Share

บทที่ 5

ในหัวของหรูอวี้เซียงยังคงมีความทรงจำอันเลวร้ายจากอดีตผุดขึ้นมาราวกับกระแสน้ำหลากท่วมจิตใจ เสียงกรีดร้องของผู้คนดังระงมไปทั่วเมืองที่ถูกปกคลุมด้วยความสิ้นหวัง

เสียงซอมบี้คำรามก้องกังวานไปในอากาศขณะที่พวกมันไล่ล่าเหยื่ออย่างไม่ลดละ หรูอวี้เซียงจำได้ว่าเธอกำลังวิ่งหนีสุดชีวิตท่ามกลางซากปรักหักพังและกลิ่นคาวเลือดที่อบอวล

เธอหลบซ่อนอยู่ในซอกแคบ ๆ ของอาคารร้าง มือของเธอสั่นระริกในขณะที่พยายามกดบาดแผลที่ถูกกัดไว้แน่น

เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังใกล้เข้ามา เธอคิดว่ามันเป็นซอมบี้ตัวใหม่ แต่กลับเป็นเขา... โม่ไห่ตง

ชายหนุ่มในชุดสีเขียวเข้มแบบทหารที่เต็มไปด้วยรอยเปื้อนเลือดเขามองเธอด้วยสายตาตื่นตระหนก

“เซียงเซียง! เป็นเธอจริง ๆ!” เขาวิ่งเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว เธอจำได้ว่าตอนนั้นน้ำตาไหลอาบแก้ม เธอทั้งดีใจและสิ้นหวังในเวลาเดียวกัน

“พี่ไห่ตง... พี่มาทำไม? พี่รีบหนีไปฉันไม่รอดแล้วค่ะ หากพี่รอดไปได้ฉันฝากพี่กลับไปขอโทษย่าแทนฉันด้วย”

“ไม่เป็นไร ต่อให้เธอโดนกัดพี่ก็จะไม่ไปไหน” เขาตอบเสียงแข็ง แต่ดวงตาของเขาสั่นไหวเมื่อมองเห็นบาดแผลที่แขนของหญิงสาว

“แต่...ฉันโดนมันกัดแล้ว” เธอย้ำออกมาเสียงแผ่วเบือนหน้าหนีไม่กล้ามองเขาตรง ๆ

โม่ไห่ตงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอดแน่น

“ไม่เป็นไร... ฉันจะหาทางช่วยเธอ เราจะหาทางออกด้วยกัน” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น แต่หรูอวี้เซียงรู้ดีว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้

เธอจำได้ว่าเขาแบกเธอไว้บนหลังทั้งที่ร่างกายของเขาเองก็อ่อนล้าจากการต่อสู้ เธอได้แต่หลับตาปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้มขณะที่เสียงซอมบี้เริ่มดังเข้ามาใกล้

หรูอวี้เซียงสะดุ้งเฮือกกลับมาสู่ปัจจุบัน หัวใจของเธอเต้นแรง (หากเขากลับมาจากที่แห่งนั้นเหมือนฉัน... นั่นหมายความว่าเขาก็ต้องตายลงหลังจากฉันใช่ไหม?)

ความคิดนี้ทำให้หัวใจของเธอหนักอึ้ง เธอจำได้ว่าในตอนสุดท้ายเธอไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับโม่ไห่ตงหลังจากที่เธอถูกซอมบี้กัดและเสียชีวิต

(เขาอาจจะถูกซอมบี้ล้อม... หรืออาจจะพยายามช่วยเธอจนตัวเองต้องจบชีวิตตามเธอมา) เธอคิดอย่างหวาดกลัวจนตัวสั่น เสียงของไหหม่าดังขึ้นอีกครั้ง

คุณทั้งสองคนมีโอกาสครั้งที่สองเหมือนกัน จงใช้มันเพื่อเปลี่ยนแปลงทุกอย่างที่เคยผิดพลาด

หรูอวี้เซียงกำหมัดแน่น (ใช่! ครั้งนี้... ฉันจะไม่ปล่อยให้เขาเสียสละตัวเองเพื่อฉันอีกต่อไป) ขอบใจนะไห่หม่า ฉันจะไม่เดินซ้ำรอยเดิมอีกอย่างเด็ดขาด

เสียงเห่าจากเจ้าเฮยดังขึ้นทำให้หรูอวี้เซียงตัดสินใจได้ในที่สุด ไม่ว่าโม่ไห่ตงจะกลับมาเหมือนเธอหรือไม่ก็ตาม ในชาตินี้เธอจะไม่ปล่อยมือจากเขาอีกแล้ว

“ย่าคะ เดี๋ยวฉันกลับมานะคะ” เธอเปิดประตูพร้อมกับส่งเสียงบอกย่าที่กำลังดูทีวี

“ได้สิลูก แต่อย่ากลับดึกนักนะ” ฮัวอวี้หลินไม่ลืมกำชับหลานสาวออกมาด้วยความเป็นห่วง

“ค่ะ ฉันไปไม่นานก็กลับ” หญิงสาวรับปาก

ก่อนที่เท้าของหรูอวี้เซียงจะพาเธอหันหลังวิ่งออกจากบ้านพร้อมเจ้าเฮยที่วิ่งตามไปส่งถึงหน้าประตูรั้ว

ก่อนที่สุนัขตัวใหญ่จะหยุดเท้าทั้งสี่ของตนและเห่าเบา ๆ ราวกับให้กำลังใจผู้เป็นนาย

ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีครามเข้มเมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว หรูอวี้เซียงวิ่งไปตามทางดินสายเล็ก ๆ ที่ทอดยาวผ่านสวนผลไม้

แม้ลมยามค่ำคืนจะเย็นเยียบแต่หัวใจของเธอกลับเต้นแรงราวกับเปลวไฟ (ฉันต้องพูดกับเขาให้รู้เรื่อง... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะไม่ปล่อยให้เรามีความเข้าใจผิด)

หรูอวี้เซียงไม่ได้คิดเช่นนี้คนเดียวเพราะในเวลาเดียวกัน โม่ไห่ตงก็กำลังเดินกลับบ้านของเขา แต่จู่ ๆ ก็หยุดนิ่ง ความรู้สึกบางอย่างบอกให้เขาหันกลับไปมองทางเดิม

(เซียงเซียง... ฉันต้องคุยกับเธอให้จบ เรื่องทุกอย่างที่เราเคยพลาดไปในอดีต ฉันจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีก)

เขาตัดสินใจวิ่งย้อนกลับไปทางบ้านของหรูอวี้เซียง ทั้งสองคนมองเห็นเงาของอีกฝ่ายในระยะไกล หัวใจของทั้งคู่เต้นแรงจนแทบจะระเบิด หรูอวี้เซียงชะลอฝีเท้าเล็กน้อยก่อนจะก้าวเร็วขึ้นเมื่อเห็นว่าโม่ไห่ตงวิ่งตรงมาหาเธอ

“พี่ไห่ตงคะ!” เธอเรียกเขาเสียงดัง

“เซียงเซียง!” โม่ไห่ตงตะโกนกลับ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึก

เมื่อทั้งคู่มาหยุดยืนต่อหน้ากัน ต่างคนต่างหอบหายใจเล็กน้อยจากการวิ่งแต่ไม่มีใครสนใจความเหนื่อยล้า ดวงตาของพวกเขาจ้องมองกันราวกับพยายามค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่

“พี่กลับมาเพราะอะไร?” หรูอวี้เซียงถามตรง ๆ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความสั่นไหว

โม่ไห่ตงมองเธอด้วยสายตาอ่อนโยน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เพราะฉันไม่อยากเสียเธอไปอีกแล้ว”

คำพูดนั้นเหมือนเข็มแทงทะลุหัวใจของหรูอวี้เซียง เธอเม้มปากแน่นพยายามสะกดน้ำตาที่เอ่อคลอ

“พี่จำได้ใช่ไหม... ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในตอนนั้น” เธอถามเสียงเบาราวกระซิบ

โม่ไห่ตงพยักหน้า “ใช่ ฉันจำได้หมดทุกอย่างที่เราเคยผ่านมา... รวมถึงตอนที่ฉันมาสายเกินไป” น้ำเสียงของเขาเจือความเศร้า

หรูอวี้เซียงสะอื้นออกมาเบา ๆ ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “แล้วทำไมพี่ถึงไม่บอกฉันล่ะ? พี่รู้ไหมว่าฉันคิดมาตลอดว่าเราอาจจะไม่มีโอกาสได้พบกันอีก”

โม่ไห่ตงก้าวเข้ามาใกล้และจับมือของเธอแน่น “เพราะฉันไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไง... ฉันกลัวว่าเธอจะเกลียดฉัน กลัวว่าเธอจะไม่เชื่อใจฉันอีกแล้ว”

น้ำตาของหรูอวี้เซียงไหลอาบแก้ม เธอส่ายหน้า “พี่คิดผิด... ฉันไม่เคยเกลียดพี่เลย ในอดีตฉันผิดเองที่ไม่พูดความรู้สึกของตัวเองออกมา”

โม่ไห่ตงยิ้มเศร้า ๆ “ถ้าอย่างนั้น เรามาเริ่มต้นใหม่ได้ไหม?”

คำพูดนั้นทำให้หรูอวี้เซียงนิ่งไปก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ “ได้สิ ครั้งนี้ฉันจะไม่ปล่อยให้เราเดินซ้ำรอยเดิมอีก”

โม่ไห่ตงยิ้มกว้างขึ้น น้ำตาของเขาคลอในดวงตา ก่อนที่เขาจะพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ฉันเองก็ขอสัญญา... ว่าฉันจะปกป้องเธอ ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม”

ทั้งสองยืนจ้องตากันท่ามกลางความเงียบสงบของค่ำคืน ความรู้สึกที่อัดอั้นในใจมานานเหมือนได้รับการปลดปล่อย

เสียงลมพัดเบา ๆ รอบตัวเหมือนเป็นสักขีพยานของคำสัญญาใหม่ในชีวิตที่สองนี้ ครั้งนี้พวกเขาจะไม่ปล่อยให้ความผิดพลาดในอดีตมาขวางทางอนาคตอีกต่อไป

“ฉันต้องกลับบ้านแล้วค่ะ ไม่อย่างนั้นย่าจะเป็นห่วง” หรูอวี้เซียงพูดขึ้นพร้อมกับเผยรอยยิ้มหวานออกมาให้ชายหนุ่มตรงหน้า

โม่ไห่ตงพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นเบา ๆ “ให้พี่ไปส่งไหม?”

หรูอวี้เซียงส่ายหน้าเบา ๆ “ไม่ต้องหรอกค่ะ ทางนี้ฉันเดินกลับเองได้ พี่รีบกลับไปพักผ่อนเถอะ”

เขายิ้มบาง ๆ “ถ้าอย่างนั้น ระวังตัวด้วยนะเซียงเซียง” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใย

หรูอวี้เซียงพยักหน้าก่อนจะหันหลังเดินจากไป ทว่าก้าวเดินของเธอกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งอบอุ่นและมุ่งมั่น เมื่อเธอกลับถึงบ้านแสงไฟอุ่น ๆ จากบ้านไม้หลังเล็กของย่าส่องประกายในความมืด

ย่าของเธอยังคงรออยู่เหมือนเดิม หรูอวี้เซียงเผยรอยยิ้มก่อนจะเปิดประตูและเดินเข้าไปด้านใน เสียงเห่าของเจ้าเฮยดังขึ้นเป็นการต้อนรับพร้อมกับเสียงของย่าที่พูดขึ้นจากห้องนั่งเล่น

“กลับมาแล้วเหรอ เซียงเอ๋อร์?”

“ใช่ค่ะ ย่าคะฉันกลับมาแล้ว” หญิงสาวเดินไปคุกเข่าลงเอาศีรษะของตนแนบกับตักของหญิงชรา

ฮัวอวี้หลินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่มืออันอบอุ่นและหยาบกร้านของเธอจะลูบศีรษะของหลานสาวเบา ๆ

“เด็กโง่ ย่าไม่ได้ไปไหนเสียหน่อย ทำไมถึงทำเหมือนจากกันนานขนาดนั้น” ฮัวอวี้หลินพูดด้วยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความรัก

“ฉันแค่รู้สึก...ว่าที่นี่คือที่ที่ฉันควรอยู่ค่ะ ย่าคือคนเดียวที่ฉันเหลืออยู่ในโลกนี้” หรูอวี้เซียงพูดเสียงแผ่วน้ำตาเอ่อคลอในดวงตา

ฮัวอวี้หลินถอนหายใจอย่างอ่อนโยน ก่อนจะยื่นมือมาเช็ดน้ำตาบนใบหน้าของหลาน

“เด็กโง่ ย่าอยู่นี่ และย่าจะอยู่ตรงนี้เสมอ จำไว้นะ ต่อให้โลกทั้งใบเปลี่ยนไปแต่ย่าจะไม่ทิ้งหลาน”

หรูอวี้เซียงพยักหน้า น้ำตาไหลอาบแก้มพลางกอดย่าแน่น “ครั้งนี้ฉันจะไม่ทำให้ย่าผิดหวังอีกค่ะ ฉันสัญญา”

เสียงลมที่พัดเบา ๆ ผ่านหน้าต่างทำให้บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสงบและอบอุ่น หญิงสาวยังคงกอดย่าไว้อย่างนั้นราวกับต้องการซึมซับความรักที่เธอโหยหามาตลอดชีวิตที่ผ่านมา ห้องเล็ก ๆ ที่มีเพียงแสงไฟสลัวดูเหมือนจะกลายเป็นที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเธอในตอนนี้

“เอาล่ะ ลุกขึ้นได้แล้ว เด็กคนนี้ ย่านั่งนานขาเริ่มชาแล้ว” ฮัวอวี้หลินพูดพลางส่งเสียงหัวเราะออกมา

หรูอวี้เซียงยิ้มและลุกขึ้นพลางช่วยพยุงให้ย่านั่งได้สบายขึ้น เธอรู้แล้วว่าไม่ว่าชีวิตในอดีตจะเป็นอย่างไร แต่ในชีวิตใหม่นี้ เธอจะทำทุกอย่างเพื่อให้ย่าของเธอมีความสุขที่สุดเท่าที่จะทำได้

“ฉันจะดูแลย่าเองค่ะ จากนี้ไปย่าจะไม่ต้องเหนื่อยอีกแล้ว” หญิงสาวพูดด้วยรอยยิ้มอันเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

ฮัวอวี้หลินยิ้มกว้างก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ “ย่าจะรอดูความสำเร็จของหลานนะ เซียงเอ๋อร์”
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 111

    ห้าปีผ่านไปหลังจากโลกกลับมาสู่ความสงบสุขได้ไม่นาน ณ ประเทศพันธมิตรแห่งหนึ่งได้เกิดสงครามก่อการร้ายขึ้น หวังลี่ผู้อยู่ว่างมานานกับฉินซานสองคู่หูจึงได้กระโดดเข้าร่วมท่ามกลางความวุ่นวายของสงครามและการต่อสู้แสนดุเดือดและทันทีที่พวกเขาไปถึงสถานการณ์ก็เลวร้ายมากกว่าที่คาดคิดไว้ หวังลี่กับฉินซานต่างแยกการ

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 110

    “อีกไม่นานย่าก็จะได้นอนนาน ๆ แล้ว ตอนนี้เดินได้ก็เลยอยากเดินให้มากหน่อย เซียงเอ๋อร์ ในตอนนี้หลานมีครอบครัวที่สมบูรณ์แล้วหลังย่าจากไปอย่าได้เสียใจให้มากนะลูก” คำพูดของหญิงชราอันเป็นที่รักทำให้หัวใจของหรูอวี้เซียงกระตุกวูบ“ย่าพูดอะไรแบบนั้นล่ะคะ ตอนนี้ย่าก็ลุกมาเดินได้แล้วแสดงว่าย่าย่อมจะกลับมาแข็งแร

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 109

    แสงแดดยามเช้าทอประกายสดใสทะลุผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามาภายในห้องนั่งเล่นที่มีฮัวอวี้หลินนั่งอยู่ เสี่ยวเป้ย เด็กหญิงตัวน้อยวัยห้าขวบที่ได้คนเป็นแม่ผูกผมเปียคู่เรียบร้อยได้วิ่งมาทางเธอด้วยรอยยิ้มร่า“ย่าทวดคะ พวกเราออกไปเดินเล่นกันเถอะค่ะ หนูจะไป รดน้ำต้นไม้” น้ำเสียงไม่ชัดเจนของเธอดังขึ้นด้วยความตื่นเต

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 108

    นับตั้งแต่วันที่เจ้าตัวเล็กเกิดมาคนทั้งสองครอบครัวก็ต่างมีรอยยิ้มกันแทบทุกวันโดยเฉพาะปู่ย่าของคนทั้งสองที่รู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด“เสี่ยวเป้ยของย่าทวด” ฮัวอวี้หลินหยอกเอินหลานสาวตัวน้อยที่กำลังหลับทำปากมุบมิบบนเบาะอย่างเอ็นดูย้อนกลับไปในวันคลอดของหรูอวี้เซียงหลังจากช่วงเวลาอันยาวนานผ

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 107

    “ฉันก็กินทุกวันอยู่แล้วนี่” หรูอวี้เซียงลูบท้องตัวเองไปมาความรู้สึกของการมีชีวิตน้อย ๆ เติบโตอยู่ภายในตัวเธอเป็นสิ่งมหัศจรรย์เกินบรรยาย เธอไม่คิดเลยว่าในชีวิตนี้เธอจะได้สัมผัสถึงความสุขเช่นนี้หลังจากสิ้นหวังมาก่อนในชาติที่แล้ว“แต่คุณต้องกินให้มากกว่านี้นะเซียงเซียง เพราะอาหารจากในระบบของเราเต็มไปด้

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 106

    สามปีหลังจากวันแต่งงานผ่านไปอย่างรวดเร็ว ช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความสุขและความสงบระหว่างโม่ไห่ตงกับหรูอวี้เซียงทั้งสองใช้ชีวิตคู่อย่างเรียบง่ายและเต็มไปด้วยความรักพวกเขาเลือกที่จะให้ช่วงเวลาสามปีนี้เป็นช่วงเวลาสำหรับกันและกันก่อนจะตัดสินใจมีเจ้าตัวน้อยมาเติมเต็มให้กับครอบครัวในช่วงแรกของการใช้ชีวิตค

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status