Share

บทที่ 2

หลังจากพูดจบเธอก็เริ่มขยับเท้าออกเดินสำรวจรอบ ๆ มิติแห่งนี้ ทุกสิ่งดูสมบูรณ์แบบแต่ยังว่างเปล่า กลิ่นหญ้าสดลอยมาแตะจมูก ดวงตาของเธอจ้องมองไปยังแปลงดินเปล่ากว้างใหญ่ที่รอให้ใครสักคนมาเติมเต็ม

“ไหหม่า ที่นี่มีอะไรบ้างนอกจากทุ่งหญ้าและแปลงดิน?” เธอถามพลางย่อตัวลงลูบดินที่ดูอุดมสมบูรณ์

“ที่นี่เป็นพื้นที่เริ่มต้น คุณสามารถปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ หรือเก็บสะสมทรัพยากรต่าง ๆ ได้ นอกจากนี้ยังสามารถขยายพื้นที่ เพิ่มสิ่งปลูกสร้างและพัฒนาเครื่องมือที่จำเป็นเพื่อรองรับอนาคตที่คุณต้องการ”

ไหหม่าลอยวนรอบตัวเธอราวกับกำลังอธิบายให้เห็นภาพ “คุณสามารถควบคุมการเข้า-ออกมิติได้ด้วยการสัมผัส อัญมณีบนสร้อยคอของคุณ และไม่ต้องกังวลเวลาในโลกภายนอกจะหยุดลงเมื่อคุณอยู่ที่นี่”

“เวลา... หยุดลง? ดีขนาดนี้เลย” หรูอวี้เซียงย้อนถามอย่างตื่นเต้น “ถ้าอย่างนั้นคนบนรถไฟจะไม่รู้ว่าฉันหายไปใช่ไหม ฉันกำลังกังวลเรื่องนี้อยู่พอดี”

“ถูกต้อง ระบบถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดปกติในโลกภายนอก เมื่อคุณออกจากมิติทุกอย่างจะเหมือนเดิม” ไหหม่าตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

เมื่อหรูอวี้เซียงได้ยินแบบนี้เธอจึงอยากทดลองพิสูจน์ดังนั้นจึงได้วางมือลงบนอัญมณีสีเขียวบนสร้อยคอ ฉับพลันแสงสีเขียวเรืองรองล้อมรอบตัวเธอ ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดลงชั่วพริบตา

เมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอกลับมาอยู่บนที่นั่งเดิมในตู้รถไฟ ทิวทัศน์สีเขียวด้านนอกยังคงเคลื่อนผ่านไปเช่นเดิม

“นี่มันยอดเยี่ยมมาก” เธอพึมพำพลางมองไปรอบ ๆ ผู้โดยสารคนอื่นที่แต่ละคนยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิม

เช่นบางคนกำลังอ่านหนังสือ บางคนนั่งหลับ หรือบางคนกำลังคุยกันเบา ๆ โดยไม่มีสิ่งใดผิดสังเกต

คิ้วของเธอขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย “ไม่มีใครเห็นแสงหรืออะไรผิดปกติเลย”

ไหหม่าปรากฏตัวอีกครั้งในรูปของม้าน้ำโปร่งแสง ลอยอยู่ใกล้สร้อยคอ “ผมบอกคุณแล้วว่าระบบถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันการรบกวนสายตาของมนุษย์ทั่วไป ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณในมิติจะถูกซ่อนจากสายตาของคนภายนอก”

“ถ้าอย่างนั้นก็เหมือนกับฉัน... หายไปจากโลกนี้ชั่วคราว” เธอพูดขึ้นพลางมองไปรอบ ๆ ด้วยความไม่มั่นใจ

“ถูกต้อง เพราะสำหรับพวกเขาทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันกับก่อนที่คุณจะเข้าไปในมิติไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง อ๋อต่อไปนี้ผมขอแนะนำให้คุณสื่อสารกับผมทางความคิดจะได้ไม่ต้องมีใครมองว่าคุณแปลกอย่างในตอนนี้” คำพูดของม้าน้ำโปร่งแสงทำให้หรูอวี้เซียงเริ่มรู้สึกตัวก่อนที่เธอจะมองไปยังเพื่อนร่วมทางตรงหน้า

ชายหนุ่มในชุดลำลองธรรมดานั่งอยู่ด้านตรงข้าม ใบหน้าของเขาดูสงบนิ่งแต่ดวงตาคมกริบจับจ้องมายังเธอราวกับกำลังสงสัยอะไรบางอย่าง

ฉัน... ดูแปลกขนาดนั้นเลยเหรอ? หรูอวี้เซียงคิดในใจ

คุณพูดคนเดียวตอนกลับมา เลยอาจทำให้เขาสงสัยเล็กน้อย ไหหม่าตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบตามเดิม

หรูอวี้เซียงเบิกตากว้าง ฉันพูดออกเสียงเหรอ!?

ใช่ แต่ไม่ต้องกังวล เขาอาจแค่คิดว่าคุณกำลังคุยโทรศัพท์หรือกำลังบ่นกับตัวเอง ไหหม่าพยายามปลอบ

หรูอวี้เซียงหันมองชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้ง เขายังคงมองมาด้วยแววตาสงสัย ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังสร้อยคอของเธอที่โผล่ออกมาเล็กน้อยจากเสื้อ

เขากำลังมองสร้อยคอของฉัน หรูอวี้เซียงคิดในใจอย่างระแวง

ชายหนุ่มเหมือนจะรู้ว่าเธอสังเกต เขายิ้มบาง ๆ ก่อนพูดขึ้นเบา ๆ “ไม่ต้องกังวล ผมไม่ได้ตั้งใจจะจ้อง แค่สร้อยคอคุณดูแปลกตาดี”

“ขอบคุณค่ะ” หรูอวี้เซียงตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามเก็บอารมณ์อันตื่นตระหนก ขณะดึงสร้อยกลับเข้าไปใต้เสื้อด้วยความระมัดระวัง

เมื่อชายหนุ่มหันกลับไปสนใจสิ่งอื่น หรูอวี้เซียงจึงระบายลมหายใจออกมาอย่างเงียบ ๆ

ไหหม่า ทำไมฉันรู้สึกว่าเขาดูไม่ธรรมดาเลย? เธอถามขึ้นในความคิด

ผมไม่สามารถวิเคราะห์คนอื่นได้โดยไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม แต่ถ้าคุณรู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ อย่าเพิ่งไว้ใจใครง่าย ๆ

หรูอวี้เซียงพยักหน้าลงอย่างเห็นด้วย แม้จะรู้ว่าตัวเองยังไม่มีหลักฐานอะไร แต่ความระแวงยังคงอยู่ เธอหันไปมองวิวทิวทัศน์ด้านนอกอีกครั้งแต่จิตใจกลับเริ่มวางแผนถึงสิ่งที่ต้องทำต่อไป

(ดันดับแรกฉันต้องหาเมล็ดพันธุ์ทุกอย่างที่กินได้ ต่อมาก็ต้องหาสัตว์นำไปเลี้ยงในมิติ ยังมีอะไรอีกนะ ลองปรึกษาไหหม่าก็แล้วกัน) หญิงสาวคิดโดยที่สายตายังมองวิวทิวทัศน์ที่เริ่มเข้าใกล้บ้านเกิดของตน

ไหหม่า นายได้ยินเสียงของฉันไหม หรูอวี้เซียงส่งเสียงเรียกม้าน้ำตัวน้อยผ่านความคิด

ได้ยินครับ คุณมีอะไรให้ช่วย? ไหหม่าตอบทันที

ฉันกำลังคิดเรื่องสิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับมิติ ฉันควรเริ่มจากอะไรดี? เธอถามในขณะสายตามองวิวด้านนอกผ่านกระจก

เริ่มจากสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตก่อนครับ เช่น เมล็ดพันธุ์อาหารหลัก ข้าวโพด ข้าว มันฝรั่ง ถั่ว และพืชผักที่ปลูกง่าย นอกจากนี้คุณควรหาสัตว์เลี้ยงที่ให้ประโยชน์ เช่น ไก่สำหรับไข่ วัวสำหรับให้นม หรือปลาเพื่อโปรตีน

ฟังดูดี แต่ถ้าฉันไม่มีเงินพอจะหาซื้อของทั้งหมดล่ะ? เธอถามออกมาอย่างกังวล เพราะตลอดเวลาหลายปีในมหาวิทยาลัยเธอทั้งขอทุนและทำงานทุกอย่างเพื่อมาเป็นค่าใช้จ่ายโดยไม่อยากรบกวนเงินของย่า

ดังนั้นจึงทำให้หญิงสาวไม่รู้เลยว่าย่าของเธอนั้นนับว่าเป็นเศรษฐีคนหนึ่งในหมู่บ้านทั้งนี้อาจจะต้องโทษที่เธอคุยกับย่าไม่ถึงห้านาที

พอย่าถามถึงเรื่องเงินเธอก็มักจะบอกว่าย่าไม่ต้องห่วงค่ะ หนูดูแลตัวเองได้ ย่าเก็บเงินเอาไว้นะคะ ย่าอยากได้อะไรจะได้ไม่ลำบาก

กลับมายังสถานการณ์ปัจจุบัน

คุณไม่ต้องกังวล คุณสามารถเริ่มทีละเล็กละน้อยได้ ผมจะช่วยเพิ่มผลผลิตในมิติให้คุณจากการเพาะปลูกหรือเลี้ยงสัตว์ ระบบมีฟังก์ชันเร่งการเติบโตและป้องกันศัตรูพืช แต่คุณต้องจัดการทรัพยากรด้วยตัวเอง

หรูอวี้เซียงพยักหน้าอย่างเข้าใจ (ดี แบบนี้ฉันไม่ต้องกังวลเรื่องเวลามากนัก)

แล้วนอกจากอาหาร มีอะไรที่ฉันควรเตรียมอีกไหม? เธอถามต่อ

น้ำสะอาดและอุปกรณ์พื้นฐาน เช่น เครื่องมือทำสวน อุปกรณ์ทำความสะอาด และยาเบื้องต้น ลองหาแหล่งน้ำที่คุณสามารถดึงเข้ามาในมิติได้ น้ำคือสิ่งสำคัญที่สุดในระยะยาว

หรูอวี้เซียงจดทุกอย่างลงในหัว ขณะที่รถไฟเริ่มลดความเร็วลง เสียงล้อเหล็กเสียดสีดังครืดคราดเป็นสัญญาณว่ารถไฟใกล้จะถึงสถานีปลายทาง

เธอเงยหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง ทิวทัศน์ของท้องทะเลสีครามกว้างใหญ่ที่ล้อมรอบเกาะเป๋าอันปรากฏขึ้น เส้นขอบฟ้าที่เชื่อมต่อกับท้องน้ำสะท้อนแสงแดดระยิบระยับ บ้านเรือนกระจัดกระจายตามแนวเขาและต้นมะพร้าวที่ไหวตามแรงลมให้ความรู้สึกสงบและคุ้นเคย

สถานีเล็ก ๆ ที่สร้างจากไม้เก่าแก่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากท่าเรือบนเกาะเป๋าอัน มีผู้คนจำนวนหนึ่งรอรับญาติหรือมาส่งของ หรูอวี้เซียงมองไปยังแผ่นป้ายชื่อสถานี

“หยางเหวิน” ที่เขียนด้วยอักษรเรียบง่าย บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยเสียงคลื่นและกลิ่นอายทะเลที่เธอโหยหามาเนิ่นนาน

“ถึงบ้านแล้ว...” หญิงสาวพึมพำออกมาเสียงเบา หัวใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น

เมื่อรถไฟหยุดนิ่ง เธอยืนขึ้นพร้อมสัมภาระที่พกติดตัวเพียงเล็กน้อยแต่เต็มไปด้วยความหวัง หรูอวี้เซียงก้าวเท้าลงจากรถไฟมาบนชานชาลาไม้เล็ก ๆ ทันทีที่เท้าสัมผัสพื้นทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้กลับมาสู่จุดเริ่มต้น

สายลมอุ่น ๆ จากทะเลพัดผ่านใบหน้า เสียงคลื่นที่ซัดสาดเข้าหาฝั่งเป็นดั่งเสียงต้อนรับ เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ร่างกายที่เหนื่อยล้าจากการเดินทางกลับรู้สึกผ่อนคลาย

ทางดินเล็ก ๆ ที่ทอดยาวจากสถานีรถไฟไปยังหมู่บ้าน หยางเหวินล้อมรอบด้วยต้นไม้สูงใหญ่ หรูอวี้เซียงเดินไปตามทางด้วยความมั่นใจ เธอจดจำเส้นทางนี้ได้เป็นอย่างดีแม้จะห่างหายไปนานแต่ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม

ขณะที่เธอเดินผ่านบ้านหลังเล็ก ๆ ของเพื่อนบ้าน เสียงเด็ก ๆ วิ่งเล่นและหัวเราะกันดังขึ้นมาเป็นระยะ ๆ ผู้ใหญ่บางคนกำลังขนผลไม้ขึ้นรถเข็นเพื่อเตรียมไปขายที่ตลาด

“เซียงเอ๋อร์?” เสียงคุ้นเคยดังมาจากด้านหลัง

เธอหันกลับไปพบกับหญิงวัยกลางคนผิวคล้ำในชุดเสื้อตามแบบคนทำไร่ทำสวน

“ป้าหลิว!” หรูอวี้เซียงยิ้มกว้าง

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะลูก เห็นว่าทำงานในเมืองใหญ่ นี่กลับมาเยี่ยมบ้านอย่างนั้นเหรอ” หญิงวัยกลางคนถามพลางมองเธอด้วยแววตาอบอุ่น

“ค่ะ หนูกลับมาพักยาวเลยค่ะ คราวนี้ตั้งใจว่าจะอยู่กับย่าและช่วยงานที่บ้าน” หรูอวี้เซียงตอบตามตรงอย่างไม่ปิดบัง

“ดีแล้วล่ะ ย่าของลูกคงดีใจน่าดู ไปเถอะ ย่าแกน่าจะรออยู่”

หรูอวี้เซียงยิ้มรับอย่างอ่อนโยน “ถ้าอย่างนั้นหนูไปก่อนนะคะ เอาไว้พบกันใหม่ค่ะ”

หลังจากบอกลาป้าหลิว หรูอวี้เซียงเดินต่อไปตามทางดินเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของท้องทะเลที่ลอยมากับสายลม ความคิดในหัวของเธอยังคงหมุนวนถึงแผนการที่จะเริ่มต้นใหม่ ทุกอย่างดูเหมือนชัดเจนแต่ก็เต็มไปด้วยความท้าทาย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 111

    ห้าปีผ่านไปหลังจากโลกกลับมาสู่ความสงบสุขได้ไม่นาน ณ ประเทศพันธมิตรแห่งหนึ่งได้เกิดสงครามก่อการร้ายขึ้น หวังลี่ผู้อยู่ว่างมานานกับฉินซานสองคู่หูจึงได้กระโดดเข้าร่วมท่ามกลางความวุ่นวายของสงครามและการต่อสู้แสนดุเดือดและทันทีที่พวกเขาไปถึงสถานการณ์ก็เลวร้ายมากกว่าที่คาดคิดไว้ หวังลี่กับฉินซานต่างแยกการ

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 110

    “อีกไม่นานย่าก็จะได้นอนนาน ๆ แล้ว ตอนนี้เดินได้ก็เลยอยากเดินให้มากหน่อย เซียงเอ๋อร์ ในตอนนี้หลานมีครอบครัวที่สมบูรณ์แล้วหลังย่าจากไปอย่าได้เสียใจให้มากนะลูก” คำพูดของหญิงชราอันเป็นที่รักทำให้หัวใจของหรูอวี้เซียงกระตุกวูบ“ย่าพูดอะไรแบบนั้นล่ะคะ ตอนนี้ย่าก็ลุกมาเดินได้แล้วแสดงว่าย่าย่อมจะกลับมาแข็งแร

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 109

    แสงแดดยามเช้าทอประกายสดใสทะลุผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามาภายในห้องนั่งเล่นที่มีฮัวอวี้หลินนั่งอยู่ เสี่ยวเป้ย เด็กหญิงตัวน้อยวัยห้าขวบที่ได้คนเป็นแม่ผูกผมเปียคู่เรียบร้อยได้วิ่งมาทางเธอด้วยรอยยิ้มร่า“ย่าทวดคะ พวกเราออกไปเดินเล่นกันเถอะค่ะ หนูจะไป รดน้ำต้นไม้” น้ำเสียงไม่ชัดเจนของเธอดังขึ้นด้วยความตื่นเต

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 108

    นับตั้งแต่วันที่เจ้าตัวเล็กเกิดมาคนทั้งสองครอบครัวก็ต่างมีรอยยิ้มกันแทบทุกวันโดยเฉพาะปู่ย่าของคนทั้งสองที่รู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด“เสี่ยวเป้ยของย่าทวด” ฮัวอวี้หลินหยอกเอินหลานสาวตัวน้อยที่กำลังหลับทำปากมุบมิบบนเบาะอย่างเอ็นดูย้อนกลับไปในวันคลอดของหรูอวี้เซียงหลังจากช่วงเวลาอันยาวนานผ

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 107

    “ฉันก็กินทุกวันอยู่แล้วนี่” หรูอวี้เซียงลูบท้องตัวเองไปมาความรู้สึกของการมีชีวิตน้อย ๆ เติบโตอยู่ภายในตัวเธอเป็นสิ่งมหัศจรรย์เกินบรรยาย เธอไม่คิดเลยว่าในชีวิตนี้เธอจะได้สัมผัสถึงความสุขเช่นนี้หลังจากสิ้นหวังมาก่อนในชาติที่แล้ว“แต่คุณต้องกินให้มากกว่านี้นะเซียงเซียง เพราะอาหารจากในระบบของเราเต็มไปด้

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 106

    สามปีหลังจากวันแต่งงานผ่านไปอย่างรวดเร็ว ช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความสุขและความสงบระหว่างโม่ไห่ตงกับหรูอวี้เซียงทั้งสองใช้ชีวิตคู่อย่างเรียบง่ายและเต็มไปด้วยความรักพวกเขาเลือกที่จะให้ช่วงเวลาสามปีนี้เป็นช่วงเวลาสำหรับกันและกันก่อนจะตัดสินใจมีเจ้าตัวน้อยมาเติมเต็มให้กับครอบครัวในช่วงแรกของการใช้ชีวิตค

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status