Partager

บทที่ 9

ในขณะที่หลานสาวกับปู่อยู่ภายในห้องทำงานตามลำพัง ซูหร่วนซีไม่คิดเก็บสิ่งที่เธอสงสัยเอาไว้อีก

“คุณปู่ มีอะไรจะบอกฉันไหมคะ” ท่าทางของหลานสาวเช่นนี้คล้ายกับภรรยาผู้ล่วงลับของตนไม่มีผิดทำให้ซูจินกวงเผลอยิ้มออกมา

“หลานไม่ต้องงอนปู่หรอก ปู่แค่ยังไม่มีโอกาสบอกก็เท่านั้นเอง เอาละปู่จะบอกถึงตัวตนของเขาคนนี้ให้หลานรู้ก็ได้”

ในขณะที่หญิงสาวกำลังตั้งใจฟังเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือของตนก็ดังขึ้นเสียก่อน “หลานรับโทรศัพท์ก่อนเถอะ เรื่องของเขาพวกเรายังมีเวลาคุยกันอีกเยอะ”

“ค่ะ ขอโทษนะคะ” และทันทีเมื่อซูหร่วนซีได้ยินข้อมูลทางมือถือ ใบหน้างามก็เผยรอยยิ้มกว้างอย่างไม่อาจควบคุมออกมา

“ดีมาก ถ้าอย่างนั้นคุณกับพี่ตงเตรียมตัวไว้คืนนี้พวกเราจะออกเดินทางไปเมืองจีกัน” คำพูดของหลานสาวทำให้ซูจินกวงรู้สึกประหลาดใจ

“คุณปู่คะ คืนนี้ฉันจะไปเมืองจีนะคะ ระหว่างที่ฉันไม่อยู่คุณปู่ห้ามลืมกินอาหารและยาให้ตรงเวลานะคะ” หลังวางสายจากสวีเย่หาน หลานสาวคนสวยก็ไม่ลืมหันมากำชับชายชรา

“เรื่องที่หลานสั่งให้ผู้ช่วยสวีคนนั้นไปทำเกี่ยวกับการไปเมืองจีอย่างนั้นหรือ”

“ใช่ค่ะ ฉันจะไปงานประมูลที่ดิน ฉันตั้งใจจะทำในสิ่งที่คุณปู่คาดไม่ถึงทีเดียว” คำตอบของหลานสาวผิดคาดไปจากที่ชายชราคิด เนื่องจากเจ้าตัวคิดว่าหญิงสาวต้องการไปหาเพื่อนกับลูกพี่ลูกน้องของตน

“ถ้าอย่างนั้นหลานก็ไปเถอะ อย่าลืมเตรียมเงินไปให้มากหน่อยหากไม่พอก็โทรมาบอกปู่”

ชายชรามักจะเป็นเช่นนี้อยู่เสมอ ซึ่งเจ้าตัวมักไม่เคยขัดความต้องการของหลานสาวสุดที่รักเพียงคนเดียวเลยด้วยซ้ำ ถึงแม้ว่าหล่อนจะใช้เงินฟุ่มเฟือยหรือหมดไปกับเรื่องไร้สาระก็ตามเขาก็ยังเต็มใจจ่าย

“ขอบคุณนะคะ ปู่ของฉันดีที่สุดเลย” ซีซีกอดเอวของคนเป็นปู่แน่นกล่าวด้วยความรู้สึกซาบซึ้ง

เวลายี่สิบนาฬิกาตามเวลาท้องถิ่นของเป่ยเฉิง ซูหร่วนซีกับคนของตนก็ขึ้นเครื่องบินโดยสารมุ่งหน้าสู่เมืองจี การเดินทางครั้งนี้หญิงสาวได้เลือกชั้นธุรกิจโดยที่เธอไม่รู้เลยว่าหนึ่งในผู้ร่วมเดินทางมีบุคคลที่เธอต้องการรู้เรื่องของเขาจากผู้เป็นปู่นั่งอยู่ด้วย

จ้าวหลงหยางลอบมองหญิงสาวด้วยหัวใจเต้นระทึกแทบทะลุออกมานอกอก (นานหลายปีแล้วที่เราไม่ได้พบกันไม่รู้ว่าเด็กขี้แยในวันนั้นจะยังจำพี่ชายคนนี้ได้อยู่ไหม) เจ้าตัวเหม่อมองไปทางหญิงสาวโดยที่ในมือมีนิตยสารเกี่ยวกับธุรกิจเล่มหนึ่งบังใบหน้าเอาไว้จนเกือบมิด

ซูหร่วนซีรู้สึกว่ากำลังมีสายตามองมาทางเธอ ดังนั้นเจ้าตัวจึงกวาดมองไปทั่วห้องโดยสาร (หรือว่าฉันคิดไปเอง) เธอสะบัดศีรษะไปมาเพื่อขับไล่ความรู้สึกก่อกวน

การได้รับบริการแบบพิเศษจากพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเช่นนี้ทำให้ตงเหยารู้สึกประหม่า ทั้งนี้เธอไม่เคยคิดเลยว่าการมาเป็นผู้ช่วยของคุณหนูใหญ่จะได้สัมผัสกับสิ่งเหล่านี้

ซูหร่วนซีลอบประเมินท่าทางของผู้ช่วยทั้งสองของตนอย่างเงียบงัน (ไม่ผิดจากที่คิดสวีเย่หานดูเหมือนว่าจะคุ้นเคยกับการเดินทางแบบนี้จึงทำให้เขาค่อนข้างดูสบาย อีกทั้งยังรู้ว่าการนั่งเครื่องในชั้นนี้มีบริการอะไรบ้าง

หากว่าเขาไม่ได้มาร้ายก็นับว่าได้คนเก่งมาอยู่ในมือ แต่ถ้าไม่ เห็นทีว่าหลังจากได้ข้อมูลของเขามามากพอคงต้องตัดเขาออกจากบริษัทแม้ว่าจะรู้สึกเสียดายก็ตาม) ทุกการกระทำของหญิงสาวได้ตกอยู่ภายใต้สายตาคมของชายผู้มีใบหน้าหล่อเหลาคนหนึ่งอยู่ตลอดเวลา

“เจ้าสามดูเหมือนว่ากระต่ายน้อยของนายจะให้ความสนใจเจ้ารองเป็นพิเศษนะ ว่าไหม”

“พี่ใหญ่ไม่คิดบ้างหรือว่าพี่รองกำลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยของหล่อน” คำพูดอันเฉยชาดังออกมาจากริมฝีปากหยักหนาก่อนดวงตาของเขาจะค่อย ๆ ปิดลง

(อาหานเอ๋ย ไม่มีความระวังตัวเอาซะเลย แต่ว่าถ้าหากผู้หญิงคนนั้นสามารถรู้ตัวตนของนายได้ ดังนั้นหล่อนจะเป็นกระต่ายน้อยได้ยังไง หญิงสาวสวยมากขนาดนี้ย่อมต้องเป็นจิ้งจอกเจ้าเล่ห์เสียมากกว่า) ความคิดนี้มีเพียงเจ้าตัวเท่านั้นที่รู้

การเดินทางใช้เวลาไม่นานก็ถึงจุดหมายปลายทาง “ซีซี!” เสียงเรียกอันสดใสอันเป็นเอกลักษณ์ของคุณหนูโม่ได้ทำให้เจ้าของชื่อเดินตรงมาทางหล่อนด้วยรอยยิ้มทั้งปากและตา

“พี่ชาย มากับซิงเอ๋อร์ได้ยังไงคะ หล่อนไปรบกวนการพักผ่อนของพี่หรือเปล่า” หญิงสาวทักทายชายหนุ่มผู้สวมหมวกปิดบังใบหน้าลงกว่าครึ่งอย่างสุภาพพร้อมกันนั้นก็ถามออกมาในคราวเดียว

“ไม่รบกวน อีกอย่างการที่พี่ชายจะมารับน้องสาวก็ไม่ใช่เรื่องแปลกไม่ใช่เหรอ ว่าแต่ข่าวที่ออกไปได้ทำให้เกิดความไม่สบายใจกับน้องหรือเปล่า” คำถามของเยว่หลวนคุนทำให้ซูหร่วนซีเลิกคิ้วสูง

โดยไม่รู้ว่าผู้ช่วยสาวของตนกำลังตั้งใจมองชายหนุ่มผู้อยู่ในชุดลำลองเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์สีดำด้วยความสนใจ

“ฉันรู้สึกคุ้น ๆ กับท่าทางของผู้ชายคนนี้จัง” เจ้าตัวรำพึง

“เธอรู้จัก แต่ฉันว่าเขาดูไม่เหมาะกับเจ้านายของเรานะ” สวีเย่หานตั้งป้อมกันท่าชายหนุ่มคนนี้ที่บังอาจเข้ามายุ่งเกี่ยวกับว่าที่น้องสะใภ้

ตงเหยาหาได้สนใจคำพูดของเพื่อนร่วมงานก่อนที่หล่อนจะโพล่งออกมาเสียงดังอย่างลืมตัว “เจ้าชาย! หยวนเกอ!” ก่อนที่จะรีบเอามือปิดปากพลางส่งสายตาขอโทษไปทางเจ้านายสาวที่ส่ายศีรษะมาทางเธอแปลได้ว่าไม่เป็นไร

“คนนั้นคือเจ้าชาย” คำถามของสวีเย่หานทำให้เจ้าตัวได้รับสายตาราวกับว่าตนเป็นคนโง่จากตงเหยา

“เขาเป็นเจ้าชายวงการภาพยนตร์ค่ะ ที่สำคัญเป็นดาราที่หญิงสาวยกตำแหน่งสามีแห่งชาติให้ด้วย ซึ่งฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้น” ตงเหยากล่าวจบเท้าของหล่อนก็ตรงไปทางเยว่หลวนคุนราวกับจะลอยได้

(หากเป็นอย่างนี้ไม่ใช่ว่าเจ้าสามกำลังเจอคู่แข่งคนสำคัญหรอกหรือ ไม่ได้การฉันต้องหาวิธีขัดขวาง) ไวเท่าความคิดเท้าของสวีเย่หานก็เดินตรงเข้าไปหาชายหนุ่มรูปร่างสูงผอมคนนั้นเช่นกัน

“นายกำลังมีคู่แข่ง” โจวฟ่านพูดขึ้นด้วยหวังว่าจะได้เห็นท่าทางร้อนใจจากคนด้านข้างบ้างทว่ากลับเป็นเขาที่เสียอาการเสียเอง

“ชายคนนั้นชื่อเยว่หลวนคุน เป็นลูกพี่ลูกน้องของเธอ” หลังเจ้าตัวพูดจบก็เดินผ่านกลุ่มของหญิงสาวไปยังทางออกโดยไม่เหลียวกลับมามอง (ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะแนะนำตัว) เขาคิด

คล้อยหลังชายหนุ่มในชุดสูทสากลเดินจากไปกลุ่มของซูหร่วนซีก็เดินออกมาบ้าง “สวัสดีค่ะ คุณหนูซู” ไต้จิ้งอี๋กล่าวทักทายซูหร่วนซีอย่างสุภาพ “พี่จิ้งอี๋สุภาพเกินไปแล้วค่ะ”

“สาวงาม” สองคำนี้ออกมาจากปากสวีเย่หานราวคนละเมอ ทำให้เจ้าตัวได้รับการกระทุ้งด้วยข้อศอกจากเพื่อนร่วมงานสาวพร้อมกับคำเหน็บแนม

“เช็ดน้ำลายของนายหน่อย หากไม่รักษาหน้าของตัวเองก็ช่วยรักษาหน้าของคุณหนูบ้าง” คำพูดนี้สวีเย่หานอยากจะตอบโต้ออกไปบ้างเหลือเกิน

(ใครกันแน่เมื่อสักครู่ยังกระโดดโลดเต้นกับหนุ่มคนนั้นอยู่เลย ตอนนี้ยังกล้ามาเตือนฉัน) ทว่าสิ่งที่ชายหนุ่มทำก็คือได้แต่แอบเก็บไว้ในใจ (สุภาพบุรุษย่อมไม่คิดเล็กคิดน้อยกับสตรี) เจ้าตัวคิดขึ้นก่อนจะยื่นมือออกไปจับตามมารยาทกับไต้จิ้งอี๋

หลังสิ้นสุดการแนะนำตัวไต้จิ้งอี๋ผู้รับหน้าที่เป็นคนขับก็พาผู้โดยสารที่นั่งภายในรถออกจากสนามบิน

เช้าวันต่อมาซูหร่วนซีผู้ตื่นก่อนเพื่อนสาวของตนก็ได้จัดการตัวเองเสร็จเรียบร้อย “ซีซี นับวันเธอยิ่งสวยขึ้นนะจ๊ะหรือว่าช่วงนี้มีอะไรพิเศษ” โม่เข่อซิงที่กำลังลืมตากล่าวหยอกเย้าออกมาทันที

“จะว่าอย่างนั้นก็ได้” คำตอบของเพื่อนทำให้คุณหนูโม่รีบสะบัดผ้าห่มให้พ้นตัว

“บอกมา ว่าเธอกำลังจะทำอะไรหรือว่าจะไปเดท” ดวงตาของโม่เข่อซิงเต็มไปด้วยความเพ้อฝันราวกับว่าเป็นเธอที่กำลังตกหลุมรัก

“จะใช่ที่ไหนล่ะ ฉันไม่ใช่เธอนะ หากอยากรู้ก็ไปด้วยกันสิวันนี้กองถ่ายหยุดไม่ใช่เหรอฉันจะชวนพี่ชายไปด้วย”

“ได้ ถ้าอย่างนั้นเธอรีบโทรชวนเจ้าชายเลยนะฉันจะไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้” แม้ว่าโม่เข่อซิงยังไม่รู้ว่าเพื่อนของตนจะพาไปไหนก็ตาม กระนั้นหากมีชายในดวงใจไปด้วยเธอย่อมไม่มีพลาด

สถานที่จัดงานประมูลที่ดินในวันนี้จัดขึ้นบริเวณตึกใจกลางเมืองทำให้การเดินทางค่อนข้างเชื่องช้า

“ซีซีอยากได้ที่ดินทางไหนเหรอ” เยว่หลวนคุนผู้รู้ข้อมูลมาบ้างถามน้องสาวอย่างให้ความสนใจ

“ทางด้านทิศเหนือค่ะ พี่ชายสนใจจะร่วมลงทุนกับฉันไหม” คำตอบของซูหร่วนซีนำพาความแปลกใจให้ทุกคนภายในรถเป็นอย่างมาก

“น้องสาวไม่สนใจที่ดินทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือกับทางทิศใต้เหรอ โดยเฉพาะทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือพี่ได้ยินมาว่ารัฐบาลจะประกาศให้เป็นที่สร้างของเมืองใหม่”

คนในรถต่างพยักหน้าให้กับคำกล่าวของเยว่หลวนคุน คำพูดของพี่ชายทำให้ซูหร่วนซีหวนคิดไปถึงชาติก่อน ใครจะรู้ว่าที่ดินแปลงที่พี่ชายพูดถึงจะขุดเจอสุสานเก่ากันล่ะ และหลังจากนั้นที่ดินก็เกิดการเปลี่ยนแปลง

(ชาติก่อนเป็นเพราะฉันต้องการเอาชนะชายชั่วคนนั้นจึงใช้เงินแย่งซื้อที่ดินไร้ค่านี้มา กลับกันชายคนนั้นเพียงซื้อที่ดินจากทางเหนือส่ง ๆ ทว่ากลับได้รับกำไรมหาศาล ชาตินี้เรื่องที่สองคือฉันจะคืนสิ่งนี้ให้ก็แล้วกัน)

“หากฉันบอกว่าที่ดินผืนนั้นมีสุสานอยู่ด้านล่างทุกคนจะเชื่อฉันไหมคะ ที่ดินในวันนี้จะให้ดีที่สุดคือทางเหนือ ทางตะวันตก และทางตะวันออก หากทางใต้ก็พอได้บ้างแต่ไม่เหมาะกับการทำอสังหาริมทรัพย์สำหรับคนเป็น”

ใบหน้าของคนฟังแสดงความแตกตื่น “ซีซี เธอรู้ได้ยังไง” โม่เข่อซิงเป็นคนแรกที่เรียกสติของตนกลับคืนมาถามอย่างสงสัย

“เป็นความลับ แต่ถ้าหากทุกคนเชื่อฉันให้ทำตามที่ฉันบอกรับรองว่าฉันจะพาให้ทุกคนรวยไปพร้อมกัน” หลังจบประโยคนี้รถก็จอดยังบริเวณทางเข้างานพอดี

แม้สวีเย่หานจะไม่เข้าใจว่าหญิงสาวคนนี้พูดออกมาแบบนี้ได้ยังไง ด้วยความที่เจ้าตัวรู้สึกร้อนใจดังนั้นเขาจึงได้ส่งข่าวนี้ไปให้พี่น้องร่วมสาบานทั้งสองคนอย่างเร่งด่วน

“เจ้าสาม นายคิดยังไง”

“ไม่ยังไง ทำตามที่เธอพูดก็พอ”

“หา! นายไม่กลัวขาดทุนเหรอ”

“ไม่ ผมเชื่อว่าสิ่งที่กระต่ายน้อยเลือกย่อมไม่เกิดความผิดพลาดอย่างแน่นอน” ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มบางกล่าวอย่างมั่นใจ

โดยไม่รู้เลยว่าข้อความของเจ้าตัวได้ถูกส่งต่อไปยังคนที่ส่งข่าวเรื่องนี้มาทางพวกเขา เจ้ารอง นายว่าเจ้าสามจะเชื่อกระต่ายน้อยโดยไร้เหตุผลเกินไปเหรือเปล่า
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 170

    ซูหร่วนซีเฝ้าดูแลเขาไม่ห่างกาย ทั้งสองยังคงจับมือกันแน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือกันไปความรักและความผูกพันจะเลือนหายไปตามสายลมในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิตจ้าวหลงหยางหันหน้ามาหาเธอพร้อมกับรอยยิ้มอันอ่อนโยนเช่นเคย แม้ลมหายใจของเขาจะอ่อนแรงลงทุกขณะ ถึงกระนั้นเสียงของเขายังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่มีต่อ

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 169

    ภายในสวนสาธารณะแห่งหนึ่งซึ่งเป็นสถานที่แห่งความทรงจำและคำสัญญาของอดีต บนม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ที่เคยเป็นพยานของความทรงจำระหว่างจ้าวหลงหยางกับซูหร่วนซีในวันวานในตอนนี้ได้มีหญิงชายวัยชราคู่หนึ่งกำลังนั่งเคียงข้างกันมือของคนทั้งสองกอบกุมกันไว้พร้อมกับหันมายิ้มให้กันอย่างอบอุ่นเฉกเช่นครั้งอดีตแม้ว่าวันเ

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 168

    หยูเชาเอนตัวพิงเก้าอี้ก่อนจะพูดขึ้นเสียงเบา “นายพูดเหมือนเขา... แต่ฉันว่าไม่น่าจะใช่”“ถ้าไม่น่าใช่ นายลองถามใจตัวเองดูสิว่าคิดยังไงกับพี่เขา” ฉาจี้พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยย้ำออกมาอีก“บางทีคำตอบมันอาจอยู่ตรงหน้าของนายแล้วก็ได้ แค่นายยังไม่ยอมรับ”หยูเชานิ่งไปนานไม่ตอบอะไร เขายกแ

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 167

    เวิ้นจวิ้นชายหนุ่มหน้าหวานที่ชีวิตในวัยเด็กเต็มไปด้วยความขมขื่น เขาถูกพ่อแท้ ๆ ไล่ออกจากบ้านพร้อมกับแม่ผู้มีอาการเจ็บป่วยจากการทำงานหนัก เพียงเพราะคนเป็นพ่อไม่อาจยอมรับในตัวตนของลูกชายแบบเขาว่าสนใจเพศเดียวกันการพลัดพรากจากครอบครัวและการต่อสู้กับอคติในสังคมทำให้เวิ้นจวิ้นเติบโตขึ้นมาด้วยความเข้มแข็ง

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 166

    หนึ่งปีผ่านไปหลังการจากไปของซูจินกวง เหล่าพี่น้องและพ้องเพื่อนจึงได้มารวมตัวกันอีกครั้งในวันครบรอบการจากไปของเขาเช้าวันนั้นอากาศเย็นสบายและท้องฟ้าแจ่มใส ซูหร่วนซี จ้าวหลงหยางรวมถึงจ้าวลี่เซียนลูกสาวตัวน้อยวัยสี่ขวบ พร้อมด้วยสมาชิกคนอื่น ๆ เดินทางไปยังสุสานของครอบครัวซูกันอย่างพร้อมเพรียงหล

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 165

    ไม่กี่เดือนหลังจากช่วงเวลาแห่งความสุขในครอบครัว ซูจินกวงเริ่มล้มป่วยอย่างหนัก สุขภาพของเขาทรุดโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด แม้แพทย์จะพยายามรักษาอย่างเต็มที่ แต่ด้วยอายุที่มากขึ้นซูจินกวงรู้ดีว่าวาระสุดท้ายของชีวิตกำลังใกล้เข้ามาทุกคนในครอบครัวต่างผลัดกันมาเยี่ยมเยียนดูแล และใช้เวลาอยู่กับเขาให้มากที่สุด ซ

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 6

    ชายวัยกลางคนจำต้องหมุนกายเดินกลับไปยังประตูทางเข้าบริษัทด้วยความอับอายฝากไว้ก่อนเถอะไอ้แก่ เมื่อไหร่ที่บริษัทนี้เป็นของฉันคอยดูสิว่าแกจะเป็นยังไง เขาลอบกำมือแน่นสีหน้าบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยความโกรธเคืองซูหร่วนซีได้แต่มองตามแผ่นหลังของชายร่างท้วมอย่างชิงชัง (รอก่อนเถอะ ฉันจะจัดการแกทั้งครอบครัวให้สิ้น

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 5

    ช่วงสายภายในวันเดียวกันเสียงเคาะประตูหน้าห้องของสองสาวก็ดังขึ้น เข่อซิงจึงได้เป็นคนเดินไปเปิดประตูเมื่อเธอได้รับข้อความแจ้งเตือนมาจากบุคคลดังกล่าว“คุณหนูโม่” น้ำเสียงสุภาพดังขึ้นจากหญิงสาวรูปร่างผอมเพรียวในชุดสูททำงานสีเทากางเกงขายาวสีเดียวกันกล่าวทักทายพลางค้อมศีรษะลงเล็กน้อยรองเท้าส้นสูงสีดำความ

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 4

    หญิงสาวสองคนที่มีบุคลิกต่างกันเดินสะพายกระเป๋าถือของตนก้าวเท้าเดินตรงไปยังทางออกโดยไม่เสียเวลาเหลียวมองใคร โดยเฉพาะคุณใหญ่ตระกูลซูทั้งนี้เป็นเพราะเจ้าตัวเริ่มใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวด้วยความกลัวว่าจะไม่สามารถช่วยเหลือญาติผู้พี่ฝั่งแม่ของตนได้ และจะทำให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเฉกเช่นครั้งอดีตดังนั้นใบ

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 3

    “รสชาติข้าวต้มเป็นยังไงบ้างคะ” ซูจินกวงมองใบหน้าของหลานสาวที่คล้ายกำลังลุ้นในคำตอบหลังจากที่ตนตักข้าวต้มช้อนสุดท้ายเข้าปากด้วยหัวใจอันเปี่ยมสุข“ก็พอใช้” คำตอบนี้ค่อนข้างทำให้เจ้าของใบหน้าหวานรู้สึกผิดหวัง ซูจินกวงไม่อาจทนเห็นท่าทางเหงาหงอยของหลานสาวสุดที่รักได้ดังนั้นเขาจึงต้องตอบความรู้สึกที่แท้จร

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status