยยิ้มอันอ่อนโยนเช่นเคย แม้ลมหายใจของเขาจะอ่อนแรงลงทุกขณะ ถึงกระนั้นเสียงของเขายังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่มีต่อ

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 169

    ภายในสวนสาธารณะแห่งหนึ่งซึ่งเป็นสถานที่แห่งความทรงจำและคำสัญญาของอดีต บนม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ที่เคยเป็นพยานของความทรงจำระหว่างจ้าวหลงหยางกับซูหร่วนซีในวันวานในตอนนี้ได้มีหญิงชายวัยชราคู่หนึ่งกำลังนั่งเคียงข้างกันมือของคนทั้งสองกอบกุมกันไว้พร้อมกับหันมายิ้มให้กันอย่างอบอุ่นเฉกเช่นครั้งอดีตแม้ว่าวันเ

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 168

    หยูเชาเอนตัวพิงเก้าอี้ก่อนจะพูดขึ้นเสียงเบา “นายพูดเหมือนเขา... แต่ฉันว่าไม่น่าจะใช่”“ถ้าไม่น่าใช่ นายลองถามใจตัวเองดูสิว่าคิดยังไงกับพี่เขา” ฉาจี้พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยย้ำออกมาอีก“บางทีคำตอบมันอาจอยู่ตรงหน้าของนายแล้วก็ได้ แค่นายยังไม่ยอมรับ”หยูเชานิ่งไปนานไม่ตอบอะไร เขายกแ

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 167

    เวิ้นจวิ้นชายหนุ่มหน้าหวานที่ชีวิตในวัยเด็กเต็มไปด้วยความขมขื่น เขาถูกพ่อแท้ ๆ ไล่ออกจากบ้านพร้อมกับแม่ผู้มีอาการเจ็บป่วยจากการทำงานหนัก เพียงเพราะคนเป็นพ่อไม่อาจยอมรับในตัวตนของลูกชายแบบเขาว่าสนใจเพศเดียวกันการพลัดพรากจากครอบครัวและการต่อสู้กับอคติในสังคมทำให้เวิ้นจวิ้นเติบโตขึ้นมาด้วยความเข้มแข็ง

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 166

    หนึ่งปีผ่านไปหลังการจากไปของซูจินกวง เหล่าพี่น้องและพ้องเพื่อนจึงได้มารวมตัวกันอีกครั้งในวันครบรอบการจากไปของเขาเช้าวันนั้นอากาศเย็นสบายและท้องฟ้าแจ่มใส ซูหร่วนซี จ้าวหลงหยางรวมถึงจ้าวลี่เซียนลูกสาวตัวน้อยวัยสี่ขวบ พร้อมด้วยสมาชิกคนอื่น ๆ เดินทางไปยังสุสานของครอบครัวซูกันอย่างพร้อมเพรียงหล

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 165

    ไม่กี่เดือนหลังจากช่วงเวลาแห่งความสุขในครอบครัว ซูจินกวงเริ่มล้มป่วยอย่างหนัก สุขภาพของเขาทรุดโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด แม้แพทย์จะพยายามรักษาอย่างเต็มที่ แต่ด้วยอายุที่มากขึ้นซูจินกวงรู้ดีว่าวาระสุดท้ายของชีวิตกำลังใกล้เข้ามาทุกคนในครอบครัวต่างผลัดกันมาเยี่ยมเยียนดูแล และใช้เวลาอยู่กับเขาให้มากที่สุด ซ

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 9

    ในขณะที่หลานสาวกับปู่อยู่ภายในห้องทำงานตามลำพัง ซูหร่วนซีไม่คิดเก็บสิ่งที่เธอสงสัยเอาไว้อีก“คุณปู่ มีอะไรจะบอกฉันไหมคะ” ท่าทางของหลานสาวเช่นนี้คล้ายกับภรรยาผู้ล่วงลับของตนไม่มีผิดทำให้ซูจินกวงเผลอยิ้มออกมา“หลานไม่ต้องงอนปู่หรอก ปู่แค่ยังไม่มีโอกาสบอกก็เท่านั้นเอง เอาละปู่จะบอกถึงตัวตนของเขาคนนี้ให

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 8

    ในระหว่างที่ซูหร่วนซีกำลังรอตกแต่งห้องทำงานของตนอยู่นั้น คนเป็นปู่ได้อนุญาตให้หลานสาวสุดที่รักเข้าไปใช้ห้องทำงานของตัวเองได้ซึ่งห้องทำงานของผู้สูงวัยเองก็ถูกเปลี่ยนแปลงไปเหมือนกันจากชายน่ารังเกียจคนนั้นทำให้ซูหร่วนซีรู้สึกไม่สบายตา“ปู่คะ ฉันว่าห้องทำงานของคุณปู่ก็ควรได้รับการปรับปรุงใหม่นะคะ”“ปู่

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 7

    “คุณลุง พูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะคะ” น้ำเสียงแหลมสูงจากผู้มาใหม่ทำให้คนภายในห้องพากันมองหล่อนเป็นทางเดียว“ที่รัก คุณอย่ามาทำให้เสียเรื่อง หากลุงกวงเกิดเข้าใจผิดผมขึ้นมาจะทำยังไง” ซูยวี่รีบเดินเข้าไปจับมือภรรยาของตนแสร้งห้ามปราม“คุณก็เป็นแบบนี้ทุกที มีใครในเทียนไห่ไม่รู้บ้างว่าคุณทำงานหนักขนาดไหนตลอดเวลา

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 6

    ชายวัยกลางคนจำต้องหมุนกายเดินกลับไปยังประตูทางเข้าบริษัทด้วยความอับอายฝากไว้ก่อนเถอะไอ้แก่ เมื่อไหร่ที่บริษัทนี้เป็นของฉันคอยดูสิว่าแกจะเป็นยังไง เขาลอบกำมือแน่นสีหน้าบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยความโกรธเคืองซูหร่วนซีได้แต่มองตามแผ่นหลังของชายร่างท้วมอย่างชิงชัง (รอก่อนเถอะ ฉันจะจัดการแกทั้งครอบครัวให้สิ้น

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status